ปัญหาและความจำเป็น
การใช้งานเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาในปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์หลากหลายรูปแบบ เช่น การโจมตีแบบ DDoS และ Ransomware ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อข้อมูลและความมั่นคงของรัฐและองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อระบบฐานข้อมูลของสถาบันการศึกษาทุกระดับ ทั้งระดับอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมกว่า 10,702 แห่งทั่วประเทศ ที่เชื่อมโยงผ่านเครือข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง และมีผู้ใช้งานมากกว่า 5,000,000 คน จึงจำเป็นต้องมีระบบเฝ้าระวังและป้องกันที่ครอบคลุมเพื่อปกป้องผู้รับบริการกลุ่มใหญ่กลุ่มนี้ไม่ให้ได้รับความเสียหาย
พันธกิจ
• ป้องกันเชิงรุก: สกัดกั้นและยับยั้งภัยคุกคามทางไซเบอร์ในทุกรูปแบบ ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อระบบและข้อมูลสำคัญของสถานศึกษา
• เฝ้าระวังภัยอย่างใกล้ชิด: ตรวจสอบ วิเคราะห์ และติดตามกิจกรรมทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจจับสัญญาณความผิดปกติและภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในแบบเรียลไทม์
• แจ้งเตือนฉับไว: รายงานและแจ้งเตือนเหตุการณ์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไปยังหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพื่อให้สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที
• ตอบสนองและแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ: ดำเนินการวิเคราะห์ หาสาเหตุ และแก้ไขปัญหาที่เกิดจากภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
• เสริมสร้างความตระหนักรู้: ให้ความรู้และสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ แก่บุคลากรและนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา
• พัฒนาศักยภาพ: พัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีของศูนย์ SOC อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถรับมือ กับภัยคุกคามที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไป
การเฝ้าระวังภัยคุกคาม
แบบเรียลไทม์ :
ตรวจสอบกิจกรรม ทางไซเบอร์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจจับสัญญาณของภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น
การแจ้งเตือนและตอบสนอง ต่อเหตุการณ์ :
แจ้งเตือนทันทีเมื่อพบเหตุการณ์ความปลอดภัยและดำเนินการตอบสนอง เพื่อลดผลกระทบ
การจัดการช่องโหว่ :
ระบุ ประเมินเหตุการณ์
และจัดการช่องโหว่ในระบบที่เกิดขึ้น
การวิเคราะห์ข้อมูลภัยคุกคาม :
รวบรวม วิเคราะห์ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลภัยคุกคามล่าสุด เพื่อป้องกันการโจมตีในอนาคต
เทคโนโลยีและเครื่องมือที่ใช้
1. SOAR: ระบบบริหารการตอบสนองภัยคุกคามแบบอัตโนมัติ
2. SIEM ระบบที่ทำหน้าที่เป็นสมองด้านความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ โดยจะวิเคราะห์ข้อมูล Log เพื่อ ตรวจจับภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ เช่น มัลแวร์ หรือแรนซัมแวร์
- ตรวจจับและแจ้งเตือนทันที: เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
- สืบสวนหาต้นตอ: สามารถวิเคราะห์ย้อนหลังเพื่อหาต้นตอของปัญหา
- เห็นภาพรวมความปลอดภัย: รวบรวมข้อมูลจากหลายส่วน ทำให้มองเห็นภาพรวมระบบได้อย่างชัดเจน
- อัปเดตภัยคุกคาม: เรียนรู้และอัปเดตข้อมูลภัยคุกคามใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อความแม่นยำในการตรวจจับ
3. DDoS protection ระบบป้องกันภัยที่ออกแบบมาเพื่อ รับมือการโจมตีแบบ DDoS โดยเฉพาะ ทำหน้าที่เหมือนเรดาร์ที่คอยสแกนทราฟฟิกเครือข่าย
- ตรวจจับและรับมือแบบเรียลไทม์: วิเคราะห์ข้อมูลเครือข่ายเพื่อหาพฤติกรรมผิดปกติและแจ้งเตือนทันที
- ป้องกันเชิงรุก: วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อวางแผนและปรับกลยุทธ์การป้องกันให้ทันสมัย
- แจ้งเตือนอัตโนมัติ: เมื่อมีการโจมตี จะแจ้งเตือนทันทีและสามารถสั่งการป้องกันอัตโนมัติ พร้อมสร้างรายงานความปลอดภัยให้คุณเข้าใจง่าย
ขอบเขตหน้าที่การปฏิบัติงาน
การเฝ้าระวังและการตรวจจับภัยคุกคาม (Cyber Threat Monitoring)
เฝ้าระวังและตรวจจับการโจมตีทางไซเบอร์บนเครือข่ายสารสนเทศตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านระบบ Cyber Map และ Dashboard แสดงผลแบบ Real-time
การจัดการและตอบสนองเหตุการณ์ภัยคุกคาม (Incident Response & Case Management)
คัดกรองและแจ้งเตือนเหตุการณ์ผิดปกติ เพื่อส่งต่อให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
บันทึกข้อมูลและประวัติการแก้ปัญหาอย่างละเอียด พร้อมให้คำแนะนำ ในการรับมือภัยคุกคามอย่างเป็นระบบ
การเฝ้าระวังภัยเครือข่ายและการป้องกัน DDoS (DDoS & Network Traffic Protection)
วิเคราะห์ข้อมูลการจราจรบนเครือข่าย (Network Flow) ของ UniNet และสถาบันสมาชิก เพื่อตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติ
ตรวจจับ แจ้งเตือน และบรรเทาความรุนแรงจากการโจมตีประเภท Denial of Service (DoS/DDoS) พร้อมระบบสืบค้นข้อมูลผู้โจมตีทันที
การจัดการกระบวนการตอบสนองอัตโนมัติ (Security Automation & SOAR)
พัฒนาและขับเคลื่อนกระบวนการตอบสนองภัยคุกคามอัตโนมัติ (Playbook) เพื่อลดเวลาและขั้นตอนการทำงานด้วยมือของเจ้าหน้าที่
บูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับฐานข้อมูลความปลอดภัยอัจฉริยะระดับสากล (Threat Intelligence) เพื่อการวิเคราะห์ที่แม่นยำ
การบริหารจัดการและสืบค้นข้อมูลบันทึกระบบ (Log Search & Storage Management)
บริหารจัดการและให้บริการสืบค้นข้อมูล Log แบบออนไลน์ย้อนหลัง เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบและพิสูจน์หลักฐานดิจิทัล
ดูแลความปลอดภัยของไฟล์ Log ดิบด้วยการเข้ารหัสที่ได้มาตรฐาน และจัดการระบบสำรองข้อมูล (Archive) อย่างปลอดภัย
การออกรายงานและการปฏิบัติตามมาตรฐาน (Reporting & Compliance)
จัดทำรายงานสรุปสถานการณ์ความปลอดภัย (Cyber Security Report) แบบอัตโนมัติ ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน
รองรับการออกรายงานวิเคราะห์ที่สอดคล้องตามกรอบมาตรฐานสากล ISO 27001 และเก็บบันทึกประวัติการทำงาน (Audit Trail)
การดำเนินงาน Mitigation ที่ตรวจพบและแก้ไข ปี 2568
โครงสร้างการรายงานเหตุการณ์ (Incident Reporting Structure)
UniNet ได้ทำการจัดทำแผนผังโครงสร้างการรายงานเหตุการณ์ของบุคลากรภายในทีมรับมือฯ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้บริหารหน่วยงาน หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานรับแจ้งเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ตามกฎหมาย และหน่วยงานภายนอก เพื่อการทำงานที่เป็นระบบและตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงที
1. แผนการรับมือเหตุภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cybersecurity Incident Response Plan)
2. ขั้นตอนการรับมือภัยคุกคามแบบ Denial of Service/Distributed Denial-of-Service (DoS/DDoS Playbook)
3. ขั้นตอนการรับมือภัยคุกคามแบบ Data Breach (Data Breach Playbook)
4. ขั้นตอนการรับมือภัยคุกคามแบบ Ransomware (Ransomware Playbook)
5. ขั้นตอนการรับมือภัยคุกคามแบบ Web Defacement (Web Defacement Playbook)
Live Cyber Threat Map by threatmap.checkpoint.com
