สำหรับการนำหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์เข้ามาในโรงเรียนสังกัดกทม.ทั้ง 437 แห่ง เราจะไม่ได้กำหนดว่าทุกโรงเรียนจะต้องทำเหมือนกัน แต่ให้แต่ละโรงเรียนนำไปปรับ โดยอาจจะใช้ในวิชาวิทยาการคำนวณ สังคม แนะแนว ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ หรืออาจจะใช้ในหลักสูตรนอกห้องเรียน ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงเรียนจะออกแบบ อย่างไรก็ตาม ต้องมีการถอดบทเรียนของแต่ละแห่งมาเป็นเมนูให้โรงเรียนอื่น ๆ เลือกต่อไป ส่วนการวัดผล นอกจากในเชิงจำนวนคนแล้ว หัวใจสำคัญยังเป็นเรื่อง impact (ผลกระทบ) ว่าผู้เรียนมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นอย่างไร ซึ่งเป้าหมายหลักคือการทำให้ทั้งบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง รวมถึงประชาชนโดยรอบในชุมชนได้เข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ ๆ จนนำไปสู่การเสริมสร้างทักษะดิจิทัล การใช้งานสื่อดิจิทัลและเทคโนโลยีอย่างมีภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ สามารถการใช้ชีวิตบนโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย ในการนี้ ต้องขอขอบคุณทาง AIS และภาคีเครือข่ายสำหรับความร่วมมือกันในครั้งนี้ กทม.จะนำหลักสูตรดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป
หวังเด็ก/ผู้ใหญ่มีความสุข สุขภาพจิตดี
พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่า กรมสุขภาพจิตมีเป้าหมายหลักให้คนไทยมีสุขภาพจิตที่ดี มีความสุข ซึ่งปัจจุบันชีวิตของคนส่วนใหญ่อยู่ในโลกดิจิทัลคู่ขนานไปกับโลกแห่งความเป็นจริง ฉะนั้น เราจึงร่วมมือกันเพื่อทำให้ทั้งเด็กรุ่นใหม่และผู้ใหญ่สามารถใช้ชีวิตโลกดิจิทัลให้มีความสุขและมีความปลอดภัย
รศ.ดร.ณรงค์ มั่งคั่ง รองคณบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า ในส่วนของความร่วมมือในการทำหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ ประกอบด้วย AIS เข้าใจ – กทม. เข้าถึง – กรมสุขภาพจิต พัฒนา และ มจธ. บูรณาการทั้งหมดเข้าด้วยกัน ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรนี้เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและความระมัดระวังในการใช้งานสื่อโซเชียลและเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเหมาะสมสำหรับทุกคนต่อไป
เดินหน้าต่อหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์
นางสายชล ทรัพย์มากอุดม รักษาการหัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า จากผลการศึกษาล่าสุดของดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัล หรือ Thailand Cyber Wellness Index พบว่ากลุ่มนักเรียนที่เราอาจจะเข้าใจว่าสามารถใช้งานสื่อดิจิทัลออนไลน์ได้อย่างเชี่ยวชาญในฐานะคนรุ่นใหม่ กลับเป็นอีกกลุ่มสำคัญที่ต้องเพิ่มทักษะความรู้ความเข้าใจให้สามารถใช้งานดิจิทัลได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้ไม่ตกเป็นเหยื่อของภัยไซเบอร์ จึงเป็นเหตุผลที่วันนี้เราได้ทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร เพื่อขยายผลและส่งต่อหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ไปยังสถานศึกษาในสังกัดกรุงเทพมหานคร หลังจากที่ก่อนหน้านี้เราเดินหน้านำหลักสูตรการเรียนรู้ดังกล่าวส่งต่อไปยังบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กว่า 29,000 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งขยายผลไปสู่ระดับมหาวิทยาลัย ทั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา หรือแม้แต่การส่งต่อไปยังภาคประชาชนผ่านหน่วยงานความมั่นคงอย่าง สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) โดยเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือกับ กรุงเทพมหานครในครั้งนี้ จะทำให้เยาวชน บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง มีความรู้ความเข้าใจในการใช้งานดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะยกระดับดัชนีสุขภาวะดิจิทัลของเด็กไทยและคนไทยให้อยูในระดับที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต
สำหรับ “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์” นำเสนอเป็น 4 Professional Skill Module หรือ 4P4ป ที่ครอบคลุมทักษะดิจิทัล ดังนี้
1.Practice:ปลูกฝังให้มีความรู้ ความเข้าใจในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างถูกต้องและเหมาะสม
2.Personality: แนะนำการปกป้องความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์
3.Protection: เรียนรู้การป้องกันภัยไซเบอร์บนโลกออนไลน์
4.Participation:รู้จักการปฏิสัมพันธ์ด้วยทักษะและพฤติกรรมการสื่อสารบนออนไลน์อย่างเหมาะสม