Generated by All in One SEO v4.9.3, this is an llms.txt file, used by LLMs to index the site. # UniNet ## Sitemaps - [XML Sitemap](https://www.uni.net.th/sitemap.xml): Contains all public & indexable URLs for this website. ## Posts - [ปฏิรูปการเรียนรู้สู่อุดมศึกษา สร้างความเป็นเลิศทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษา แห่งอนาคต](https://www.uni.net.th/index.php/news/346/) - เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน : ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาความร่วมมือระหว่างห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา ครั้งที่ 35 “นักปฏิรูปการเรียนรู้แห่งห้องสมุดที่ปราดเปรียว” (Agilelibrary : the adaptive learning agent) โดยมี อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ซึ่งประกอบด้วย ผู้บริหารห้องสมุด ผู้บริหารสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยี ทั้งภาครัฐและเอกชน และผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 300 คน การประชุมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 20 มิถุนายน 2566 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ปทุมธานี รองฯ ศุภชัย กล่าวว่า โครงการความร่วมมือระหว่างห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา หรือที่เรียกกันว่า TLCจัดขึ้นเพื่อให้สมาชิกห้องสมุดต่าง ๆ ได้ติดตามความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในงานห้องสมุด และมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและประสบการณ์ร่วมกัน การสร้างเครือข่ายนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นการรวมพลังสู่ความเป็นเลิศ เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาห้องสมุดมหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ สร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายสารสนเทศห้องสมุดมหาวิทยาลัยและเครือข่ายอื่น ๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ นับ - [วธ. สอนทักษะเด็กไทยรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในโลกออนไลน์ เปิดค่ายครอบครัวคุณธรรม Seed Thailand รุ่นที่ 3](https://www.uni.net.th/index.php/news/1382/) - วธ. สอนทักษะเด็กไทยรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในโลกออนไลน์ เปิดค่ายครอบครัวคุณธรรม Seed Thailand รุ่นที่ 3 วันที่ 20 – 23 มิ.ย. 2566 ณ จังหวัดขอนแก่น หนุนเด็ก เยาวชน 20 จังหวัดภาคอีสาน เรียนรู้เทคนิคผลิตสื่อสร้างสรรค์ – เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม รู้เท่าทันสื่อ – รู้ทันข่าวปลอม – กลโกงและรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในโลกออนไลน์ ร่วมป้องกันปัญหาสังคมในปัจจุบัน - [ประมวลภาพบรรยากาศ WUNCA 46 ณ มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี](https://www.uni.net.th/index.php/news/12973/) - ภาพบรรยากาศงาน การประชุมเชิงปฏิบัติการ “การดำเนินกิจกรรมบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา” ครั้งที่ 46 (Workshop on UniNet Network & Computer Application – WUNCA46 ) ภายใต้แนวคิด Lifelong Learning in the Age of Artificial Intelligence: การเรียนรู้ตลอดชีวิตในยุคปัญญาประดิษฐ์ ระหว่างวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อาคารผาสุข กุลละวณิชย์ มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรีขอขอบพระคุณทุกหน่วยงาน ที่ร่วมสร้างบรรยากาศที่คึกคักและอบอุ่นแล้วพบกันใหม่ใน WUNCA 47​ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน#UniNet #WUNCA46 #BUUChan #กระทรวงอว - [การประชุมเชิงปฏิบัติการ WUNCA 46 ภายใต้แนวคิด Lifelong Learning in the Age of Artificial Intelligence: การเรียนรู้ตลอดชีวิตในยุคปัญญาประดิษฐ์](https://www.uni.net.th/index.php/news/12940/) - เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี จัดงานและพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การดำเนินกิจกรรมบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา” ครั้งที่ 46 ภายใต้แนวคิด “Lifelong Learning in the Age of Artificial Intelligence” (การเรียนรู้ตลอดชีวิตในยุคปัญญาประดิษฐ์) ณ อาคารผาสุข กุลละวณิชย์ มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรีโดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวต้อนรับ และรองศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา - [สบทศ. เข้าเยี่ยมชมความพร้อมสถานที่จัดงาน WUNCA 46 ณ ม.บูรพา วิทยาเขตจันทบุรี](https://www.uni.net.th/index.php/news/12724/) - คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (สบทศ.) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) เข้าเยี่ยมชมและตรวจสอบความพร้อมของสถานที่จัดงานการประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ครั้งที่ 46 (WUNCA 46) โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สราวุธ ศิริวงศ์ ผู้รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตจันทบุรี และคณบดีคณะเทคโนโลยีทางทะเล พร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ อาคารผาสุข กุลละวณิชย์ มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรีสำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ครั้งที่ 46 (WUNCA 46) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้แนวคิดหลักคือ “การเรียนรู้ตลอดชีวิตในยุคปัญญาประดิษฐ์ (Lifelong Learning in the Age of Artificial Intelligence)”สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการจัดงาน WUNCA 46 ได้ที่เว็บไซต์ทางการ: https://wunca46.uni.net.th/เฟซบุ๊กเพจ WUNCA: https://www.facebook.com/wunca.th - [การสัมมนาเครือข่าย​ ARIT Network 13 ผนึกกำลังม.ราชภัฏทั่วประเทศ เสริมความร่วมมือและความเข้มแข็งทางวิชาการ สู่ยุค Agentic AI](https://www.uni.net.th/index.php/news/12853/) - เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เครือข่ายสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ จับมือจัดงานสัมมนาวิชาการครั้งสำคัญ ARIT Network ครั้งที่ 13 ภายใต้แนวคิด “Generative AI to Agentic AI: Powering the Next Generation of Library and Digital Services” เพื่อเตรียมความพร้อมห้องสมุดและบริการดิจิทัลสู่โลกอนาคต โดยมี สำนักดิจิทัลเพื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในปีนี้ ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติคุ้มคำ จังหวัดเชียงใหม่​ภายในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์เกษรา ปัญญา รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป็นผู้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานจากทั่วประเทศ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กัลยา ใจรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักดิจิทัลเพื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ​โดยงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (สบทศ.) หรือ UniNet สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง - [รายงานประจำปี 2566](https://www.uni.net.th/index.php/annual-report/12810/) - ดาวน์โหลดรายงานประจำปี 2566 - [รายงานประจำปี 2567](https://www.uni.net.th/index.php/annual-report/12752/) - อ่านรายงานประจำปี 2567 - [รายงานผลการดำเนินการเพื่อจัดการความเสี่ยงการทุจริตที่เกี่ยวกับสินบน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568](https://www.uni.net.th/index.php/media/12588/) - ดาวน์โหลดเอกสาร รายงานผลการดำเนินการเพื่อจัดการความเสี่ยงการทุจริตที่เกี่ยวกับสินบน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568.pdf - [THEOS-2 ดาวเทียมสำรวจโลกดวงแรกของไทย คาดส่งขึ้นสู่อวกาศ ก.ย.นี้](https://www.uni.net.th/index.php/news/2504/) - รัฐบาลโชว์ผลงาน ผลักดันอุตสาหกรรมอวกาศของไทยสู่สากล THEOS -2 ดาวเทียมสำรวจโลกดวงแรกของไทย คาดนำส่งขึ้นสู่อวกาศ ก.ย.นี้ เดินหน้าสร้าง THEOS-3 วันนี้ (13 ส.ค. 66) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าความคืบหน้าโครงการดาวเทียม THEOS-2 ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจโลกดวงแรกของไทย มีการพัฒนาออกแบบโดยฝีมือคนไทย จะขึ้นสู่ห้วงอวกาศเป็นเวลา 3 ปี ขณะนี้ได้ประกอบและทดสอบเสร็จสิ้นแล้ว โดยคาดว่าจะถูกนำส่งขึ้นสู่อวกาศในช่วงเดือนกันยายน 2566 ณ ฐานปล่อยจรวดของเฟรนช์เกียนาในทวีปอเมริกาใต้ และดาวเทียมเล็ก THEOS-2A มีกำหนดการที่จะนำส่งขึ้นสู่อวกาศในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2566 เป็นต้นไป ณ ฐานปล่อยจรวดภายในศูนย์อวกาศสาธิต ธาวัน เมืองศรีหริโคตา ประเทศอินเดีย ทั้งนี้ กำหนดการสามารถเลื่อนได้ตามสถานการณ์และปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สถานะโครงการระบบดาวเทียมสำรวจพร้อมระบบภาคพื้นดิน และระบบแอปพลิเคชันภูมิสารสนเทศสำหรับโครงการระบบดาวเทียมเพื่อการพัฒนา THEOS-2 ประกอบและทดสอบเสร็จสิ้นแล้ว เก็บไว้ภายใต้สภาวะควบคุมสภาพแวดล้อม ณ Airbus Test Facility เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส โดยคาดว่าจะปล่อยสู่วงโคจรได้ปลายเดือนสิงหาคม ถึงกันยายน 2566 - [มิติใหม่ ศิริราชให้พบหมอที่บ้านด้วย Advance Telemedicine](https://www.uni.net.th/index.php/news/2855/) - เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า บริการทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพและสิทธิในช่วยเหลือค่ารักษาต่าง ๆ มักกระจุกตัวอยู่ตามโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ในกรุงเทพ ทำให้หลายคนจำเป็นต้องดิ้นรนเข้ามาหาหมอภายในเมือง และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คนไข้ล้นโรงพยาบาลที่ผ่านมา แม้โรงพยาบาลศิริราชจะพยายามพัฒนาระบบ Telemedicine ที่ทำให้หมอสามารถติดตามอาการคนไข้ผ่านวีดีคอล และจัดส่งยาทางไปรษณีย์แล้ว แต่หลาย ๆ โรคก็ไม่สามารถวีดีโอคอลได้ เพราะต้องมีการตรวจวัดความดัน ตรวจระดับน้ำตาลเลือด หรือค่าอื่น ๆ ที่คนไข้จำเป็นต้องเดินทางมาตรวจที่โรงพยาบาล Telemedicine จึงเหมาะกับโรคที่ไม่ซับซ้อนมากนักแต่ล่าสุด โรงพยาบาลศิริราชได้จับมือกับบริษัท Touch Technologies เตรียมพัฒนาระบบ Advance Telemedicine และระบบอื่น ๆ ที่ช่วยให้คนไข้สามารถพบหมอและรับยาได้ แม้จะเป็นโรคที่ซับซ้อนที่ต้องมีการตรวจวัดค่าต่าง ๆวิธีการคือ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาสถานีบริการทางการแพทย์ที่เปรียบเป็นเสมือนสาขาของโรงพยาศิริราช ในสถานีดังกล่าว จะมีตู้ Kiosk ที่สามารถตรวจค่าต่าง ๆ ได้ทั้งหมด ทั้งค่าปัสสาวะ ตรวจวัดค่าความดัน ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดโดยไม่ต้องเจาะนิ้ว และค่าอื่น ๆ เมื่อได้ค่าทั้งหมดแล้ว ข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งไปให้หมอเพื่อทำการวินิจฉัยร่วมขณะที่หมอวีดีโอคอลกับคนไข้ครับในตู้ Kiosk จะมีอุปกรณ์ที่ทันสมัย เครื่องมือทางการแพทย์ที่มีความล้ำหน้าและมีความแม่นยำ รวมทั้งมี AI ในการช่วยคัดกรองข้อมูลก่อนที่จะส่งให้แพทย์ ช่วยลดความผิดพลาดในขั้นตอนการตรวจ และช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้ไวขึ้นครับในเบื้องต้นสถานี - [ทำรูปอนิเมะ ระวังละเมิดลิขสิทธิ์ | พิเศษ เสตเสถียร](https://www.uni.net.th/index.php/news/2834/) - ในช่วงนี้เราจะเห็นการแปลงรูปถ่ายให้กลายเป็นรูปอนิเมะแบบการ์ตูนญี่ปุ่นกันอย่างแพร่หลาย ใครเห็นก็อยากเล่น เปลี่ยนภาพตัวเองเป็นภาพอนิเมะน่ารักๆ แอป (App) ที่ใช้เปลี่ยนภาพดังกล่าวคือ Loopsie แอปนี้กำลังเป็นกระแสมาก เพราะมีการดาวน์โหลดไปใช้แล้วกว่า 5 ล้านดาวน์โหลด แปลกแต่จริงคือ Loopsie เป็นผลงานการคิดค้นของวิศวกรคอมพิวเตอร์ชาวอิตาลี 3 คน และบริษัทซึ่งเป็นเจ้าของ Loopsie ก็คือบริษัท Kernel Sistemi S.r.l. มิใช่บริษัทญี่ปุ่นแต่ประการใด ความจริงก็มีแอปอื่นๆ ที่ทำงานคล้ายๆ กัน อีกเช่น Stable Diffusion ของบริษัท Stability AI สัญชาติอังกฤษ เป็นต้น Getty Images บริษัทแพลตฟอร์มรูปภาพที่รู้จักกันดีก็กำลังฟ้องร้อง Stability AI ผู้สร้างเครื่องมือศิลปะ AI อย่าง Stable Diffusion ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ในแถลงการณ์ของ Getty Images บอกว่า บริษัทเชื่อว่า Stability AI “คัดลอกและประมวลผลภาพหลายล้านภาพที่ได้รับการคุ้มครองโดยลิขสิทธิ์อย่างผิดกฎหมาย” เพื่อฝึกอบรมซอฟต์แวร์ของตน และ Getty Images ได้ดำเนินการทางกฎหมายในศาล - [ถึงเวลาปรับตัว Generative AI มาแรง กระทบ 300 ล้านตำแหน่งงานทั่วโลก](https://www.uni.net.th/index.php/news/2865/) - ข้อมูลจาก IBM เผยว่า 40% ของพนักงานทั่วโลกจะต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ในอีก 3 ปีข้างหน้าเนื่องจากการมาของ Generative AIข้อมูลดังกล่าวมาจาก IBM Institute for Business Value (IBV) ซึ่งได้ทำการศึกษากับผู้บริหารระดับ C 3,000 คนจาก 28 ประเทศ รวมทั้งคนงานกว่า 21,000 คนใน 21 ประเทศผู้บริหารเชื่อว่า 4 ใน 10 คนในสายงาน หรือประมาณ 1.4 พันล้านคน จะต้องได้รับทักษะใหม่อันเป็นผลมาจากบริษัทต่างๆ ที่ใช้ Generative AI และระบบอัตโนมัติแม้ว่าพนักงานทุกระดับจะได้รับผลกระทบ แต่งานระดับเริ่มต้นหรือ Entry-Level จะได้รับผลกระทบจาก Generative AI มากที่สุด และการศึกษาในเดือนมีนาคมพบว่า Generative AI อาจส่งผลกระทบต่อตำแหน่งงาน 300 ล้านตำแหน่งทั่วโลก แต่ผู้บริหารที่อยู่ในผลสำรวจกว่า 87% ในรายงานของ - [เดินหน้ารุกแผน AI แห่งชาติ เผยผล 1 ปีการดำเนินงาน พร้อมปักธงโปรเจกต์ใหญ่ พัฒนาข้อมูล AI หนุนการแพทย์](https://www.uni.net.th/index.php/news/2874/) - ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) ที่สามารถทลายขีดจำกัดของมนุษย์ และพัฒนาได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดังเช่น ChatGPT และ Midjourney ที่ทำงานได้ซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ทุกวันนี้ทั่วโลกไม่อาจปฏิเสธต่อการนำ AI มาประยุกต์ใช้กับกิจกรรมแทบทุกภาคส่วน เช่น ด้านอุตสาหกรรม การเกษตร การแพทย์ การศึกษา การท่องเที่ยว หรือแม้แต่ในด้านการตลาด AI ยังมีบทบาทสำคัญในการวางกลยุทธ์ เจาะลึกพฤติกรรมลูกค้า และสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เป็นกระแสความนิยมบนโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างยอดขายให้ธุรกิจ ขณะที่หน่วยงานภาครัฐเริ่มนำ AI มาใช้เพิ่มคุณภาพการบริหาร การให้บริการ รวมถึงการร้องเรียนต่าง ๆ เพื่อดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง หากแต่ว่าแม้ AI จะมีคุณอนันต์ ในทางกลับกันก็ทำให้เกิดโทษมหันต์ได้ หากรู้ไม่เท่าทัน นำไปใช้ในทางที่ผิด หรือไม่มีหน่วยงานที่พร้อมกำกับดูแลใกล้ชิดเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนา AI ที่จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจ ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในทุกมิติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดทำ “แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565–2570” (Thailand National AI - [ผู้บริหาร 160 บริษัทลงนามในจดหมายเปิดผนึกต้านร่างกฎหมาย AI ของ EU](https://www.uni.net.th/index.php/news/1749/) - ผู้บริหาร 160 บริษัทร่วมกันลงนามในจดหมายเปิดผนึกคัดค้านร่างกฎหมายปัญญาประดิษฐ์ของสหภาพยุโรป เพราะเชื่อว่าจะเป็นภัยต่อการแข่งขันและอธิปไตยทางเทคโนโลยีผู้ที่ริเริ่มการร่างจดหมายฉบับนี้ ได้แก่ เซดิริก โอ (Cédric O) อดีตรัฐมนตรีดิจิทัลของฝรั่งเศส จาเนตต์ ซู เฟอร์สเตนเบิร์ก (Jeannette zu Fürstenberg) ผู้รวมก่อตั้ง La Famiglia VC และ เรเน โอเบอร์มันน์ (René Obermann) ประธาน Airbusบริษัทที่ผู้บริหารเข้ามาร่วมลงนามมีทั้ง Meta เจ้าของ Facebook จากสหรัฐอเมริกา Renault บริษัทยานยนต์จากฝรั่งเศส Cellnex ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจากสเปน Berenberg ธนาคารเพื่อการลงทุนจากเยอรมนี และอื่น ๆ อีกมากร่างกฎหมายที่ว่านี้มีเนื้อหาที่จะบังคับให้ปัญญาประดิษฐ์อย่าง ChatGPT ต้องเปิดเผยข้อมูลที่สังเคราะห์ขึ้น ช่วยจำแนกภาพ Deepfake และป้องกันการสร้างเนื้อหาผิดกฎหมายโอชี้ว่าเป้าหมายของจดหมายฉบับนี้เพื่อโจมตีร่างฉบับของรัฐสภายุโรปที่มุ่งเปลี่ยนหลักแนวคิดจากเน้นความเสี่ยง ไปเป็นเน้นเทคโนโลยี ในจดหมายยังเตือนว่าร่างกฎหมายนี้อาจทำให้โมเดลปัญญาประดิษฐ์ถูกกำกับอย่างหนัก และเพิ่มต้นทุนมหาศาลให้กับผู้พัฒนาระบบเหล่านี้นอกจากนี้ ยังจะทำให้บริษัทต่าง ๆ ย้ายฐานธุรกิจออกไปนอกสหภาพยุโรปและนักลงทุนก็จะถอนการลงทุนด้วยในทางกลับกัน แซม อัลต์แมน (Sam Altman) - [มหาวิทยาลัยไทย ติดอันดับระดับโลก2024 จาก Quacquarelli Symonds](https://www.uni.net.th/index.php/news/1734/) - มหาวิทยาลัยไทย ติดอันดับระดับโลก ประจำปี 2024 จาก Quacquarelli Symonds (QS) เพิ่มขึ้นจาก 10 แห่งเป็น 13 แห่ง ทุกมหาวิทยาลัยได้อันดับสูงขึ้น ขณะที่ 3 มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับเข้ามาใหม่เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ศ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า Quacquarelli Symonds (QS) ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำระดับโลกด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษา ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ประจำปี 2024 (World University Rankings 2024) โดยใช้หลักพิจารณาความเป็นเลิศใน 9 ด้าน ประกอบไปด้วย ชื่อเสียงด้านวิชาการ (Academic Reputation) ทัศนคติของผู้จ้างงานต่อบัณฑิตของแต่ละมหาวิทยาลัย (Employer Reputation) สัดส่วนคณาจารย์ต่อนักศึกษา (Faculty Student Ratio) สัดส่วนจำนวนการอ้างอิงต่อผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ (Citations per Faculty) - [#Dek67 เตรียมตัว! ทปอ.ประกาศปฏิทิน ทีแคส67 สอบ A-Level -TGAT-TPAT](https://www.uni.net.th/index.php/news/1714/) - #Dek67 เตรียมตัว! ทปอ.ประกาศปฏิทิน ทีแคส67 สอบ A-Level -TGAT-TPATเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ “Mytcas.com” โดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) โพสต์ภาพและข้อความเปิดปฏิทินระบบการคัดเลือกกลางคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2567 หรือทีแคส 67 ดังนี้ปฏิทินการรับสมัคร ทีแคส 67 จะเริ่มเปิดลงทะเบียนใช้งานในระบบ ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2566 การสมัครยังคงเปิดรับสมัคร 4 รอบ ได้แก่ รอบ 1 แฟ้มสะสมผลงาน วันรับสมัครตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด ประกาศผลในระบบ 6 กุมภาพันธ์ 2567 ยืนยันสิทธิในระบบ 6-7 กุมภาพันธ์ 2567 สละสิทธิในระบบ 8 กุมภาพันธ์ หรือ 4 พฤษภาคม 2567รอบ 2 โควต้า วันรับสมัครตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด ประกาศผลในระบบ 2 - [ซินโครตรอนคว้า Bronze Award จากผลงานเปลี่ยนขยะเป็น “กราฟีน”](https://www.uni.net.th/index.php/news/2576/) - ผลงานเปลี่ยนขยะเป็น “กราฟีน” โดยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) คว้า Bronze Award จากงานมหกรรมวิจัยแห่งชาติ 2566 ชูของเหลือทิ้งให้กลายเป็นวัสดุมีค่าแห่งอนาคต ดร.ศรายุทธ ตั้นมี หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “ผลงานเปลี่ยนขยะเป็นกราฟีนมูลค่าสูง ผลงานวิจัยของ ดร.พัฒนพงศ์ จันทร์พวง หัวหน้าฝ่ายพัฒนาเทคนิคและวิศวกรรม ได้รับ Bronze Award จากงานมหกรรมวิจัยแห่งชาติ 2566 ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระหว่างวันที่ 7-11 สิงหาคม 2566 ณ ห้องประชุม ชั้น 22-23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ดร.ศรายุทธ ตั้นมี กล่าวต่อไปว่า ผลงานดังกล่าวเป็นงานวิจัยที่นำขยะมาผลิตเป็นกราฟีน ด้วยระบบสังเคราะห์กราฟีนด้วยการให้ความร้อนฉับพลัน โดยเลือกขยะที่มีไฮโดรคาร์บอนเป็นองค์ประกอบหลัก เช่น ขวดน้ำเกลือ ขวดพลาสติก ยางรถยนต์ กาบมะพร้าว - [การโจมตีทางไซเบอร์ระงับการให้บริการโรงพยาบาลใน 5 รัฐของสหรัฐฯ](https://www.uni.net.th/index.php/news/2360/) - การโจมตีทางไซเบอร์ทำให้ระบบการทำงานของโรงพยาบาลหลายแห่งในหลายรัฐของสหรัฐอเมริกาใช้งานไม่ได้ ทำให้ต้องปิดห้องฉุกเฉิน งดรับรถพยาบาล และย้ายผู้ป่วยไปรักษาที่อื่นเหตุการณ์นี้เริ่มขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (3 สิงหาคม) ต่อสถาบันทางการแพทย์ที่ Prospect Medical Holdings ดูแลอยู่ ทำให้โรงพยาบาลในแคลิฟอร์เนีย เท็กซัส คอนเนตทิคัต โรดไอแลนด์ และเพนซิลเวเนีย ได้รับผลกระทบด้าน Prospect Medical Holdings เผยว่าได้ปิดระบบชั่วคราวเพื่อคุ้มครองข้อมูลและได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรภายนอกในการตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเน้นการดูแลผู้ป่วยเป็นหลัก โดยบริษัทมีทีมในระดับประเทศที่คอยประเมินผลกระทบอยู่โรงพยาบาล 2 แห่งในคอนเนตทิคัตต้องปิดห้องฉุกเฉิน ย้ายผู้ป่วยในสถานพยาบาลใกล้เคียง และกลับไปใช้การบันทึกข้อมูลบนกระดาษนอกจากนี้ การผ่าตัดที่ไม่ฉุกเฉิน การบริจาคเลือด และบริการอื่น ๆ ต้องระงับออกไปก่อนสำนักงานสืบสวนกลาง (FBI) ในรัฐคอนเนตทิคัตแถลงว่ากำลังทำงานร่วมกับหน่วยบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ และเหยื่อในการสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น - [หายนะแน่ ! GISTDA เตือน เอกชนควรเตรียมพร้อมรับ พายุสุริยะ เหลือเวลาอีก 730 วัน](https://www.uni.net.th/index.php/news/1810/) - GISTDA เตือนเอกชนเร่งหาทางป้องกัน “พายุสุริยะ” ที่เกิดขึ้นทุก 11 ปี คาดรอบนี้ค่อนข้างรุนแรงพร้อมยันเน็ตล่มแน่ หากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวนสัญญาณหนักจนโรงไฟฟ้าระเบิดดร.สิทธิพร ชาญนำสิน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศ GISTDA (จิสด้า) กล่าวในรายการสปริง ดิจิทัลไลฟ์ อัปเดต ที่จะออกอากาศในวันที่ 6 ก.ค.66 นี้ ว่า จากข้อมูลที่นาซาแจ้งเตือนมานั้น หากย้อนกลับไปดูข้อมูลที่ให้มาพบว่า ปัญหาพายุสุริยะนี้ จะวนมาเกิดขึ้นทุก 11 ปี ในรูปแบบลมสุริยะและจะเกิดซ้ำอีก ทั้งนี้ ลมสุริยะ จะเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็กอย่างรวดเร็วกลายเป็นพายุสนามแม่เหล็ก ส่งผลกระทบให้ระบบการสื่อสาร คลื่นความถี่สูงและต่ำหาย ไม่สามารถใช้งานเครือข่ายและไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ส่งผลกระทบต่อดาวเทียมสื่อสาร ทำให้โทรศัพท์มือถือไม่สามารถใช้งานได้ แต่อาจไม่ถึงขั้นส่งผลให้ตัวเครื่องระเบิด แต่ถ้าเป็นกรณีที่ร้ายแรงแบบสุดๆ คือเกิด พายุแม่เหล็กโลก หรือ Geomagnetic strom ที่จะรุนแรงจนเกิดกระแสเหนี่ยวนำ ทำให้โรงงานไฟฟ้าระเบิดได้หากถามว่าปัญหานี้น่ากลัวไหม ต้องบอกว่า ต้องเตรียมพร้อมรับมือและวางแผนแก้ไขปัญหาล่วงหน้า ยิ่งถ้าเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโทรคมนาคมยิ่งมีความเสี่ยงด้านผลกระทบกับผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม ปัญหาดาวเทียมสื่อสารที่คาดการณ์ว่าอาจจะใช้งานไม่ได้หากเจอพายุสุริยะนั้น เป็นเพราะดาวเทียมคือด่านแรกที่จะเจอพายุก่อน ต่อมาคือ ชั้นบรรยากาศก็จะเชื่อมโยงกับพายุสนามแม่เหล็กโลก ทำให้ระบบการสื่อสารมีปัญหาและใช้งานไม่ได้ในทันที ยิ่งถ้าเป็นระบบ GPS ที่ทำงานร่วมกับดาวเทียมนั้น ย่อมมีปัญหาได้ ส่งผลให้ภาคธุรกิจที่เป็นระบบ Smart ใช้งานไม่ได้ในทันที อย่างไรก็ตาม - [ล้ำสุด ๆ มหาวิทยาลัย Harvard เปิดตัวอาจารย์ AI สอนเขียนโค้ดในภาคการศึกษาฤดูใบไม้ผลิ](https://www.uni.net.th/index.php/news/1755/) - ยุคสมัยใหม่ของการศึกษาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ล่าสุดมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเปิดตัวบอทอาจารย์ AI สอนเขียนโค้ดในภาคการศึกษาฤดูใบไม้ผลิโดยตัวบอตอาจารย์ AI ตัวนี้มีชื่อว่า ‘CS50’ เป็นเครื่องมือที่มีความคล้ายคลึงกับ ChatGPT ของ OpenAI มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือบุคลากรทั้งอาจารย์ และนักศึกษาในเรื่องของการขอความช่วยเหลือการเขียนโค้ดรูปแบบต่าง ๆ ทางมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้เล็งเห็นบอต CS50 ตัวนี้ว่า จะช่วยค้นหาข้อบกพร่องภายในโค้ด ให้คำแนะนำการเขียนโค้ด อธิบายความผิดพลาดของบรรทัดโค้ด และตอบคำถามจากผู้ใช้ที่ถามเข้ามา แต่ยังไงก็ตามในช่วงแรกของการทดสอบบอต CS50 ยังให้คำตอบที่ผิดพลาด และได้คะแนนทดสอบที่ต่ำกว่าเกณฑ์ในหลาย ๆ ครั้ง เดวิด เจ. มาลัน (David J. Malan) ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเดวิด เจ. มาลัน (David J. Malan) ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ยังออกมาให้ความเห็นว่า “บอต AI CS50 ถือว่าเป็นการวิวัฒนาการของการเรียนรู้ และเรายังคอยแจ้งนักศึกษาว่า นักศึกษาต้องมีวิจารณญาณในการรับข้อมูลที่ได้จากบอต พร้อมกับบอทตัวนี้จะช่วยเหลืองานของอาจารย์ และเจ้าหน้าที่ได้เป็นอย่างมาก”ที่มา : NyPost - [ศาลสูงอินเดียปฏิเสธคำขอ Twitter ที่ขอให้คำสั่งปิดกั้นเนื้อหาของรัฐบาลเป็นโมฆะ](https://www.uni.net.th/index.php/news/1765/) - ศาลสูงรัฐกรณาฏกะ ประเทศอินเดีย ปฏิเสธคำขอของ Twitter ที่ค้านคำสั่งรัฐบาลกลางอินเดียที่สั่งให้บล็อกทวีตและบัญชีผู้ใช้ Twitter บางราย พร้อมปรับเป็นเงิน 5 ล้านรูปี (ราว 2.1 ล้านบาท)ราจีฟ จันทราเซคาร์ (Rajeev Chandrasekhar) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศเผยว่าในคำตัดสินของศาลระบุว่ามีการส่งหมายไปยัง Twitter แล้ว แต่บริษัทไม่ยอมปฏิบัติตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Twitter มีข้อพิพาทกับรัฐบาลอินเดีย และไม่ใช่ครั้งแรกที่บริษัทพยายามยื่นคำร้องกับศาลให้ขวางคำสั่งลบเนื้อหาของรัฐบาลอินเดีย ส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับการต่อต้านรัฐบาลด้านจันทราเซคาร์อ้างว่า Twitter ไม่ยอมให้เหตุผลถึงการไม่ปฏิบัติตามแม้ว่าจะมีคำสั่งออกไปเป็นปีแล้วก็ตาม แต่กลับมาขอให้ศาลช่วยเหลือในตอนนี้อินเดียมีกฎหมายไอทีที่ให้อำนาจรัฐบาลในการปิดกั้นการเข้าถึงเนื้อหาบนฐานความเห็นผลด้านความมั่นคงแห่งชาติที่มา Reuters - [“กรุงไทย” จับมือ “สคส.” พัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมการคุ้มครองข้อมูล PDPA](https://www.uni.net.th/index.php/news/1784/) - นายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกำกับกฎเกณฑ์และกฎหมาย ธนาคารกรุงไทย และ ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” เพื่อยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ครอบคลุมการเสริมสร้างมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับสากล ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคธุรกิจ การพัฒนาบุคลากรให้เกิดความรู้ความเข้าใจ สนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการให้บริการทางวิชาการ หรือการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้ใช้บริการของธนาคาร และบริษัทในกลุ่มธุรกิจของธนาคาร พร้อมเผยแพร่และถ่ายทอดความรู้เรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ทุกภาคส่วนในสังคม โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน และกลุ่มเปราะบางโอกาสนี้ ธนาคารกรุงไทย และ สคส. ยังได้ร่วมกันพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาคการศึกษา เพื่อยกระดับทักษะการเรียนรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้เกิดความเชี่ยวชาญในการนำไปประยุกต์ใช้ ผ่านโครงการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับอุดมศึกษา (PDPA Challenge 2023 by Krungthai x PDPC) เป็นการต่อยอดการพัฒนาขีดความสามารถของนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่มีศักยภาพและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม - [แอปคลิกนิก เพิ่มทีมแพทย์-จุดกระจายยา รองรับขยายบริการพบหมอออนไลน์ผู้ป่วยบัตรทองในปริมณฑล](https://www.uni.net.th/index.php/news/2263/) - ‘แอปพลิเคชันคลิกนิก‘เผย ประชาชนตอบรับบริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 42 กลุ่มโรค ผ่านระบบเทเลเมดิซีนดีมากๆ เตรียมพร้อมจำนวนแพทย์และจุดกระจายยา รองรับการขยายพื้นที่ให้บริการใน 5 จังหวัดปริมณฑล หวังรักษามาตรฐานผู้ป่วยได้วิดีโอคอลกับแพทย์ทุกเคส-ระยะเวลาจัดส่งยาเกิน 3 ชม. เหมือนใน กทม. นายนีล นิลวิเชียร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คลิกนิกเฮลท์ จำกัด ผู้ให้บริการเทเลเมดิซีนผ่านแอปพลิเคชันคลิกนิก (Clicknic) กล่าวถึงภาพรวมการนำร่องให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 42 กลุ่มโรค (Common Illnesses) แก่ผู้มีสิทธิบัตรทองในพื้นที่ กทม. ผ่านระบบเทเลเมดิซีนว่า คลิกนิกเริ่มให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2566 และพบว่าได้รับการตอบรับจากประชาชนดีมาก อัตราการรับบริการซ้ำค่อนข้างสูง แม้แต่ผู้ใช้สิทธิประกันสังคมและสวัสดิการข้าราชการก็สะท้อนมาว่าอยากให้กองทุนสุขภาพของตัวเองเปิดให้รับบริการผ่านระบบเทเลเมดิซีนบ้างอีกด้วยนายนีล กล่าวต่อไปว่า การให้บริการช่วง 1-2 เดือนแรก การตอบรับยังไม่ค่อยดีนักเพราะประชาชนยังไม่คุ้นเคย ยังสงสัยว่าบริการนี้คืออะไร มีเพียงกลุ่มผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 ที่รับการดูแลจากคลิกนิกเข้ามารับบริการบ้างแต่ก็ยังเป็นกลุ่มเล็กๆ อย่างไรก็ดี จุดเปลี่ยนอยู่ในเดือนที่ 3 หลังเปิดให้บริการ ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบมากขึ้น และเมื่อประชาชนได้ลองเข้ามารับบริการแล้วรู้สึกเซอร์ไพรส์ ทำให้การตอบรับดีขึ้นอย่างมาก“เขารู้สึกว้าว เพราะบริการของคลิกนิกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นตรงที่จะได้วิดีโอคอลกับแพทย์ทุกเคส ไม่มีคุยผ่านแชท ทำให้คนไข้ประทับใจและมั่นใจในการกลับมารับบริการซ้ำ - [การแข่งขันทักษะทางไซเบอร์ระดับโรงเรียนทหาร-ตำรวจ และอุดมศึกษา ประจำปี 2566](https://www.uni.net.th/index.php/news/2140/) - เมื่อวันที่ 12 ก.ค.66 เวลา 08.30-16.30 น.🔹ทีมไซเบอร์โรงเรียนนายร้อยตำรวจได้เข้าร่วมการแข่งขันทักษะทางไซเบอร์ระดับโรงเรียนทหาร-ตำรวจ และอุดมศึกษา ประจำปี 2566 โดยมีศูนย์ไซเบอร์ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยเป็นเจ้าภาพ ในปีนี้มีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 17 สถาบัน ได้แก่ – โรงเรียนนายร้อยตำรวจ– โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า Advertisment – โรงเรียนนายเรือ– โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช– โรงเรียนเตรียมทหาร– โรงเรียนช่างฝีมือทหาร– โรงเรียนจ่าอากาศ– ศูนย์ไซเบอร์ทหาร– โรงเรียนทหารนาวิกโยธิน– โรงเรียนสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ– จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย– มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์– มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์– มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ– มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์– มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี– มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 🔹มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันรวม 41 ทีม (ทีมละ 3 คน) ในส่วนของโรงเรียนนายร้อยตำรวจส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน 4 ทีม ได้แก่ทีม SixthHUNTER, SeventhHUNTER, EighthHUNTER และ NinthHUNTERใช้เวลาการแข่งขัน 8 ชั่วโมง โดยโจทย์การแข่งขันแบ่งออกเป็น 9 หมวดหมู่ - [โออีซีดี เผยตำแหน่งงาน 27% เสี่ยงถูกเอไอแย่งไป](https://www.uni.net.th/index.php/news/2064/) - องค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาระหว่างประเทศ หรือ โออีซีดี (OECD) ออกโรงเตือนว่า ตำแหน่งงานมากกว่า 1 ใน 4 จะถูกทดแทนด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างง่ายดาย โออีซีดี ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 38 ประเทศ ตั้งแต่ประเทศร่ำรวยไปจนถึงประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างเม็กซิโกและเอสโตเนีย เผยรายงานทิศทางตลาดแรงงาน 2023 Employment Outlook เมื่อวันอังคารว่า 27% ของตำแหน่งงานในกลุ่มประเทศสมาชิกโออีซีดี มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกปัญญาประดิษฐ์แย่งงานไปโดยประเทศในยุโรปตะวันออกจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่วนตำแหน่งงานที่เสี่ยงสูงต่อการถูกเอไอแย่งไปนั้น คือ งานที่ใช้ทักษะราว 25 อย่างจาก 100 ทักษะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอพิจารณาว่าจะสามารถใช้เอไอมาแทนที่ได้อย่างง่ายดายแม้ว่าจะมีหลักฐานไม่มากว่าการคืบคลานเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดแรงงาน แต่นั่นอาจเป็นเพราะว่าการพัฒนาเอไอยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเมื่อปีที่แล้ว โออีซีดีสอบถามความเห็นแรงงานในกลุ่ม 5,300 คน ใน 2,000 บริษัทครอบคลุมตั้งแต่ภาคการผลิตไปจนถึงภาคการเงินในโออีซีดี พบว่า 3 ใน 5 คนกังวลว่าจะตกงานเพราะถูกเอไอแย่งงานไป ในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นการสำรวจก่อนการเปิดตัวแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ แชตจีพีที เสียด้วย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเอไอ 2 ใน 3 ของพนักงานที่ทำงานร่วมกับเอไอ เปิดเผยว่า ระบบปัญญาประดิษฐ์ทำให้ภาระงานของพวกเขาอันตรายหรือน่าเบื่อน้อยลงเลขาธิการใหญ่โออีซีดี - [“ม.มหิดล” พัฒนา “AI ตรวจจับคำหยาบ” ผลงานสร้างสรรค์สำหรับเด็กไทย เพื่อสังคมออนไลน์ที่ดี](https://www.uni.net.th/index.php/news/1891/) - ข้อมูลจากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้เด็กพูดจาหยาบคาย ส่วนหนึ่งเกิดจาก “พฤติกรรมเลียนแบบจากสื่อต่างๆ” ซึ่งสื่อสารด้วย “คำพูดหยาบคาย” กันจนดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ การปล่อยปละละเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กตั้งแต่ชั้นอนุบาล ที่มักจดจำและเลียนแบบจากบุคคลหรือสิ่งรอบตัวจนเติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีปัญหาทางบุคลิกภาพ จากการชอบพูดคำหยาบคาย และก้าวร้าวรุนแรงจนเป็นนิสัย รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภวงศ์ ทั่วรอบ และ อาจารย์ ดร.ธนพล นรเสฏฐ์ กลุ่มวิทยาการคอมพิวเตอร์ รวมถึงนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะ “ปัญญาของแผ่นดิ” ได้ร่วมกันคิดค้นอัลกอริทึม “FALCoN” (Foul and Abusive Language detection using Co-training in social Networks) ด้วยทุนสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อหาทางออกจาก “มุมมืดของสื่อสังคมออนไลน์” ดังกล่าว ด้วยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการตรวจจับคำพูดหยาบภาษาไทยในสื่อสังคมออนไลน์ และเป็นผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์แล้วในวารสารวิชาการระดับโลก “Information Processing & Management” - [วิเคราะห์! เมื่อ“Threads” ท้าชน “twitter” เกมนี้ใครเป็นผู้ชนะ? เป็นกระแสร้อนๆ ไปทั่วโลก สำหรับแอปพลิเคชั่นน้องใหม่ในเครือ เมตา คือ Threads (เธรดส์) หลังจาก“มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก” ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ “เมตา” ได้ประกาศ](https://www.uni.net.th/index.php/news/1853/) - เป็นกระแสร้อนๆ ไปทั่วโลก สำหรับแอปพลิเคชั่นน้องใหม่ในเครือ เมตา คือ Threads (เธรดส์) หลังจาก“มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก” ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ “เมตา” ได้ประกาศการเริ่มใช้งานแอปพลเคชัน “Threads” อย่างเป็นทางการเมื่อ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังเปิดให้บริการเพียงไม่เพียง 16 ชั่วโมง ก็มีจำนวนผู้ใช้งานจำนวนมากกว่า 30 ล้านคนไปแล้ว อีกทั้ง Threads ติดอันดับ 1 ของแอปพลิเคชั่นที่ดาวน์โหลดฟรีบน App Store ของแอปเปิลด้วย! อย่างไรก็ตามดูเหมือนทิศทาง Threads แม้ว่าจำนวนผู้ใช้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ในทางธุรกิจก็ต้องดูยาวๆ เมื่อทาง “อีลอน มัสก์” ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของทวิตเตอร์ (twitter) เตรียมยื่นฟ้อง “เมตา” เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา และความลับทางการค้า โดยระบุว่า เมตา ได้ว่าจ้างอดีตพนักงานของทวิตเตอร์ ที่ยังสามมารถเข้าถึงความลับทางการค้าของทวิตเตอร์ได้ รวมทั้งข้อมูลที่เป็นความลับขั้นสูงอื่น ๆ ด้วย ทั้งนี้ปัจจุบัน - [สบทศ. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ "AI in Action พลิกการทำงานด้วยพลัง AI" เสริมศักยภาพบุคลากร](https://www.uni.net.th/index.php/news/12543/) - เมื่อวันที่ 22-23 กันยายน 2568 สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (สบทศ.) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “AI in Action พลิกการทำงานด้วยพลัง AI” เพื่อยกระดับศักยภาพการทำงานของบุคลากรในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ณ โรงแรมริเวอร์ตัน อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม การจัดประชุมครั้งนี้ตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของบุคลากรภาครัฐ เพื่อรองรับการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 และนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกมิติของการทำงาน ตั้งแต่การศึกษา การวิจัย การบริหารจัดการองค์กร ไปจนถึงการให้บริการสาธารณะ โดยหลักสูตรการอบรมผสานความรู้เชิงทฤษฎีกับการปฏิบัติจริง ครอบคลุมการใช้เครื่องมือ AI ในงานเอกสาร การวิเคราะห์ข้อมูล การสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ และการพัฒนาระบบอัตโนมัติ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในงานประจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้คาดว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน และสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ AI - [สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) ได้รับการรับรอง ISO 27001:2022](https://www.uni.net.th/index.php/news/12525/) - UniNet ยกระดับความปลอดภัยข้อมูล ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO/IEC 27001:2022 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการให้บริการด้านเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการศึกษาและการวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุดสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) ภายใต้สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการได้รับการรับรองมาตรฐานสากลด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ISO/IEC 27001:2022 ซึ่งเป็นมาตรฐานล่าสุดจากสถาบันมาตรฐานสากล (International Organization for Standardization)การได้รับรองมาตรฐานในครั้งนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ UniNet ในการยกระดับระบบการบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ครอบคลุมทั้งบุคลากร เทคโนโลยี และกระบวนการทำงาน เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลสำคัญของผู้รับบริการที่เป็นสถาบันอุดมศึกษา บุคลากร และนักวิจัยทั่วประเทศ ได้รับการปกป้องจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่นับวันยิ่งมีความซับซ้อนผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการ UniNet กล่าวว่า “ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลมีความสำคัญสูงสุด UniNet ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลของสถาบันการศึกษาและผู้ใช้งานทุกรายเป็นอันดับแรก การได้รับการรับรอง ISO 27001:2022 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่การได้ใบประกาศ แต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเราในการดำเนินงานอย่างมีธรรมาภิบาลและมืออาชีพ เราอยากให้ผู้รับบริการมั่นใจได้ว่าข้อมูลของท่านจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดตามมาตรฐานสากล ทำให้ท่านสามารถใช้บริการเครือข่ายของเราได้อย่างไร้กังวล”นอกจากนี้ การได้รับรองมาตรฐานดังกล่าวยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ UniNet และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในการขยายความร่วมมือกับองค์กรทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยของข้อมูล - [พลิกโฉมวิจัยไทย "UniNet" เตรียมใช้ AI ยกระดับบริการ ThaiLIS สร้างคลังความรู้ชาติ มุ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลเพื่องานวิจัยไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/11931/) - UniNet จับมือ มจธ. เดินหน้าพลิกโฉมบริการเพื่อการศึกษาและงานวิจัย ด้วยเทคโนโลยี AI โดยมีเป้าหมายพัฒนา 5 บริการหลักใน ThaiLIS หรือ โครงการพัฒนาเครือข่ายระบบห้องสมุดในประเทศไทย โดยนำ AI มาเป็นเครื่องมือเชื่อมเครือข่ายสร้างคลังความรู้ที่เข้าถึงง่าย ครอบคลุมความรู้ทุกสาขา เป้าหมายพัฒนา AI ต่อเนื่อง 10 ปี ให้ทันสมัย ไม่ตกยุค หวังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยผลักดันและสร้างงานวิจัยที่สำคัญของไทย รศ.ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา (UniNet) กล่าวว่า โครงการพัฒนาเครือข่ายระบบห้องสมุดในประเทศไทย หรือ ThaiLIS เป็นส่วนงานสำคัญด้านการให้บริการฐานข้อมูลความรู้ ในลักษณะเครือข่ายห้องสมุด โดย UniNet ตั้งเป้าหมายนำ AI มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนา 5 บริการหลัก โดยเริ่มจาก “บริการฐานข้อมูลออนไลน์ (Reference Database)” ซึ่งเป็นแหล่งรวมฐานข้อมูลงานวิจัยจากทั่วโลก UniNet จะนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ คัดกรองว่าฐานข้อมูลใดคุณค่าและจำเป็นต่อการใช้งานของนักวิจัยไทยมากที่สุด เนื่องจากค่าลิขสิทธิ์ฐานข้อมูลเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 8% แต่มีงบประมาณที่จำกัด การนำ - [เปิดแล้ว! กับงานประชุม WUNCA ครั้งที่ 45 ภายใต้แนวคิด "SWU EDUVERSE: Empowering Education through AI" จุดประกายการเรียนรู้สูโลกแห่ง AI ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สถาบันอุดมศึกษาไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/11883/) - เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จัดงานและพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การดำเนินกิจกรรมบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา” ครั้งที่ 45 (45th WUNCA) โดยมี ดร.พันธ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดกล่าวเปิดงานนิทรรศการ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ชลวิทย์ เจียร์จิตต์ อธิการบดื่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และรองศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ตลอดจนผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ณ อาคารนวัตกรรม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรณ ประสานมิตรการประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการจัดการโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ ยกระดับระบบบเครือข่ายของสถาบันอุดมศึกษาไทยให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และตอบโจทย์การเรียนการสอนในยุคดิจิทัล ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืนไฮไลต์ของพิธีเปิดงานคือปาฐกถาพิเศษ “Empowering Education through Artificial Intelligence” - [มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แถลงความพร้อมเป็นเจ้าภาพ WUNCA ครั้งที่ 45 พร้อมเชื่อมโยงสถาบันการศึกษาทั่วประเทศสู่ยุค AI](https://www.uni.net.th/index.php/news/11813/) - วันที่ 22 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จัดงานแถลงข่าวเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการดำเนินกิจกรรมบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อการพัฒนาการศึกษา หรือ WUNCA ครั้งที่ 45 ภายใต้แนวคิด “Empowering Education through Artificial Intelligence” จุดประกายการเรียนรู้สู่โลกแห่ง AI ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 3-5 กันยายน 2568 โดยมี ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รองศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) รองศาสตราจารย์ ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชัยวัชร พรหมจิตติพงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและสื่อมวลชนเข้าร่วม ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี กล่าวว่า กระทรวง อว. มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการพัฒนาเครือข่ายดิจิทัลเพื่อการศึกษา โดยมุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศที่เชื่อมโยงสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานวิจัยทั่วประเทศผ่านเครือข่าย UniNet เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการเรียนการสอน - [สรุปภาพรวมงาน APAN 60: มุ่งสู่อนาคตเครือข่ายด้วย AI และ HPC](https://www.uni.net.th/index.php/news/11758/) - เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา UniNet ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุม APAN 60 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรม Grand Hyatt Hong Kong ภายใต้การดูแลของ Joint Universities Computer Centre (JUCC) การประชุมครั้งนี้เป็นการรวมตัวของนักวิจัย วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และนวัตกรรมล่าสุดในแวดวงเทคโนโลยีเครือข่ายขั้นสูงวัตถุประสงค์หลักของงาน APAN 60 คือการส่งเสริมความร่วมมือและการพัฒนาเครือข่ายเพื่อการวิจัยและการศึกษาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยปีนี้มาพร้อมกับไฮไลท์ของงานที่สอดคล้องกับกระแสโลกอย่าง “AI and HPC: Powering the Next Frontier” (AI และ HPC: ขับเคลื่อนพรมแดนใหม่) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง (High-Performance Computing – HPC) ในการผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยีเครือข่ายยุคใหม่การเข้าร่วมงาน APAN 60 ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับ UniNet โดยเราได้เรียนรู้และอัปเดตข้อมูลที่สำคัญหลายประการ:ความรู้ด้านเทคโนโลยีเครือข่ายขั้นสูง: - [รายงานประจำปี 2562](https://www.uni.net.th/index.php/annual-report/2667/) - ดาวน์โหลดรายงานประจำปี 2562 - [รายงานประจำปี 2561](https://www.uni.net.th/index.php/annual-report/2658/) - ดาวน์โหลดรายงานประจำปี 2561 - [รายงานประจำปี 2565](https://www.uni.net.th/index.php/annual-report/2903/) - ดาวน์โหลดรายงานประจำปี 2565 อ่านรายงานประจำปี 2565 - [รายงานประจำปี 2564](https://www.uni.net.th/index.php/annual-report/2671/) - ดาวน์โหลดรายงานประจำปี 2564 อ่านรายงานประจำปี 2564 - [รายงานประจำปี 2563](https://www.uni.net.th/index.php/annual-report/2669/) - ดาวน์โหลดรายงานประจำปี 2563 - [ประกาศขยายเวลาการลงทะเบียนเข้าร่วมงาน TLC ครั้งที่ 37](https://www.uni.net.th/index.php/news/11514/) - ขอแจ้งขยายเวลาลงทะเบียนเข้าร่วมงาน TLC ครั้งที่ 37 จากเดิมปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 20 มิถุนายน 2568 เป็นวันที่ 30 มิถุนายน 2568ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่สถาบันที่อยู่ระหว่างดำเนินการขออนุมัติการเข้าร่วมงาน จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ ขอแสดงความนับถือคณะผู้จัดงาน TLC ครั้งที่ 37 💻 ลิงก์ลงทะเบียน : https://tlc.uni.net.th/tlc-regis/tlc37-regis.php 🌐 รายละเอียดเพิ่มเติม : https://tlc.uni.net.th/tlc37/index.html - [ประกาศเรื่อง การขยายจำนวนสิทธิ์ในการลงทะเบียนเข้าร่วมงาน TLC ครั้งที่ 37](https://www.uni.net.th/index.php/news/11498/) - เพื่ออำนวยความสะดวกแก่สถาบันที่มีความประสงค์เข้าร่วมงาน TLC ครั้งที่ 37 ในการวางแผนการเดินทางและการสำรองที่พักล่วงหน้า คณะผู้จัดงานจึงขอแจ้งการขยายจำนวนผู้เข้าร่วมงานจากสถาบันเดียวกัน จากเดิมไม่เกินสถาบันละ 3 ท่าน เป็นไม่เกินสถาบันละ 5 ท่านสำหรับสถาบันที่ได้ดำเนินการลงทะเบียนผ่านระบบแล้ว สามารถลงทะเบียนเพิ่มเติมได้ตามจำนวนสิทธิ์ใหม่ โดยไม่เกินสถาบันละ 5 ท่าน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ขอแสดงความนับถือคณะผู้จัดงาน TLC ครั้งที่ 37 - [สบทศ. ร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวง อว. ครบรอบ 6 ปี](https://www.uni.net.th/index.php/news/11424/) - วันที่ 2 พ.ค. 68 สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (สบทศ.) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) นำโดยรองศาสตราจารย์ประมา ศาสตระรุจิและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรอาหารแห้งและถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป จากวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวง อว. ครบรอบ 6 ปี โดยมี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง นายวันนี นนท์ศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวง พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงาน ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารอุดมศึกษา 2 สป.อว. - [เปิดรับสมัครแล้ว! CTF Boot Camp 2025 และแนะแนวอาชีพทางด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์](https://www.uni.net.th/index.php/news/11233/) - [สบทศ. จับมือ วช. หารือแนวทางเชื่อมโยงฐานข้อมูล มุ่งยกระดับฐานข้อมูลงานวิจัยแห่งชาติ](https://www.uni.net.th/index.php/news/11125/) - วันที่ 21 มีนาคม 2568 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว) นำโดยรองศาสตราจารย์ประมา ศาสตระรุจิ กองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 3 สำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) หารือแนวทางการเชื่อมโยงฐานข้อมูลงานวิจัยกับ UniNet และศึกษาดูงาน ณ ห้อง Data Center ชั้น 9 อาคารอุดมศึกษา 1 การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการระบบฐานข้อมูลงานวิจัยจากหน่วยงานทั้งสองให้สามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงข้อมูลงานวิจัยของประเทศ อำนวยความสะดวกให้แก่นักศึกษา นักวิจัย นักวิชาการ และประชาชนทั่วไปในการสืบค้นข้อมูล อีกทั้งยังส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ การพัฒนาระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลงานวิจัยของไทยให้มีมาตรฐานและทันสมัย สอดคล้องกับนโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยการวิจัยและนวัตกรรม - [สบทศ. จัดประชุมวิชาการปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมองค์ปัจุบันสู่อนาคต เชื่อมโยงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/news/11103/) - เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (สบทศ.) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ได้จัดการประชุมเชิงวิชาการเพื่อนำเสนอต้นแบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่สอดคล้องกับสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture: EA) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบเดิมให้มีความสมบูรณ์และรองรับการทำงานในอนาคต การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการนำเสนอต้นแบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สอดคล้องกับสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture: EA) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบเดิมให้สมบูรณ์และรองรับการทำงานในอนาคต โดยดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 4 ของแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ความคืบหน้าที่นำเสนอครอบคลุมแบบแผนสถาปัตยกรรมองค์กร 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านธุรกิจ แอปพลิเคชัน ข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน และความมั่นคงปลอดภัย พร้อมแสดงต้นแบบระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการดำเนินงานในอนาคต การพัฒนาระบบนี้จะช่วยบูรณาการข้อมูล ปรับปรุงกระบวนการทำงาน ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับ - [การสัมมนาเครือข่ายสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 12 เสริมความร่วมมือและความเข้มแข็งทางวิชาการ ภายใต้แนวคิด ‘The Future of AI: Artificial Super Intelligence’](https://www.uni.net.th/index.php/news/11080/) - เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (สบทศ.) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ได้รับเกียรติจาก สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นประธานกล่าวเปิดงานการสัมมนาเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ ครั้งที่ 12 ภายใต้หัวข้อ “The Future of AI: Artificial Super Intelligence” (12th ARIT Network) และได้รับการกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการสัมมนาจาก ดร.มงคล ทะกอง ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ในโอกาสนี้ รศ.ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา กล่าวถึงอนาคตของการศึกษาที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นความท้าทายและแนวทางใหม่ ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) - [สบทศ. เดินหน้าปฏิรูปสถาปัตยกรรมองค์กร มุ่งยกระดับบริการทางการศึกษา](https://www.uni.net.th/index.php/news/11047/) - เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (สบทศ.) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ได้จัดประชุมแผนปฏิบัติการเชิงรุกและแผนปฏิรูปสถาปัตยกรรมองค์กร เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาองค์กรให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงและตอบสนองความต้องการของภาคการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การประชุมดังกล่าวมีบุคลากรของ สบทศ. เข้าร่วมกว่า 30 คน โดยให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กรให้ก้าวสู่เป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางบริหารจัดการทรัพยากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อสนับสนุนการศึกษาและการวิจัย ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรร่วมกัน และพัฒนาองค์ความรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม นอกจากนี้ การสื่อสารองค์กรถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา โดยมุ่งเน้นการสร้างแนวทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่กลุ่มเป้าหมาย เสริมสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรให้เป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ทั้งนี้ การวางแผนและจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปองค์กร รวมถึงการเชื่อมโยงระหว่างกลยุทธ์ทางการศึกษากับเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) โดยใช้กรอบแนวคิดด้านสถาปัตยกรรมองค์กร (EA) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล - [กระทรวง อว. จับมือพันธมิตรเปิดทดลองใช้ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ 14 ฐาน เสริมศักยภาพงานวิจัยไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/11021/) - วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับบริษัท บุ๊ค โปรโมชั่น แอนด์ เซอร์วิส จำกัด จัดพิธีเปิดโครงการทดลองใช้งานฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการสืบค้นข้อมูล (ออนไลน์) ประจำปีงบประมาณ 2568 จำนวน 14 ฐานข้อมูล เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้วิธีการใช้งานแพลตฟอร์มต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความรู้ ซักถามข้อสงสัย และมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิด ในโอกาสนี้ รศ.ดร.ประมา กล่าวว่า “การอบรมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับสถาบันการศึกษาในการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถทางวิชาการให้กับนักวิจัย คณาจารย์ และนักศึกษา” ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะสามารถเข้าถึงทรัพยากรทางวิชาการอันทรงคุณค่าเป็นระยะเวลา 6 เดือน - [จบไปแล้วกับ WUNCA ครั้งที่ 44 ภายใต้แนวคิด "Digital Transformation for Creative Sustainability" งานประชุมเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาระดับประเทศ](https://www.uni.net.th/index.php/news/10962/) - เมื่อวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา งานประชุมเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (WUNCA) ครั้งที่ 44 ได้จัดขึ้น ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 80 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ พร้อมทั้งผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้เชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และบุคลากรจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ การประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Digital Transformation for Creative Sustainability” ปรับ เปลี่ยน ขับเคลื่อนอนาคตสู่ความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนในสถาบันการศึกษา โดยได้รับเกียรติจากนายศุภชัย ใจสมุทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ และรองศาสตราจารย์ ดร. ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน - [เริ่มแล้วงานประชุม WUNCA ครั้งที่ 44 ภายใต้แนวคิด "Digital Transformation for Creative Sustainability"](https://www.uni.net.th/index.php/news/10902/) - วีดิทัศน์เปิดงาน Wunca ครั้งที่ 44 ภายใต้แนวคิด “Digital Transformation for Creative Sustainability” รองศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา เชิญชวนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศฯ ในงาน Wunca ครั้งที่ 44 การประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ครั้งที่ 44 (The 44th Workshop of the University Network for Connecting and Advancing the Country) หรือ WUNCA ครั้งที่ 44 จัดขึ้นในวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด “Digital Transformation for Creative Sustainability” หรือการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน โดยมีสถาบันอุดมศึกษาของไทยกว่า 80 แห่งเข้าร่วมพัฒนาเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศภายในงานมีการบรรยายและการเสวนาจากวิทยากรมากมายหลายท่าน - [นักวิชาการชี้ทางรอด "วงการสื่อปี 2025" มุ่งนิชมาร์เก็ตเชิงลึก](https://www.uni.net.th/index.php/news/10872/) - นักวิจัยจุฬาฯ แนะสื่อไทยต้องปรับตัวด่วนรับปี 2025 เผยโมเดลธุรกิจแบบเดิมไม่รอด พร้อมชี้ช่องทางใหม่ที่มาแรงในปีหน้า มุ่ง “นิชมาร์เก็ต” เน้นวิเคราะห์เชิงลึกเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 งานประกวด “รางวัลข่าวดิจิทัลยอดเยี่ยม ประจำปี 2567” (Digital News Excellence Awards 2024) ที่จัดขึ้นโดยสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) ได้เปิดเวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “Thailand Digital Newsroom 2025” โดยมีนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญในวงการสื่อดิจิทัลร่วมอภิปรายถึงอนาคตของห้องข่าวดิจิทัลไทย รวมถึงความท้าทายและแนวทางในการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของอุตสาหกรรมข่าว รศ.พิจิตรา ศุภสวัสดิ์กุล นักวิจัยจากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมอภิปราย ได้กล่าวถึงมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางของวงการข่าวไทยในปี 2025 ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับปัจจัยแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งจากปัจจัยในประเทศและระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความผันผวนด้านเศรษฐกิจและการเมือง รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงความท้าทายของวงการข่าว: ปีแห่งความเปลี่ยนแปลงรศ.พิจิตราเริ่มต้นด้วยการกล่าวว่า วงการข่าวไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ เธอชี้ว่า ปี 2025 จะเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับอุตสาหกรรมข่าวในไทย โดยเฉพาะเมื่อผู้บริโภคคุ้นเคยกับการเสพข่าวสารออนไลน์ฟรี ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ขององค์กรข่าวที่พึ่งพาโฆษณาเป็นหลัก “บิสซิเนสโมเดลของข่าวไทยในตอนนี้เป็นแบบ ‘ดูฟรี’ ซึ่งทำให้การกลับไปสู่รูปแบบที่ผู้บริโภคต้องจ่ายเงินเพื่อเสพเนื้อหากลายเป็นเรื่องยาก การพึ่งพาโฆษณาก็ไม่เพียงพอ เพราะรายได้จากโฆษณาออนไลน์แตกกระจายไปยังคู่แข่งรายใหม่ ๆ เช่น อินฟลูเอนเซอร์ - [จุฬาฯ ผนึก Google Cloud เปิดตัว 'ChulaGENIE' ระบบ AI เพื่อการศึกษา](https://www.uni.net.th/index.php/news/10863/) - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อการศึกษา ด้วยการจับมือ Google Cloud เปิดตัว ‘ChulaGENIE’ Generative AI อัจฉริยะเพื่อการศึกษามุ่งยกระดับการเรียนการสอนและการวิจัยในระดับอุดมศึกษา พร้อมให้บริการแก่ประชาคมจุฬาฯ ต้นปี 68ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า “เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ในการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำด้าน AI ของประเทศไทย วันนี้จุฬาฯ ได้จับมือกับ Google Cloud พันธมิตรระดับโลกเพื่อเร่งรัดการพัฒนา Responsible AI เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมไทยในระยะยาว โดยการใช้แพลตฟอร์ม Vertex AI ของ Google Cloud ซึ่งรวมเอาความสามารถที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวไว้ในที่เดียว รวมถึงความยืดหยุ่นในการเลือกโมเดลผ่าน Model Garden และความสามารถในการปรับแต่งโมเดลพื้นฐานที่ทรงพลังให้เหมาะกับความต้องการที่หลากหลายและการตอบสนองได้แม่นยำด้วยความสามารถเหล่านี้ ทำให้จุฬาฯ สามารถพัฒนา ChulaGENIE (Chula’s Generative AI Environment for Nurturing Intelligence and Education) ได้ภายในเวลาไม่ถึงสามเดือนระบบ AI อัจฉริยะเพื่อการศึกษาChulaGENIE ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม Vertex AI ของ Google Cloud โดยในระยะแรกจะรองรับการใช้งานโมเดล Gemini 1.5 Flash และ Gemini - [เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ใครกันที่เสี่ยงต่อภัยไซเบอร์?](https://www.uni.net.th/index.php/news/10856/) - ภัยไซเบอร์หรือปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในปัจจุบันมีจำนวนมากและมูลค่าความเสียหายมหาศาล ระหว่าง 1 มีนาคม 2565-30 มิถุนายน 2567 พบว่ามีการแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด 575,507 เรื่องคดีที่แจ้งผ่านเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com และสายด่วน 1441 คิดเป็นประมาณ 77% ของคดีทั้งหมด มูลค่าความเสียหายคดีออนไลน์รวมกว่า 65,715 ล้านบาท เฉลี่ยความเสียหายวันละกว่า 80 ล้านบาทอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีหลากหลายรูปแบบ เช่น การส่งข้อความหลอกให้เหยื่อหลงเชื่อว่าเป็นผู้โชคดีแล้วให้แอดไลน์ เพื่อให้เหยื่อส่งข้อมูลส่วนบุคคลมิจฉาชีพจะนำข้อมูลนี้ไปใช้ดำเนินการในทางที่ผิดแล้วก่อให้เกิดความเสียหาย การหลอกให้รักแล้วลงทุน (romance scammer) การหลอกให้กดลิงก์หรือติดตั้งแอปดูดเงิน การขโมยรหัสผ่านโดยการหลอกให้กรอกข้อมูลผ่านลิงก์หลอกลวงและการหลอกให้โอนเงินจากความกลัวการใช้งานอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือของประชากรไทยมีสัดส่วนสูงมาก จึงถือได้ว่าประชากรไทยเกือบทั้งหมดเป็นประชากรเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์การสำรวจประชาชนอายุ 6 ปีขึ้นไป ประมาณ 65.9 ล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 59.0 ล้านคน (89%) ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 62.9 ล้านคน (95%) ไม่แตกต่างมากนักระหว่างในเขตเทศบาล (97%) และนอกเขตเทศบาล (94%) ประชากรไทยใช้สมาร์ตโฟน 96% ในส่วนของผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปใช้สมาร์ตโฟน 84% และฟีเจอร์โฟน (feature phone) 16% การสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยปี 2565 แสดงให้เห็นว่า ประชากรไทยใช้อินเทอร์เน็ตโดยเฉลี่ย - [9 เทรนด์การเดินทางในปี 68 ฉีกกรอบเดิมเพื่อเติมเต็มตัวตน](https://www.uni.net.th/index.php/news/10846/) - 9 เทรนด์การเดินทางในปี 2568: Booking.com เผยผู้เดินทางนิยามการเดินทางของตัวเองใหม่ในปีหน้า ฉีกกรอบเดิมเพื่อเติมเต็มตัวตนในปีหน้าด้วยเศรษฐกิจที่ทำให้ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นรวมถึงสภาวะโลกร้อนยังเป็นความกังวลหลักของหลาย ๆ คนในปี 2568 ที่กำลังจะมาถึง อย่างไรก็ตามแม้ว่าผู้คนกำลังเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอน Booking.com เห็นว่าการเดินทางยังคงเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้น ๆ ของผู้เดินทางที่ต้องการเดินทางท่องโลกในปีหน้าด้วยประสบการณ์ใหม่ ๆ จากที่ปีก่อนหน้าผู้เดินทางเคยระบุว่าการท่องเที่ยวคือชีวิต (Travel is life) แต่ในปี 2568 พวกเขาจะนิยามคำว่าการเดินทางของพวกเขาใหม่ซึ่งเป็นการท้าทายกฎเกณฑ์เดิม ๆ สร้างความเชื่อมโยงใหม่ ๆ กับตัวเอง คนที่พวกเขารัก ผู้คนที่พบเจอระหว่างการเดินทาง ตลอดจนจุดหมายปลายทางที่พวกเขาได้ไปเยือน เพื่อเข้าใจพฤติกรรมและความชอบของผู้เดินทางที่ต้องการจะฉีกกรอบเดิมและเติมเต็มตัวตนของพวกเขาในปีหน้า Booking.com จึงจัดทำแบบสำรวจการคาดการณ์เทรนด์การเดินทางในปี 2568 รวบรวมความคิดเห็นจากผู้เดินทางทั่วโลกมากกว่า 27,000 คนจาก 33 ประเทศและดินแดน และนำเสนอเทรนด์การเดินทางทั้ง 9 เทรนด์ซึ่งจะเป็นคาดว่าในปี 2568 จะเป็นปีแห่งการท่องโลกแบบใหม่ของทั้งผู้เดินทางเจเนอเรชันวาย (Gen Y หรือ มิลเลนเนียล) ที่กำลังมองหาความบันเทิงใหม่ ๆ ในสนามบินตลอดจนเบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer) ผู้มองหาความตื่นเต้น 1. เปิดโลกการเดินทางใหม่ด้วย AIในปี 2568 เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ - [OpenAI เปิดตัวคู่มือการใช้ ChatGPT สำหรับครู แต่ครูบางส่วนยังคงกังขา](https://www.uni.net.th/index.php/news/10839/) - Key takeawayOpenAI เปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ฟรี 1 ชั่วโมง 9 โมดูล เพื่อช่วยครู K-12 เรียนรู้การใช้ ChatGPT ในการสอน ร่วมกับ Common Sense Media ผลวิจัยภายในระบุว่า 98% ของผู้เข้าร่วมได้แนวคิดหรือกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่นำไปใช้ได้จริงนักการศึกษาบางส่วนยังกังวลเรื่องจริยธรรม ความเป็นส่วนตัว และผลกระทบของ AI ต่อทักษะการเรียนรู้ของนักเรียน ส่งผลให้มีเพียง 18% ของนักการศึกษา K-12 ที่ใช้ AI ในห้องเรียนOpenAI มุ่งเป้าตลาดการศึกษาอย่างจริงจัง ด้วยการจ้าง GM ด้านการศึกษา และเปิดตัว ChatGPT Edu สำหรับมหาวิทยาลัย คาดว่าตลาด AI ในการศึกษาอาจมีมูลค่าถึง 88.2 พันล้านดอลลาร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่ยังต้องเผชิญความท้าทายในการสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับจากนักการศึกษาOpenAI ได้เปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ฟรีเพื่อช่วยให้ครูระดับ K-12 เรียนรู้วิธีนำ ChatGPT มาใช้ในการเรียนการสอน โดยร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Common Sense - [ดีอี จัดแอป Defend สกัดมิจฉาชีพให้ประชาชนเป็นของขวัญหลังปีใหม่](https://www.uni.net.th/index.php/news/10833/) - นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงของขวัญปีใหม่ของกระทรวงว่า ที่ตั้งใจไว้จะเปิดตัวแอปพลิเคชั่น Defend ที่เป็นแอปพลิเคชั่นแจ้งเตือนบุคคลที่โทร.เข้ามา ซึ่งจะพยายามทำให้แล้วเสร็จก่อนช่วงปีใหม่ให้ได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาแอปพลิเคชั่น ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์แต่คาดว่าจะใช้ได้ในช่วงหลังเทศกาลปีใหม่ เพราะไม่ใช่สิ่งที่จะให้เป็นของขวัญได้เลย แต่เป็นระบบที่จะต้องพัฒนากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอยากให้เป็นของขวัญสำหรับพี่น้องประชาชนส่วนเรื่องอื่นก็จะเป็นเรื่องของการให้บริการพี่น้องประชาชนตามสถานที่ต่าง ๆ ที่มีการเดินทางอย่างสถานีขนส่งผู้โดยสาร หรือสถานีรถไฟที่มีบริการฟรีอินเทอร์เน็ต ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลทำทุกปีอยู่แล้ว ที่มา : https://www.prachachat.net/politics/news-1704322 - [ทำไมกฎหมายคุม ‘เด็ก’ เล่นโซเชียลมีเดียของออสเตรเลีย เข้มงวดที่สุดในโลก?](https://www.uni.net.th/index.php/news/10826/) - ทำไม? ร่างกฎหมายควบคุมการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีซึ่งถูกเสนอเข้าสู่สภาของออสเตรเลีย ถูกจัดว่ามีมาตรการที่จัดได้ว่าเข้มงวดที่สุดในโลก เมื่อเทียบกับมาตรการที่ประเทศอื่นเคยออกแบบมาแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เปิดเผยว่า รัฐบาลออสเตรเลีย เตรียมออกกฎหมายห้ามเด็กต่ำกว่า 16 ปี ใช้โซเชียลมีเดีย และเตรียมเป็นกฎหมายในช่วงปลายปีหน้า โดยกล่าวในงานแถลงข่าวว่า “โซเชียลมีเดียเป็นอันตรายต่อลูกหลานเราและถึงเวลาแล้วที่ผมต้องยุติมัน”โดยคาดว่ากฎหมายนี้จะมีการลงมติในสัปดาห์หน้า ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ถึงรายละเอียดของกฎหมายฉบับนี้ ที่มองว่ามีมาตรการควบคุมที่เข้มงวดที่สุดเท่าที่เคยมีมาเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆมาตรการควบคุมของร่างกฎหมายฉบับนี้ มี 3 สาระสำคัญที่แตกต่างจากกฎหมายควบคุมที่เคยมีมา ได้แก่ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานโซเชียลมีเดียในแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Facebook, Instagram, Snapchat, Reddit, TikTok และ X ยกเว้นการเข้าถึงบริการส่งข้อความ เกมออนไลน์ หรือแพลตฟอร์มที่สนับสนุนประเด็นด้านสุขภาพและการศึกษา เช่น YouTube Kids และมาตรการนี้จะไม่มีการยกเว้นให้กับเด็กที่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง หรือเด็กที่มีบัญชีแล้วความรับผิดชอบในการบังคับใช้ข้อจำกัดด้านอายุจะตกอยู่กับบริษัทเทคโนโลยีและแพลตฟอร์ม โดยหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ แพลตฟอร์มจะมีเวลา 1 ปีในการดำเนินการตามข้อกฎหมาย หากบริษัทโซเชียลมีเดียไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะถูกปรับสูงสุดถึง 50 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1,147 ล้านบาท ) สำหรับการละเมิดซ้ำๆ รวมถึงการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตรัฐบาลมอบหมายให้ - [การเติบโตในยุคดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/news/10818/) - ในปัจจุบัน “หน้าจอ” เข้ามามีบทบาทในชีวิตมาก และแทรกซึมเข้าสู่ทุกครอบครัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ส่วนหนึ่งเพราะพ่อแม่ต้องใช้หน้าจอ มือถือ และสื่อสังคมออนไลน์ในการติดต่อสื่อสารและทำงานทุกวัน โดยเฉพาะครอบครัวที่ทำธุรกิจออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ อีกส่วนหนึ่ง ก็คือ การใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาที่ถูกประยุกต์ใช้ทั้งในและนอกห้องเรียน ทักษะทางดิจิตอลเข้ามามีบทบาทมากทั้งในปัจจุบันและในอนาคต จึงมีความจำเป็นที่เด็กต้องใช้หน้าจอมากขึ้นในปัจจุบันเช่นเดียวกับทุกอย่างในโลกนี้ เหรียญย่อมมีสองด้าน ข้อดีของเทคโนโลยีก็มีมาก และผลเสียของมันก็มีมากเช่นกัน โดยเฉพาะหากใช้อย่างไม่ควบคุมเลย บทความนี้จะกล่าวถึงเด็กกับหน้าจอที่พ่อแม่ควรทราบในปัจจุบัน ความจริงข้อแรกที่ควรทราบ คือ เด็กต้องการมนุษย์ในการเติบโต มิใช่หน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงปฐมวัย (ก่อนวัยเรียน) หรือหลังจากนั้น มนุษย์ต้องการมนุษย์รอบตัวในการเรียนรู้ที่จะเติบโตในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกปลอดภัยในจิตใจ ความสัมพันธ์ ภาษา การเรียนรู้อารมณ์ความรู้สึก การเข้าสังคม และอีกมากมาย โดยมีข้อมูลมากมายในปัจจุบันที่ชี้ว่า เด็กเล็กไม่สามารถเรียนรู้จากอุปกรณ์และหน้าจอเหล่านี้ได้ เด็กเล็กไม่สามารถเรียนรู้คำศัพท์และภาษาจากการดูหน้าจอได้ แม้ว่าสิ่งที่ผู้ใหญ่ให้เด็กดูจะเป็น “สื่อเพื่อการเรียนรู้” ก็ตามดังนั้นการศึกษาจึงพบชัดเจนว่า หากใช้หน้าจอมากเกินไปจะกระทบต่อพัฒนาการของเด็กอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านกล้ามเนื้อทั้งมัดเล็กและใหญ่ ด้านภาษา ด้านพฤติกรรม ด้านสมาธิ ความจดจ่อใส่ใจ และด้านความสามารถในการควบคุมกำกับตัวเอง รวมถึงการมีความสุขในชีวิตในระยะยาวอีกด้วย แต่ก็แน่นอนว่า การใช้หน้าจอเป็นวิธีการเลี้ยงเด็กที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้เด็กนั่งนิ่ง ๆ อยู่ได้เป็นนานแสนนานจึงเป็นที่มาของคำแนะนำทั้งของ องค์การอนามัยโลก และราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการใช้ ‘หน้าจอ’ ในเด็ก ที่ระบุว่า ควรหลีกเลี่ยงการใช้หน้าจอในเด็กเล็กต่ำกว่า 2 ขวบ สำหรับเด็กอายุ - [ETDA เผย 73.3% องค์กรไทยเตรียมพร้อมปรับใช้เทคโนโลยี AI](https://www.uni.net.th/index.php/news/10811/) - ETDA เผยผลสำรวจความพร้อม AI ปี 67 องค์กรไทยกว่า 73.3% เตรียมใช้ AI โดยกลุ่มการเงิน-โลจิสติกส์-การศึกษานำร่อง พร้อมเผยเทรนด์การใช้ Generative AI ในองค์กร ด้าน IMD ชี้เพิ่มทั้งโอกาสและความเหลื่อมล้ำความพร้อมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะในประเด็นด้านการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยี AI ของไทยมีตัวเลขการเติบโตของการประยุกต์ใช้งานเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก “ผลการสำรวจความพร้อมในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) สำหรับบริการดิจิทัล ปี 2567 หรือ AI Readiness Measurement 2024” ฉบับล่าสุด ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ชี้ชัดว่าองค์กรที่ประยุกต์ใช้ AI แล้ว เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 17.8% (ปี 66 อยู่ที่ 15.2%) , มีแผนที่จะใช้งาน AI ในอนาคต สูงถึง 73.3% (ปี 66 อยู่ที่ 56.6%) และยังไม่ต้องการใช้ AI - [10 ประเทศ แหล่งรวมศูนย์ข้อมูล Data Center ระดับโลก](https://www.uni.net.th/index.php/news/10804/) - ศูนย์ข้อมูล (Data Center) เป็นภาคส่วนสำคัญที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ เปิด 10 ประเทศที่ครอบครองศูนย์ข้อมูลมากที่สุดในโลก สะท้อนพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลศูนย์ข้อมูล Data Center เป็นภาคส่วนสำคัญที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ จากความต้องการบริการดิจิทัล คลาวด์คอมพิวติ้ง และโซลูชันการจัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมต่างๆในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดศูนย์ข้อมูลเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งขับเคลื่อนโดยการเติบโตของอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) บริการออนไลน์ และความคิดริเริ่มในการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัลในธุรกิจต่างๆ ทั่วโลกปริมาณการสร้างข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ทำให้มีความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บข้อมูลที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และปรับขนาดได้ ส่งผลให้ตลาดศูนย์ข้อมูลเติบโตอย่างรวดเร็วความต้องการศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการวิเคราะห์ของ McKinsey คาดว่าความต้องการในตลาดสหรัฐเพียงแห่งเดียวจะสูงถึง 35 กิกะวัตต์ (GW) ภายในปี 2030 เพิ่มขึ้นจาก 17 กิกะวัตต์ ในปี 2022 สหรัฐคิดเป็นประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของตลาดโลกตลาดศูนย์ข้อมูลโลกมีมูลค่า 1.96 แสนล้านดอลลาร์ ในปี 2023 และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจะแตะระดับ 4.64 เเสนล้านดอลลาร์ในปี 2032 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ที่ 10.30 เปอร์เซ็นต์ในช่วงคาดการณ์ (2024-2032) ตามข้อมูลของ Straits - [มธ.ปรับตัวอย่างไร ในวันที่ AI มีอิทธิพลต่อการศึกษา](https://www.uni.net.th/index.php/news/10796/) - การเข้ามามีบทบาทของเทคโนโลยี AI ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ และคลื่นการลงทุนของบิ๊กเทคต่างชาติที่เข้ามาหลายระลอก กลายเป็นความท้าทายของมหาวิทยาลัยที่ต้องปรับหลักสูตร พร้อมทั้งปูพื้นฐานด้านดาต้า และการใช้งาน AI อย่างเหมาะสมให้กับนิสิต-นักศึกษา เพื่อสร้างบัณฑิตที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานมากขึ้น“มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” (มธ.) หนึ่งในมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของไทย ก็กำลังเผชิญกับความท้าทายนี้ และพยายามปรับการทำงานในหลายมิติ เพื่อให้ทุกภาคส่วนเท่าทันกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ผ่านร่าง AI เพื่อการศึกษาศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มธ. เพิ่งผ่านร่าง “ระเบียบหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยว่าด้วยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการศึกษา” เพื่อเป็นกรอบการใช้ AI สำหรับการเรียนการสอน ครอบคลุมใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้ AI ได้ 2.ใช้ AI อย่างถูกต้องและเหมาะสม และ 3.ใช้ AI เพื่อสร้างประโยชน์ ไม่ก่อให้เกิดผลในทางที่เสียหาย“เมื่อ 2 ปีก่อน เวลาพูดถึงการใช้ AI ในการศึกษาจะคุยกันว่านำมาใช้แล้วเข้าข่ายทุจริตหรือขัดต่อจริยธรรมหรือไม่ แต่ตอนนี้เราปฏิเสธการใช้ AI - [สกมช.- สดช. ตั้งการ์ดสูงป้องภัยไซเบอร์ เน้นมาตรฐานใช้งาน 'คลาวด์' ทั้งระบบ](https://www.uni.net.th/index.php/news/10790/) - สกมช.เอ็มโอยูร่วมสดช. สร้างมาตรการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ทุกมิติ มุ่งยกระดับ การป้องกันภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่จะสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของไทยให้เกิดขึ้นได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืนพลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กล่าวว่า เพื่อการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านความปลอดภัยไซเบอร์ให้ครอบคลุม จึงได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ระหว่างสำนักงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือสกมช. และสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช.โดยถือเป็นก้าวสำคัญในยุคที่มีการนำเทคโนโลยีคลาวด์เข้ามามีบทบาทสำคัญ ระบบคลาวด์ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่สนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน แต่ในขณะที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้นเพื่อให้การใช้ระบบคลาวด์ในประเทศไทยเป็นไปอย่างมั่นคงปลอดภัยและมีมาตรฐาน สกมช. และ สดช. ได้ร่วมกันพัฒนามาตรการ และแนวทางต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลบนระบบคลาวด์ เช่น การกำหนดมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยของข้อมูลและการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะด้านไซเบอร์ เพื่อช่วยเสริมสร้างความพร้อมให้กับหน่วยงานต่างๆในการเฝ้าระวังและรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในวันนี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของ นโยบาย Cloud First Policy ของรัฐบาล ซึ่งเป็นแนวทางที่หน่วยงานภาครัฐต้องพิจารณาการใช้ระบบคลาวด์เป็นลำดับแรกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนต่อการดำเนินงาน ตลอดจนรองรับการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุม และการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถใช้เทคโนโลยีคลาวด์ได้อย่างเต็มศักยภาพสกมช. ได้ออกประกาศเกี่ยวกับมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของระบบคลาวด์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงของการใช้บริการคลาวด์สาธารณะในหน่วยงานรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการขับเคลื่อนนโยบาย Cloud First Policy ของรัฐบาลให้มีความมั่นคงปลอดภัยเขา กล่าวว่า ทั้ง สกมช. และ สดช. คาดว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างพื้นฐานที่มั่นคงในการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ สกมช. ยังมุ่งเน้นที่จะสร้างระบบความปลอดภัยไซเบอร์ให้มีความยืดหยุ่นและสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ สดช. มีบทบาทในการสนับสนุนการวางนโยบายและกฎหมายเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยของข้อมูลและระบบดิจิทัลของไทยโดยกิจกรรมจะช่วยยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ หน่วยงานของรัฐที่มีความเสี่ยงต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ ภายใต้โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของหน่วยงานภายใต้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศด้านสาธารณสุข ในการช่วยเฝ้าระวัง - [เร่งออกคู่มือพัฒนาแอปสมาร์ทโฟนกลุ่มเปราะบาง ลดเหลื่อมล้ำดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/news/10784/) - ETDA เปิด ‘คู่มือพัฒนาแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนสำหรับกลุ่มเปราะบาง’ เร่งสร้างมาตรฐานทางดิจิทัล ที่เอื้อต่อการทำธุรกรรมออนไลน์ของทุกคนสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จับมือ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ภายใต้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เผยผลการศึกษาการจัดทำมาตรฐานการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่สำหรับกลุ่มเปราะบาง ประจำปี 2567 โชว์ ‘คู่มือการออกแบบและพัฒนาแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน’ สำหรับกลุ่มเปราะบางพร้อมเดินหน้าสร้างมาตรฐานการพัฒนาแอปพลิเคชันที่เน้นการเข้าถึงและใช้งานได้สำหรับทุกคน ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสังคมดิจิทัลที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ภายใต้ระบบนิเวศทางดิจิทัล (Digital Ecosystem) ที่เอื้อต่อการทำธุรกรรมออนไลน์ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย เร่งเครื่องขีดความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัลของไทยให้ทัดเทียมสากลนายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กล่าวว่า การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่มั่นคงปลอดภัย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัลของทุกภาคส่วน สู่การเร่งเครื่องการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ถือเป็นหนึ่งภารกิจสำคัญที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยหน่วยงานในสังกัด อย่าง ETDA รวมถึง สดช. เอง ต่างก็เดินหน้ามาอย่างต่อเนื่อง“เราปฏิเสธไม่ได้ว่า การทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันปัจจุบันของคนไทย แต่ก็ยังคงมีความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโลกดิจิทัลของกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มคนพิการ ที่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนเปราะบางอยู่ค่อนข้างสูงในสังคมไทย นั้นแสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโลกดิจิทัลที่คนไทยกลุ่มนี้กำลังเผชิญ”ดังนั้น การจัดทำมาตรฐานการพัฒนาแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนสำหรับกลุ่มเปราะบาง ที่ ETDA และ เนคเทค เร่งขับเคลื่อนจนเกิดเป็น‘คู่มือการออกแบบและพัฒนาแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน’ - [ลุ้นแจ้งเกิด'สตรีมมิงแห่งชาติ' ปี 72 กสทช.ชงโมเดลรับทีวีดิจิทัลหมดอายุ](https://www.uni.net.th/index.php/news/10778/) - แผนการจัดทำ แพลตฟอร์มสตรีมมิงแห่งชาติ (National streaming platform) เป็นความพยายามของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ดกสทช.) โดยเฉพาะภายใต้การทำงานของ ‘พิรงรอง รามสูต’ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์พิรงรอง กล่าวว่า การเกิดดิสรัปชั่นโดยเฉพาะอุสาหกรรมโทรทัศน์เริ่มแสดงพิษสงอย่างชัดเจนในช่วง 5-6 ปีให้หลัง จากการถาโถมของตลาดวิดีโอ ออน ดีมานด์ สตรีมมิง แพลตฟอร์ม รวมไปถึงโซเชียลมีเดียหลักๆในไทย เมื่อมองถึงบทบาทของ กสทช. ในการกำกับดูแลกิจการโทรทัศน์ พิรงรอง กล่าวว่า ไม่ใช่มีบทบาทหน้าที่เพียงในการบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ เท่านั้นแต่ กสทช.ยังต้องมีบทบาทหน้าที่ในการ ส่งเสริมสนับสนุน (Supporter) และเป็นผู้อำนวยความสะดวก (facilitator) ในการพัฒนาอุตสาหกรรมสื่อ ซึ่งในปัจจุบัน กสทช. มีนโยบายที่สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ดังกล่าวอย่างครอบคลุม เช่น แนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติ การพัฒนาหลักเกณฑ์การส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และระบบสะสมแต้มเนื้อหาที่มีคุณค่า (social credit) และ การส่งเสริมสื่อชุมชนร่างแผนแม่บทเตรียมพร้อมอย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือน ก.ย.ปี 2566 ที่ผ่านมา กสทช. ได้จัดทำแผนแม่บทฉบับที่สอง ร่วมเพิ่มโอกาสเข้าถึงโทรทัศน์ของภาคประชาชน พร้อมมีการทำ โครงการ National streaming platform แห่งชาติ ซึ่งวางรูปแบบเป็น - [เอลอน มัสก์ เผย AI จะเหนือกว่าแพทย์และทนายความ หลัง ChatGPT เอาชนะการวินิจฉัยทางการแพทย์ — มนุษย์จะกลายเป็นระบบสำรองแบบ 'ชีวภาพ'](https://www.uni.net.th/index.php/news/10771/) - Key takeawayChatGPT-4 ของ OpenAI มีความแม่นยำในการวินิจฉัยโรคสูงถึง 90% เหนือกว่าแพทย์มนุษย์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อวงการแพทย์ในอนาคตผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า AI จะสามารถแทนที่มนุษย์ในอาชีพที่ต้องใช้ความรู้เป็นหลัก เช่น แพทย์และทนายความ โดยอีลอน มัสก์เห็นด้วยกับแนวคิดนี้การพัฒนา AI และเทคโนโลยีผสานสมองมนุษย์เข้ากับ AI อย่างรวดเร็ว อาจทำให้มนุษย์กลายเป็นสิ่งล้าสมัยในอนาคต จึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นผลการศึกษาล่าสุดเผยว่า ChatGPT-4 ของ OpenAI มีประสิทธิภาพในการวินิจฉัยโรคเหนือกว่าบุคลากรทางการแพทย์ โดยมีความแม่นยำสูงถึง 90% เทียบกับ 76% สำหรับแพทย์ที่ใช้ ChatGPT เป็นเครื่องมือช่วย และ 74% สำหรับแพทย์ที่ใช้วิธีการแบบดั้งเดิม ตามรายงานของ The New York TimesBindu Reddy ซีอีโอของ Abacus.AI แสดงความเห็นว่า AI ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์ทั้งหมดจะสามารถวินิจฉัยและแนะนำการรักษาได้ดีกว่าแพทย์มนุษย์ส่วนใหญ่ และคาดว่าสถานการณ์เดียวกันนี้จะเกิดขึ้นกับวิชาชีพอื่นๆ ที่ต้องใช้ความรู้เป็นหลัก เช่น ทนายความอีลอน มัสก์ เห็นด้วยกับคำทำนายดังกล่าว โดยกล่าวว่า “มนุษย์เราอาจทำหน้าที่เป็นเพียงตัวสำรองทางชีวภาพสำหรับปัญญาประดิษฐ์ เนื่องจากเรามีความเปราะบางน้อยกว่าซิลิคอน และอาจเป็นแหล่งกำเนิดของเจตจำนง”ก่อนหน้านี้ - [ทำความรู้จักกับกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ที่ช่วยเปิดทางให้เราสามารถทำสัญญาและลงนามทางออนไลน์ได้](https://www.uni.net.th/index.php/news/10761/) - ทุกวันนี้เราเริ่มเห็นเอกสารจำนวนมากส่งเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเอกสารที่เราเคยได้รับรายงานเป็นรายเดือนต่างๆ เช่น ใบเสร็จค่าโทรศัพท์มือถือ, ใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต, หรือเอกสารสถานะบัญชีกองทุนต่างๆ การรับเอกสารเหล่านี้ด้วยช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ทำให้ต้นทุนการจัดส่งเอกสารลดลงมาก พร้อมๆ กับลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมไม่ผู้ให้บริการไม่ต้องพิมพ์เอกสารออกมาส่งทีละใบ ขณะเดียวกันเราในฐานะผู้บริโภคก็ได้รับความสะดวกมากขึ้น เอกสารส่งถึงเราอย่างรวดเร็ว และเอกสารเหล่านี้สามารถจัดเก็บได้ง่าย ไม่รกบ้าน ต้นทุนในการจัดเก็บระยะยาวมีค่าใช้จ่ายน้อย ค้นหาย้อนหลังได้สะดวกแต่ประโยชน์ของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์นั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่เอกสารแจ้งเตือนต่างๆ เท่านั้น เพราะในโลกความเป็นจริงเราต้องทำธุรกรรมต่างๆ ลงชื่อยินยอมในเอกสารต่างๆจำนวนมาก เช่น การซื้อสินค้าออนไลน์ต่างๆ หากสั่งสินค้าแล้วกระบวนการสั่งสินค้ากลับไม่ถือว่าเป็นการตกลงกัน ก็จะกลายเป็นอุปสรรคทำให้เราไม่สามารถตกลงสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้ แต่ทุกวันนี้ธุรกรรมออนไลน์นั้นสามารถบังคับได้จริง เมื่อผู้ขายสินค้าโฆษณาเกินจริงเราสามารถนำข้อความโฆษณาออนไลน์เหล่านั้นไปดำเนินการทางกฏหมายได้ เปิดทางให้ธุรกิจต่างๆ ให้บริการธุรกิจทางอิเล็กทรอนิกส์กันมากขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มความสะดวกและลดต้นทุนการให้บริการลง ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายที่เปิดทางให้การทำธุรกรรมทุกวันนี้สะดวกเช่นทุกวันนี้ และยังเตรียมเปิดทางให้สามารถใช้งานได้กว้างขวางขึ้นในอนาคตจุดเริ่มต้นของธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ต้องทำให้มีผลทางกฎหมาย เทียบเท่าเอกสารกระดาษแนวทางในการพัฒนากฎหมายเพื่อรองรับธุรกรรมทางออนไลน์ได้เริ่มต้นมานานแล้ว สหประชาชาติได้เสนอร่างกฎหมายต้นแบบเพื่อสนับสนุนการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ปี 1996 ในชื่อ Model Law on Electronic Commerce (MLEC) โดยกำหนดหลักการให้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์มีสถานะเทียบเท่าเอกสารกระดาษ เช่นสัญญาที่ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร : หากกฎหมายกำหนดว่าข้อตกลงหรือสัญญาต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรธุรกรรมในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็สามารถใช้ข้อมูลดิจิทัลทดแทนได้การลงนามในเอกสาร : หากกฎหมายระบุว่าต้องมีการลงนาม ก็สามารถใช้กระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ระบุตัวตนของผู้ลงนามได้อย่างชัดเจน พร้อมแสดงเจตนาของผู้ลงนามว่าได้ยอมรับเนื้อหาในเอกสารนั้นๆการส่งเอกสารต้นฉบับ : หากมีข้อกำหนดว่าเอกสารต้องเป็นต้นฉบับ - [โอกาสและความหวัง ยกระดับเอไอ-โทรคมนาคมหนุน “ซอฟต์พาวเวอร์”](https://www.uni.net.th/index.php/news/10751/) - ประธาน กสทช. เผยโอกาสในยุคเอไอ และความครอบคลุมของโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในไทย พร้อมยกระดับศูนย์ USO Center สู่อีคอมเมิร์ซ หนุนการพัฒนาทักษะซอฟต์พาวเวอร์ ตั้งเป้าติดตั้งเน็ตใน รพ.สต. 3.4 พันแห่งรองรับ Telemedicineศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวในงานสัมมนา Prachachat Thailand 2025: โอกาส ความหวัง ความจริง หัวข้อ AI: new opportunity จัดโดย “หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ” และ “ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่เข้าใกล้การมีสติสัมปชัญญะมากยิ่งขึ้น แต่ด้วยการโต้ตอบของโมเดลภาษายังมีข้อจำกัดในเรื่องอคติ การมั่วข้อมูล และอื่น ๆ แต่กระนั้นก็ยังมีโอกาสสำคัญความจริง“ความจริง” ของเอไอที่ นพ.สรณให้ภาพของการพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จนในปี 1956 “จอห์น แมคคาธี” ได้เริ่มเรียกกระบวนการเรียนรู้ของเครื่องจักรและอื่น ๆ ว่า Artificial Intelligence หรือ - [อันดับความสามารถการแข่งขันดิจิทัลไทยร่วงอยู่ที่ 37 รั้งอันดับ 3 อาเซียน](https://www.uni.net.th/index.php/news/10740/) - TMA เผยผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศ โดย IMD ประจำปี 2567 โดยปีนี้ไทยคว้าอันดับที่ 37 จาก 67 เขตเศรษฐกิจ ลดลง 2 อันดับจากปีที่แล้ว ระบุปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่มีอันดับลดลงค่อนข้างมาก 8 อันดับสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ (TMA) เผยผลการจัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขันดิจิทัลของประเทศโดย World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD สวิตเซอร์แลนด์ ประจำปี 2567 โดยปีนี้ไทยคว้าอันดับที่ 37 จาก 67 เขตเศรษฐกิจ ลดลง 2 อันดับจากปีที่แล้ว สาเหตุหลักจากปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่มีอันดับลดลงค่อนข้างมาก 8 อันดับจากปี 2566 จากทั้งหมด 3 ปัจจัยหลักที่ IMD ใช้ในการวิเคราะห์จัดอันดับความสามารถการแข่งขันดิจิทัลนั้น ด้านเทคโนโลยี (Technology) ยังคงเป็นปัจจัยที่ไทยมีอันดับดีที่สุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบกับอีก 2 - [รหัสยอดแย่แห่งปี 123456 ยังครองอันดับหนึ่ง ยอดใช้งานมากกว่า 3 ล้านครั้ง](https://www.uni.net.th/index.php/news/10734/) - [ยังเหมือนเดิม] หากใครยังใช้รหัส 1243456 อยู่ รีบเปลี่ยนโดยไว หลังรหัสนี้ครองแชมป์ติด ๆ กันหลายปีแล้วผ่านมาถึงปี 2024 ก็ยังเหมือนเดิม ล่าสุดพบใช้งานมากกว่า 3 ล้านครั้ง เสี่ยงถูกแฮกบัญชีอย่างยิ่งNordPass ผู้ให้บริการเครื่องมือช่วยจัดการหัสผ่านชื่อดัง ล่าสุดได้เผย The Worst Passwords หรือรหัสผ่านยอดแย่ประจำปี 2024 แล้ว พบอันดับหนึ่งก็ยังเป็น 1243456 เหมือนเคย โดยครองแชมป์ติด ๆ กันถึง 6 ครั้ง แต่หากนับของทาง SplashData ด้วย ก็พบว่ารหัสดังกล่าวครองที่หนึ่งมาตั้งแต่ปี 2015 แล้วสำหรับรหัสผ่าน 1243456 ก็เป็นหนึ่งในรหัสผ่านยอดแย่จาก 200 อันดับแรก โดยทาง NordPass ได้ตรวจพบผ่านฐานข้อมูลขนาด 2.5 TB ที่ได้จากแหล่งข้อมูลสาธารณะต่าง ๆ รวมถึงแหล่งข้อมูลบน Dark Web ด้วย โดยมีรหัสผ่านยอดแย่ที่นิยมใช้กันอีกมากมาย อาทิดูรายชื่อ 200 อันดับรหัสผ่านยอดแย่ประจำปี 2024 - [ห้างดังถูกแฮกข้อมูลส่วนบุคคล 5 ล้านราย รมว.ดีอีสั่งสอบ](https://www.uni.net.th/index.php/news/10728/) - วันนี้ (20 พ.ย.2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เร่งดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับห้างสรรพสินค้าชื่อดัง หลังจากที่มีข่าว ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าถูกแฮกและรั่วไหลไปยังมิจฉาชีพซึ่งเมื่อเวลา 11.00 น. ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เปิดเผยว่า ทาง สคส. ได้รับคำสั่งจากท่านรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ดีอี ให้เร่งตรวจสอบข่าวห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่โดนแฮกข้อมูลส่วนบุคคลจำนวน 5 ล้านรายชื่อ สคส. จึงได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงทันที โดยเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ของห้างดังกล่าว ได้เข้ามารายงานและชี้แจงตามที่กฎหมายกำหนด โดยเบื้องต้นได้ให้ข้อมูล ดังนี้1. ยังไม่พบร่องรอยการถูกโจมตีหรือช่องโหว่ที่ทำให้ข้อมูลถูกขโมยหรือรั่วไหล2. ได้แจ้งความดำเนินคดีกับแฮกเกอร์ต่อตำรวจไซเบอร์ เพื่อเร่งสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สคส. ได้กำชับให้บริษัทเร่งตรวจสอบและดำเนินการเร่งด่วนในการตรวจสอบมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของบริษัท ทั้งในด้านองค์กรและเทคนิคอย่างละเอียด โดยให้รายงานความคืบหน้าต่อ สคส. ภายใน 7 วันดร.เวทางค์ กล่าวเพิ่มว่า “รองนายกฯ ประเสริฐ ได้สั่งการให้เร่งหาข้อเท็จจริงและย้ำเตือนถึงการขายข้อมูลโดยมิชอบ หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยผิดกฎหมาย - [สถาบันบิ๊กดาต้า-สภาเภสัชกรรม MOU เชื่อมโยงระบบยืนยันตัวตนเภสัชกร](https://www.uni.net.th/index.php/news/10718/) - สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ เซ็น MOU สภาเภสัชกรรม เดินหน้าเชื่อมโยงระบบยืนยันตัวตนเภสัชกร เข้าถึงประวัติการรักษา จ่ายยาตรงจุด-ประชาชนอุ่นใจ เมื่อใช้บริการร้านยาคุณภาพรศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อํานวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ สถาบันบิ๊กดาค้า (BDI) กล่าวว่า สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) และสภาเภสัชกรรม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือโครงการจัดทำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ (Health Information Exchange: HIE) โดยความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการเชื่อมโยงบริการระบบยืนยันตัวตนเภสัชกร กับระบบโครงการจัดทำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ หรือ Health Link เพื่อให้เภสัชกรสามารถระบุ พิสูจน์ และยืนยันตัวตนในการเข้าถึงประวัติการรักษาพยาบาล สำหรับการให้บริการการรักษาพยาบาล รวมถึงการพัฒนาระบบยืนยันตัวตนผ่านระบบ A-MED โดยเชื่อมต่อฐานข้อมูลของสภาเภสัชกรรม และความร่วมมืออื่น ๆ ในการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มศักยภาพและบริการอื่นใดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ทั้งนี้ BDI ได้ทำงานร่วมกับสภาวิชาชีพต่าง ๆ ในการกำหนด ตรวจสอบ ยืนยันตัวตนผู้ให้บริการ และการกำหนดข้อมูลที่สามารถเปิดดูประวัติการรักษาให้สอดคล้องกับการให้บริการ และมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้การบริการครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มสอดรับกับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)“ที่ผ่านมา BDI ได้ร่วมมือกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพหน่วยนวัตกรรมที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. - [AI vs AI นักวิจัยใช้ AI ตอบโต้ตัวมันเอง ที่สร้างข้อมูลปลอม ด้านวิทยาศาสตร์](https://www.uni.net.th/index.php/news/10710/) - ทุกคนคงรู้กันว่าโลกของเราในตอนนี้มี AI เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การให้ช่วยหาข้อมูล การสร้างภาพเสมือน และอื่น ๆซึ่งจะใช้ AI ผิดในชีวิตประจำวันที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญมากก็ผิดกันได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ และ การทดลองต่าง ๆ เนี่ยสิ มันจะผิดพลาดไม่ได้ป้องกันการผิดพลาดก็คือการใช้ AI ให้ตรวจสอบตัวมันเอง โดยเทคโนโลยีของ Proofig ไม่ว่าจะเป็นภาพที่สร้างโดย AI หรือ ภาพจริง สามารถระบุได้ 98% จากจำนวนทั้งหมด เลยทีเดียวจะเป็นยังไงเมื่อใช้ AI ให้ตอบโต้ตัวมันเอง นักวิจัยกำลังพัฒนา AI ที่ใช่ตอบโต้ AI ที่สร้างข้อมูลผิด ๆ ด้านวิทยาศาสตร์แล้วนักวิจัยใช้ AI ตอบโต้ AI ที่สร้างข้อมูลผิดด้านวิทยาศาสตร์ทุกคนคงรู้กันว่าโลกของเราในตอนนี้มี AI เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การให้ช่วยหาข้อมูล ช่วยแปลภาษา การสร้างภาพเสมือน การเกษตร และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งล่าสุด AI ก็มาอยู่ในด้านวิทยาศาสตร์และการทดลองต่าง ๆ - [เที่ยวไทยยุคใหม่ สุดล้ำกับ TATAI คำตอบของการท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/news/10704/) - ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ก็ต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ง่ายดาย และความต้องการประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความท้าทายที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ต้องต้องเผชิญTATAI (ท้าทาย) ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการท่องเที่ยวไทยเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายดังกล่าว ททท. กำลังพัฒนาแพลทฟอร์มที่ชื่อว่า “TATAI” ขึ้นมา (ย่อมาจาก TAT + AI) ซึ่งเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ออกแบบมาช่วนส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้แก่นักท่องเที่ยว โดย TATAI จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัว คอยให้คำแนะนำ และตอบสนองความต้องการ ของนักท่องเที่ยวแต่ละคน โดยใช้แหล่งข้อมูลที่การท่องเที่ยวได้รวบรวมจากหลาย ๆ แห่งทั่วโลกข้อมูลดังกล่าว มาจากทั้งสำนักงาน ททท. ทั่วประเทศไทย และสำนักงาน ททท.ในต่างประเทศ ครอบคลุมข้อมูลที่หลากหลาย เช่น สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร กิจกรรม และเทศกาลต่างๆ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำมาประมวลผลด้วย AI เพื่อให้ TATAI สามารถเข้าใจและตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวได้อย่างแม่นยำTATAI ใช้ Engine AI จาก Google ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI ชั้นนำของโลกที่ได้รับการยอมรับในด้านความแม่นยำและประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูล - [เกมคนไทยเนื้อหอม ต่างชาติจ้องลงทุน หลัง“คุณภาพ-ปริมาณ”ดีสุดในอาเซียน](https://www.uni.net.th/index.php/news/10693/) - สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย เผยเกมไทยพัฒนาก้าวกระโดด ครองอันดับ 1 จำนวนเกมบนสตรีมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีจำนวนเกมใหม่ป้อนสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้นเป็น 2 เท่าในแต่ละปี หนุนผู้พัฒนาเกมไทยสู่ระดับโลก เน้นสร้างเกมสะท้อนวัฒนธรรมไทยผ่านซอฟต์พาวเวอร์นายเนนิน อนันต์บัญชาชัย นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าตลาดเกมไทยมีศักยภาพการเติบโตมหาศาล ทั้งในเชิงคุณภาพ ปริมาณ และการดึงเม็ดเงินต่างชาติเข้ามาลงทุน โดยขณะนี้เกมฝีมือคนไทยได้รับการความสนใจ จากนักลงทุน และผู้จัดจำหน่ายเกมในต่างประเทศมากขึ้น ภายหลังกลุ่มผู้พัฒนาเกมอินดี้ที่จำหน่ายอยู่บนแพลตฟอร์ม สตรีม(Steam) เกมพีซีต่างๆ สามารถพัฒนาเกมคุณภาพมากขึ้น จนสามารถคว้ารางวัลระดับนานาชาติมาได้จากหลายเวที ส่งผลให้มีจำนวนเกมที่พัฒนาใหม่ป้อนสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้นเป็น 2 เท่าในแต่ละปี โดยในปี 2566 ประเทศไทยมีจำนวนเกมบนสตรีมมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีมากกว่า 100 เกม ซึ่งหากเทียบศักยภาพระหว่างผู้พัฒนาเกมไทยและในภูมิภาคพบว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นมากโดยเป้าหมายระยะแรกของ TGA คือ ผลักดันให้เกิดปริมาณเกมคนไทยจำหน่ายบนแพลตฟอร์มสตรีม มากขึ้น โดยปีนี้อาจเพิ่มขึ้นเป็น 200 เกม หรือ ปีหน้าเพิ่มขึ้น 300 เกม ซึ่งการที่มีปริมาณเกมของคนไทย จะช่วยให้เกิดการแข่งขันพัฒนาคุณภาพ และสามารถนำไปใช้ต่อยอดพัฒนาเกมต่อ และมีโอกาสที่มีเกมทำรายได้หลัก 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีเกมที่สามารถทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท 3-4 เกมเท่านั้น - ["ตู้ห่วงใย" 30 บาทรักษาทุกที่ พบแพทย์ผ่านวิดีโอคอล รุกชุมชนนำร่อง](https://www.uni.net.th/index.php/news/10612/) - เปิดตัว “ตู้ห่วงใย 30 บาทรักษาทุกที่ ” สถานีสุขภาพที่ช่วยให้ประชาชนพบแพทย์ผ่านระบบวิดีโอคอล นำร่องที่ชุมชนสหกรณ์เคหสถานเจริญชัยนิมิตใหม่ เขตจตุจักร กทม. เป็นแห่งแรก ก่อนจะขยายไปที่สถานีกลางบางซื่อ โครงการเคหะชุมชนดินแดง 1 และ 2 เร็วๆนี้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในงานเปิดตัว “ตู้ห่วงใย” บริการการแพทย์ทางไกลเชิงรุกในชุมชนด้วย 30 บาทรักษาทุกที่ ณ ชุมชนสหกรณ์เคหสถานเจริญชัยนิมิตใหม่ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2567 โดยมี นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย ห่วงใย เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ สปสช. ร่วมกับ บริษัท ทัช เทคโนโลยี จำกัด พัฒนาขึ้นเพื่อดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ที่ไม่สะดวกในการเดินทางไปหน่วยบริการปฐมภูมิ โดยมีลักษณะเป็น Health Station ที่ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์วัดสัญญาณชีพต่างๆ เพื่อให้คนในชุมชนสามารถตรวจค่าสุขภาพพื้นฐานที่แม่นยำและรับผลการตรวจทันที อีกทั้งยังสามารถพบแพทย์ผ่านระบบวิดีโอคอล - [ครบ 1 ปี ศูนย์ AOC 1441 ลุยปราบบัญชีต้องสงสัย 3.4 แสนเคส ... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/ict/news-1695153](https://www.uni.net.th/index.php/news/10603/) - ดีอีเผยผลงาน 1 ปี AOC 1441 ร่วมหน่วยงานพันธมิตร ลุยปราบ “โจรออนไลน์” ระงับบัญชีต้องสงสัยแล้วกว่า 340,000 เคส ช่วยระงับเหตุต้องสงสัยภายใน 10 นาทีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แถลงผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์และภาพรวมของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) ตลอดช่วงระยะเวลา 1 ปี (1 พ.ย. 66-14 พ.ย. 67) ว่าภายใต้การร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ กสทช. ดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลกระทรวงดีอีได้ออกพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ และมีการจัดตั้งคณะกรรมการตามพระราชกำหนดฉบับนี้ขึ้น ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าว ได้มีมติให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 โดยกระทรวงดีอีได้จัดตั้งศูนย์ AOC 1441 - [ดีอี หนุน สคส. ตั้งเป้าข้อมูลรั่วไหลต้องเป็น 'ศูนย์'](https://www.uni.net.th/index.php/news/10597/) - สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เดินหน้าผนึกกำลังจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนไทย พร้อมตั้งเป้าหมายสำคัญ ข้อมูลรั่วไหลต้องเป็น “ศูนย์”นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กระทรวงดีอี กล่าวว่า การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ใช่แค่เพียงกฎหมาย แต่คือการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าข้อมูลของพวกเขาจะได้รับการป้องกันอย่างมั่นคงและปลอดภัยในทุกสถานการณ์ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลในระดับสากลทั้งนี้ การขับเคลื่อนที่สำคัญในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศต้องมุ่งเน้นการรวมพลังจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อตอบโต้ปัญหาการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในยุคดิจิทัล ซึ่งได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการใช้บริการทางดิจิทัล พร้อมเสริมสร้างความร่วมมืออย่างจริงจังในการป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ได้ทำงานอย่างจริงจังและต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานมีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างความปลอดภัยและป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลอย่างแท้จริงสร้างการตระหนักรู้แก่ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ เกี่ยวกับความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการใช้บริการดิจิทัลอย่างต่อเนื่องด้าน เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รักษาการแทนเลขาธิการสคส. กล่าวว่า ที่ผ่านมา สคส. ได้เปิด “ศูนย์เฝ้าระวัง PDPC Eagle Eye” ที่มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบ และระงับเหตุอันตรายจากการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างทันท่วงที เพื่อให้เกิดความปลอดภัยอย่างสูงสุดต่อข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ระบบนี้จะช่วยเฝ้าระวังและลดความเสี่ยงจากการละเมิดข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบตรวจสอบข้อมูลอัตโนมัติ PDPC Eagle Wings ที่มีความแม่นยำสูงถึง 100% ช่วยยับยั้งภัยคุกคามด้านข้อมูลส่วนบุคคลก่อนที่จะเกิดความเสียหายอีกหนึ่งความสำเร็จที่มุ่งเน้นคือ แอปพลิเคชัน Smart PDPA ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงการตรวจสอบและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลได้อย่างสะดวก โดยโครงการ Government Platform for PDPA Compliance (GPPC) จะมีส่วนช่วยให้หน่วยงานภาครัฐปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างครบถ้วนนอกจากนี้ยังมีแผนความร่วมมือกับนานาชาติผ่านมาตรฐาน - [“ศุภมาส” เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย อว. for AI เรียกประชุมคณะทำงานนัดแรก ดันใช้ AI เป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศทุกมิติ เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/10591/) - “ศุภมาส” เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย อว. for AI เรียกประชุมคณะทำงานนัดแรก ดันใช้ AI เป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศทุกมิติ เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทย ทั้งยกระดับการศึกษา พัฒนากำลังคนและนวัตกรรม เมื่อวันที่ 15 พ.ย.น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะที่ปรึกษาคณะทำงานการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ (อว. for AI) เป็นประธานการประชุมคณะทำงาน อว. for AI ครั้งที่ 1/2567 โดยมี รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานคณะทำงานฯ พร้อมคณะทำงานฯ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วม ที่ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวง อว. (โยธี) น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบาย อว. for AI ได้ร่วมกันกำหนดแนวทางเพื่อผลักดันการใช้ AI เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ โดยมุ่งเน้นใน 3 ประเด็นหลัก - [ข่าวดีต้องบอกต่อ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดคอร์สเทรนนิ่งฟรี!!! นักซอฟต์แวร์ DevOps Engineer](https://www.uni.net.th/index.php/news/10575/) - กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน คัดโปรโมชั่นเด็ดเอาใจสายไอที จัดฝึกอบรม ฟรี!!! นักซอฟต์แวร์ DevOps Engineer อัดเต็ม 3 หลักสูตร นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ IT ที่พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้มีตำแหน่งงานใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยหนึ่งในตำแหน่งที่มีความสำคัญในการพัฒนาซอฟต์แวร์ คือ DevOps Engineer หรือตำแหน่งของนักพัฒนาและผู้ปฏิบัติงานซอฟต์แวร์ กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานไอที โดยมีหน้าที่เป็นผู้ที่ออกแบบระบบการใช้ซอฟต์แวร์ให้สามารถนำมาใช้ได้จริง แก้ปัญหาซอฟต์แวร์ได้ ช่วยให้หน่วยงานผลิตซอฟต์แวร์ได้เร็วขึ้นและมีคุณภาพมาก จึงมีค่าจ้างในแต่ละเดือนค่อนข้างสูงตั้งแต่ 55,000 – 78,000 บาท กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน จึงดำเนินการตามนโยบายนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ต้องการพัฒนาทักษะฝีมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลผลิตกำลังแรงงานที่มีฝีมือป้อนสู่ตลาดแรงงาน โดยมอบหมายให้สถาบันพัฒนาบุคลากรดิจิทัล DiSDA คัดเลือกหลักสูตรที่จำเป็นและเป็นที่ต้องการของสถานประกอบกิจการในการพัฒนาพนักงาน เพื่อ Upskill ให้พนักงานมีทักษะสูงขึ้น รวมถึงแรงงานที่มีทักษะด้าน IT เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่ต้องการเพิ่มศักยภาพของตนเองให้สามารถยกระดับเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ ซึ่ง DiSDA เป็นหน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีหน้าที่หลักในการพัฒนาและจัดฝึกอบรมด้านดิจิทัลเป็นหลัก จึงคัดเลือกหลักสูตรที่อยู่ในความต้องการของตลาด - [ญี่ปุ่นเผยแผนทุ่มงบ 2 ล้านล้านบาท อัดฉีดอุตสาหกรรมชิปไปถึงปี 2030](https://www.uni.net.th/index.php/news/10569/) - ชิเงรุ อิชิบะ (Shigeru Ishiba) นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเผยแผนทุ่มงบประมาณ 10 ล้านล้านเยน (ราว 2.26 ล้านล้านบาท) อัดฉีดอุตสาหกรรมชิปและ AI ของประเทศ ด้วยเงินสนับสนุนและแรงจูงใจทางการเงินอื่น ๆ ภายในปีงบประมาณ 2030สำนักข่าว Reuters เผยว่ารัฐบาลญี่ปุ่นตั้งใจจะเสนอแผนดังกล่าว รวมถึงร่างกฎหมายที่สนับสนุนการขยายกำลังการผลิตชิปรุ่นใหม่ภายในการประชุมรัฐสภาสมัยหน้า และจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีภายในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ แผนดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่ Rapidus ที่เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทชิป 8 บริษัท และบริษัทชิปเจ้าอื่น ๆ ด้วยตัวแผนจะมีการเรี่ยไรเงินลงทุนมากกว่า 50 ล้านล้านเยน (ราว 10 ล้านล้านบาท) จากทั้งภาครัฐและเอกชนในอุตสาหกรรมชิปของญี่ปุ่นเป็นเวลา 10 ปี นับจากวันที่แผนเริ่มประกาศใช้รัฐบาลญี่ปุ่นประเมินว่าแผนดังกล่าวน่าจะสร้างแรงสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจด้วยมูลค่าราว 160 ล้านล้านเยน (ราว 36 ล้านล้านบาท)นายกรัฐมนตรีอิชิบะกล่าวในงานแถลงต่อผู้สื่อข่าวว่ารัฐบาลจะไม่มีการออกตราสารหนี้เพื่อสนับสนุนการเงินให้กับแผนที่ว่านี้ แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยว่าจะหาเงินจากไหนมาใส่ในเงินก้อนนี้ ที่มา : https://www.beartai.com/tech/it-news/1438281 - [มศว มหาวิทยาลัยเพื่อสังคม กับหลักสูตรออนไลน์ SWU Learning Ecosystem ระบบนิเวศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต](https://www.uni.net.th/index.php/news/10562/) - มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีรากฐานการศึกษาแข็งแกร่งในการผลิตวิชาชีพครูชั้นสูงแห่งแรกแห่งเดียวในประเทศไทยมานาน 75 ปี จัดงานแสดงความก้าวหน้าทางวิชาการในนิทรรศการเผยแพร่ระบบการพัฒนาความเป็นเลิศทางวิชาการและระบบการศึกษาตลอดชีวิต (SWU Lifelong Learning) พร้อมเปิดหลักสูตรออนไลน์ SWU Learning Ecosystem เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒให้แก่คณาจารย์ นิสิตและผู้สนใจทั่วไป ในรูปแบบการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการศึกษาที่เรียนรู้ได้อย่างตลอดชีวิตจากความเชื่อมั่นที่ว่า “การศึกษาคือเครื่องมือทางรอดแห่งมวลมนุษยชาติ ที่แท้จริง”ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึง SWU Learning Ecosystem ระบบนิเวศน์การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืน ว่าเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษา การพัฒนาด้านการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และคณาจารย์ผู้ได้รับการรับรองสมรรถนะวิชาชีพอาจารย์ UKPSFS ซึ่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเรียนไปเรื่อยๆ ยาวๆ ไร้จุดหมาย แต่หมายถึง การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเองตลอดเวลา เรามีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการเรียนรู้ให้เป็นแบบ experential learning เพื่อช่วยสนับสนุนการสร้างและพัฒนาการศึกษา การมี talent /high-skill development อย่างแท้จริง ซึ่งอาจนำไปสู่การแก้วิกฤตทางการศึกษาในปัจจุบัน ที่สำคัญการออกแบบการเรียนรู้นั้น ให้เน้นที่ growth mindset และความสามารถในการปรับตัว Adaptability Quotient เราต้องต่ออนาคตทางการศึกษาให้ได้ - [‘พลังงานไม่เพียงพอ’ โจทย์ใหญ่ สกัดขีดความสามารถ ‘AI Data Center’](https://www.uni.net.th/index.php/news/10554/) - “การ์ทเนอร์” ระบุ AI และ Generative AI (GenAI) กำลังผลักดันการใช้พลังงานไฟฟ้าให้พุ่งสูงขึ้นรวดเร็ว คาดการณ์ว่าอีกสองปีข้างหน้าตลาดดาต้าเซนเตอร์อาจเติบโตสูงถึง 160% และในปี 2570 AI ดาต้าเซ็นเตอร์ถึง 40% จะถูกจำกัดประสิทธิภาพการดำเนินงานจากขีดจำกัดด้านพลังงานบ็อบ จอห์นสัน รองประธานนักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “การเติบโตอย่างรวดเร็วของดาต้าเซ็นเตอร์ ระดับไฮเปอร์สเกลใหม่ๆ เพื่อรองรับ GenAI ทำให้เกิดความต้องการการใช้พลังงานอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและนำไปสู่การถึงขีดจำกัดของความสามารถในการขยายกำลังการผลิตของผู้ให้บริการสาธารณูปโภค ส่งผลให้เกิดปัญหาพลังงานไม่เพียงพอและจำกัดการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ ๆ ที่รองรับ GenAI รวมถึงการใช้งานอื่น ๆ ตั้งแต่ปี 2569”การ์ทเนอร์ ประเมินว่า ในปี 2570 ปริมาณพลังงานที่ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องใช้เพื่อขับเคลื่อนเซิร์ฟเวอร์ที่เพิ่มขึ้นและปรับแต่งสำหรับ AI จะทะยานไปถึง 500 เทราวัตต์ต่อชั่วโมง (TWh) ต่อปี ซึ่งมากกว่าปี 2566 ถึง 2.6 เท่าดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ใหม่ๆ ออกแบบมาเพื่อรองรับปริมาณข้อมูลมหาศาลที่จำเป็นสำหรับการฝึกฝนและปรับใช้ของ Large Language Models (LLMs) อันเป็นพื้นฐานแอปพลิเคชัน GenAI ที่กำลังขยายตัวรวดเร็ว อย่างไรก็ตามการขาดแคลนพลังงานระยะสั้นมีแนวโน้มดำเนินต่อไปอีกหลายปี จากการจัดส่งพลังงาน - [เนคเทค เปิดใช้ฟรี “CYBLION” เกาะป้องกันคลาวด์ให้ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวโดนแฮก](https://www.uni.net.th/index.php/news/10543/) - เนคเทค พัฒนา ‘CYBLION (ไซบีเลียน)’ แพลตฟอร์มคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่ส่งขึ้นไปประมวลผลบนคลาวด์ ด้วยเทคโนโลยี Fully Homomorphic Encryption (FHE) เพื่อให้คลาวด์ประมวลผลข้อมูลได้โดยไม่ต้องถอดรหัส เปิด SI ผู้ออกแบบ I พัฒนาระบบ IoT ใช้งานฟรีปัจจุบันเริ่มมีการใช้งานระบบ Cloud Computing หรือการประมวลผลข้อมูลบนคลาวด์อย่างแพร่หลาย เพราะนอกจากจะช่วยลดเวลาทำงานได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายในภาพรวมของธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีนี้ยังมีจุดอ่อนหนึ่งที่ค่อนข้างสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ใช้งาน คือ ‘ความปลอดภัยของข้อมูล’ เพราะหากเกิดข้อมูลรั่วไหลไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจเสียหายใหญ่หลวงถึงขั้นเสียเปรียบทางการแข่งขันหรือถูกดำเนินคดีได้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนา ‘CYBLION (ไซบีเลียน)’ แพลตฟอร์มคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่ส่งขึ้นไปประมวลผลบนคลาวด์ ด้วยเทคโนโลยี Fully Homomorphic Encryption (FHE) เพื่อให้คลาวด์ประมวลผลข้อมูลได้โดยไม่ต้องถอดรหัส ปิดช่องโหว่ความปลอดภัยของเทคโนโลยีการประมวลผลที่ใช้งานอยู่ทั่วไปในปัจจุบันทั้งนี้การวิจัยและพัฒนาได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)CYBLION เพิ่มความปลอดภัย ไม่กลัวโดนแฮ็กดร.กลิกา สุขสมบูรณ์ ทีมวิจัยความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ - [ครั้งแรกในไทย! แพลตฟอร์มกลางแชร์ข้อมูลภูมิสารสนเทศ (NGIS Platform)](https://www.uni.net.th/index.php/news/10536/) - KEY POINTS GISTDA ในฐานะฝ่ายเลขานุการ กภช. เปิดตัวแพลตฟอร์มกลางเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลภูมิสารสนเทศ (NGIS Platform) NGIS Platform เป็นระบบกลางของประเทศที่ทำหน้าที่บูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ไม่ได้เป็นการนำข้อมูลมาไว้ที่ GISTDA แต่เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลจากต้นทางโดยตรง12 พ.ย.67 มติ ครม.เห็นชอบแผนปฏิบัติการด้านภูมิสารสนเทศของประเทศ ระยะ 5 ปี กำหนดเป้าหมายให้ประเทศไทยมีความพร้อมด้านระบบภูมิสารสนเทศเพื่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติ หรือ กภช. จัดงานสัมมนาเปิดตัวแพลตฟอร์มกลางเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลภูมิสารสนเทศ (NGIS Platform) พร้อมบูรณาการข้อมูลให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติ ให้ความสำคัญกับการใช้งานข้อมูลภูมิสารสนเทศมาก ซึ่งข้อมูลต่างๆ มีประโยชน์ต่อการใช้งานเพื่อความเป็นอยู่ของประชาชน เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการด้านภูมิสารสนเทศของประเทศ ระยะ 5 ปี และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้เป็นกรอบทิศทางและแนวทางดำเนินงานโดยภายใต้แผนดังกล่าวได้กำหนดเป้าหมายให้ประเทศไทยมีความพร้อมด้านระบบภูมิสารสนเทศเพื่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แผนฯ ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่1) การพัฒนาชั้นข้อมูลพื้นฐานของประเทศให้มีความพร้อม2) การพัฒนาระบบให้บริการกลางของประเทศ รวมถึงส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลภูมิสารสนเทศ3) การพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมภูมิสารสนเทศ 4) การส่งเสริมการสร้างเศรษฐกิจด้วยภูมิสารสนเทศ ซึ่งงานในวันนี้ถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จตามเป้าหมายของแผนทุกวันนี้ ข้อมูลเชิงพื้นที่มีความสำคัญต่อการกำหนดนโยบายของรัฐ การพัฒนาประเทศทั้งการแต่เนื่องจากข้อมูลทั้งหลายกระจัดกระจายกันอยู่ในแต่ละหน่วยงาน รวมถึงยังบูรณาการอยู่ในเฉพาะภาครัฐทำให้ประชาชนทั่วไปหรือหน่วยงานเอกชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จัดการทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการภัยพิบัติ - [เจาะเบื้องหลัง KBTG Kampus ร่วมเปิดหลักสูตรปริญญาโท สร้างคนยุค AI กับ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/10528/) - KBTG Kampus ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย ในการยกระดับการศึกษาระดับสูงให้ตอบโจทย์ยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนแปลงโลก โดยร่วมกันออกแบบหลักสูตรปริญญาโทที่นำโจทย์จากงานวิจัยจริงมาพัฒนา เพื่อให้บัณฑิตสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ได้จริงในโลกอุตสาหกรรมทั้งปัจจุบันและอนาคตโดยล่าสุด KBTG ได้จัดงานประกาศความร่วมมือและแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับตลาดแรงงานในการผลิตบุคลากรในยุค AI ร่วมกับอธิการบดีจากมหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่ง โดยวางจุดหมายปลายทางของความร่วมมือครั้งนี้เอาไว้เป็นการพัฒนาเส้นทางอาชีพให้กับคนทำงานและยกระดับความเป็นผู้นำด้าน AI ของไทยในระดับภูมิภาคและระดับโลกความร่วมมือครั้งนี้นำมาสู่การเปิด 3 หลักสูตรที่มุ่งเน้นสาขาสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยี ได้แก่หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาปัญญาประดิษฐ์เพื่อการวิเคราะห์เชิงธุรกิจ – หรือสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาความมั่นคงไซเบอร์และการประกันสารสนเทศ (หลักสูตรนานาชาติ) – มหาวิทยาลัยมหิดลหลักสูตรศิลปศาสตรและวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสหวิทยาการ – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งสามหลักสูตรออกแบบมาครอบคลุมทั้งด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์และนวัตกรรม ไปจนถึงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อผลิตบุคลากรที่มีความพร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัลเพื่อเติมเต็มระบบเศรษฐกิจของไทยAI เปลี่ยนโลกเทียบเท่าปฏิวัติไฟฟ้า การศึกษาต้องทันภายในงานประกาศความร่วมมือครั้งนี้ คุณเรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ได้กล่าวถึงทิศทางของตลาดแรงงานในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรมและทุกมิติของการทำงาน โดยเกริ่นถึงพัฒนาการเกี่ยวกับ AI ในปัจจุบันว่า AI กำลังก้าวขึ้นมาเป็นเทคโนโลยีพื้นฐาน (General Purpose Technology) ที่มีความสำคัญในลักษณะเดียวกับไฟฟ้า คือสามารถใช้ได้ในทุกอุตสาหกรรมและในทุกระดับของงานโดยเฉพาะ - [ดีอีปูพรม Smart City ทั่วไทย พร้อมผลักดัน AI ช่วยงานภาครัฐ-เอกชน](https://www.uni.net.th/index.php/news/10520/) - กระทรวงดิจิทัลฯ เผยแผน AI Agenda ปี 68 พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสมาร์ทซิตี้ครอบคลุมทั่วประเทศ มุ่งใช้เทคโนโลยี AI ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ขณะที่บีโอไอเร่งดึงการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกรัฐบาลไทยเดินหน้าผลักดันประเทศสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) พร้อมกระตุ้นการลงทุนด้านดิจิทัลและเอไอ โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยในงานสัมมนา “POSTTODAY Thailand Smart City 2025” ในหัวข้อ “Digital Government and Digital Economy For Smart City” ว่า รัฐบาลได้ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนในเมืองอัจฉริยะ โดยยกเว้นภาษีนิติบุคคลสูงสุด 100% จากเดิม 50% ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี รมว.ดีอี กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะของไทยมุ่งเน้นการใช้ซิตี้ดาต้าแพลตฟอร์มเพื่อความปลอดภัยของประชาชน การบริหารจัดการจราจรอัจฉริยะ และการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบสมาร์ทโฮม โดยมีเทคโนโลยีเอไอเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นระบบขนส่งอัจฉริยะ หรือการจัดการพื้นที่สีเขียว ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเมือง นอกจากนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ยังได้วางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองอัจฉริยะในอนาคต“บริบทของโลกในปัจจุบันเปลี่ยนไปเร็วมาก - [เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย อว. for AI เรียกประชุมคณะทำงานนัดแรก ดันใช้ AI เป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศทุกมิติ เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/10486/) - เมื่อวันที่ 15 พ.ย.น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะที่ปรึกษาคณะทำงานการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ (อว. for AI) เป็นประธานการประชุมคณะทำงาน อว. for AI ครั้งที่ 1/2567 โดยมี รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานคณะทำงานฯ พร้อมคณะทำงานฯ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วม ที่ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวง อว. (โยธี)น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบาย อว. for AI ได้ร่วมกันกำหนดแนวทางเพื่อผลักดันการใช้ AI เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ โดยมุ่งเน้นใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) AI for Education เพื่อส่งเสริมการใช้ AI ในการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาศักยภาพของคนไทยอย่างรวดเร็วและมีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน (2) AI - [หน้าแรก IT & gadget IT & gadget จุดพลุ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล นำร่อง 'ทุเรียน' พืชเศรษฐกิจ ช่วยยกระดับเกษตรกรไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/10475/) - ดีป้าเดินหน้าเปิดตัวโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ขับเคลื่อนการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันภาคการเกษตรสำหรับบันทึก จัดเก็บข้อมูล ติดตามย้อนกลับการเพาะปลูก ยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่ตลาดโลก พัฒนาทักษะและศักยภาพเกษตรกรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะพรรณธนู วรรณกางซ้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กระทรวงดีอี เปิดเผยว่า ตามนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของประเทศ ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตระหนึกถึงความเดือดร้อนของประชาชนทั้งปัญหาหนี้สิ้น รายได้ ค่าครองชีพรวมทั้งความมั่นคงและปลอดภัยในสังคม ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนและต้องเร่งแก้ไขปัญหาที่กระทบความมั่นคงของสังคม เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ ด้วยการแก้หนี้ ลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจทั้งนี้ กระทรวงดีอี ตอบรับนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการทันที เพื่อเร่งสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าหมาย ยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัย โดยใช้แนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” นำเทคโนโลยีการเกษตร (Agri-Tech) มาใช้พัฒนาอาชีพด้านการเกษตรและอาชีพที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงทางเกษตรกรรม รวมถึงการคว้าโอกาสในตลาดใหม่ๆ ตอบสนองความต้องการของตลาดโลก และเร่งเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและราคาพืชผลการเกษตร รวมทั้งเพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกร ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวว่า โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (OTOD ทุเรียนดิจิทัล) ต้องการที่จะส่งเสริมเกษตรกรชาวสวนทุเรียนประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อจดบันทึกข้อมูลติดตามย้อนกลับการเพาะปลูกทุเรียนมากกว่า 6,000 ราย ภายในระยะเวลาถึง 2 ปี เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเป็น - [สธ.นำทีมไทยแลนด์รับ 2 รางวัลไอทีระดับโลก ASOCIO Awards 2024 ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมสุขภาพ](https://www.uni.net.th/index.php/news/10465/) - รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นำคณะผู้แทนประเทศไทยเข้ารับรางวัล ASOCIO Awards 2024 จำนวน 2 สาขา ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ผ่านผลงานด้านไอที “Financial Data Hub – Health Rider” ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสุขภาพ สอดรับนโยบาย “รัฐมนตรีสมศักดิ์” มุ่งยกระดับบริการสุขภาพของประเทศไทย วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 ที่โรงแรม ANA Intercontinental กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นำคณะผู้แทนประเทศไทย เข้ารับรางวัล ASOCIO Awards 2024 จำนวน 2 สาขา ได้แก่ สาขา HealthTech Award in Public Sector โดยกองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ จากโครงการ Financial Data Hub และสาขา Environmental, Social & - [เศรษฐกิจดิจิทัลไทย แรงไม่หยุด มูลค่ากว่า 1.5 ล้านล้านบาท](https://www.uni.net.th/index.php/news/10457/) - รายงาน e-Conomy SEA 2024 Google, Temasek และ Bain & Company ระบุเศรษฐกิจดิจิทัลภูมิภาคอาเซียน มูลค่า 8.679 ล้านล้านบาท ส่วนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย มูลค่า 1.518 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% ได้แรงหนุนอีคอมเมิร์ซ นโยบายรัฐ ทั้งเงินดิจิทัล รวมถึงดึงต่างชาติตั้งดาต้าเซ็นเตอร์- AIรายงาน e-Conomy SEA 2024 ฉบับที่ 9 จัดทำโดย Google, Temasek และ Bain & Company ระบุว่า เศรษฐกิจดิจิทัลภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปี 2024 คาดว่าจะมีมูลค่า 263 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 8.679 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีที่ผ่านมา รายได้รวมเพิ่มขึ้น 14% คาดว่าจะสูงถึง 89 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 2.937 - [อนาคตการจ้างงาน เมื่อบริษัทใช้ AI คัดเลือกคนทำงาน](https://www.uni.net.th/index.php/news/10450/) - ผลการสำรวจใหม่พบว่าบริษัทจะใช้ AI ในกระบวนการจ้างงานในปี 2025 แม้ว่าส่วนใหญ่จะบอกว่าเป็นการใช้ AI มีอคติก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่รับสมัครงานต้องค้นหาผู้สมัครหลายร้อยหรือหลายพันคนเพื่อสมัครงานในตำแหน่งที่ว่าง ก็มักจะใช้เครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อคัดกรองประวัติย่อและทำให้กระบวนการรับสมัครงานจัดการได้ง่ายขึ้น เครื่องมือเหล่านี้ได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันบริษัทมากกว่าครึ่งหนึ่งใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการจ้างงานจากการสำรวจใหม่โดย Resume Builder ได้ทำการสำรวจผู้นำทางธุรกิจ 948 รายในเดือนตุลาคม 2024 ดำเนินการออนไลน์โดยแพลตฟอร์มโพล Pollfish พบว่า ปัจจุบันบริษัทมากกว่าครึ่ง (51%) กำลังใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ในกระบวนการจ้างงานและตัวเลขนี้มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ภายในสิ้นปี 2025 บริษัท 68% จะใช้ AI เพื่อดึงดูดบุคลากรใหม่ บริษัทขนาดใหญ่มีแนวโน้มที่จะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้มากขึ้น82% ใช้ AI เพื่อคัดกรองประวัติย่อ40 % ใช้ AI เพื่อสื่อสารกับผู้สมัครงาน 64 % ใช้ AI เพื่อประเมินงานที่ได้รับมอบหมายหรือการทดสอบที่ผู้สมัครงานต้องทำในระหว่างขั้นตอนการสัมภาษณ์28% ใช้ AI เพื่อรับสมัครพนักงานใหม่อีกกรณีการใช้งานยอดนิยมสำหรับบริษัทที่ใช้ AI โดยพบว่า 42% สแกนโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์ส่วนตัวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจ้างงาน การใช้ AI ในการสัมภาษณ์และคัดเลือกผู้สมัคร23% ใช้ AI ในการสัมภาษณ์19% กำลังวางแผนที่จะเริ่มใช้ AI ภายในปีหน้า ซึ่งอาจรวมถึงการใช้ AI ถามคำถามในการสัมภาษณ์ วิเคราะห์ภาษากาย - [เปิด 10 อันดับเทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์มาแรง ปี 68](https://www.uni.net.th/index.php/news/10441/) - การ์ทเนอร์ ประกาศ 10 อันดับเทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ที่องค์กรต้องจับตาในปี 2568 ครอบคลุมความจำเป็นและความเสี่ยง AI, ขอบเขตใหม่ของการประมวลผล และการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรนายยีน อัลวาเรซ รองประธานอาวุโส การ์ทเนอร์ กล่าวว่า “ปีนี้เทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ครอบคลุมความจำเป็นและความเสี่ยง AI, ขอบเขตใหม่ของการประมวลผล และการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร ซึ่งการติดตามแนวโน้มเหล่านี้ช่วยให้ผู้นำไอทีสามารถกำหนดอนาคตองค์กรด้วยการนำนวัตกรรมมาปรับใช้อย่างมีความรับผิดชอบและมีจริยธรรม” Agentic AIระบบตัวแทนเอไอหรือ Agentic AI สามารถใช้วางแผนและดำเนินการแบบอัตโนมัติเพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่ผู้ใช้กำหนด โดย Agentic AI จะนำเสนอการทำงานเสมือนจริงของทีมงานเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและเพิ่มประสิทธิภาพงานของมนุษย์ การ์ทเนอร์คาดว่า ในปี 2571 การตัดสินใจเรื่องงานประจำวันจะเป็นอัตโนมัติโดยทำงานผ่าน Agentic AI จะมีอย่างน้อย 15% เพิ่มขึ้นจากเดิม 0% ในปี 2567 โดยความสามารถที่ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายของเทคโนโลยีนี้จะมอบระบบซอฟต์แวร์ที่ปรับเปลี่ยนได้มากขึ้น ช่วยให้ทำงานได้หลากหลายขึ้นAgentic AI มีศักยภาพช่วยให้ผู้บริหาร CIO สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ทั่วทั้งองค์กร โดยแรงจูงใจนี้ยังผลักดันให้ทั้งองค์กรและผู้จำหน่ายร่วมกันสำรวจ สร้างสรรค์นวัตกรรมและพัฒนาเทคโนโลยีพร้อมแนวทางปฏิบัติที่จำเป็นเพื่อส่งมอบเทคโนโลยีนี้ในรูปแบบที่มั่นคง ปลอดภัย และเชื่อถือได้AI Governance Platformsแพลตฟอร์มการกำกับดูแล AI หรือ AI Governance Platform เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการจัดการความน่าเชื่อถือ ความเสี่ยง และความปลอดภัยของ AI (หรือที่เรียกว่า TRiSM) ที่การ์ทเนอร์กำลังพัฒนาอยู่ ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ นั้นสามารถจัดการประสิทธิภาพทางกฎหมาย จริยธรรม และการดำเนินงานระบบ AI โดยโซลูชันเทคโนโลยีเหล่านี้มีความสามารถในการสร้างสรรค์ จัดการและบังคับใช้หลักเกณฑ์สำหรับการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ - [เด็กไทยเจ๋ง! คว้าแชมป์เขียนโปรแกรมคุมหุ่น Astrobee ผู้ช่วยนักบินอวกาศ NASA](https://www.uni.net.th/index.php/news/10432/) - เยาวชนไทย ‘ทีมแอสโทรนัต” สร้างชื่อก้องโลก คว้ารางวัลชนะเลิศ จากการแข่งขันเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมหุ่นยนต์ผู้ช่วยนักบินอวกาศแอสโตรบี (Astrobee) ของ NASA ที่ปฏิบัติงานอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ดำเนินการจัดแข่งขันโครงการ The 5th Kibo Robot Programming Challenge รอบชิงแชมป์ประเทศไทย โดยทีมแอสโทรนัต (Astronut) เป็นทีมชนะเลิศ และเป็นทีมตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันในรอบชิงแชมป์นานาชาติ ณ ศูนย์อวกาศสึกุบะ (Tsukuba Space Center) ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณการเดินทางจากบริษัท เดลว์ แอโรสเปซ จำกัด และ บริษัท 168 ลัคกี้เทรด จำกัดดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า ทีมแอสโทรนัต ประกอบด้วยสมาชิก 4 คน ได้แก่ นายธรรญธร ไชยกายุต ชั้นปีที่ 1 คณะแพทยศาสตร์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า นายชิษณุพงศ์ ประทีปพงศ์ ชั้นปีที่ 1 - [GISTDA จับมือกับ 5 พันธมิตรร่วมลงนาม MOU เพื่อพัฒนากำลังคนของประเทศด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ](https://www.uni.net.th/index.php/news/10422/) - เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับ 5 หน่วยงานพันธมิตรได้แก่ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ,บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) ,สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ,จังหวัดอุตรดิตถ์ และเทศบาลตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านบริการวิชาการและพัฒนากำลังคนด้านอวกาศเพื่อนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์กับภารกิจที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะการบริหารจัดการทรัพยากรและท้องถิ่น ในระดับภูมิภาคฯ ณ ห้อง Phoenix-2 Hall 9-10 อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน Thailand Space Week 2024 โดยมี ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA ลงนามร่วมกับผู้บริหารของแต่ละภาคี การลงนามในสัญญาหน่วยงานภาคีในครั้งนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นและมีความสำคัญต่อการพัฒนาคนพัฒนางานในทุกมิติที่มีการบูรณาการแบบองค์รวม - [Thailand Space Week 2024 เปิดอย่างเป็นทางการ GISTDA อว. จับมือพันธมิตรสุดแกร่ง ยกให้เป็นเวทีที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อมโยงเครือข่ายด้านเทคโนโลยีอวกาศจากทั่วโลก](https://www.uni.net.th/index.php/news/10401/) - ประเทศไทย โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรือ อว. จับมือหน่วยงานพันธมิตรอย่าง Cabinet office of Japan, ISPACE, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), ECURS, SIEMENS, THAICOM และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ อีกกว่า 70 บริษัท จัดงาน Thailand Space Week 2024 อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการไปแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน 2567 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 9-10 โดยได้รับเกียรติจาก นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้นำหน่วยงานอวกาศจากนานาประเทศและเหล่าผู้ประกอบการทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องจากทั้งในและต่างประเทศ นับเป็นงานด้านเทคโนโลยีอวกาศในระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีฯในฐานะประธานในพิธี กล่าวว่า ประเทศไทยตั้งใจจัดงาน Thailand Space Week 2024 - [ยาแรงกฎหมายใหม่ “พรบ.แพลตฟอร์มดิจิทัล” ที่เล็ง 10 ธุรกิจโดยตรง](https://www.uni.net.th/index.php/news/10395/) - วันที่ 8 พฤศจิกายน 67 ที่ผ่านมา ETDA และ TDRI ได้ร่วมกันจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นด้าน “หลักการ” ของ (ร่าง) พ.ร.บ. เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลที่โรงแรมดิเอ็มเมอรัลด์ กรุงเทพ ซึ่งแม้เป็นแค่การนำ “หลักการ” มาอธิบายเพื่ออภิปรายสำรวจความคิดเห็น ก่อนจะนำไปใช้ประกอบและพัฒนาเป็น ร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งฉบับร่างฯ นั้น ดร.สลิลธร ทองมีนสุข นักวิชาการอาวุโส TDRI คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จแล้วเปิดให้ทำประชาพิจารณ์อีกรอบราวต้นปีการประชุมรับฟังความคิดเห็นนี้ มีผู้สนใจจากเจ้าของแพลตฟอร์มทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะแพลตฟอร์มจากจีน เนื่องจากมีผลกระทบต่อโมเดลธุรกิจ กระบวนการปฏิบัติตามทางกฎหมาย และต้นทุน ที่สำคัญ คาดว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะเป็นกฎหมายหลัก (Lex Generalis) ไม่ใช่กฎหมายเฉพาะ (Lex Specialis)กฎหมายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยมุ่ง “คุ้มครองผู้บริโภค” และ “ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม” เพื่อป้องกันการครอบงำและอำนาจเหนือตลาดจาก “ผู้ให้บริการที่มีอำนาจควบคุมการเข้าถึงบริการของผู้อื่น” (Gatekeeper)โดยหลักการที่จะเป็นร่างกฎหมายฉบับนี้ มุ่งดูแล กำกับ และป้องกันปัญหาล่วงหน้าได้ (Ex-Ante) ใน 2 มิติ ได้แก่ - [สอวช.วิเคราะห์ “ทรัมป์”คืนทำเนียบขาว กระทบวงการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี](https://www.uni.net.th/index.php/news/10388/) - “สอวช.” วิเคราะห์ “โดนัลด์ ทรัมป์” คืนทำเนียบขาว กระทบ วงการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ย้อนประวัติศาสตร์เคยตัดงบวิจัยและพัฒนา “ดร.สุรชัย”ย้ำจุดยืนใช้ วทน.ยกระดับประเทศไทยด้วยเศรษฐกิจนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนชัยชนะแบบถล่มทลายของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ได้ก่อคลื่นกระแทกที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก ด้วยแนวนโยบายที่ฉีกออกจากนโยบายของรัฐบาลเดิม ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายต่างประเทศ ที่จะขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ของสหรัฐ มากกว่าการแสวงหาฉันทามติและความร่วมมือระหว่างประเทศ หรือ นโยบายภายในประเทศ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2567 ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า จากการวิเคราะห์นโยบาย America First ของฝ่ายนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศของ สอวช. พบว่า นโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิทยาศาสตร์ จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับที่เคยเป็นมาในสมัยที่ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีระหว่างปี ค.ศ. 2017-2021 - [‘ดร.ประวิต’ เปิดโต๊ะหารือ NQF - CREDIT BANK แชร์วิชั่นกลไกการดำเนินงาน ปูทางการศึกษาไทย รับนโยบาย Anywhere Anytime](https://www.uni.net.th/index.php/news/10375/) - วันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธาน “การประชุมหารือเพื่อพัฒนาแนวทางการรับรองสมรรถนะตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เพื่อปรับคุณวุฒิการศึกษาด้วยระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ” โดยมี นายสง่า แต่เชื้อสาย รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดร.ชัยพัฒน์ พันธุ์วัฒนสกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมด้วย นางสาวกาญจนา หงส์รัตน์ ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกลุ่มกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ นายเนติ รัตนากร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากฎหมายการศึกษา นางโชติกา วรรณบุรี ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผนการศึกษาแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษา และข้าราชการและบุคลากรจากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสิปปนนท์ เกตุทัต ชั้น 2 อาคาร 2 สกศ. ที่ประชุมร่วมกันหารือและติดตามผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติและแนวทางการรับรองสมรรถนะตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติระบบธนาคารหน่วยแห่งชาติ เพื่อรับคุณวุฒิการศึกษาด้วยระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ ในประเด็นความเป็นมาของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และการดำเนินงานของระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติที่ปัจจุบันได้มีการนำไปใช้พื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน เชียงใหม่ อุดรธานี ปทุมธานีและนครศรีธรรมราชเริ่ม ตลอดการพัฒนาแพลตฟอร์มต้นแบบระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ จนกระทั่งการออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง แนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตฯ เมื่อที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานแล้วจึงร่วมกันให้ข้อคิดเห็นเพื่อพัฒนาแนวทางการดำเนินงานต่อไป - [Shadow AI คืออะไร? ภัยเงียบจาก AI ที่คุกคามองค์กรของคุณอยู่](https://www.uni.net.th/index.php/news/10366/) - Shadow AI คืออะไร? ในยุคที่ AI ถูกใช้มาช่วยในการทำงานมากมายอย่างทุกวันนี้ แน่นอนว่าย่อมเป็นผลดีในการเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มประสิทธิผลต่อการทำงาน แต่แล้วทำไมการนำ AI มาช่วยทำงานกลับกลายเป็นผลเสียต่อองค์กรโดยรวมไปได้ล่ะ?Shadow IT คืออะไร? Shadow IT คือการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เช่น ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ หรือบริการดิจิทัล ต่างๆ ในการทำงานโดยที่ไม่ได้รับการอนุมัติหรือไม่ได้รับการควบคุมจากฝ่าย IT ขององค์กร เช่น การใช้บริการคลาวด์โดยใช้บัญชีส่วนตัวในการสร้างหรือจัดเก็บข้อมูลของบริษัท, การใช้ซอฟต์แวร์หรือการซื้อซอฟต์แวร์ SaaS โดยไม่ผ่านการตรวจสอบจาก IT รวมไปถึงการใช้ อุปกรณ์ส่วนตัว เช่น smartphone หรือ tablet ในการเข้าถึงข้อมูลของบริษัท การใช้งานในลักษณะนี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลขององค์กร เช่น การรั่วไหลของข้อมูล เนื่องจากฝ่าย IT ไม่สามารถควบคุมหรือมองเห็นการใช้งานเหล่านี้ได้ Shadow AI คืออะไร? ในทำนองเดียวกัน Shadow AI ก็คือการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในองค์กรหรือบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ได้รับการควบคุมจากฝ่ายไอทีหรือผู้บริหาร เช่น การใช้บริการ AI ออนไลน์เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลหรือสร้างเนื้อหา แต่พนักงานไม่ได้มีการบอกว่าใช้ AI - [ThaiLIS สร้างชื่อคว้ารางวัลนานาชาติ](https://www.uni.net.th/index.php/news/10165/) - ThaiLIS (Thailand Library Integrated System) หรือเครือข่ายระบบห้องสมุดประเทศไทย ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยอีกครั้ง ด้วยการคว้ารางวัล “The Recognition of Excellence in Advancing Research and Knowledge Dissemination” จากงาน APAN58 ที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 26-30 สิงหาคม 2567 ThaiLIS ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2533 มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการวิจัยและการเผยแพร่ความรู้ในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นที่ 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1. ศูนย์กลางเทคโนโลยีสารสนเทศ: เป็นศูนย์กลางในการจัดการฐานข้อมูลวิชาการ ให้บริการสมาชิกกว่า 80 สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ช่วยให้นักวิจัยเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและสะดวก 2. ส่งเสริมการวิจัยร่วม: มีบริการ Union Catalog (UC) ที่ช่วยให้ห้องสมุดและสถาบันวิจัยสามารถแชร์ทรัพยากรซึ่งกันและกัน 3. ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี: มีระบบ AutoLib ช่วยในการบริหารจัดการห้องสมุด และ - [ทปอ.เผยลงทะเบียน 'ทีแคส' พุ่งกว่า 4 แสน แห่สมัคร 'ทีแกต' 3.2 แสนคน](https://www.uni.net.th/index.php/news/10128/) - ทปอ.เผยลงทะเบียน ‘ทีแคส’ พุ่งกว่า 4 แสน แห่สมัคร ‘ทีแกต’ กว่า 3.2 แสนคน ทะลุเป้า หลังอว.ให้ฟรี เร่งแก้ปัญหาเด็กซิ่ว แนะแนวเด็กค้นหาตัวเองก่อนสมัครเรียนเมื่อวันที่ 6 พ.ย.67 นายชาลี เจริญลาภนพรัตน์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายรับเข้าศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และผู้จัดการระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2568 หรือทีแคส 2568 ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมทปอ.เปิดให้ลงทะเบียนเข้าระบบทีแคส ปีการศึกษา 2568 ผ่านเว็บไซต์ https://student.mytcas.com ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2567 นั้น ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีผู้มาลงทะเบียนในระบบกว่า 412,190 คนในจำนวนนี้เป็นเด็กซิ่ว 96,486 คน ส่วนการรับสมัครสอบความถนัดทั่วไป หรือ TGAT และความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ TPAT2-5 วันที่ - [แคนาดาออกคำสั่งให้ TikTok ปิดสำนักงานในประเทศ เหตุผลด้านความมั่นคง แต่แอปยังใช้งานต่อได้](https://www.uni.net.th/index.php/news/10122/) - รัฐมนตรีกระทรวงนวัตกรรม, วิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรมของแคนาดา ประกาศว่ารัฐบาลแคนาดาออกคำสั่งให้บริษัท TikTok Technology Canada หรือเป็นสำนักงานของ TikTok ในแคนาดา ยุติการดำเนินธุรกิจในประเทศ หลังจากรัฐบาลได้ประเมินในหลายขั้นตอน มีข้อสรุปว่าธุรกิจของ TikTok เป็นภัยต่อความมั่นคงของแคนาดา ซึ่งรัฐบาลอ้างว่ามีหลักฐานและข้อมูลสนับสนุนอย่างไรก็ตามคำสั่งนี้เป็นการสั่งห้าม TikTok ดำเนินธุรกิจเปิดสำนักงานในประเทศเท่านั้น ไม่ใช่คำสั่งบล็อกการเข้าถึงแอป TikTok ในแคนาดา คนแคนาดาจึงยังสามารถใช้งาน TikTok ได้ตามปกติ ซึ่งรัฐบาลก็แนะนำให้ผู้ใช้งานดูแลความปลอดภัยของบัญชี และจัดการข้อมูลส่วนตัวในการใช้งาน ตามแนวทางใช้งานแพลตฟอร์มโซเชียลตัวแทนของ TikTok บอกว่าบริษัทจะยื่นคัดค้านคำสั่งนี้ โดยบอกว่าคำสั่งนี้กระทบต่อการจ้างงานพนักงานหลายร้อยคน ซึ่งมีการจ่ายค่าตอบแทนสูง และไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น ที่มา : https://www.blognone.com/node/142982 - [ดีอี เร่งแก้กฎหมายป้องไซเบอร์ ชงครม.อนุมัติเพิ่มโทษ บังคับแบงก์ร่วมรับผิด](https://www.uni.net.th/index.php/news/10116/) - รมว.ดีอี เผย พ.ร.ก.ป้องปรามอาชญากรรมไซเบอร์ฉบับแก้ไขกำลังเข้า ครม. เพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูล บัญชี-ซิมม้า บีบแบงก์ให้ร่วมรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายหากเอื้อมิจฉาชีพ เปิดทางคืนเงินกว่าหมื่นล้านให้ผู้เสียหายนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า การปรับปรุง พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2565 อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของสำนักงานกฤษฎีกา จากนั้นจะมีการนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อประกาศใช้ต่อไปโดยประเด็นแก้ กฎหมาย แก้ปัญหาโจรออนไลน์1.การเร่งรัดคืนเงินให้ผู้เสียหาย โดยเฉพาะกรณีที่มีการระงับหรืออายัดบัญชีม้าที่มีเงินในธนาคาร มีมูลค่าหลายพันล้านบาท แต่ยังไม่สามารถคืนเงินผู้เสียหายได้ เนื่องจากการดำเนินคดียังไม่สิ้นสุด หรือ ยังติดขัดข้อกฎหมาย กฎระเบียบที่ล้าสมัย2.การเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล โดยถือว่าการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล เป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสังคมในวงกว้าง จึงต้องมีการกำหนดบทลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องและคนร้ายในอัตราโทษจำคุกเพิ่มขึ้นจาก 1 ปี เป็น 5 ปี3.การป้องกันการโอนเงินแบบผิดกฎหมายของคนร้ายโดยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะที่เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศที่ผิดกฏหมาย รวมถึงการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล ระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคนร้ายหรือโจรออนไลน์4.การระงับ หรือ ยกเลิกการใช้ซิม หรือการสื่อสารต้องสงสัย5.การเพิ่มความรับผิดชอบของสถาบันการเงิน และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคม หรือ สื่อสังคมออนไลน์ ในความเสียหายของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงออนไลน์ พร้อมกันนี้ กระทรวงดีอีได้ตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมา คือ กองนวัตกรรมด้านดิจิทัล ภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวงดีอี เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2567 ภายใต้นโยบายกำลังคนดิจิทัลของภาครัฐ ที่เป็นการนำบุคลากรจากหน่วยงานภายใต้กระทรวงฯ มาพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน - [ดีอี หนุนตั้งศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัล-การเงิน ส่งเสริมลงทุนนวัตกรรมดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/news/10109/) - ดีอี สนับสนุน ภาคเอกชน จัดตั้งโครงการศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัลและการเงินของประเทศไทย (TIDC) มุ่งส่งเสริมการลงทุนในนวัตกรรมดิจิทัล ยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลไทยผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ให้ความสนับสนุนภาคเอกชน ในการจัดตั้งโครงการศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัลและการเงินของประเทศไทย หรือ Thailand International Digital Business & Finance Centre (TIDC) หรือ โครงการ ทีไอดีซี เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศดิจิทัลครบวงจรและการลงทุนในธุรกิจดิจิทัล รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมสำหรับธุรกิจดิจิทัลในประเทศไทย โดยมีบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เป็นหนึ่งในผู้ผลักดันสำคัญ โครงการ TIDC มุ่งสร้างศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัลและออนไลน์ยุคใหม่ของไทย พร้อมส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อดึงดูดการลงทุนจากธุรกิจดิจิทัล ธุรกิจออนไลน์ สตาร์ทอัพ และบริษัทขนาดใหญ่ทั้งในประเทศและทั่วโลกกลุ่มธุรกิจเป้าหมายของโครงการครอบคลุมอุตสาหกรรมดิจิทัลที่มีศักยภาพ อาทิ เกมและประสบการณ์เสมือนแห่งอนาคต เทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) บริการดิจิทัลภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น AI, Machine Learning, Blockchain, Big Data Analytics, Cloud Computing และ IDC Technologyนอกจากนี้ โครงการยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนดิจิทัล - [นักวิจัยพัฒนาโมเดล AI ยกระดับภาพ MRI 3T ให้มีคุณภาพเทียบเท่า MRI 7T](https://www.uni.net.th/index.php/news/10103/) - ทีมวิจัยจาก UCSF พัฒนาโมเดล AI ที่สามารถยกระดับคุณภาพภาพ MRI 3T ให้เทียบเท่า MRI 7T ช่วยให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดความผิดปกติของสมองได้ชัดเจนขึ้น เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยโรคทางระบบประสาท เช่น TBI และ MSKey takeawayนักวิจัยจาก UCSF พัฒนาโมเดล AI ที่สามารถยกระดับคุณภาพของภาพ MRI 3T ให้มีความละเอียดใกล้เคียงกับ MRI 7T ช่วยให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดความผิดปกติของสมองได้ชัดเจนขึ้นเทคโนโลยีนี้มีศักยภาพในการเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยโรคทางระบบประสาท เช่น traumatic brain injury (TBI) และ multiple sclerosis (MS) แต่ยังต้องมีการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติมนวัตกรรมนี้อาจช่วยขยายการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกจากภาพคุณภาพสูงโดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ แต่การนำไปใช้ในทางคลินิกจำเป็นต้องมีการตรวจสอบและประเมินผลอย่างละเอียดเพิ่มเติมทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก (UCSF) ได้พัฒนาโมเดล machine learning ที่สามารถเพิ่มคุณภาพของภาพ MRI 3T ให้มีความละเอียดสูงใกล้เคียงกับภาพจาก MRI 7T ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นรายละเอียดความผิดปกติของสมองได้ชัดเจนยิ่งขึ้นภาพ synthetic 7T ที่สร้างขึ้นจากโมเดลนี้ แสดงให้เห็นรายละเอียดที่ละเอียดมากขึ้น เช่น - [PDPC เตือนเอกชน-รัฐ และห้ามละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลประชาชนอย่างเคร่งครัด](https://www.uni.net.th/index.php/news/10096/) - PDPC ประกาศเตือนบริษัทเอกชน และองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพร้อมเรียกร้องให้ตระหนักถึงสิทธิของผู้บริโภคที่อาจได้รับความเดือดร้อนจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เปิดเผยว่า ในรอบ 9 เดือน ของปี 2567 มีการร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลจากบริษัทเอกชนต่าง ๆ หรือหน่วยงานภาครัฐที่นำข้อมูลไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง โดยมีจำนวน 342 ราย แยกเป็นด้านการเงิน 29 ราย ด้านประกันชีวิตประกันภัย 23 ราย ด้านโทรคมนาคม 5 ราย ด้านการซื้อสินค้าออนไลน์ 4 ราย หน่วยงานรัฐ 63 รายโดยมีการร้องเรียนผ่าน 3 ช่องทาง มายังสำนักงานฯ ได้แก่ คอลเซ็นเตอร์, เอกสาร และมายื่นเรื่องด้วยตัวเอง ทั้งนี้ สคส.ได้นำเสนอให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญกฎหมายพิจารณาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ จำนวน 273 ราย และยุติเรื่อง 38 รายทาง PDPC ขอย้ำว่าการละเมิดดังกล่าวสร้างผลกระทบต่อผู้เสียหายที่พยายามร้องขอความยุติธรรมเบื้องต้น แต่ในหลายกรณี บริษัทหรือองค์กรนั้น ๆ ไม่ได้ตอบสนองหรือดำเนินการใดๆเพื่อแก้ไขปัญหาตามคำร้องขอของผู้เสียหาย - [“สกาย กรุ๊ป” เปิดนวัตกรรมสุดล้ำด้วยระบบ Biometric ยืนยันตัวตนเร็วไม่ถึง 2 นาที](https://www.uni.net.th/index.php/news/10088/) - เปิดประสบการณ์การเดินทางสู่โลกอนาคต ด้วยระบบ Biometric สุดล้ำ พัฒนาการบริการโดย “สกาย กรุ๊ป” มอบประสบการณ์เดินทางแบบไร้รอยต่อ ยกระดับมาตรฐานท่าอากาศยานไทยสู่สากล เริ่มสายการบินในประเทศ 1 พ.ย.67 เดินทางผ่าน 6 สนามบินสะดวกรวดเร็วSKY ICT Public Company Limited เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการบินและระบบการจัดการอัจฉริยะ โดยได้รับการรับรองและไว้วางใจจาก ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ในการพัฒนาและจัดการบริการระบบไบโอเมตริกซ์ที่ทันสมัยและแม่นยำในการสแกนใบหน้า ระบบนี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร ตั้งแต่การเช็คอิน การตรวจสอบความปลอดภัย ไปจนถึงการเข้าประตูทางออกขึ้นเครื่อง ประโยชน์และจุดเด่นของระบบไบโอเมตริกซ์นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ สกาย กรุ๊ป (SKY Group) กล่าวว่า บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้พัฒนาบริการระบบ Biometric เป็นผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกมาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารตั้งแต่การเช็คอิน การโหลดกระเป๋าสัมภาระ การตรวจสอบความปลอดภัย - [CITE DPU ปั้นมนุษย์ทำงาน Gen Z-Y เก่ง AI พลิกโฉมหลักสูตรไอที กุญแจสู่โอกาสโลกอนาคต](https://www.uni.net.th/index.php/news/10082/) - วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (CITE) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ดึง AI เสริมแกร่งหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ระดับปริญญาโท จัดเต็มทักษะโลกอนาคต ‘AI-Cyber Security-Analytics’ ปั้นมนุษย์งาน Gen Z-Y ก้าวสู่ ‘ซูเปอร์ ยูสเซอร์’ ยกระดับผู้ใช้งานและบริหารจัดการ AI อย่างชาญฉลาด ตอบโจทย์อุตสาหกรรมสมัยใหม่ พร้อมเพิ่มโอกาสความก้าวหน้าในทุกสายอาชีพผศ.ดร.นันทิกา ปริญญาพล ผู้อำนวยการหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (CITE : College of Engineering and Technology) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดเผยว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อการเรียน และ การทำงาน ไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเป็นผลมาจากความสามารถของ AI ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และการนำไปใช้งานที่ครอบคลุมได้หลากหลายด้าน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนยุคนี้ที่ต้องปรับตัว พร้อมเร่งพัฒนาทักษะด้าน AI ในระดับของการ “รู้จัก” และ “ประยุกต์ใช้งาน” เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทั้งด้านประสิทธิภาพของงาน และการบริหารจัดการต้นทุนที่คุ้มค่าความก้าวหน้าของ AI ในวันนี้เกิดขึ้นแล้วในหลายสายงาน - [อัพเดทแผน AI แห่งชาติ 2 ปี ผุด OpenThaiGPT –คู่มือจริยธรรมการใช้งานฉบับใหม่](https://www.uni.net.th/index.php/news/10072/) - เผยยอดใช้งานแพลตฟอร์มกลางบริการ AI ประเทศไทยเดือนละล้านครั้ง ส่งเสริมสตาร์ทอัพดันนวัตกรรม AI สู่ 50 ต้นแบบผลิตภัณฑ์ รวบรวมข้อมูลภาพถ่ายทางการแพทย์มากกว่า 1.6 ล้านภาพ เพื่อประโยชน์ทางการรักษาฟ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นปรากฏการณ์สำคัญของโลก โดยได้รับความคาดหมายในฐานะเครื่องมือทางเศรษฐกิจและสังคมของโลกในยุคใหม่ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทั่วโลกต่างเร่งพัฒนา AI ของตนเองอย่างเข้มข้นและรวดเร็ว จนนำไปสู่ AI ที่มีความสามารถใกล้เคียงมนุษย์ (Artificial General Intelligence) อย่างไรก็ตามการขาดธรรมาภิบาลในการพัฒนาและใช้งาน AI อาจนำมาซึ่งความท้าทายสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม การใช้ทดแทนแรงงานมนุษย์โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบรอบด้าน การละเมิดความเป็นส่วนตัว ตลอดจนภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ ประเทศไทยได้แสดงความพร้อมรับมือผ่าน “แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565-2570” ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค. 2565 - [สคส. MOU มศว สร้างความรู้ PDPA สู่ภาคการศึกษา](https://www.uni.net.th/index.php/news/10063/) - สคส. MOU มศว ผลักดันการเรียนรู้เรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในภาคการศึกษา เพื่อผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถรองรับกฎหมาย PDPA ที่สำคัญสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC พร้อมด้วย คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ว่าด้วยการเผยแพร่ข้อมูลและสร้างความตระหนักรู้เรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในภาคการศึกษาเพื่อร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนงานวิจัยทางด้านการศึกษา และการพัฒนาโครงการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนโครงการฝึกอบรมด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและบุคลากร เพื่อสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ในทางทฤษฎี และทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ พร้อมเตรียมพัฒนาหลักสูตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับอุดมศึกษาเพื่อต่อยอดเส้นทางอาชีพด้านกฎหมาย PDPA ในอนาคตต่อไปดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC กล่าวว่า PDPC พร้อมด้วย รศ.ดร.ภูมิ มูลศิลป์ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการโดย มศว ถือเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงด้านการเรียนรู้เพื่อสังคมที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนรู้ในศาสตร์ที่นำสมัย และมีคุณภาพมาตรฐานเทียบเท่าสากล ที่สำคัญทาง มศว ยังให้ความสำคัญในด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและแสดงเจตจำนงที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยให้มีมาตรฐานสากล ซึ่งการลงนามในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดี ที่ PDPC จะได้ร่วมมือกับทาง มศว ในการเผยแพร่ข้อมูลและสร้างความตระหนักรู้เรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในภาคการศึกษาอย่างเป็นทางการ โดย PDPC และ มศว จะร่วมมือส่งเสริมในการศึกษาวิจัยและการพัฒนาโครงการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ร่วมกันจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอน โครงการฝึกอบรมสัมมนาด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมไปถึงการพัฒนาหลักสูตรด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้นิสิต นักศึกษา และบุคลากรในมหาวิทยาลัยฯ มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA และจะบรรจุหลักสูตรด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเข้าสู่แผนด้านการอุดมศึกษา เพื่อต่อยอดเส้นทางอาชีพในอนาคตดร.ศิวรักษ์ กล่าวต่อว่า เรามีความตั้งใจในการผลิตบุคลากรด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อสามารถถ่ายทอด องค์ความรู้ให้กับ นิสิต นักศึกษา และบุคลากร ภายในมหาวิทยาลัย หรือในเครือมหาวิทยาลัยฯ - [นวัตกรรม AI ประหยัดพลังงาน 95%](https://www.uni.net.th/index.php/news/10057/) - นักวิจัยพัฒนาอัลกอริทึม L-Mul ที่ช่วยลดการใช้พลังงานของ AI ลงได้ถึง 95% โดยไม่กระทบความแม่นยำหรือความเร็ว นวัตกรรมนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสู่ AI ที่ยั่งยืนในอนาคต แม้จะมีความท้าทายด้านฮาร์ดแวร์Key takeawayนวัตกรรมอัลกอริทึม L-Mul จาก BitEnergy AI มีศักยภาพลดการใช้พลังงานของโมเดล AI ลงได้ถึง 95% โดยไม่กระทบความแม่นยำหรือความเร็วอย่างมีนัยสำคัญL-Mul แก้ปัญหาการใช้พลังงานมหาศาลในการคำนวณ floating-point numbers ด้วยการประมาณการคูณที่ซับซ้อนด้วยการบวกจำนวนเต็มที่ง่ายกว่าและใช้พลังงานน้อยกว่าแม้จะมีศักยภาพสูง แต่การนำ L-Mul มาใช้อย่างเต็มรูปแบบยังติดข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ที่ต้องการอุปกรณ์เฉพาะทาง ซึ่งอาจต้องเผชิญกับการต่อต้านจากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่ ในยุคที่ artificial intelligence (AI) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและสร้างความก้าวหน้าในหลายอุตสาหกรรม ปัญหาการใช้พลังงานมหาศาลของเทคโนโลยีนี้กำลังเป็นประเด็นที่น่ากังวล แม้ว่าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia, Microsoft และ OpenAI จะพยายามแก้ไขปัญหานี้ แต่มีบริษัทหนึ่งที่อาจค้นพบทางออกที่น่าสนใจนักวิจัยจาก BitEnergy AI ได้พัฒนาอัลกอริทึมใหม่ที่เรียกว่า Linear-Complexity Multiplication หรือ L-Mul ซึ่งมีศักยภาพในการลดการใช้พลังงานของโมเดล AI ลงได้ถึง 95% โดยไม่กระทบต่อความแม่นยำหรือความเร็วอย่างมีนัยสำคัญ - [“นิวเคลียร์” ขับเคลื่อน AI พัฒนาเทคโนโลยียั่งยืน "บนทางคู่ขนาน"](https://www.uni.net.th/index.php/news/10044/) - Microsoft และ Google ทำข้อตกลงซื้อพลังงานนิวเคลียร์จากซัพพลายเออร์บางแห่งในสหรัฐอเมริกา เพื่อนำกำลังการผลิตพลังงานเพิ่มเติมมาใช้ในศูนย์ข้อมูล หลังจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ Google ตัดสินใจจะซื้อพลังงานจาก Kairos Power ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเครื่องปฏิกรณ์โมดูลาร์ขนาดเล็ก เพื่อช่วยพัฒนาความก้าวหน้าของ AIปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วงทศวรรษนี้ ประเด็นด้าน “ความยั่งยืน (Sustainability)” เป็นแคมเปญที่รัฐบาลทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ องค์การสหประชาชาติพยายามขับเคลื่อนให้สู่เป้าหมายที่วางไว้ คือ การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SGDs) ถึง 17 เป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น ความยากจน ,ความอดอยาก, สุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี, การศึกษาที่มีคุณภาพ, ความเท่าเทียม,น้ำสะอาด และสุขภาพอนามัย, พลังงานสะอาด และราคาถูก ฯลฯ โดยเฉพาะข้อที่ 7 หนึ่งในเป้าหมาย SGDs ว่าด้วยพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก รายงานจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า ทั่วโลกมีการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้นในอัตราร้อยละ 12.5 ในปี 2020 และมีการใช้พลังงานแบบเดิม ๆ เช่น - [ระบบป้องกันอัคคีภัย รากฐานความปลอดภัยของดาต้าเซ็นเตอร์](https://www.uni.net.th/index.php/news/10034/) - Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo. ดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นเสาหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนใน “ระบบป้องกันอัคคีภัย” ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยลดความเสียหายที่มหาศาล และเป็นหลักประกันความมั่นคง และความน่าเชื่อถือของดาต้าเซ็นเตอร์ในการให้บริการได้อย่างต่อเนื่องในอนาคตดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลที่สำคัญ โดยเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้บริการคลาวด์ เว็บไซต์ และแอปพลิเคชันต่างๆ ทำงานได้อย่างราบรื่น เป็นที่รวมศูนย์ของอุปกรณ์ที่มีความสำคัญและมูลค่าสูง เช่น เซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์เครือข่าย ซึ่งหากเกิด เหตุเพลิงไหม้ ขึ้นจะมีผลกระทบอย่างมากทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ จากทั้งฮาร์ดแวร์ และข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ในดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่มีความเสียหายและผลกระทบในวงกว้าง ทำให้ทุกคนควรทำความเข้าใจถึงความสำคัญของความปลอดภัยจากอัคคีภัยในดาต้าเซ็นเตอร์ และมาตรการด้านความปลอดภัยที่ผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ควรพิจารณาเพลิงไหม้ที่เกิดจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนอุปกรณ์ในดาต้าเซ็นเตอร์ต้องใช้ไฟฟ้าในปริมาณมาก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัย สิ่งที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือ เพลิงไหม้ที่เกิดจาก แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion) ที่ใช้ในระบบไฟฟ้าสำรอง (UPS) หรือระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) เพื่อสำรองไฟในกรณีที่กระแสไฟฟ้าหลักขัดข้อง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน จัดเป็นวัตถุไวไฟมาก ซึ่งเมื่อมีอุณหภูมิสูงเกินกว่าปกติไม่ว่าจะเกิดจากความเสียหายทางกายภาพ การใช้งาน การประจุหรือคายประจุไฟฟ้าที่สูงเกินกว่าปกติ หรือข้อบกพร่องจากการผลิตหรือคุณภาพวัสดุ จนเกิดกระแสลัดวงจรภายใน ทำให้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว - [BDI เร่งเดินหน้าเปิด 22 หลักสูตร ปั้นคนพันธุ์ดิจิทัล รองรับบิ๊กดาต้า-เอไอ](https://www.uni.net.th/index.php/news/10027/) - BDI เร่งเสริมทักษะพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล, วิศวกรรรมข้อมูล และเอไอ ของไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนากำลังคน เดินหน้าออกแบบหลักสูตรสำหรับขับเคลื่อนองค์กรด้วยบิ๊กดาต้า-เอไอกว่า 22 หลักสูตร ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในปัจจุบันและอนาคตธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า จากนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่เดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนากำลังคน ซึ่งปัจจุบันมีบุคลากรไม่เพียงพอ จึงจำเป็นจะต้องพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้พร้อมเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดย BDI ซึ่งเป็นองค์กรหลักในการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาองค์ความรู้และบุคลากรของประเทศ ให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านบิ๊กดาต้า และ ปัญญาประดิษฐ์ AI จึงพร้อมเดินหน้าเป็นกลไกสำคัญในการผลิตบุคลากร เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงานทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมสุขภาพ พร้อมสนับสนุนเป้าหมายของกระทรวงดีอี ที่ต้องการสร้างบุคลากรด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AIให้ได้มากกว่า 30,000 คน ภายในปี 2570 เตรียมความพร้อมในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม และยกระดับให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สู่การเป็นศูนย์ข้อมูล (ดาต้า เซ็นเตอร์) ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ ปัจจุบัน BDI ได้เร่งดำเนินการในส่วนของการพัฒนาและต่อยอดหลักสูตรเฉพาะสำหรับองค์กรและหน่วยงานในภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการดำเนินงานผ่านพลังของบิ๊กดาต้า และเอไอ โดยมีเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ระดับผู้ปฏิบัติการ ไปจนถึงระดับผู้บริหารองค์กร มีผู้เข้าอบรมไปแล้วมากกว่า 3,000 คน เพิ่มโอกาสในจ้างงานและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ที่ร่วมอบรมในโครงการมากกว่า 200 ล้านบาท“การพัฒนาบุคลากรดิจิทัลโดยเฉพาะในด้าน Data - [The New York Times ต่อต้าน AI ใช้เนื้อหาโดยไม่ได้รับอนุญาต](https://www.uni.net.th/index.php/news/10021/) - นิวยอร์กไทมส์ประกาศจุดยืนต่อต้านบริษัท AI รายใหม่ Perplexity หลังพบการนำเนื้อหาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมส่งจดหมายเตือนให้ยุติการกระทำดังกล่าว ระบุเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และขู่ดำเนินคดีหากไม่ปฏิบัติตามKey takeawayนิวยอร์กไทมส์ส่งจดหมายเตือน Perplexity ให้หยุดใช้เนื้อหาโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยระบุว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และได้รับผลประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรมCEO ของ Perplexity แสดงท่าทีสนใจที่จะร่วมมือกับผู้เผยแพร่ทุกราย รวมถึงนิวยอร์กไทมส์Amazon Web Services เริ่มสอบสวน Perplexity AI หลังพบการสแกนเนื้อหาจากเว็บไซต์ Condé Nast จำนวนมากโดยไม่ได้รับอนุญาตหนังสือพิมพ์ชั้นนำของสหรัฐฯ ประกาศจุดยืนต่อต้านบริษัท AI รายใหม่ หลังพบการนำเนื้อหาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามรายงานของ The Wall Street Journal New York Times ได้ส่งจดหมายเตือนให้ Perplexity ยุติการกระทำดังกล่าว โดยระบุว่าการนำเนื้อหาของ New York Times ไปใช้สร้างคำตอบและสรุปผ่านระบบ AI ของบริษัทนั้นเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์จดหมายยังกล่าวหาว่า Perplexity และผู้สนับสนุนได้รับผลประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรมจากการใช้งานด้านวารสารศาสตร์ของ The Times โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีใบอนุญาต พร้อมกำหนดให้ Perplexity ตอบกลับภายในวันที่ - [โคราชสมาร์ทซิตี้ มุ่ง 7 เทคโนโลยี ยกระดับชีวิตคนเมือง](https://www.uni.net.th/index.php/news/10013/) - เทศบาลนครนครราชสีมา เร่งยกระดับเมืองอัจฉริยะทั้ง 7 ด้าน อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ และเพิ่มคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมหนุน Thailand Smart City Expo 2024นายชาตรี วงษ์วิบูลย์สิน รองนายกเทศมนตรี เทศบาลนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า โครงการโคราชสมาร์ทซิตี้ ได้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2564 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 37.5 ตารางกิโลเมตร ซึ่ง ในเป้าหมายการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั้ง 7 ด้าน ที่ได้ระบุไว้ในนโยบายและสอดคล้องกับกรอบตามที่ภาครัฐกำหนด เทศบาลนครนครราชสีมาจะเน้นในด้านการจราจรอัจฉริยะ , สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ และบริหารภาครัฐอัจฉริยะ เป็นตัวนำ ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้ จะช่วยผลักดันให้อีก 4 ด้าน เดินหน้าไปพร้อมกันทั้งด้านเศรษฐกิจอัจฉริยะ ด้านการดำรงชีวิตอัจฉริยะ ด้านพลังงานอัจฉริยะ และด้านพลเมืองอัจฉริยะ โดยมีการเน้นย้ำถึง เมืองจะ SMART ต้องมี DATA ที่ชัดเจน ทั้งการจัดการ จัดเรียง และบูรณาการ ที่ถูกต้อง ทั้งหมดนี้จะช่วยยกระดับการดำเนินชีวิตของประชากรในเมืองทุกด้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และปรับตัวรองรับกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ - [2 ปี ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ](https://www.uni.net.th/index.php/news/10005/) - 2 ปี ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เดินหน้าครบทุกมิติ พัฒนาคน สร้างนวัตกรรม หนุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ให้ประเทศเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นปรากฏการณ์สำคัญของโลก โดยได้รับความคาดหมายในฐานะเครื่องมือทางเศรษฐกิจและสังคมของโลกในยุคใหม่ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทั่วโลกต่างเร่งพัฒนา AI ของตนเองอย่างเข้มข้นและรวดเร็ว จนนำไปสู่ AI ที่มีความสามารถใกล้เคียงมนุษย์ (Artificial General Intelligence) อย่างไรก็ตามการขาดธรรมาภิบาลในการพัฒนาและใช้งาน AI อาจนำมาซึ่งความท้าทายสำคัญไม่ว่าจะเป็นการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม การใช้ทดแทนแรงงานมนุษย์โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบรอบด้าน การละเมิดความเป็นส่วนตัว ตลอดจนภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ ประเทศไทยได้แสดงความพร้อมรับมือผ่าน “แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565-2570″ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2565 โดยมีการขับเคลื่อนมาแล้ว 2 ปี ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 2 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวว่า การจัดทำแผนปฏิบัติการ AI แห่งชาติตลอดสองปีที่ผ่านมามีผลการดำเนินงานที่สำคัญในด้านต่าง ๆ ได้แก่ด้านจริยธรรมและธรรมาภิบาล มีการจัดทำคู่มือแนวทางการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับองค์กร พร้อมเครื่องมือประเมินด้าน AI อีกทั้งยังสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายต่างประเทศเพื่อร่วมนำเสนอและรับฟังความคิดเห็นแนวทางการกำกับดูแล AI ในระดับสากลเพื่อนำมาเตรียมความพร้อมด้านจริยธรรมและธรรมภิบาล AI ของไทยด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางบริการ AI ประเทศไทย (National AI Service platform) ภายใต้การสนับสนุนของ GDCC มีจำนวนการใช้งานโดยเฉลี่ยเดือนละ 1 ล้านครั้งต่อเดือน รวมทั้งให้บริการ LANTA ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพการคำนวณอันดับ 1 ในอาเซียน สำหรับการวิจัยด้าน AI ของภาครัฐและเอกชนด้านการพัฒนากำลังคนด้าน AI ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดของแผนฯ ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้ดำเนินพัฒนากำลังคนด้าน AI ผ่านการพัฒนาทักษะทางด้าน AI ในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง หลักสูตรอบรมทักษะ AI ระยะสั้นและหลักสูตรพัฒนาทักษะ AI ที่ผสมผสานตั้งแต่การเรียนรู้ด้วยตนเองจนปิดท้ายด้วยการฝึกงานในสถานที่จริงเป็นจำนวนรวมมากกว่า 1 แสนคน โดยแผนพัฒนากำลังคนด้าน AI มีกรอบดำเนินการใน 3 ส่วน แบ่งตามช่วงชีวิตการเรียนรู้ของคน ดังนี้(1) AI@School เพื่อสร้างผู้สอนและบรรจุหลักสูตร AI สำหรับนักเรียนทุกช่วงชั้นให้มีความตระหนักและทักษะทางด้าน AI เบื้องต้น(2) AI@University เพื่อพัฒนาทักษะ AI ทุกระดับอย่างต่อเนื่องในระบบอุดมศึกษา(3) AI@Lifelong Learning เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนในทุกช่วงวัยและทุกระดับการศึกษาสามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะ AI ได้ตลอดช่วงชีวิตตอบรับนโยบาย อว. For AI ทั้ง 3 เรื่องหลัก ได้แก่ (1) AI for Education การใช้ AI ในการเรียนการสอนให้คนไทยมีศักยภาพสูงสุดและเร็วที่สุด (2) AI workforce development การพัฒนาบุคลากรด้าน AI และการสร้างพื้นฐานด้าน AI ให้คนไทยในระบบการศึกษาและตลาดแรงงาน (3) AI innovation ด้านการสนับสนุนนวัตกรรม AI สู่ตลาด ได้ส่งเสริมให้สตาร์ตอัปพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมและเทคโนโลยีจาก AI มากกว่า 50 ต้นแบบผลิตภัณฑ์ ส่วนด้านการวิจัยและนวัตกรรม ได้ดำเนินการนำ AI เพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูลประชากรขนาดใหญ่ เพื่อการวางแผนยุทธศาสตร์ของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมีผู้ได้รับประโยชน์มากกว่า 6 แสนคน มีหน่วยงานภาครัฐนำไปใช้ประโยชน์ 220 หน่วยงาน ครอบคลุม 17 จังหวัดทั่วประเทศ - [Super AI Engineer Season 4 รับเหรียญรางวัลและเกียรติบัตร ในงาน AI Thailand Forum 2024](https://www.uni.net.th/index.php/news/9985/) - AI Thailand Forum 2024 มหกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ภายใต้แนวคิด “Sustainable Growth with AI” ซึ่งได้รวบรวมผู้เล่นหลักในตลาด AI ทั้งจากภาครัฐและเอกชนเพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และกลยุทธขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย AI พร้อมกับพิธีมอบเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดงให้กับผู้ร่วมโครงการ Super AI Engineer Season 4 เรียกได้ว่างานนี้เป็นมากกว่าแค่เวทีสัมมนา แต่เป็นจุดเชื่อมโยงพลังของภาครัฐและเอกชน รวมถึงนักนวัตกรรมทั่วประเทศ เพื่อผลักดัน AI ให้เป็น engine หลักในการสร้างเศรษฐกิจไทยในยุคใหม่AI Thailand Forum 2024 จัดโดย สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) กสิกร บิซิเนส เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ซึ่งพร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้าน AI ในภูมิภาค - [บีโอไอไฟเขียว Equinix ลงทุน 1.6 หมื่นล้านบาท ย้ำไทยหมุดหมาย Data Center ระดับโลก](https://www.uni.net.th/index.php/news/9979/) - บริษัท Data Center ชั้นนำระดับโลก แห่ปักหมุดลงทุนไทย รองรับการขยายตัวของธุรกิจดิจิทัลและ AI ในไทยและภูมิภาค ตอกย้ำยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล บีโอไอเผยล่าสุด Equinix ยักษ์ใหญ่ Data Center จากสหรัฐอเมริกา ประกาศแผนลงทุนในไทย 16,500 ล้านบาท ใน 10 ปี เสริมศักยภาพไทยศูนย์กลางดิจิทัลของ CLMVT โดยยอดส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจ Data Center และ Cloud Service พุ่งสูงกว่า 1.7 แสนล้านบาทนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา เราเห็นกระแสการลงทุนในไทยของบริษัทยักษ์ใหญ่ในกิจการ Data Center ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการ Data Center และ Cloud Service รวม 47 โครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 173,000 ล้านบาท ล่าสุดบริษัท Equinix - ['ดีอี' เผยผลสำรวจพบคนไทยใช้เน็ตวันละกว่า 9 ชม. ช้อปออนไลน์สัปดาห์ละครั้ง](https://www.uni.net.th/index.php/news/9970/) - ผลสำรวจโครงการ Thailand Digital Outlook ประจำปี 2567 ดิจิทัลไทยดีขึ้นทุกมิติ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของไทยอยู่ที่ 90.3% คิดเป็น 21.7 ล้านครัวเรือน เฉลี่ยใช้งานอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละกว่า 9 ชั่วโมง ช้อปออนไลน์เฉลี่ยสัปดาห์ละครั้งเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กระทรวงดีอี รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเพื่อเผยแพร่ข้อมูลผลการศึกษา โครงการศึกษา “Thailand Digital Outlook” ประจำปี พ.ศ. 2567 ว่า โครงการดังกล่าวเป็นการดำเนินงานศึกษาตัวชี้วัดด้านการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลของประเทศไทย โดยอิงข้อมูลจาก OECD Going Digital toolkit และ กรอบ Measuring the Digital Transformation ของ OECD ซึ่งมีการสำรวจทั้งสิ้น 8 มิติ ประกอบด้วยการเข้าถึงการใช้งานนวัตกรรมอาชีพสังคมความน่าเชื่อถือการเปิดเสรีของตลาดการเติบโตและสภาพความเป็นอยู่สำหรับในปี พ.ศ. 2567 มีการนำเสนอตัวชี้วัดทั้งหมด 102 ตัวชี้วัด ซึ่งมีวิธีการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลผ่านแบบสอบถาม โดยสำรวจจำนวน 3 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยบริการปฐมภูมิรวมจำนวน - [เวทางค์ เผยผลสำรวจโครงการ Thailand Digital Outlook ประจำปี 2567 ดิจิทัลไทยดีขึ้นทุกมิติ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แรงงานดิจิทัลเฉพาะทางเพิ่มขึ้น เชื่อดิจิทัลไทยพร้อมแข่งในระดับโลก](https://www.uni.net.th/index.php/news/9961/) - วันที่ 28 ตุลาคม 2567 ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเพื่อเผยแพร่ข้อมูลผลการศึกษา โครงการศึกษา “Thailand Digital Outlook” ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยมีนางสาวพลอยรวี เกริกพันธ์กุล ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กล่าวรายงาน ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ดร.เวทางค์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า การดำเนินโครงการศึกษา Thailand Digital Outlook ประจำปี พ.ศ. 2567 ดำเนินการศึกษาตัวชี้วัดด้านการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลของประเทศไทย โดยอิงข้อมูลจาก OECD Going Digital toolkit และ กรอบ Measuring the Digital Transformation ของ OECD ซึ่งมีการสำรวจทั้งสิ้น 8 มิติ ประกอบด้วย - [Meta Movie Gen เฟซบุ๊กเปิด Ai สร้างวิดีโอ มีอะไรน่าสนใจ?](https://www.uni.net.th/index.php/news/9951/) - Meta Movie Gen เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาโดย Meta เพื่อสร้างสรรค์และปรับแต่งวิดีโอจากข้อความด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยจะทำให้การสร้างเนื้อหาวิดีโอจากให้ง่ายยิ่งขึ้น โดยความเจ๋งของเจ้า Meta Movie Gen คือสามารถสร้างวิดีโอได้เลยจากการพิมพ์ข้อความเท่านั้น ซึ่งจะช่วยให้เพื่อน ๆ สามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานวิดีโอได้ตรงใจ ตอบโจทย์ช่องทาง Social Media หรือพรีเซนเทชั่นต่าง สามารถลองเล่นได้ที่ https://ai.meta.com/research/movie-gen/ Generate videos from textฟีเจอร์แรกที่เราสามารถสร้างวิดีโอจากข้อความได้โดย AI จะอ่านและวิเคราะห์ข้อความที่ได้รับเพื่อสร้างภาพเคลื่อนไหวให้เรา ซึ่งวิดีโอที่สร้างขึ้นจะมีเนื้อหาที่ตรงกับข้อความที่กำหนด เช่น หากพิมพ์ว่า “คนกำลังวิ่งในสวนสาธารณะ” AI ก็จะสร้างวิดีโอที่มีฉากของคนที่กำลังวิ่งในสวนสาธารณะได้ทันที ทำให้การสร้างวิดีโอรวดเร็วและไม่ต้องพึ่งโปรแกรมตัดต่อที่ซับซ้อน Edit video with textฟีเจอร์นี้ยกระดับความเจ๋ง โดยผู้ใช้สามารถแก้ไขวิดีโอได้โดยการพิมพ์คำสั่งที่ต้องการ เช่น หากต้องการตัดต่อวิดีโอเพื่อเปลี่ยนฉากหรือเพิ่มเอฟเฟกต์ ก็เพียงแค่พิมพ์ข้อความระบุว่าอยากให้เปลี่ยนอะไร AI ก็จะทำการปรับแต่งวิดีโอให้ทันที นี่ช่วยให้การตัดต่อวิดีโอเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว โดยไม่ต้องมีทักษะการตัดต่อวิดีโอแบบมืออาชีพ Produce personalized videosMeta Movie Gen ยังช่วยให้ผู้ใช้สร้างวิดีโอที่มีความเฉพาะเจาะจงและปรับแต่งได้ตามความต้องการของแต่ละบุคคล เช่น การสร้างวิดีโอที่มีเนื้อหาเฉพาะสำหรับกลุ่มเป้าหมาย หรือปรับแต่งเนื้อหาให้สอดคล้องกับความสนใจของผู้ชม ทำให้คอนเทนต์มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ที่มา - [พบแอปปลอมกว่า 200 ตัว บน Google Play Store มีคนหลงดาวน์โหลดแล้วกว่า 8 ล้านราย](https://www.uni.net.th/index.php/news/9943/) - ที่ผ่านมานั้น ถึงแม้หลายต่อหลายครั้งทาง Google ซึ่งเป็นทั้งผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการยอดนิยม Android และเป็นเจ้าของแอปสโตร์อย่างเป็นทางการอย่าง Google Play Store จะออกมายืนยันถึงความปลอดภัยของตัวสโตร์ แต่สิ่งที่ปรากฎให้เห็นนั้นกลับเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกันจากรายงานโดยเว็บไซต์ Global News Wired by Notified ได้อ้างอิงรายงานวิจัยจากทางทีมวิจัยแห่ง Zascaler ซึ่งเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนระบบคลาวด์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงความเป็นจริงที่น่าตกใจบนแอปสโตร์อย่างเป็นทางการของผู้ใช้งาน Android อย่าง Google Play Store ว่ามีการตรวจพบแอปพลิเคชันอันตรายมากกว่า 200 ตัว ซึ่งมีเหยื่อหลงดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 8 ล้านราย ซึ่งแอปพลิเคชันเหล่านั้นมักจะปลอมตัวเป็นแอปพลิเคชันยอดนิยมต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชันสำหรับการสแกน QR Code, แปลภาษา, จัดการไฟล์ (File Manager) เป็นต้น โดย 5 อันดับของหมวดหมู่แอปพลิเคชันที่มัลแวร์แฝงตัวนั้นคือ หมวดเครื่องมือ (Tools) มากถึง 39.4% ตามมาด้วย แอปพลิเคชันเพื่อการปรับแต่งเครื่องด้วยจุดประสงค์ในการแสดงตัวตน (Personalization) ที่ 20.2%, แอปพลิเคชันเกี่ยวกับรูปภาพ ที่ - [Synchron เทคโนโลยีฝังชิปสมองที่ล้ำกว่า Neuralink](https://www.uni.net.th/index.php/news/9935/) - Synchron เป็นบริษัทที่มุ่งเป้าในการพัฒนาระบบ Brain-Computer Interface หรือ BCI เทคโนโลยีที่ช่วยให้เราสามารถใช้งานและสั่งการคอมพิวเตอร์ได้ผ่านความคิด ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ป่วยอัมพาตและผู้มีความบกพร่องทางการเคลื่อนไหว ให้สามารถควบคุมใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อีกครั้งโดยพื้นฐานแนวคิดของพวกเขามีความใกล้เคียงกับ Neuralink เป็นอย่างมาก เริ่มจากการติดตั้ง Stentrode ในหลอดเลือดสมองที่ใกล้กับพื้นผิวสมองซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญาณไฟฟ้าสู่ระบบประสาท ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถบังคับสั่งการอุปกรณ์ไร้สายโดยอาศัยเพียงความคิดข้อแตกต่างสำคัญคือ Stentrode ไม่จำเป็นต้องทำการเจาะกะโหลกศีรษะเพื่อฝังอิเล็กโทรด แต่อาศัยอุปกรณ์สายสวนหลอดเลือด โดยจะเริ่มต้นจากการส่งเข้าไปผ่านเส้นเลือดใหญ่ที่คอ จากนั้นลัดเลาะตามเส้นเลือดมุ่งสู่หลอดเลือดสมองแล้วจึงนำอิเล็กโทรด 16 ตัวไปติดตั้งบริเวณพื้นผิวสมองในที่สุดจริงอยู่โดยพื้นฐานนี่ยังคงถือเป็นการผ่าตัดที่อาจสร้างภาระให้แก่ร่างาย แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดเจาะกะโหลกเพื่อฝังลงบนเนื้อสมองโดยตรง วิธีนี้ก่อให้เกิดผลข้างเคียงและบาดแผลที่เกิดขึ้นหลังการติดตั้งน้อยกว่า เช่นเดียวกับระยะเวลาฟื้นตัวจากบาดแผลที่ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ในเวลาเพียง 48 ชั่วโมงสำหรับผู้สนใจเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ผ่านความคิดนี่จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและดูปลอดภัยกว่ามาก ความสำเร็จของ Synchron ที่ไกลกว่าเจ้าอื่นในขณะที่ Neuralink ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดฝังชิปลงบนสมองของผู้เข้าร่วมการทดสอบเป็นครั้งแรกช่วงต้นปี 2024 แต่ทางฝั่ง Synchron ประสบความสำเร็จในการให้ผู้ป่วยอัมพาตสามารถส่งข้อความผ่านช่องทาง X(Twitter ในขณะนั้น) และประสบความสำเร็จในการใช้สายสวนติดตั้งอิเล็กโทรดลงบนสมองตั้งแต่ปี 2022ปัจจุบัน Stentrode ก้าวหน้าขึ้นอย่างมากเมื่อทางบริษัทออกมาประกาศว่า BCI ของพวกเขาช่วยให้ผู้ทดสอบที่ป่วยด้วยโรค ALS จนไม่สามารถใช้มือได้ สามารถเปิด-ปิดหลอดไฟ ตรวจสอบแขกผู้มาเยือน ไปจนเลือกรายการโทรทัศน์ได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องใช้การสัมผัสหรือคำสั่งเสียงใดๆในส่วนนี้เกิดขึ้นได้จากบริการ Alexa ของ Amazon ผู้ช่วยเสมือนที่ได้รับการติดตั้งลงบนแท็บเล็ต และสามารถนำคำสั่งการจากสมองของผู้ใช้งานเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้าน จึงทำให้ผู้ใช้งานสามารถกลับมาสั่งการและควบคุมสภาพแวดล้อมภายในบ้านได้อีกครั้งล่าสุดทาง Synchron ออกมาประกาศว่า ผู้เข้าร่วมการทดสอบและทำการติดตั้ง Stentrode มีจำนวนกว่า 10 ราย อีกทั้งยังได้รับการอนุญาตจากทาง FDA ให้สามารถติดตั้งเอาไว้ในสมองได้เป็นเวลานาน แตกต่างจากอุปกรณ์ของเจ้าอื่นที่จำเป็นต้องนำออกหลังผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งนี่จึงถือเป็นอุปกรณ์ที่มีความปลอดภัยสูงและเข้าใกล้ความเป็นจริงมากกว่า BCI ของบริษัทอื่น แนวโน้มการพัฒนาในอนาคตปัจจุบัน Stentrode รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ภายนอกหลายชนิด ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ไปจนอุปกรณ์อัจฉริยะทั้งหลาย ช่วยให้เขาเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและบ้านอัจฉริยะผ่านความคิด แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มเมื่อล่าสุดทางบริษัทได้ประกาศความร่วมมือกับบริษัทอีกสองแห่งบริษัทแรกคือ Apple กับการใช้งาน BCI ร่วมกับ Apple Vision pro อุปกรณ์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงความจริงเสมือนและโลกเสมือนจริง จากเดิมที่อาศัยท่าทางและการเคลื่อนไหวของสายตา พวกเขาจะพัฒนาให้อุปกรณ์นี้รองรับการใช้งานผ่านความคิด ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงโลกเสมือนจริงได้ดียิ่งขึ้นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ถูกทาบทามเข้ามาเช่นกันคือ ChatGPT จาก OpenAI จริงอยู่ปัจจุบันผู้ใช้งาน Stentrode สามารถเข้าถึงและใช้งาน ChatGPT ได้ แต่การพิมพ์แต่ละครั้งต้องใช้เวลาและพลังงานมาก ไม่สะดวกในการใช้งานสอบถามและพิมพ์ประโยคยาว แต่หากสามารถรองรับความคิดได้โดยตรงจะช่วยให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น แม้จะเป็นเพียงแผนความร่วมมือโดยคร่าวแต่ก็ช่วยยืนยันว่า ในอนาคต Stentrode จะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอย่างไรก็ตามแม้ทาง Synchron จะมีความก้าวหน้าและผลลัพธ์ออกมาเร็วกว่า แต่ด้านขีดความสามารถ Neuralink อาจสูงกว่ามากจากจำนวนอิเล็กโทรดที่ติดตั้งเป็นจำนวนกว่า 1,024 ตัว กระนั้นทั้งอุปกรณ์ทั้งสองชนิดก็ต้องผ่านการทดสอบอีกหลายด้าน คาดว่าอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีจึงจะได้รับอนุมัติให้จำหน่ายเชิงพาณิชย์ ที่มา : https://www.securitysystems.in.th/2024/10/synchron-brain-chip-technology/ - [สายการบินเดลต้าฟ้อง CrowdStrike หลังระบบล่ม ส่งผลให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินกว่า 7,000 เที่ยว](https://www.uni.net.th/index.php/news/9926/) - สายการบินเดลต้า (Delta Air Lines) ได้ยื่นฟ้อง CrowdStrike บริษัทซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยในรัฐจอร์เจีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่าบริษัทประมาทเลินเล่อซึ่งเกิดจากเหตุการณ์ระบบล่มในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และส่งผลกระทบต่อคอมพิวเตอร์หลายล้านเครื่องและทำให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินกว่า 7,000 เที่ยวบินสายการบินเดลต้าระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้รายได้ลดลงถึง 380 ล้านดอลลาร์ และยังก่อเกิดค่าใช้จ่ายขึ้นอีก 170 ล้านดอลลาร์ อันเกิดจากการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่ผิดพลาดส่งผลกระทบต่อคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows ของ Microsoftซึ่งไม่กี่วันหลังจากเหตุการณ์ระบบล่ม สายการบินเดลต้าได้ว่าจ้าง เดวิด โบอิส จากสำนักงานกฎหมาย Boies Schiller Flexner เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจาก CrowdStrike และ Microsoft โดยเดลต้าเรียกร้องค่าเสียหายเพื่อชดเชยความสูญเสีย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ซึ่งอาจจะมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท) และยังรวมถึงค่าเสียหายที่ศาลอาจสั่งให้ผู้กระทำผิดชำระเพิ่มเติมจากค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง (Punitive damages) อีกด้วยพวกเขากล่าวในคำฟ้องว่า “CrowdStrike ก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายระดับโลกเนื่องจากการการกระทำที่ด่วนได้เพื่อประหยัดเวลา และหลีกเลี่ยงกระบวนการทดสอบและรับรองต่างๆ ที่พวกเขาโฆษณาไว้เพื่อประโยชน์และผลกำไรของตนเอง ซึ่งหาก CrowdStrike ทดสอบการอัปเดตที่ผิดพลาดบนคอมพิวเตอร์สักเพียงเครื่องเดียว พวกเขาก็จะรู้ว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นล่มแน่นอน”แม้ทางสายการบินเดลต้าได้ปิดการอัปเดตอัตโนมัติจาก CrowdStrike แต่การอัปเดตนี้ยังคงเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของสายการบินอยู่ดี ในคำร้องระบุด้วยว่าซอฟต์แวร์ - [ดีอีกดปุ่มสตาร์ตสู่ 'รัฐบาลดิจิทัล' ปักหมุดใช้งาน 'e-office' 3 ล้านคนปี 70](https://www.uni.net.th/index.php/news/9920/) - ‘ประเสริฐ’ ขับเคลื่อนนโยบาย Cloud First Policy และยกระดับความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลคนไทย ตั้งเป้าหมายภาครัฐใช้งานระบบ e-office 3 ล้านคน เร่งสู่รัฐบาลดิจิทัลผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค.67 ที่ผ่านมา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ บอร์ดดีอี ครั้งที่ 3/2567 ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบ และพิจารณาประเด็นที่สำคัญที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยสรุปดังนี้ แนวทางการดำเนินการใช้งานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในระบบ e-Office ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud Service : GDCC) โดยมีแผนการดำเนินงานการเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัลในอนาคต จากความต้องการใช้งานระบบ e-Office ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้วิเคราะห์จากหน่วยงานภาครัฐทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ตั้งเป้าหมายผู้ใช้งานระบบได้ 3 ล้านคน ภายในปี 2570 เขากล่าวว่า ในส่วนของการดำเนินงานของคณะกรรมการภายใต้พระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ.2560 ได้แก่ คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนตามนโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก (Cloud First Policy) (ร่าง) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (พ.ศ. 2561 – 2580) ฉบับปรับปรุงซึ่งล่าสุดได้ผ่านการพิจารณาของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ - [มก.เปิดตัวห้องปฏิบัติการเทคโนโลยี คลีนรูม-KU Power X เตรียมนิสิตสู่อนาคต](https://www.uni.net.th/index.php/news/9910/) - มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เปิดตัวห้องปฏิบัติการวิจัย ตอบโจทย์การพัฒนาทักษะนิสิตและบุคลากรให้พร้อมก้าวสู่โลกอนาคต “KU Power X” ห้องปฏิบัติการโลกเสมือนจริงที่จะเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้และการทำงานไปอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยี AR / VR / MRและ ห้องวิจัยเทคโนโลยี “Cleanroom” ตัวอย่างของการออกแบบที่ได้มาตรฐานสูงสุด นวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของการแพทย์และอุตสาหกรรม ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดี ม.เกษตรฯ กล่าวว่า ห้องปฏิบัติการทั้ง 2 ห้องเป็นนวัตกรรมฝีมือคนไทยโดย มก. มีมาตรฐานความแม่นยำที่ได้รับการยอมรับ ช่วยลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศถือเป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัยทุกแห่งที่จะสร้างองค์ความรู้และนำมาออกให้บริการกับประชาชน และที่สำคัญคือ เป็นกุญแจที่ช่วยพัฒนาทักษะของนิสิตและบุคลากรให้ก้าวสู่เส้นทางอาชีพระดับสากลKU Power X เปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ดร.ทวีเดช ศิริธนาพิพัฒน์ ผู้พัฒนาห้องปฏิบัติการและวิจัย KU Power X อธิบายว่า KU Power X เป็นห้องปฏิบัติการสำหรับเทคโนโลยี Immersive ทำการทดลองและวิจัยสร้างสภาพแวดล้อมสถานการณ์เสมือนจริงด้วยเครื่องมือทางดิจิทัล ที่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในสถานการณ์มีประสบการณ์เสมือนจริงต่อเรื่องราวนั้นๆ ผ่านเทคนิค Augmented Reality (AR) / Virtual Reality (VR) / Mixed Reality (MR) เพื่อเตรียมนิสิตเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตแห่งโลกดิจิทัล (Digital Transformation)กลุ่มผู้ใช้เป้าหมายจะเริ่มจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ เนื่องจากการศึกษาภาคทฤษฎีในทางวิศวกรรมอาจมีความซับซ้อนสูง มีรายละเอียดที่เข้าใจได้ยากสำหรับผู้เริ่มเรียนรู้ - [อว. ยินดีเยาวชนระดับอุดมศึกษาชนะการแข่งขันควบคุมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 ครั้งที่ 3 มุ่งสนับสนุนการพัมนาระบบการศึกษาสู่อุตสาหกรรมโลกอนาคต](https://www.uni.net.th/index.php/news/9897/) - เมื่อวันที่ 18 ต.ค. นายวันนี นนท์ศิริ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ร่วมงาน “การแข่งขันควบคุมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 ครั้งที่ 3” พร้อมมอบถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะ โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี มี รศ.ดร.เสถียร ธัญญศรีรัตน์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ดร.นิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา Ms.Nadja stand ผู้แทนสมาคมดิแดคต้า หน่วยงานภาคีเครือข่าย และผู้สนใจเข้าร่วมงาน ณ ฮอลล์ 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค รศ.ดร.เสถียร กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญที่ทำให้นักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะสายอาชีวศึกษาได้แสดงถึงศักยภาพทางด้านความรู้และทักษะปฏิบัติเพื่อพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมืออาชีพ ผ่านความร่วมมือจาก สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา บริษัท ซีเทค ไดแด็คติค จํากัด และบริษัทดิแดคต้า - [ดีอี – ดีป้า สร้างโอกาสใหม่ประเทศไทย ส่งเสริมอุตฯ อีสปอร์ต ปูทางอาชีพคนรุ่นใหม่](https://www.uni.net.th/index.php/news/9883/) - วันที่ 9 ตุลาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และ ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ร่วมแถลงข่าวนโยบาย “Esports Games 2025: Overcoming the Thailand’s Challenges” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอีสปอร์ต เกม แอนิเมชัน และคาแรกเตอร์ในประเทศไทย นโยบายนี้มุ่งพัฒนากำลังคนรุ่นใหม่ สร้างระบบนิเวศ และปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่ รวมถึงการเตรียมออกร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมที่คาดว่าจะบังคับใช้ในปี 2568 ที่มา : https://www.mdes.go.th/news/detail/8741-%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B5—%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AF-%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%95-%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88 - [ระวัง! Bing AI ให้ข้อมูลยาผิดพลาด อาจเป็นอันตราย](https://www.uni.net.th/index.php/news/9877/) - การศึกษาล่าสุดเผย Microsoft Bing AI Copilot ให้คำแนะนำทางการแพทย์ที่ขัดแย้งกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ถึง 39% และ 22% อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง ผู้ป่วยควรระมัดระวังและปรึกษาแพทย์โดยตรงเสมอKey takeawayผลการศึกษาพบว่า 39% ของคำตอบจาก Microsoft Bing AI Copilot ขัดแย้งกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และ 22% ของคำตอบอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงหรือเสียชีวิตได้คำตอบจาก AI Copilot มีความซับซ้อนสูง โดยมีคะแนนความยากในการอ่านเฉลี่ยที่ 37 ซึ่งต้องการระดับการศึกษาสูงในการทำความเข้าใจแม้ AI จะมีประโยชน์ในวงการแพทย์ แต่การใช้ chatbot สำหรับข้อมูลสุขภาพยังต้องระมัดระวัง ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรงแทนการพึ่งพาข้อมูลจาก AI เพียงอย่างเดียวผลวิจัยใหม่ชี้ ต้องระวังการใช้ Microsoft Bing AI Copilot สำหรับข้อมูลทางการแพทย์การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Scimex เผยว่าคำตอบจำนวนมากของ chatbot ต้องอาศัยความรู้ระดับสูงในการทำความเข้าใจ และเกือบ 40% ของคำแนะนำขัดแย้งกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่น่าตกใจคือเกือบ 1 ใน 4 ของคำตอบอาจเป็นอันตราย โดยมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดผลร้ายแรงหรือถึงขั้นเสียชีวิตหากปฏิบัติตามนักวิจัยได้ทดสอบ - [ชวนไขข้อสงสัย เปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ปลอดภัยแค่ไหน ?](https://www.uni.net.th/index.php/news/9869/) - การทำธุรกรรมทางการเงินในปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เดิมที่ต้องเดินทางไปทำธุรกรรมที่สาขาธนาคาร เปลี่ยนเป็นทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์ที่สะดวกและรวดเร็วกว่าเคย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จัดการได้ง่าย โดยหนึ่งในบริการที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ “การเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์” แต่หลายคนอาจยังมีคำถามในใจว่า “เปิดบัญชีออนไลน์ปลอดภัยจริงหรือไม่ ?”วันนี้ fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ มาไขข้อสงสัยเหล่านี้ให้กระจ่าง ช่วยให้ทำธุรกรรมออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ ไร้กังวล ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจประเภทของบัญชีเงินฝากก่อนว่ามีกี่ประเภท และแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร โดยแยกประเภทของบัญชีเงินฝากได้ดังนี้1.บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ (Savings Account)ให้ความยืดหยุ่นในการฝากถอนเงินได้ตลอดเวลา ใช้ร่วมกับบัตรเดบิตดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ เหมาะสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินหลาย ๆ ครั้งเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น รับเงินเดือน จ่ายค่าสาธารณูปโภค หรือใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์2.บัญชีเงินฝากประจำ (Fixed Deposit Account)มีกำหนดระยะเวลาในการฝากถอนเงิน ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ก่อนครบกำหนด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินในระยะยาวเพื่อรับผลตอบแทนจากดอกเบี้ย3.บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน (Current Account)ออกแบบมาเพื่อบริหารจัดการทางการเงินใช้ในธุรกิจและการค้าขาย ไม่มีสมุดคู่ฝาก ตรวจสอบยอดการทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์และการแจ้งยอดบัญชีรายเดือน ข้อดีการเปิดบัญชีออนไลน์เพิ่มความสะดวกสบาย ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวที่ธนาคาร ไม่ต้องรอเวลาปิด-เปิดสาขาธนาคารที่จำกัด ใช้แอปพลิเคชันธนาคารก็เปิดบัญชีและจัดการธุรกรรมได้ นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ห่างไกลธนาคาร รวมทั้งการขอรายการเดินบัญชีหรือทำธุรกรรมอื่น ๆ ก็ทำได้ผ่านแอปพลิเคชันทันที ไม่ต้องรอหรือเก็บเอกสารแบบเดิม ๆเคล็ดลับเปิดบัญชีออนไลน์อย่างปลอดภัย ห่างไกลมิจฉาชีพ1.เลือกธนาคารที่น่าเชื่อถือ มีระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวด มีนโยบายป้องกันและเยียวยาผู้ใช้บริการหากเกิดความเสียหายจากการโจรกรรมทางไซเบอร์2.ใช้ระบบยืนยันตัวตนที่มีความปลอดภัยสูง เช่น การสแกนใบหน้า การสแกนม่านตา และการตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายาก เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกแฮก3.ตั้งรหัสผ่านอย่างรอบคอบ ไม่ซ้ำกับรหัสอื่น ๆ ที่เคยใช้ หรือตั้งรหัสง่ายเกินไปจนมิจฉาชีพคาดเดาได้ง่าย หรือไม่ควรใช้ข้อมูลส่วนตัวในการตั้งรหัส เช่น วันเดือนปีเกิด - [‘กลาโหมสหรัฐ’ ปรับมาตรฐาน ‘ความปลอดภัย’ ไซเบอร์ครั้งใหญ่](https://www.uni.net.th/index.php/news/9863/) - ต้องยอมรับว่าประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีทางไซเบอร์ทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่องหลายองค์กร “รอด” เพราะมีระบบการตรวจจับและการป้องกันที่รัดกุม แต่ก็มีองค์กรอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องตกเป็นเหยื่อในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แรนซัมแวร์ ฟิชชิง มัลแวร์ เป็นต้นล่าสุดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จัดให้มีการประเมินเกี่ยวกับการป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์ของผู้รับเหมาที่ดำเนินงานให้กับทางกระทรวงผ่านโปรแกรม Cybersecurity Maturity Model Certification (CMMC) เวอร์ชันล่าสุดเพื่อตรวจสอบผู้รับเหมาหลายพันรายที่ติดต่อกับทางหน่วยงานและทำให้เกิดความสอดคล้องในมาตรการการป้องกันที่มีอยู่สำหรับข้อมูลสัญญาของรัฐบาลกลาง (FCI) และข้อมูลที่ไม่ได้จัดประเภทภายในรัฐบาลกลาง (CUI) นอกจากนี้ยังเป็นการปกป้องข้อมูลนั้นๆ ให้อยู่ในระดับที่เท่ากับความเสี่ยงจากภัยคุกคามความปลอดภัยทางไซเบอร์รัฐบาลสหรัฐฯ เปิดตัว CMMC เวอร์ชันแรกประกอบด้วย มาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง 5 ระดับในเดือนมกราคม 2020 ซึ่งเป็นช่วงเวลาไม่นานหลังจากการโจมตีห่วงโซ่อุปทานของ SolarWinds ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้รับเหมาด้านการป้องกันของรัฐบาลกลางเกือบ 40 รายโดย CMMC จะทำหน้าที่ควบคุมหน่วยงานหรือบุคคลที่ทำให้ข้อมูลหรือระบบของสหรัฐฯ ตกอยู่ในความเสี่ยงโดยการจงใจบิดเบือนแนวทางปฏิบัติหรือโปรโตคอลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือจงใจละเมิดภาระผูกพันในการตรวจสอบและการละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์ และต่อมามีการอัพเดทเวอร์ชัน 2.0 ในเดือนพ.ย. 2564 ที่ลดกฎเหลือ 3 ระดับเพื่อปรับปรุงและลดความซับซ้อนของกระบวนการสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SME)ในช่วงปลายปี 2566 ยังมีการเสนอแก้ไขกฎซึ่งเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญเกี่ยวกับระดับและประเภทของการประเมินที่แตกต่างจากสถานะที่กำหนดไว้เพื่อช่วยให้ผู้รับเหมาของกระทรวงกลาโหมสามารถประเมินการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้วยตนเองได้และเพิ่มความมั่นใจให้กับกระทรวงว่า ผู้รับเหมาด้านการป้องกันสามารถปกป้อง FCI และ CUI ได้อย่างเพียงพอและสอดคล้องกับความเสี่ยง โดยแบ่งเป็นระดับ 1 เป็นการประเมินตนเองสำหรับการป้องกันขั้นพื้นฐานของ FCIระดับ 2 ต้องการการคุ้มครองทั่วไปของ CUI ผ่านการประเมินโดยบุคคลที่สามหรือการประเมินตนเองที่ CMMC ระดับ 2ระดับ 3 ต้องการการปกป้อง - [ISC2 จับมือ สกมช. แจกสิทธิ์อบรมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 10,000 สิทธิ์](https://www.uni.net.th/index.php/news/9856/) - สกมช. – ISC2 องค์กรระดับโลกด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ประกาศความร่วมมือเพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในประเทศ แจกสิทธิ์ฝึกอบรมและสอบฟรี 10,000 สิทธิ์สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ร่วมมือกับ ISC2 องค์กรระดับโลกด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ประกาศความร่วมมือเพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในประเทศไทย ความร่วมมือนี้มุ่งหวังที่จะเพิ่มขีดความสามารถและทักษะของบุคลากรภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในประเทศ รวมถึงเปิดโอกาสให้กับผู้ที่สนใจจะพัฒนาทักษะหรือเข้าสู่อาชีพในสายงานด้านนี้ภายใต้โครงการนี้ ISC2 จะมอบสิทธิ์การฝึกอบรมและสอบใบประกาศนียบัตร “Certified in Cybersecurity (CC)” จำนวน 10,000 สิทธิ์ ฟรี ตลอดระยะเวลา 2 ปี โดยการฝึกอบรมจะเป็นแบบเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-paced Learning) ทำให้ผู้ได้รับสิทธิ์สามารถเรียนตามความสะดวก ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรไทยเสริมสร้างทักษะและความเชี่ยวชาญในการป้องกันและตอบสนองต่อภัยคุกคามไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งจุดเด่นของการสอบ “Certified in Cybersecurity” (CC) คือ เปิดโอกาสให้บุคคลจากทุกสาขาอาชีพสามารถสมัครเข้าร่วมได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาก่อนในด้านความมั่นคงไซเบอร์ เป้าหมายหลักของโครงการนี้ คือ การลดช่องว่างด้านทักษะและการขาดแคลนบุคลากรในสายงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญที่หลายประเทศกำลังเผชิญ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่การโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ISC2 และ สกมช. ในการพัฒนาทักษะและเตรียมความพร้อมของบุคลากรในประเทศไทย ให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ และส่งเสริมให้ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในระดับสากล ที่มา : https://www.thansettakij.com/technology/technology/609919 - [นวัตกรรม “เครื่องชั่งน้ำหนักสัตว์ปีกอัจฉริยะ” ตอบโจทย์ Smart Farm ไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/9843/) - กระทรวง อว. โดย บพข. หนุนทีมวิจัย ม.เกษตร พัฒนา “ระบบประเมินน้ำหนักออนไลน์อัจฉริยะ” ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมฟาร์มสัตว์ปีก ลดภาระงานเกษตร ลดความเครียดของสัตว์จากการถูกรบกวน เพิ่มความแม่นยำ ยกระดับประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์ปีก เติมเต็ม Ecosystem ให้ระบบ Smart Farmอุตสาหกรรมฟาร์มสัตว์ปีกถือเป็นธุรกิจหลักของประเทศไทย โดยเฉพาะ “ไก่” ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีมูลค่าการส่งออกเนื้อไก่สดแช่แข็งและเนื้อไก่แปรรูป ปีละกว่าหนึ่งแสนล้านบาท และมีสัดส่วนมากกว่า 95% ของปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ปัจจุบันทั่วโลกยังนิยมบริโภคโปรตีนจากเนื้อไก่สูงกว่าเนื้อสัตว์ประเภทอื่น ๆ ภาคการผลิตรวมถึงเกษตรกร จึงมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ เข้ามาเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการการเลี้ยงไก่ในฟาร์ม ในรูปแบบของ “สมาร์ต ฟาร์ม” (Smart Farm) หรือโรงเรือนเกษตรอัจฉริยะ เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิต แก้ไขปัญหา เพิ่มความสะดวกสบาย ประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่ายอย่างไรก็ดีระบบ Smart Farm ที่ใช้กันในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นอุปกรณ์ ไอโอที (IoT) ในการตรวจวัดและควบคุมสภาพแวดล้อมของโรงเรือนหรือควบคุมการให้อาหารและน้ำ แต่ยังมีอีกหนึ่งโจทย์ปัญหาสำคัญจากเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ นั่นก็คือ “การประเมินประสิทธิผลของการเลี้ยง” ที่ต้องอาศัยการชั่งน้ำหนักเพื่อวัดการเจริญเติบโตในแต่ละช่วงอายุของการเลี้ยง ซึ่งปัจจุบันยังต้องใช้แรงงานคนในการสุ่มชั่งและจดบันทึกก่อนจะนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้สิ้นเปลืองทั้งเวลาและแรงงาน รวมถึงมีโอกาสในการกรอกข้อมูลผิดพลาด - [มาตรการสกัดซิมผีบัญชีม้าได้ผล! ความเสียหายลดลง 1,500 ล้านบาท](https://www.uni.net.th/index.php/news/9833/) - รองนายกฯ ประเสริฐ เผยสถิตปิดบัญชีม้าแล้วกว่า 1.1 ล้านบัญชี ซิมผีกว่า 2.7 ล้านหมายเลข ส่งผล ก.ย. 67 ความเสียหายลดลงกว่า 1,500 ล้านบาทนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ เพื่อดำเนินงานการตามนโยบายปราบปรามภัยออนไลน์ของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีโดยที่ประชุมพิจารณาผลดำเนินการและมาตรการเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ 9 เรื่องสำคัญ 1.การปราบปรามจับกุมอาชญากรรมออนไลน์ ในเดือน ก.ย. 67 (ข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ)– การจับกุมคดีออนไลน์รวมทุกประเภท มีจำนวน 2,860 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่มีจำนวน 1,945 ราย– การจับกุมคดีเว็บพนันออนไลน์ มีจำนวน 972 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่มีจำนวน 732 ราย– การจับกุมคดีซิมม้า บัญชีม้า มีจำนวน 497 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่มีจำนวน 122 ราย2.การปิดโซเชียลมีเดีย เว็บผิดกฎหมาย และเว็บพนันกระทรวงดีอีปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ/URLs - [71% ของบุคลากรมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียกำลังใช้ AI](https://www.uni.net.th/index.php/news/9826/) - การศึกษาใหม่เผยว่า 71% ของบุคลากรมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียกำลังใช้ AI ในการทำงาน โดย ChatGPT เป็นเครื่องมือยอดนิยม ขณะที่ผู้ไม่ใช้มีเหตุผลหลากหลาย ผลวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนานโยบายและแนวทางการใช้ AI ในมหาวิทยาลัยKey takeaway71% ของบุคลากรมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียใช้ AI ในการทำงาน โดยผู้บริหารระดับสูงมีแนวโน้มใช้มากที่สุด (81%)ChatGPT เป็นเครื่องมือ AI ที่ได้รับความนิยมสูงสุด (88% ของผู้ใช้ AI) ตามด้วย Microsoft Copilot (37%)มหาวิทยาลัยควรพัฒนานโยบายและแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ AI พร้อมทั้งจัดฝึกอบรมและลงทุนในเครื่องมือ AI ที่ปลอดภัยนับตั้งแต่ ChatGPT เปิดตัวในปลายปี 2565 ได้มีการคาดการณ์มากมายเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงและที่อาจเกิดขึ้นของ generative AI ต่อวงการอุดมศึกษา แม้จะมีการศึกษาเกี่ยวกับการใช้ AI ของนักศึกษา และผลกระทบต่อการเรียนการสอนและการประเมินผล แต่ยังขาดการวิจัยขนาดใหญ่เกี่ยวกับวิธีที่บุคลากรมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียใช้ AI ในการทำงานการศึกษาใหม่ของเราได้สำรวจบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุนกว่า 3,000 คนในมหาวิทยาลัยออสเตรเลียเกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาใช้ generative AIผลการศึกษาการสำรวจของเราประกอบด้วยบุคลากรมหาวิทยาลัย 3,421 คน ส่วนใหญ่มาจาก 17 มหาวิทยาลัยทั่วออสเตรเลีย - [Digital Twin: พลิกโฉมจัดการภัยพิบัติยุคใหม่](https://www.uni.net.th/index.php/news/9803/) - ภัยพิบัติทางธรรมชาติมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นด้วยความถี่ที่มากขึ้นและรุนแรงขึ้นในอนาคต แม้ประเทศไทยจะอยู่ในเขตที่เกิดภัยพิบัติไม่มากนัก แต่การเกิดขึ้นแต่ละครั้งก็ทำให้เราไม่ได้เตรียมตัวที่ดีหรือระมัดระวังอย่างเพียงพอการเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่แต่ละครั้ง ประชาชนจำนวนมากก็มักจะรอจนน้ำมาถึงระดับหนึ่งแล้วจึงอพยพซึ่งอาจจะไม่ทันการณ์และทำให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบากในประเทศที่ก้าวหน้าในหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ได้นำเทคโนโลยี Digital Twin หรือ ฝาแฝดดิจิทัล มาใช้ร่วมในการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติDigital Twins เป็นเทคโนโลยีที่จำลองสภาพแวดล้อมและระบบทางกายภาพในโลกจริงให้ไปอยู่ในรูปแบบ “โลกดิจิทัล” แบบจำลองของวัตถุ ระบบ หรือโครงสร้างต่าง ๆ จะสะท้อนการทำงานและการเปลี่ยนแปลงในโลกจริงการใช้ Digital Twin ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบสถานการณ์ วิเคราะห์ข้อมูล และทดลองวิธีแก้ไขปัญหาในสภาพแวดล้อมเสมือนจริงในดิจิทัลได้ล่วงหน้า โดยไม่ต้องเสี่ยงกับความเสียหายต่อวัตถุหรือสถานการณ์จริงDigital Twins นำมาใช้ในการจัดการภัยพิบัติ จึงช่วยจำลองสถานการณ์ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม ดินถล่ม ในพื้นที่เสี่ยง ช่วยคำนวณผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน และวางแผนอพยพประชาชนได้อย่างแม่นยำในญี่ปุ่นนำ Digital Twin มาใช้จัดการภัยพิบัติโดยสร้างแบบจำลองเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญสามารถทดสอบแนวทางการตอบสนองในสภาพแวดล้อมปลอดภัยหรือโลกดิจิทัลก่อน และปรับปรุงแผนการรับมือให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจริงต่อไปตัวอย่างหนึ่งคือ การจัดการแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น Digital Twins ช่วยจำลองการสั่นไหวของอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นนอกจากจะช่วยปรับปรุงการออกแบบอาคารให้ทนทานแล้ว ยังช่วยให้เมืองและชุมชนเตรียมรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือ การจัดการน้ำท่วม Digital Twins ช่วยให้ภาครัฐสามารถจำลองปริมาณน้ำฝนขนาดต่างๆ และการไหลของน้ำในระบบแม่น้ำเพื่อคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วม เพื่อให้สามารถวางแผนอพยพประชาชนและวางแผนรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพหนึ่งในข้อดีที่สำคัญของ Digital Twins คือความสามารถในการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์จากอุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างๆ แล้วนำข้อมูลเหล่านี้มาประมวลผลและจำลองเหตุการณ์ในสภาพแวดล้อมเสมือนจริงการใช้เซ็นเซอร์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต (IoT) ในการตรวจสอบสภาพอากาศ การเคลื่อนไหวของแผ่นดิน และข้อมูลอื่น ๆ ช่วยให้ Digital Twins สามารถสร้างแบบจำลองพื้นที่ที่แม่นยำขึ้นและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้เร็วขึ้นนอกจากนี้ - [NASA สื่อสารด้วยเลเซอร์ จากดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ไกลกว่า 464 ล้าน กม.](https://www.uni.net.th/index.php/news/9795/) - NASA สื่อสารด้วยเลเซอร์ ในการทดลอง DSOC ที่เป็นการสื่อสารจากยาน Psyche กลับมายังโลกเป็นระยะทางกว่า 460 ล้านกิโลเมตร ซึ่งเป็นการส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลและรวดเร็วที่สุดที่เคยมีมาการทดลอง DSOC ทำลายสถิติใหม่เทคโนโลยีการสื่อสารด้วยเลเซอร์ของ NASA ได้ทำลายสถิติใหม่โดยสามารถส่งสัญญาณเลเซอร์จากโลกไปยังยานอวกาศ Psyche ของ NASA ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 460 ล้านกิโลเมตร ซึ่งระยะทางนี้เท่ากับระยะทางสูงสุดระหว่างโลกกับดาวอังคาร หลังจากทำลายสถิตินี้ได้ไม่นาน การทดลอง DSOC ก็ได้ปิดฉากเฟสแรกของการดำเนินงาน นับตั้งแต่การปล่อยตัวไปกับยานอวกาศ Psyche เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2023Meera Srinivasan หัวหน้าปฏิบัติการโครงการจากห้องปฏิบัติการขับเคลื่อนไอพ่นของ NASA กล่าวว่า “ความสำเร็จนี้มีความสำคัญมาก การสื่อสารด้วยเลเซอร์ต้องมีความแม่นยำสูงมาก และก่อนที่จะปล่อยยาน Psyche ไปกับ DSOC เราไม่แน่ใจว่าจะเกิดการลดประสิทธิภาพมากแค่ไหนในระยะทางไกลมากๆ ““ตอนนี้เทคนิคได้ถูกตรวจสอบแล้ว และยืนยันว่าการสื่อสารด้วยแสงเลเซอร์สามารถเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพและจะเปลี่ยนแปลงการสำรวจระบบสุริยะ”การทดลอง DSOC คืออะไร?การทดลอง Deep Space Optical Communications (DSOC) จัดการโดยห้องปฏิบัติการขับเคลื่อนไอพ่นของ NASA ประกอบด้วยอุปกรณ์ส่ง-รับสัญญาณด้วยเลเซอร์บนยานอวกาศและสถานีภาคพื้นดินสองแห่งสถานีดาวน์ลิงก์ (การส่งกลับมาที่โลก): กล้องโทรทรรศน์ Hale ขนาด - [BDI เร่งเดินหน้าเปิด 22 หลักสูตร ปั้นคนพันธุ์ดิจิทัล รองรับบิ๊กดาต้า-เอไอ](https://www.uni.net.th/index.php/news/9784/) - BDI เร่งเสริมทักษะพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล, วิศวกรรรมข้อมูล และเอไอ ของไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนากำลังคน เดินหน้าออกแบบหลักสูตรสำหรับขับเคลื่อนองค์กรด้วยบิ๊กดาต้า-เอไอกว่า 22 หลักสูตร ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า จากนโยบายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่เดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนากำลังคน ซึ่งปัจจุบันมีบุคลากรไม่เพียงพอ จึงจำเป็นจะต้องพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้พร้อมเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดย BDI ซึ่งเป็นองค์กรหลักในการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาองค์ความรู้และบุคลากรของประเทศ ให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านบิ๊กดาต้า และ ปัญญาประดิษฐ์ AI จึงพร้อมเดินหน้าเป็นกลไกสำคัญในการผลิตบุคลากร เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงานทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมสุขภาพ พร้อมสนับสนุนเป้าหมายของกระทรวงดีอี ที่ต้องการสร้างบุคลากรด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AIให้ได้มากกว่า 30,000 คน ภายในปี 2570 เตรียมความพร้อมในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม และยกระดับให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สู่การเป็นศูนย์ข้อมูล (ดาต้า เซ็นเตอร์) ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ ปัจจุบัน BDI ได้เร่งดำเนินการในส่วนของการพัฒนาและต่อยอดหลักสูตรเฉพาะสำหรับองค์กรและหน่วยงานในภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการดำเนินงานผ่านพลังของบิ๊กดาต้า และเอไอ โดยมีเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ระดับผู้ปฏิบัติการ ไปจนถึงระดับผู้บริหารองค์กร มีผู้เข้าอบรมไปแล้วมากกว่า 3,000 คน เพิ่มโอกาสในจ้างงานและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ที่ร่วมอบรมในโครงการมากกว่า 200 ล้านบาท“การพัฒนาบุคลากรดิจิทัลโดยเฉพาะในด้าน Data - [The New York Times ต่อต้าน AI ใช้เนื้อหาโดยไม่ได้รับอนุญาต](https://www.uni.net.th/index.php/news/9715/) - นิวยอร์กไทมส์ประกาศจุดยืนต่อต้านบริษัท AI รายใหม่ Perplexity หลังพบการนำเนื้อหาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมส่งจดหมายเตือนให้ยุติการกระทำดังกล่าว ระบุเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และขู่ดำเนินคดีหากไม่ปฏิบัติตาม Key takeawayนิวยอร์กไทมส์ส่งจดหมายเตือน Perplexity ให้หยุดใช้เนื้อหาโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยระบุว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และได้รับผลประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรมCEO ของ Perplexity แสดงท่าทีสนใจที่จะร่วมมือกับผู้เผยแพร่ทุกราย รวมถึงนิวยอร์กไทมส์Amazon Web Services เริ่มสอบสวน Perplexity AI หลังพบการสแกนเนื้อหาจากเว็บไซต์ Condé Nast จำนวนมากโดยไม่ได้รับอนุญาตหนังสือพิมพ์ชั้นนำของสหรัฐฯ ประกาศจุดยืนต่อต้านบริษัท AI รายใหม่ หลังพบการนำเนื้อหาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามรายงานของ The Wall Street Journal New York Times ได้ส่งจดหมายเตือนให้ Perplexity ยุติการกระทำดังกล่าว โดยระบุว่าการนำเนื้อหาของ New York Times ไปใช้สร้างคำตอบและสรุปผ่านระบบ AI ของบริษัทนั้นเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์จดหมายยังกล่าวหาว่า Perplexity และผู้สนับสนุนได้รับผลประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรมจากการใช้งานด้านวารสารศาสตร์ของ The Times โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีใบอนุญาต พร้อมกำหนดให้ Perplexity - [โคราชสมาร์ทซิตี้ มุ่ง 7 เทคโนโลยี ยกระดับชีวิตคนเมือง](https://www.uni.net.th/index.php/news/9695/) - เทศบาลนครนครราชสีมา เร่งยกระดับเมืองอัจฉริยะทั้ง 7 ด้าน อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ และเพิ่มคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมหนุน Thailand Smart City Expo 2024นายชาตรี วงษ์วิบูลย์สิน รองนายกเทศมนตรี เทศบาลนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า โครงการโคราชสมาร์ทซิตี้ ได้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2564 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 37.5 ตารางกิโลเมตร ซึ่ง ในเป้าหมายการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั้ง 7 ด้าน ที่ได้ระบุไว้ในนโยบายและสอดคล้องกับกรอบตามที่ภาครัฐกำหนด เทศบาลนครนครราชสีมาจะเน้นในด้านการจราจรอัจฉริยะ, สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ และบริหารภาครัฐอัจฉริยะ เป็นตัวนำ ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้ จะช่วยผลักดันให้อีก 4 ด้าน เดินหน้าไปพร้อมกันทั้งด้านเศรษฐกิจอัจฉริยะ ด้านการดำรงชีวิตอัจฉริยะ ด้านพลังงานอัจฉริยะ และด้านพลเมืองอัจฉริยะ โดยมีการเน้นย้ำถึง เมืองจะ SMART ต้องมี DATA ที่ชัดเจน ทั้งการจัดการ จัดเรียง และบูรณาการ ที่ถูกต้อง ทั้งหมดนี้จะช่วยยกระดับการดำเนินชีวิตของประชากรในเมืองทุกด้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และปรับตัวรองรับกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ในอนาคตโดยหลังจากที่ได้รับเลือกเข้ามาบริหาร - [Salesforce ชี้ ผู้บริหารไทยพร้อมใช้ AI แต่ยังกังวลเรื่องความปลอดภัย](https://www.uni.net.th/index.php/news/9607/) - ผลสำรวจจาก Salesforce (เซลส์ฟอร์ซ) เผยว่า ผู้บริหารระดับสูงในประเทศไทยมองว่า Generative AI มีความสำคัญสูงสุดเป็นลำดับแรกสำหรับองค์กร แต่ปัญหาด้านข้อมูลและการปกป้องความเป็นส่วนบุคคลทำให้ไม่สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าวงการธุรกิจทั่วโลก ผลการวิจัยล่าสุดจาก เซลส์ฟอร์ซ (Salesforce) บริษัทด้านจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) เผยให้เห็นว่าผู้บริหารระดับสูงในประเทศไทยกำลังให้ความสำคัญกับ Generative AI อย่างมาก โดยมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กรในอนาคตอันใกล้ผลสำรวจจาก YouGov ในนามเซลส์ฟอร์ซได้รวบรวมความคิดเห็นจากผู้บริหารระดับสูง 225 คนจากองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า “84% มองว่า Generative AI เป็นหนึ่งในสามสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุดต่อการดำเนินธุรกิจภายในสามปีข้างหน้า โดย 37% ระบุว่ามีความสำคัญสูงสุดเป็นอันดับแรก”แรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้องค์กรต้องนำ Generative AI มาใช้ ได้แก่ความคาดหวังของลูกค้าที่ต้องการบริการที่รวดเร็วและเป็นส่วนตัวมากขึ้น (44%)ความต้องการของพนักงานในการใช้เครื่องมือ AI (44%)ความต้องการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับลูกค้าและพนักงาน (41%)อย่างไรก็ตาม แม้จะเห็นถึงความสำคัญ แต่ผู้บริหารก็ยังพบกับ “ความท้าทายในการนำ AI มาใช้งานจริง” โดยเฉพาะในด้านข้อมูลและความปลอดภัย โดย29% กังวลเรื่องความถูกต้องแม่นยำของผลลัพธ์จาก AI28% พบปัญหาในการใช้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนในการฝึกฝน AI28% กังวลเรื่องการปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลธิติรัตน์ - [5 เครื่องมือ AI แนะนำ ใช้งานเสมือนมือขวาสำหรับวงการสถาปนิก!](https://www.uni.net.th/index.php/news/9599/) - เปิด 5 เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) แนะนำ สำหรับการใช้งานเสมือนมือขวาในวงการสถาปนิก ตั้งแต่ช่วยสร้างภาพสเก็ตช์เป็นดิจิทัล ไปจนถึงวิเคราะห์วัสดุ-ราคา!สถาบันสถาปนิกแห่งอังกฤษ (Royal Institute of British Architects หรือ RIBA) รายงานว่า ในปี 2567 สถาปนิกชาวอังกฤษกว่า 41% เลือกใช้เครื่องมือ AI ในงานออกแบบบ้างเป็นครั้งคราว ขณะเดียวกัน สถาบันสถาปนิกแห่งสหรัฐอเมริกา (The American Institute of Architects หรือ AIA) ระบุว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า บริษัทสถาปัตยกรรมในสหรัฐฯ 90% มีแนวโน้มจะปรับใช้เครื่องมือ AI ในการทำงานมากขึ้นแม้ว่ากระแสการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการทำงานจะยังเป็นที่ถกเถียงกันทั่วโลก แต่ด้วยปัญหาการขาดแคลนบุคลากร เนื้องานที่มีความซับซ้อน และการขาดไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ถือเป็นแรงกระตุ้นอย่างหนึ่งที่ทำให้หลายกลุ่มอาชีพไม่กลัวที่จะนำเครื่องมือ AI มาใช้ เพื่อเสริมการทำงานเสมือนเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีมเช่นเดียวกับกลุ่มอาชีพ “สถาปนิก” ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และความแม่นยำแข่งกับเวลาที่มีจำกัด การเลือกใช้เครื่องมือ AI - [เอ็นไอเอ-สธ.ร่วมดันบริการสุขภาพดิจิทัล เชื่อมข้อมูลบริการสธ.บนดิจิทัลเฮลธ์](https://www.uni.net.th/index.php/news/9589/) - กรุงเทพฯ 16 ตุลาคม 2567 – กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูลบริการด้านสาธารณสุขบน Digital Health Platform ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อยกระดับระบบบริการสุขภาพดิจิทัล ภายใต้ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ควบคู่การผลักดันนวัตกรรมด้านสุขภาพสู่เชิงพาณิชย์ ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพที่สำคัญในระดับสากลนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้พัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล บน Digital Health Platform ของกระทรวงฯ เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่เข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญของทั้งสองหน่วยงาน ในการส่งเสริม สนับสนุน และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใน การพัฒนาระบบบริการสุขภาพดิจิทัล ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูล และการยกระดับบริการสุขภาพ ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลกลางที่มีความทันสมัยและถูกต้อง โดยได้รับการรับรองจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ภายใต้ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการใช้งานระบบบริการสุขภาพบน Digital Health Platform ของกระทรวงสาธารณสุขได้เป็นอย่างดีดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า Digital Health Platform เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนย่านนวัตกรรมการแพทย์ของไทย (Thailand Medical Innovation Hub) อาทิ ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี ย่านนวัตกรรมการแพทย์สวนดอก ซึ่งเป็นพื้นที่สร้างและดึงดูดธุรกิจนวัตกรรมผ่านเครื่องมือและกลไกความร่วมมือในการแบ่งปันทรัพยากรของเครือข่ายภายในย่าน ทำให้เกิดธุรกิจนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ รวมทั้งโครงการความร่วมมือด้านงานวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมของเครือข่าย นำไปสู่การสร้างมูลค่าการลงทุนทางการแพทย์ในอนาคต ซึ่ง NIA พร้อมสนับสนุนกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อยกระดับบริการด้านสาธารณสุขและผลักดันนวัตกรรมด้านสุขภาพสู่เชิงพาณิชย์ - [กสทช.ร่วมสมัชชาโทรคมโลก จับตา "อินเดีย" ดัน 6G แข่งจีน-สหรัฐ](https://www.uni.net.th/index.php/news/9578/) - กสทช. ร่วมประชุมสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITUWTSA 2024 พร้อมสมาชิก 190 ประเทศ นายกฯ อินเดีย ประกาศผลักดัน 6G ในสามปี ขณะที่ประเทศไทย ลั่นพร้อมเป็นผู้นำในภูมิภาคนายพชร นริพทะพันธุ์ ที่ปรึกษาประธานกสทช. และ หัวหน้าคณะทำงานภูมิรัฐศาสตร์ สำนักงาน กสทช. พร้อมด้วย นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. เข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่ว่าด้วยมาตรฐานโทรคมนาคมโลกจัดโดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITUWTSA (World Telecommunication Standardization Assembly) ประจำปี 2024 และประชุม IMC (India Mobile Congress) ระหว่างวันที่ 15 – 24 ตุลาคม 2567 ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยมีองค์กรกำกับเข้าร่วมกว่า 190 ประเทศ ทั้งนี้ นายนเรนทร โมดี - [หัวเว่ย ส่งคลาวด์อัจฉริยะ Huawei Cloud Stack เสริมแกร่งภาครัฐ](https://www.uni.net.th/index.php/news/9569/) - หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) นำเสนอเทคโนโลยีหัวเว่ย คลาวด์ สแต๊ก (Huawei Cloud Stack) ที่สุดแห่งบริการคลาวด์อัจฉริยะเพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่ภาครัฐ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางคลาวด์ระดับภูมิภาคอาเซียน เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีการเติบโตที่รวดเร็วที่สุดในโลก และกำลังอยู่ในช่วงที่เศรษฐกิจดิจิทัลขยายตัวอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคอาเซียน ในฐานะผู้นำเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค รัฐบาลไทยได้เสนอ “นโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก” (Cloud First Policy) เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และยกให้เป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลระดับประเทศ นโยบายดังกล่าวส่งเสริมให้ภาครัฐและทุกภาคอุตสาหกรรมเร่งปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์ เพื่อคว้าโอกาสเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล นโยบายนี้ยังสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของประเทศและช่วยให้บรรลุเป้าหมายของเศรษฐกิจดิจิทัลพันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังปรับใช้นโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก (Cloud First Policy) เพื่อก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของอาเซียนโดยเร็วที่สุด เราเลือกหัวเว่ยคลาวด์เป็นพันธมิตรสำคัญ เพื่อสนับสนุนนโยบายนี้ ขณะนี้เราให้บริการคลาวด์แก่หน่วยงานรัฐบาลไทยกว่า 220 หน่วยงาน และคาดว่าจะสามารถลดงบประมาณการลงทุนได้ 30% ถึง 50% ด้วยการยกระดับบริการของภาครัฐ เราคาดว่าประชาชนจะได้รับบริการที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น และยังสามารถส่งเสริมธุรกิจได้มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งสิ่งนี้จะดึงดูดให้บริษัทต่างๆ ทั่วโลกเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างมหาศาลนายวงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานดิจิทัล และรักษาการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานสื่อสารไร้สาย 1 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด - [มข. นำการปฏิรูปดิจิทัลด้วยระบบ ERP แห่งแรกของไทย ก้าวสู่มหาวิทยาลัย สมรรถนะสูง](https://www.uni.net.th/index.php/news/9563/) - รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดี มข. ไขประตูสู่โลกดิจิทัลด้วยการปฏิรูปการบริหารจัดการมหาวิทยาลัย ผ่านระบบ ERP แบบบูรณาการแห่งแรกของไทย! มข. พร้อมแล้วที่จะเป็นผู้นำด้าน Digital Transformation ในวงการอุดมศึกษาไทย และก้าวสู่ความเป็นเลิศในยุคใหม่ ที่มา : https://th.kku.ac.th/202684/ - [AI สร้างข้อมูลเท็จ ผลวิจัยชี้ชัด](https://www.uni.net.th/index.php/news/9557/) - ผลวิจัยล่าสุดชี้ว่า AI ยังคงสร้างข้อมูลเท็จ โดยเฉพาะชื่อ software packages ที่ไม่มีอยู่จริง ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย นักวิจัยเตือนให้ระมัดระวังในการใช้งาน AI สำหรับงานสำคัญKey takeawayโมเดล AI ยังคงสร้างข้อมูลเท็จอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างชื่อ software packages ที่ไม่มีอยู่จริง ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้อาชญากรนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ผลการศึกษาพบว่าโมเดล AI เชิงพาณิชย์สร้างชื่อ packages ที่ไม่มีอยู่จริงอย่างน้อย 5.2% ส่วนโมเดลโอเพนซอร์สสูงถึง 21.7% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัญหานี้ยังคงมีอยู่อย่างมีนัยสำคัญงานวิจัยอีกชิ้นพบว่า AI ขนาดใหญ่มีแนวโน้มที่จะให้คำตอบที่ดูสมเหตุสมผลแต่ผิดมากกว่า AI ขนาดเล็ก ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับปรุงการออกแบบและพัฒนา AI โดยเฉพาะสำหรับการใช้งานที่มีความเสี่ยงสูงผลการศึกษาล่าสุดสองชิ้นชี้ให้เห็นว่า โมเดล AI ยังคงสร้างข้อมูลเท็จอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับคำเตือนก่อนหน้านี้ที่ว่าไม่ควรพึ่งพาคำแนะนำจาก AI สำหรับเรื่องสำคัญหนึ่งในสิ่งที่ AI มักจะสร้างขึ้นมาคือชื่อของ software packagesตามที่เคยรายงานไปก่อนหน้านี้ Lasso Security พบว่า large language models (LLMs) เมื่อสร้าง sample source code - [ETDA ร่วมกับ สวทช. ขับเคลื่อนความพร้อมในการประยุกต์ใช้ AI อย่างต่อเนื่องสู่ปีที่ 2 ใช้เกณฑ์ 5 ด้านในการประเมิน ชี้เป้าการประยุกต์ใช้ AI ของประเทศไทยขยายตัวต่อเนื่อง](https://www.uni.net.th/index.php/news/9550/) - สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดแถลงผลการศึกษาความพร้อมในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบริการดิจิทัลของปี 2567 เผย 5 ด้านสำคัญที่ใช้ในการประเมินความพร้อมขององค์กร และนำไปสู่แนวทางการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยี AI ในภาคธุรกิจ/ อุตสาหกรรม ที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกภาคส่วน ได้ร่วมให้ข้อคิดเห็นในประเด็นต่างๆคุณรจนา ล้ำเลิศ ที่ปรึกษาฝ่ายอำนวยการและทรัพยากรบุคคล หัวหน้าทีมศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ ETDA กล่าวว่า การศึกษาในครั้งนี้ นับเป็นการดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะได้ทราบถึงสถานการณ์และข้อมูลสำคัญ ที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงและแนวโน้มในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI จากปีที่แล้ว (ปี 2566) ซึ่งเป็นปีแรกที่ได้มีการศึกษาสถานภาพความพร้อมในการประยุกต์ใช้ AI ของภาคส่วนต่างๆ ของไทยและได้ทำเป็นข้อมูล Baseline เอาไว้ อีกทั้งช่วยชี้ให้เห็นโอกาสและอุปสรรคในการพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI ในสาขาหรือกลุ่มธุรกิจที่สำคัญ เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอแนะในการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและใช้งานสำหรับบริการดิจิทัล อย่างสร้างสรรค์และมีธรรมาภิบาล รวมทั้ง เพื่อเป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศระยะ 6 ปี - ["รมว.อว."ร่วมเวทีการประชุมโต๊ะกลมรัฐมนตรีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 21 ที่ประเทศญี่ปุ่น](https://www.uni.net.th/index.php/news/9544/) - รมว.อว.ร่วมเวทีการประชุมโต๊ะกลมรัฐมนตรีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 21 ที่ประเทศญี่ปุ่น ผลักดันการวิจัยที่มีผลกระทบสูงเพื่อนำไปใช้ในภาคเกษตรกรรม สาธารณสุข สุขภาพ วันนี้ (7 ต.ค.67) น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง เข้าร่วมการประชุมโต๊ะกลมรัฐมนตรีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 21 (Science and Technology Minsters’ Roundtable) ซึ่งเป็นเวทีหารือด้านนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ร่วมกับรัฐมนตรีและผู้แทนรัฐมนตรีจากประเทศต่างๆ กว่า 21 ประเทศ ในการประชุม STS forum 2024 ณ นครเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดยมีผู้บริหาร นักวิจัย และตัวแทนจากภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาจากทั่วโลกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง โอกาสนี้ น.ส.ศุภมาส ได้กล่าวถ้อยแถลง ว่า ปัจจุบันทุกประเทศต่างต้องเผชิญกับปัญหาความท้าทายระดับโลก ที่ต้องใช้แนวทางที่เป็นหนึ่งเดียวกันในการร่วมรับมือและแก้ไขปัญหา ซึ่งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมคือกลไกขับเคลื่อนสำคัญในการเผชิญกับปัญหาความท้าทายเหล่านั้น โดยประเทศไทยได้ให้ความสำคัญและพัฒนาในประเด็นต่างๆ ประกอบด้วย “ทุนมนุษย์” ที่เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา นโยบายการศึกษาไทย มุ่งเน้นการพัฒนาการศึกษาในด้าน STEM ความรู้ด้านดิจิทัล และทักษะที่จำเป็น เพื่อเตรียมแรงงานให้พร้อมสำหรับอุตสาหกรรมอนาคต โดยการพัฒนาความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมยังถือเป็นวาระสำคัญแห่งชาติ มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย อุตสาหกรรม และสถาบันวิจัย - [โอกาสและความท้าทายของการสร้างดาวเทียมภายในประเทศ และการประยุกต์ใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศ เพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมแห่งอนาคต](https://www.uni.net.th/index.php/news/9537/) - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้จัดการประชุมระดมความคิดเห็น “Opportunities and Challenges for Satellite and Geo-informatic Technology to Enhance Thailand Capability for Future Industries” โดยได้เชิญนักวิจัยภายใต้ภาคีความร่วมมืออวกาศไทย (Thai Space Consortium; TSC) และนักวิจัยภายใต้ภาคีวิจัยฟิวเจอร์เอิร์ธแห่งประเทศไทย (Future Earth Thailand Consortium) มานำเสนอความก้าวหน้าและแผนการพัฒนาการสร้างและพัฒนาดาวเทียม TSC-1 ภายในประเทศ และความก้าวหน้าและแผนระยะถัดไปของการประยุกต์ใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ และจัดให้มีการระดมความคิด และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันกับนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญในสาขาทางด้านเทคโนโลยีอวกาศ วิศวกรรมดาวเทียม เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เทคโนโลยีวัสดุขั้นสูง และอื่น ๆ รวมไปถึงคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากภาคอุตสาหกรรมดาวเทียม หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ ที่เป็นผู้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลดาวเทียมและข้อมูลภูมิสารสนเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนหารือถึงโอกาสและความท้าทายของการสร้างดาวเทียมภายในประเทศ และการประยุกต์ใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศ - ["ตั้งรับ AI มองไกลอนาคต" มุมมอง ศ.ดร.วรศักดิ์ "ราชบัณฑิต"](https://www.uni.net.th/index.php/news/9526/) - การเข้ามาของ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ถือเป็นโจทย์ท้าทายมนุษยชาติ สิ่งเหล่านี้ได้สร้างความหวาดวิตกต่อนานาประเทศ ไม่ต่างกับไทยหวั่นว่า ในอนาคต “เอไอ” จะเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ และสุดท้ายมนุษย์ก็จะตกงาน แต่หากเรารู้จักใช้ประโยชน์จาก “เอไอ” เตรียมพร้อม ตั้งรับ และเตรียมรับมือ บางทีนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีดังกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวตรงข้ามกลับเป็นประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการศึกษา “รายการคุยนอกกรอบ กับ สุทธิชัย หยุ่น” จับเข่าคุย “ศ.ดร.วรศักดิ์ กนกนุกูลชัย” ราชบัณฑิต อดีต ผอ.สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ซึ่งวางแผนรับมือด้วยการปฏิรูปการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ทำหลักสูตรเฉพาะทาง จัดตั้ง “สถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (School of Integrated Innovation, Chulalongkorn University)” ผลิตนักศึกษาที่พร้อมจะออกไปเป็น CEO หรือทำธุรกิจ โดยระหว่างที่เรียนจะต้องทำโปรเจ็กต์โครงการความรอบรู้เท่าทันกับความเปลี่ยน แปลงของเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมทั้ง “เอไอ” ถือเป็นการทดลองครั้งสำคัญของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย“โลกมันเปลี่ยนเร็ว สิ่งที่เรียนมาเมื่อสมัยก่อน หรือสมัยที่ผมเรียนวิศวะ จบมาแล้ว ได้ใช้แค่ร้อยละ 20 และส่วนใหญ่เป็นทฤษฎีที่ดูดีมาก อยู่ในห้องเรียน - [ภาพที่สร้างจาก AI มีลิขสิทธิ์หรือไม่? กฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครองหรือไม่?](https://www.uni.net.th/index.php/news/9519/) - ภาพที่สร้างจาก AI มีลิขสิทธิ์หรือไม่? เป็นคำถามที่น่าสนใจและเป็นประเด็นที่กำลังถูกถกเถียงกันอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว และสามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เช่น รูปภาพวาด ได้อย่างสมจริงมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อภาพที่สร้างจาก AI ถูกขโมยในปี 2022 Jason M. Allen ผู้บริหารของบริษัทสตาร์ทอัพเกมกระดานแห่งหนึ่ง ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดศิลปะดิจิทัลประจำปีของ Colorado State Fair โดยผลงานของเขาที่มีชื่อว่า Théâtre d’Opéra Spatial ซึ่งผลงานชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นโดยใช้ AI ของ Midjourney และมันทำให้ศิลปินหลายคนไม่พอใจJason M. Allen เคยกล่าวในตอนนั้นว่า “ผมจะไม่ขอโทษสำหรับเรื่องนี้ ผมชนะ และผมไม่ได้ทำผิดกฎใดๆ” “ศิลปะตายไปแล้วเพื่อน มันจบแล้ว AI ชนะ แต่มนุษย์พ่ายแพ้” เขากล่าวเสริมแล้วเรื่องตลกร้ายก็เกิดขึ้น ความเย่อหยิ่งของ Allen กลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง เพราะผลงานชิ้นนี้ของเขาถูกผู้อื่นนำไปใช้โดยไม่ได้ขออนุญาตภาพที่สร้างจาก AI มีลิขสิทธิ์หรือไม่?Allen พยายามจดทะเบียนรูปภาพของเขาเป็นผลงานที่มีลิขสิทธิ์มาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2022 แต่เนื่องจากมีผู้พิพากษาคนหนึ่งตัดสินว่างานศิลปะที่สร้างขึ้นโดย Generative AI ไม่สามารถมีลิขสิทธิ์ได้ เนื่องจากเป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์ว่า - [Synology เผยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ พุ่ง 22% ต่อสัปดาห์ – ข้อมูลรั่วไหล 81%](https://www.uni.net.th/index.php/news/9512/) - Synology ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันการจัดเก็บและปกป้องข้อมูล เผย 2 เทรนด์สำคัญ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจอย่างรวดเร็วในปี 2024 เทรนด์แรก เรียกค่าไถ่ (Ransomware) พุ่งสูงอัตราการโจมตีสูงถึง 22% ต่อสัปดาห์ และ71% ขององค์กรที่ถูกโจมตีไม่สามารถกู้คืนข้อมูลได้สมบูรณ์ ส่งผลให้องค์กรต่างๆ เผชิญความเสียหายอย่างมหาศาล เทรนด์ที่สอง องค์กรทั่วโลกหันมาใช้ระบบ On-premise Productivity Tools ใช้งานบนเซิร์ฟเวอร์ตนเอง หลังองค์กรทั่วโลกพบปัญหาข้อมูลรั่วไหลถึง 81%ล่าสุด Synology เปิดตัว 4 โซลูชันใหม่ ในปี 2024 ออกแบบเพื่อการจัดเก็บและปกป้องข้อมูลอย่างครบวงจร นำ AI เข้ามาช่วยยกระดับการจัดการข้อมูลให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรในยุคดิจิทัลอย่างตรงจุด หลังประสบความสำเร็จในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเติบโตถึง 150% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา คาดยอดขาย SEA แตะ 45 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พร้อมเดินหน้าขยายตลาดในไทยซึ่งมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบาย Digital Transformation ของภาครัฐและการเพิ่มขึ้นของภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่กระตุ้นความต้องการโซลูชันด้านความปลอดภัยข้อมูลเพิ่มขึ้นนายรหัท บุญตันจีน ผู้จัดการฝ่ายขายประจำประเทศไทย บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด (Synology) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมี 2 เทรนด์สำคัญ ที่กำลังมีอิทธิพลต่อองค์กรทั่วโลก ได้แก่ เทรนด์แรก มัลแวร์เรียกค่าไถ่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (Ransomware Protection) การโจมตีทางไซเบอร์โดยเฉพาะ Ransomware ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก มีอัตราการโจมตีเฉลี่ยต่อองค์กรเพิ่มขึ้นถึง 22% ต่อสัปดาห์ ทำให้องค์กรใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนในการกู้คืนข้อมูล แม้องค์กรที่ยอมจ่ายค่าไถ่ก็ไม่สามารถรับประกันการกู้คืนข้อมูลได้ทั้งหมด จากสถิติพบว่า 71% ขององค์กรที่ถูกโจมตีไม่สามารถกู้คืนข้อมูลได้สมบูรณ์ ทำให้การมีระบบปกป้องข้อมูลที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ กลายเป็นตัวช่วยสำคัญในการลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ เทรนด์ที่สอง องค์กรทั่วโลกหันมาใช้ระบบ On-premise Productivity Tools ซึ่งเป็นการใช้เครื่องมือหรือซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กร ซึ่งถูกติดตั้งและใช้งานบนเซิร์ฟเวอร์หรือคอมพิวเตอร์ภายในองค์กรเอง แทนการใช้ออนไลน์ผ่านคลาวด์ (cloud-based services) เพื่อการปกป้องกันข้อมูลรั่วไหลได้มากขึ้น จากรายงานจาก Varonis ระบุว่า 81% ขององค์กรในปี 2022 ประสบปัญหาข้อมูลรั่วไหล การใช้ On-premise Productivity Tools ช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสามารถควบคุมการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างละเอียด และยังช่วยลดต้นทุนการจัดการข้อมูลในระยะยาวทั้งนี้ ในยุคดิจิทัลองค์กรต่างๆ กำลังเผชิญกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล - [80 ล้านบาทต่อวัน! คนไทยสูญเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์](https://www.uni.net.th/index.php/news/9457/) - บทความนี้เจาะลึกถึงภัยคุกคามร้ายแรงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเสียหายมหาศาลแก่คนไทย วิเคราะห์รูปแบบการหลอกลวง ผลกระทบ และความพยายามของทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหา พร้อมแนะนำวิธีป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพ เรียกร้องให้ทุกคนร่วมมือกันต่อต้านอาชญากรรมทางไซเบอร์ เพื่อสังคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นข้อมูลจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ระบุว่า ช่วงเดือนมีนาคม 2565 ถึงมิถุนายน 2567 มีคนไทยตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์มากกว่า 575,500 คดี สร้างความเสียหายรวมกว่า 65,715 ล้านบาท หรือเฉลี่ยวันละ 80 ล้านบาท โดยเหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงวัยทำงานจนถึงผู้สูงอายุ อายุ 30-60 ปีขึ้นไป สูงถึง 248,800 คดี กรณีล่าสุดที่สร้างความเสียหายอย่างหนักคือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เชื่อมโยงไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา หลอกเหยื่อสูญเสียไปกว่า 3 พันล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้มีความซับซ้อนและเกี่ยวพันกับเทคโนโลยีและความร่วมมือระหว่างประเทศรูปแบบการหลอกลวง มิจฉาชีพมักจะแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐหรือเอกชน เช่น เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือพนักงานขนส่ง แล้วหลอกว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความผิดต่างๆ เช่น ฟอกเงิน ค้ายาเสพติด หรือติดหนี้บัตรเครดิต จากนั้นจะสร้างสถานการณ์ให้เหยื่อตื่นตระหนก ต้องโอนเงินมาพิสูจน์ตัวเอง หรือโอนเงินเพื่อแก้ไขปัญหา วิธีการอื่นๆ ได้แก่ การหลอกว่าได้รับเงินคืนภาษี รางวัล หรือโชคลาภ การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อขอข้อมูลส่วนตัว - [สสส. - โคแฟค เผยคนไทยถูกหลอกออนไลน์พุ่ง 37 ล้านคน](https://www.uni.net.th/index.php/news/9445/) - สสส. – โคแฟค เสวนาการรับมือมิจฉาชีพออนไลน์ หลังพบคนไทย 36 ล้านคน ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ เฉพาะปี 67 ถูกหลอกกว่า 60,000 ล้านบาท ขณะที่ “โรแมนซ์สแกม” ระบาดหนัก เหตุ “เหยื่อ” เลือกเชื่อ “โจร”วงเสวนายกระดับรับมือมิจจี้ภัยการเงิน จากพลเมืองเท่าทันสู่นโยบายสาธารณะในยุค “ดีพเฟค” ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับโคแฟค (ประเทศไทย) และภาคีเครือข่าย มาร่วมถ่ายทอดปัญหา และหาทางออกด้านการรับมือและป้องกันภัยมิจฉาชีพการเงินออนไลน์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาพรัฐและเอกชน ได้แก่ นายภิญโญ ตรีเพชราภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารความเสี่ยงภาพรวม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พล.อ.ต. อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) นาย อิฐบูรณ์ อ้นวงษา รองเลขาธิการ สภาองค์กรของผู้บริโภค และนางสาว สุวิตา จรัญวงค์ ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท เทลสกอร์ จำกัด คนไทย - [จุฬาฯ จัดเสวนาวิชาการ Chula The Impact ครั้งที่ 25 “แพลตฟอร์มจุฬาฯ ฝ่าพิบัติ: Digital War Room” นวัตกรรมทำนายพื้นที่น้ำท่วมและแนวดินถล่มจากอุทกภัย](https://www.uni.net.th/index.php/news/9432/) - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดงานเสวนาวิชาการ Chula the Impact ครั้งที่ 25 เรื่อง “แพลตฟอร์มจุฬาฯ ฝ่าพิบัติ: Digital War Room” เมื่อวันพุธที่ 9 ตุลาคม 2567 ณ ห้องประชุม 202 อาคารจามจุรี 4 จุฬาฯ เพื่อนำเสนอนวัตกรรมจากคณาจารย์นักวิจัยจุฬาฯ ที่บูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการในการป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้น สามารถชี้จุด คาดคะเน และให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์นำท่วมแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำและทันสมัย เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือและแก้ปัญหาได้ตรงจุดและทันท่วงทีการเสวนาวิชาการ Chula the Impactในครั้งนี้เป็นการเผยแพร่องค์ความรู้จากงานวิจัยของจุฬาฯ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตต่างๆ ตามพันธกิจของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “เมื่อสังคมมีปัญหา จุฬาฯ มีคำตอบ” โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นผู้กล่าวเปิดการเสวนา วิทยากรผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ ผู้รักษาการรองอธิการบดี จุฬาฯ ศ.ดร.สันติ ภัยหลบลี้ อาจารย์ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และ ศ.ดร.ใจทิพย์ ณ สงขลา อาจารย์ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.เจษฎา ศาลาทอง อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ รศ.ดร.ศิริเดช - [บริษัทญี่ปุ่นใช้ AI นำเสียงนักพากย์ญี่ปุ่นชื่อดัง มาแปลงเป็นภาษาอื่นๆ ให้หุ่นยนต์พูดได้หลายภาษา](https://www.uni.net.th/index.php/news/9425/) - บริษัทญี่ปุ่นใช้ AI นำเสียงนักพากย์ญี่ปุ่นชื่อดัง มาแปลงเป็นภาษาอื่นๆ โดย บริษัท CoeFont ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญด้านการสร้างเสียงดิจิทัล (Digital Voices) โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเสียงที่ได้นั้นมีความเป็นธรรมชาติและเหมือนเสียงคนจริงๆ ล่าสุดเตรียมพัฒนาโดยร่วมมือกับ AOKI Production ในการนำเสียงพากย์จากนักพากย์ชื่อดังชาวญี่ปุ่นจำนวน 10 คนเพื่อเริ่มต้นความร่วมมือด้าน AI ครั้งนี้นำโดย Masako Nozawa นักพากย์เสียงตัวละคร ซง โกคู จาก Dragon Ball ยังได้ยืนยันอีกว่า Banjo Ginga— นักพากย์ผู้ให้เสียง Gihren Zabi จากเรื่อง Mobile Suit Gundam จะอยู่ในรายชื่อนี้ด้วย โดยทางเอเจนซี่จะประกาศชื่อนักพากย์ที่เหลือในอีกไม่กี่วันข้างหน้าโดยจะนำเสียงของนักพากย์ชื่อดังจาก AOKI Production จำนวน 10 คน มาแปลงเป็นหลายภาษาด้วยเทคโนโลยี AI ให้เสียงนั้นพูดได้หลายภาษา รวมภาษาอังกฤษ และภาษาจีน เพื่อนำไปใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ผู้ช่วยเสียง หุ่นยนต์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ - [“ประเสริฐ” เปิดใจนายกฯ มอบหมาย ดีอี เร่งแก้ไขปัญหาคอลเซ็นเตอร์ –พัฒนาทางรัฐ](https://www.uni.net.th/index.php/news/9418/) - “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เปิดใจนายกฯ แพทองธาร มอบหมายให้ กระทรวงดีอี เร่งแก้ไขปัญหาคอลเซ็นเตอร์ –พัฒนาแอปทางรัฐ เป็นข่อ่งทางจ่ายเงินเยียวยาภัยพิบัตินายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงดีอี เร่งแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ แอพทางรัฐ เป็นเรื่องเร่งด่วน ในส่วนของแอพทางรัฐ หลังแจกเงิน 10000 เฟสแรกไปแล้วก่อนหน้านี้ ได้มอบหมายให้ ดีอี พัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นหลักซุปเปอร์แอพ โดยเพิ่มแพลตฟอร์มจ่ายเงินเยียวยา เกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติและเหตุการณ์ต่างๆ ให้อยู่ในแอพฯเดียว เพื่อเป็นช่องทางในการจัดสรรได้อย่างรวดเร็วสำหรับ การปราบปรามจับกุมอาชญากรรมออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการปราบปรามจับกุมอาชญากรรมออนไลน์และมีคดีที่สำคัญ รวมทั้ง เร่งรัดจับกุมผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง ในช่วงวันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2567 เทียบกับการดำเนินงานช่วงที่ผ่านมา ดังนี้ การจับกุมคดีอาชญากรรมออนไลน์รวมทุกประเภท ในเดือนกรกฎาคม 2567 มีจำนวน 2,306 คน ลดลงร้อยละ 7.58 - [กระทรวง อว. หนุนผลิตกำลังคนตอบความต้องการเร่งด่วนของประเทศผ่านหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ พร้อมอนุมัติเพิ่ม 5 หลักสูตร ในสาขาสำคัญของประเทศ เน้นย้ำหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ เริ่มดำเนินการปีการศึกษา 2568](https://www.uni.net.th/index.php/news/9407/) - วันที่ 3 ตุลาคม 2567) คณะกรรมการพิเศษเฉพาะเรื่อง ด้านการส่งเสริมนวัตกรรมการอุดมศึกษา ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ได้มีการประชุม ครั้งที่ 1/2567 โดยมีนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีวาระสำคัญในการพิจารณาอนุมัติข้อเสนอการจัดการศึกษาฉบับสมบูรณ์สำหรับการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา (Higher Education Sandbox) หรือหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ เพิ่มเติมอีก 5 หลักสูตร นางสาวศุภมาส กล่าวว่า หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ที่เสนอเพื่อขออนุมัติจัดการศึกษาเพิ่มเติมในครั้งนี้ อยู่ในสาขาที่เป็นความต้องการเร่งด่วนของประเทศ อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และ ระบบราง โดยเฉพาะหลักสูตรวิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เป็นหลักสูตรกลางของประเทศ โดยเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา 15 แห่ง เพื่อร่วมกันผลิตบัณฑิตเฉพาะทางสมรรถนะสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการ และมีจำนวนมากเพียงพอสำหรับดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงนำไปสู่การเป็น New Growth Engine ตัวใหม่ของประเทศ หลักสูตรนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ความร่วมมืออย่างเข้มข้นของสถาบันการศึกษากับบริษัทเอกชนชั้นนำของประเทศ 8 แห่ง ซึ่งจะเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การออกแบบสมรรถนะ สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือขั้นสูง รวมถึงการรับนักศึกษาเข้าฝึกและเข้าทำงานหลังจบการศึกษา นอกจากนี้ อีกหนึ่งหลักสูตรที่มีความต้องการขาดแคลนเร่งด่วน คือ - [‘เว็บปลอม-กลโกงออนไลน์’ สองสัญญาณอันตรายโลกดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/news/9401/) - การหลอกลวงทางออนไลน์เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในไทย เนื่องจากการใช้งานดิจิทัลที่เพิ่มและขยายตัวมากขึ้นยิ่งมีผู้ใช้มากขึ้นเท่าใด โอกาสที่มิจฉาชีพและผู้หลอกลวงจะไล่ล่าและโจมตีก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้นปีที่ผ่านมา แคสเปอร์สกี้ ตรวจพบและบล็อกโจมตีบนเว็บได้ถึง 1.29 ล้านครั้งในประเทศไทย เฉลี่ยมากกว่า 35,400 ครั้งต่อวันปัจจุบัน ภัยคุกคามไซเบอร์ปรากฏตัวทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น อีเมล ไฟล์เอกสาร ไฟล์แนบ โฆษณา ลิงก์ คิวอาร์โค้ด เอสเอ็มเอส เว็บไซต์ แบบฟอร์มลงทะเบียนออนไลน์ โซเชียลมีเดีย โทรศัพท์ และช่องทางสื่อสารอื่นๆ อีกมากมายแน่นอนว่า ประเทศไทยมียอดใช้งานดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตสูง ปัจจุบันไทยมีประชากร 71.85 ล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 63.21 ล้านคน การเชื่อมต่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านโมบายดีไวซ์มีอยู่ถึง 97.81 ล้านรายการ ผลวิจัยแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้หนึ่งคนมีโมบายดีไวซ์มากกว่าหนึ่งเครื่อง ทำให้ความเสี่ยงมีอยู่สูงมากอย่างหลีกเลี่ยงได้ยากแม้จะมีอัตราใช้งานที่เพิ่มขึ้น แต่การตระหนักรู้และทักษะด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของผู้ใช้กลับสวนทาง ส่งผลให้มีเหตุการณ์ทางไซเบอร์จำนวนมากที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรธุรกิจต่างๆปี 2556 “แคสเปอร์สกี้” ตรวจพบและบล็อกโจมตีบนเว็บได้ถึง 12,923,280 ครั้งในประเทศไทย คิดเฉลี่ยได้มากกว่า 35,400 ครั้งต่อวันเซียง เทียง โยว ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แคสเปอร์สกี้ เล่าว่า การหลอกลวงทางออนไลน์ขึ้นเป็นหัวข้อข่าวหน้าหนึ่งมากขึ้น เนื่องจากกลวิธีและทักษะที่ช่ำชองของผู้ก่อภัยคุกคามเหตุการณ์ล่าสุดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น - [เปลี่ยนกฏ ‘ตั้งรหัสผ่านใหม่’ รับมือภัยไซเบอร์](https://www.uni.net.th/index.php/news/9395/) - การแฮกระบบเครือข่ายและอุปกรณ์ปลายทางเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ผู้ใช้งานทั้งบุคคลและองค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันแม้ว่าจะมีคำเตือนและแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่รัดกุม ซับซ้อนในหลากหลายรูปแบบ แต่เหล่าบรรดาแฮกเกอร์ก็ยังคงสามารถเจาะเข้าระบบเพื่อโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการเงินได้อยู่เสมอๆหลังจากในปี 2560 NIST สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาได้เสนอคำแนะนำรหัสผ่านเป็นครั้งแรก (NIST 800-63B) ให้รหัสผ่านมีความซับซ้อนซึ่งประกอบด้วย ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็ก ตัวเลข และอักขระพิเศษผสมกัน รวมถึงการตั้งคำถามเพื่อรับรองความปลอดภัยก่อนเข้าระบบแต่ล่าสุด NIST ได้ออกมาเปิดเผยแนวทางปฏิบัติฉบับร่างที่ 2 (SP 800-63-4) ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกำหนดทางเทคนิคการรับรองความถูกต้อง ตลอดจนแนวทางปฏิบัติเพื่อช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการรหัสผ่านและตัดทอนสิ่งที่ขัดขวางการรักษาความปลอดภัยโดยหลักเกณฑ์ล่าสุดแนะนำให้ผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัว CSP หยุดบังคับให้ผู้ใช้งานตั้งรหัสผ่านที่ใช้อักขระผสม หรือการกำหนดให้เปลี่ยนรหัสผ่านทุกๆ 60 หรือ 90 วัน รวมไปถึงการหยุดใช้การตรวจสอบสิทธิ์ในรูปแบบคำถาม เพราะรหัสผ่านที่ซับซ้อนไม่ได้แข็งแกร่งเสมอไปอีกนัยหนึ่งความซับซ้อนของรหัสผ่านจะทำให้ผู้ใช้งานเลือกตั้งรหัสผ่านที่คาดเดาได้ง่าย จดบันทึกรหัสไว้ในที่ที่ค้นหาได้ง่าย หรือใช้รหัสเดียวกันกับบัญชีอื่นๆด้วยเหตุนี้ NIST จึงให้ความสำคัญไปที่ความยาวของรหัสผ่าน เนื่องจากรหัสผ่านที่ยาวจะยากต่อการถอดรหัสด้วยการโจมตีและผู้ใช้สามารถจดจำได้ง่ายขึ้นนอกจากนี้ NIST ยังได้เสนอคำแนะนำเพิ่มเติมคือ รหัสผ่านที่ดีจะต้องมีความยาวอย่างน้อย 8 อักขระ แต่เพื่อความปลอดภัยที่มากยิ่งขึ้นควรตั้งรหัสผ่านที่มีความยาวอย่างน้อย 15 อักขระโดย CSP ควรอนุญาตให้ใช้รหัสผ่านได้มาสุดไม่เกิน 64 ตัวอักษรโดยสามารถรวมอักขระ ASCII และ Unicode ได้ด้วย และการรีเซ็ตรหัสผ่านจะทำเฉพาะเมื่อมีการละเมิดข้อมูลประจำตัวเท่านั้น เพราะการเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยจะทำให้ผู้ใช้งานเลือกรหัสผ่านที่คาดเดาได้ง่าย และความปลอดภัยก็จะลดลงตามเราจะเห็นได้ว่า รหัสผ่านยังเป็นเรื่องความปลอดภัยคลาสสิกไม่ว่าจะในยุคไหนก็ตาม เพียงแต่ว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ NIST - [นวัตกรรมสร้าง Podcast ด้วย AI จาก Google’s NotebookLM](https://www.uni.net.th/index.php/news/9389/) - Key takeawayการใช้ Google’s NotebookLM และ AI ในการสร้างพอดแคสต์ “Code Quests” จากบทความเทคนิคบนเว็บไซต์ DEV.to แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมใหม่ในการผลิตเนื้อหาเสียงอย่างมีประสิทธิภาพเทคโนโลยี AI ช่วยลดเวลาและทรัพยากรในการผลิตพอดแคสต์ โดยสามารถวิเคราะห์ สรุปข้อมูล และสร้างบทสนทนาระหว่างเสียง AI สองเสียงโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับผู้สร้างเนื้อหารายเดียวหรือทีมขนาดเล็กแม้ว่าการทดลองนี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ AI ในการช่วยผู้สร้างเนื้อหานำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่หลากหลายและเข้าถึงผู้ชมได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การพัฒนาคุณภาพของผลลัพธ์อย่างต่อเนื่องยังคงเป็นสิ่งสำคัญนักพัฒนาซอฟต์แวร์รายหนึ่งได้ทดลองใช้ Google’s NotebookLM เพื่อสร้างพอดแคสต์ชื่อ “Code Quests” โดยใช้ AI แปลงบทความเทคนิคจากเว็บไซต์ DEV.to ให้เป็นรายการพอดแคสต์ที่สามารถรับฟังได้บน Spotifyแนวคิดนี้เกิดขึ้นจากความต้องการในการนำเสนอเนื้อหาทางเทคนิคในรูปแบบเสียง ซึ่งช่วยให้ผู้ฟังสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในระหว่างทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การเดินทางหรือออกกำลังกาย โดยใช้ AI เพื่อลดเวลาและทรัพยากรที่ต้องใช้ในการผลิตพอดแคสต์แบบดั้งเดิมGoogle’s NotebookLM เป็นผู้ช่วยเสมือนที่ใช้โมเดล Gemini 1.5 Pro ในการวิเคราะห์และสรุปข้อมูลจำนวนมาก สามารถสร้างบทสนทนาระหว่างเสียง AI สองเสียงโดยอัตโนมัติ โดยเน้นประเด็นสำคัญของเนื้อหาและจัดรูปแบบให้เหมาะสมกับการนำเสนอในรูปแบบพอดแคสต์ผู้พัฒนาสังเกตว่าการฟังพอดแคสต์ที่สร้างโดย AI ให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากการอ่านบทความ โดยพอดแคสต์มักนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบสรุป - [AWS เตรียมเปิดศูนย์ข้อมูลในไทยปี 2025 พลิกโฉมดิจิทัลอาเซียน](https://www.uni.net.th/index.php/news/9380/) - AWS ประกาศเปิดศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพฯ ต้นปี 2568 ผลักดันอาเซียนสู่อนาคตดิจิทัล มุ่งยกระดับเศรษฐกิจและพัฒนาทักษะดิจิทัล พร้อมลงทุนกว่า 190 ล้านบาทในไทยภายในปี 2580นายเจฟฟ์ จอห์นสัน กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคอาเซียนของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส หรือ เอดับบลิวเอส (Amazon Web Services : AWS) เผยวิสัยทัศน์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน งาน “ASEAN ECONOMIC OUTLOOK 2025 the rise of asean a renewing opportunity” ที่จัดโดย “กรุงเทพธุรกิจ” ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2567 โดย AWS เตรียมเปิดตัวศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพฯ ต้นปี 2568 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้บริการคลาวด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคนี้และได้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพมหาศาลของอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านดิจิทัล “อาเซียนมีประชากรมากกว่า 680 ล้านคน โดย 61% ของประชากรอยู่ในวัยต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีและการใช้ดิจิทัลที่สูงมาก” และเสริมว่าภูมิภาคนี้เป็นหนึ่งในตลาดอินเทอร์เน็ตที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตใหม่กว่า 125,000 รายต่อวันคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนจะเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) กว่า - [กสทช.-กรมอุทยานฯ จุดพลุฟรีบรอดแบนด์ความเร็วสูงทั่วทั้งประเทศ 115 แห่ง](https://www.uni.net.th/index.php/news/9371/) - สำนักงาน กสทช. เอ็มโอยูกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) เดินหน้ามาตรฐานการติดตั้งเสาให้บริการโทรคมนาคมในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 115 แห่ง เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงวันนี้ (3 ต.ค.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ สำนักงาน กสทช. พร้อมด้วย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) ร่วมกันทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ว่าด้วย การกำหนดมาตรฐานการติดตั้งเสาให้บริการโทรคมนาคมในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ปฏิบัติงาน ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ จำนวน 156 แห่ง หลายแห่งเป็นพื้นที่ห่างไกล ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์หรือสัญญาณอินเทอร์เน็ต บางแห่งเป็นพื้นที่ที่ไม่มีผู้ให้บริการหรือมีการบริการแต่ไม่ทั่งถึงและไม่เพียงพอ ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานตามภารกิจและการให้บริการประชาชน ทำให้การปฏิบัติงานขาดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย รวมถึงการติดต่อสื่อสาร การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ เป็นไปด้วยความลำบากดังนั้น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงขอรับการสนับสนุนภายใต้โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม โดยใช้งบประมาณจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) วงเงิน 161.75 ล้านบาท ในพื้นที่อุทยานจำนวน 115 แห่ง ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากบอร์ดกสทช.แล้วสำหรับรูปแบบการดำเนินงาน จะมีการติดตั้งชุดเสาให้บริการ ฟรีไว-ไฟ เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ - [หนักแล้ว! พบ Social Media หลายเจ้า ใช้ข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งานเพื่อฝึกฝน AI (พร้อมวิธีถอนตัว)](https://www.uni.net.th/index.php/news/9365/) - ความเป็นส่วนตัว กับ Social Media มักจะเป็นข้อถกเถียงกันเสมอมา เนื่องจากเป็นบริการที่ฟรี ทำให้ข้อมูลของผู้ใช้งานมักกลายเป็นค่าใช้จ่ายในการใช้บริการแทน เพราะผู้ให้บริการมักจะนำเอาไปใช้ทำประโยชน์ต่าง ๆ ทั้งในแบบที่ผู้ใช้งานรู้ตัวและไม่รู้ตัว รวมทั้งในการนำไปใช้เพื่อฝึก AIจากรายงานโดยสำนักข่าว CNN ได้รายงานว่า มีการตรวจพบว่า Social Media ชื่อดังหลายแห่งนั้นได้นำเอาข้อมูลของผู้ใช้งานไปใช้เพื่อฝึกฝน AI จริง ซึ่งหลายแบรนด์นั้นนำเอาข้อมูลไปใช้ในจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป เช่น Linkedin นั้นได้นำเอาประวัติการทำงานสำหรับสมัครงาน (Resume) ไปใช้ในการฝึกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ AI และ Snapchat ที่นำเอาไปใช้ในการฝึก Chat Bot เป็นต้น ซึ่งทาง CNN ก็ได้ทำการเปิดเผยรายชื่อ พร้อมกับนโยบายด้านการนำเอาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน จาก Social Media เจ้าดังหลายแห่ง ดังนี้Linkedinโซเชียลมีเดียที่มีชื่อเสียงอย่างมากสำหรับกลุ่มคนทำงานระดับมืออาชีพ ที่มักถูกนำไปใช้ในการหาเครือข่ายคนทำงานและสมัครงานใหม่ ๆ ซึ่งทาง Linkedin ก็ได้ยอมรับว่ามีการนำเอาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเพื่อนำไปพัฒนาขีดความสามารถของ AI รวมไปถึงมีการแชร์ข้อมูลในรูปแบบที่ “ตัดข้อมูลส่วนบุคคลออกแล้ว” ให้กับคู่ค้าอย่าง OpenAI (ผู้พัฒนา ChatGPT) อีกด้วยแต่ทาง - [เจาะ Insight เข้าใจแนวโน้มไทยกับการประยุกต์ใช้ AI](https://www.uni.net.th/index.php/news/9348/) - AI กำลังเปลี่ยนโลก ! ประเทศไทยจึงต้องปรับตัว Thai PBS และ Thai PBS Sci & Tech จึงขอนำผลการศึกษาเชิงลึกสำหรับบริการดิจิทัล ปี 2567 ซึ่งจัดทำโดย ETDA, ศูนย์ AIGC และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่ชี้ให้เห็นถึงแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยี AI ให้สามารถประยุกต์ใช้ได้จริงในทุกภาคส่วนของไทย ซึ่งเผยให้เห็นถึงทิศทาง – แนวโน้ม การปรับตัวใช้ AI ของหน่วยงานในบ้านเรา ควรดำเนินไปแนวทางใดตามมาอ่านกันได้เลย โดยจำนวนกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาและสำรวจทั้งหมด 3,758 หน่วยงาน ซึ่งแยกเป็น Survey Response 580 หน่วยงาน และ Focus Group 31 หน่วยงาน สำรวจช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2567 เกี่ยวกับความพร้อมขององค์กรใน 5 ด้าน ได้แก่ – ด้านยุทธศาสตร์และความสามารถองค์กร - [จ.ชลบุรี ได้เฮ Google ลงทุน 36,000 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลใหม่](https://www.uni.net.th/index.php/news/9342/) - Google ลงทุน 36,000 ล้านบาท (1 พันล้านดอลลาร์) ในประเทศไทยเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลใหม่และขยายโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์บริษัท Google ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า กำลังลงทุน ลงทุน 36,000 ล้านบาท ในประเทศไทยเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลใหม่และขยายโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ซึ่งเป็นการเร่งการขยายตัวของ Google ในเอเชียซึ่งบริษัทกำลังให้ความสำคัญกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันในช่วงเวลาที่กำลังเผชิญกับการแข่งขันจากบริษัทอย่าง Microsoft และ OpenAIโดยในรายงานปี 2023 Google, Temasek และ Bain & Company ระบุว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยเป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และคาดว่าจะแตะระดับ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2025 – สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ของ Google แห่งนี้จะตั้งที่ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ในภาคตะวันออกของประเทศไทย ที่มา : https://www.enterpriseitpro.net/google-to-invest-1-billion-in-thailand-to-build-a-data-center/ - [AI ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่](https://www.uni.net.th/index.php/news/9335/) - Key takeawayAI ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของบริษัทเทคโนโลยี โดย Google อาจต้องทบทวนเป้าหมายเดิมเนื่องจากความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนา AIApple ยังคงยืนยันเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 โดย 75% จะมาจากการลดการปล่อยมลพิษ และ 25% จากโครงการดูดซับคาร์บอนและโครงการด้านความหลากหลายทางชีวภาพแม้ว่า AI จะเป็นความท้าทายในระยะสั้น แต่ในระยะยาวคาดว่าจะช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น และอาจกระตุ้นการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นปัจจุบัน AI กำลังเปลี่ยนแปลงทุกอย่างอย่างรวดเร็ว รวมถึงเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศที่บริษัทเทคโนโลยีตั้งไว้ก่อนหน้านี้ ล่าสุด CEO ของ Google ได้แสดงความคิดเห็นที่สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นนี้ ในขณะที่ Apple ยังคงยืนยันที่จะบรรลุเป้าหมายภายในปี 2030 ตามที่ตั้งไว้เรื่องราวของสองบริษัทยักษ์ใหญ่Google ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศเมื่อไม่นานมานี้ แต่ไม่ใช่ในแง่บวก แม้ว่าบริษัทยังไม่ได้ประกาศเปลี่ยนแปลงเป้าหมายอย่างเป็นทางการ แต่ Sundar Pichai CEO ของบริษัทดูเหมือนจะกำลังพิจารณาทบทวนเป้าหมายดังกล่าวสาเหตุหลักมาจาก AIAnissa Gardizy นักข่าวจาก The Information รายงานว่า Sundar Pichai กล่าวในงานที่มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การเติบโตของ AI เป็น - [ไทยขึ้นแท่น Digital Economy Hub หลังยักษ์ไอทีระดับโลกแห่ปักหมุดลงทุน Data Center](https://www.uni.net.th/index.php/news/9274/) - นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า จากการที่ Google ได้ประกาศแผนลงทุนสร้าง Data Center และ Cloud Region ในไทย โดยมีมูลค่าเงินลงทุนเฟสแรก 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 36,000 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของไทยในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัลของภูมิภาค จากข้อได้เปรียบในหลาย ๆ ด้าน ได้แก่1) โครงสร้างพื้นฐานมีคุณภาพสูง ทั้งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เครือข่าย 5G ระบบไฟฟ้าที่มีความเสถียร มีศักยภาพด้านพลังงานสะอาด และกฎระเบียบด้านดิจิทัลที่มีมาตรฐานสากล2) มีความมั่นคงปลอดภัยและเป็นกลางในเวทีระหว่างประเทศ อีกทั้งทำเลที่ตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางที่สามารถเชื่อมต่อกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะศักยภาพในการเป็น Connecting Hub สำหรับกลุ่มประเทศ CLMVT ที่มีประชากรรวมกันกว่า 250 ล้านคน3) บุคลากรที่มีคุณภาพและมีทักษะด้านดิจิทัล4) ตลาดในประเทศขยายตัวสูง ทั้งดีมานด์จากการยกระดับองค์กรไปสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) การกำหนดนโยบาย Cloud First Policy ของรัฐบาล สัดส่วนการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอยู่ในระดับสูง และประชาชนมีทักษะในการทำธุรกรรมการเงินผ่านระบบดิจิทัล 5) - [เปิดตัวโครงการเมืองใจดี ปักหมุดเพื่อคนที่คุณรัก: ร่วมสร้างฐานข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อทุกคน](https://www.uni.net.th/index.php/news/9263/) - 5 กระทรวงหลัก กรุงเทพมหานคร UNFPA และ สสส. ผลึกกำลัง เปิดตัวโครงการเมืองใจดี ปักหมุดเพื่อคนที่คุณรัก: ร่วมสร้างฐานข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อทุกคนดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวถึงแนวคิดการจัดโครงการฯ ว่า “โครงการเมืองใจดี ปักหมุดเพื่อคนที่คุณรัก เป็นโครงการที่ร่วมสร้างฐานข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อทุกคน มุ่งเน้นขยายฐานข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกคนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นคนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ใช้รถเข็น ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ โดยมีเป้าหมายในการสร้างเมืองที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากบริการสาธารณะได้อย่างเท่าเทียม ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในด้านความเท่าเทียมและการใส่ใจผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม ทั้งนี้โครงการได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมีหน่วยงานพันธมิตรร่วมดำเนินการ ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สวทช. UNFPA Thailand และประชาคมคนพิการ กรุงเทพมหานคร การมีส่วนร่วมของประชาคมคนพิการ กทม. ช่วยเพิ่มมุมมองและความเข้าใจในความต้องการที่แท้จริงของคนพิการในการออกแบบและดำเนินโครงการ “แต่ละหน่วยงานมีบทบาทในการขับเคลื่อนโครงการเมืองใจดี ปักหมุดเพื่อคนที่คุณรัก โดย สสส. มีส่วนในการระดมพลังสื่อสร้างกระแส พม. มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและคนพิการ - [Google ใช้ดาวเทียมตรวจจับไฟป่า เจอเร็วดับเร็ว](https://www.uni.net.th/index.php/news/9254/) - Google และพันธมิตรกำลังพัฒนาโครงการ FireSat เพื่อตรวจจับไฟป่าได้เร็วขึ้น แม่นยำยิ่งขึ้นFireSat มีกลุ่มดาวเทียม 52 ดวงที่ให้ AI ตรวจจับไฟป่า สามารถตรวจจับไฟขนาดเล็กถึง 5×5 เมตรได้ทั่วโลก อัพเดทภาพทุก 20 นาที โดย Google สนับสนุนเงินทุน 13 ล้านดอลลาร์ คาดว่าจะเริ่มส่งดาวเทียมดวงแรกขึ้นสู่วงโคจรโลกต้นปี 2025การตรวจพบไฟป่าได้เร็วขึ้น ทำให้ดับไฟได้เร็วขึ้นก่อนลุกลามใหญ่โต สามารถอพยพประชาชนได้เร็วขึ้น ช่วยวางแผนการจัดสรรทรัพยากรการดับไฟได้ดีขึ้น และเป็นผลดีต่อการวางแผนระยะยาวเพื่อทำให้มนุษย์อยู่ร่วมกับไฟป่าได้อย่างปลอดภัยในอนาคตข้อมูลจาก FireSat ของ Google จะแจกจ่ายให้ฟรีแก่หน่วยงานดับไฟทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่มีทรัพยากรจำกัดNASA ประเมินว่ามีไฟป่าเกิดขึ้นราว 370,000 – 690,000 ครั้งต่อปีแอฟริกา มีไฟป่าเกิดขึ้นบ่อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในซาวันนาและบริเวณทุ่งหญ้าอเมริกาเหนือและใต้ มีไฟป่าขนาดใหญ่เกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนออสเตรเลีย มีฤดูไฟป่าที่ชัดเจน มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนและฤดูแล้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีไฟป่าและไฟจากการแอบเผา เกิดขึ้นบ่อยในช่วงฤดูแล้งไฟป่าถูกมองด้านลบว่าเป็นตัวทำลาย แต่ที่จริงเป็นเรื่องธรรมชาติที่ส่งผลบวกหลายด้าน เช่น การฟื้นฟูระบบนิเวศ การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้เกิดถิ่นที่อยู่อาศัยใหม่ ควบคุมโรคและแมลงศัตรูพืช ฯลฯไฟป่า และไฟต่างๆ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติเท่านั้น มีการใช้ไฟเผาพืชผลทางเกษตร และยังมีการจุดไฟโดยประมาทด้วยการแทรกแซงธรรมชาติของมนุษย์ - [เมื่อปัญญาประดิษฐ์ นำไปสู่การคิดใช้ พลังงานนิวเคลียร์](https://www.uni.net.th/index.php/news/9248/) - ปัญญาประดิษฐ์ มีศักยภาพสูงมากจนผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติเทคโนโลยีมองว่า มันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมมนุษย์แบบก้าวกระโดดครั้งที่ 4หลังครั้งแรกเกิดจากการรู้จักปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ทำให้มนุษย์สามารถผลิตอาหารได้มากจากเกษตรกรรมแทนการหาของป่าและล่าสัตว์เมื่อกว่า 1 หมื่นปีที่ผ่านมา ตามด้วยการประดิษฐ์เครื่องจักรกลทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมเมื่อราว 250 ปีที่แล้ว และเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้เกิดยุคข่าวสารข้อมูลเมื่อไม่กี่ทศวรรษมานี้ปัญญาประดิษฐ์มีศักยภาพสูงมากในด้านการประมวลข้อมูล การใช้ศักยภาพนั้นต้องใช้พลังงานสูงมากเป็นเงาตามตัว ข้อมูลจำนวนมหาศาลต้องได้รับการรวบรวม แยกแยะ เก็บรักษาและนำออกมาใช้ในกระบวนการประมวล ซึ่งทำได้โดยการใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมากคอมพิวเตอร์เหล่านั้นมักเชื่อมต่อกันอยู่ในอาคารขนาดมหึมา ที่เรียกว่า “ศูนย์ข้อมูล” คอมพิวเตอร์ทำงานด้วยการใช้กระแสไฟฟ้า นอกจากนั้น มันยังใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อระบายความร้อนอีกด้วย การระบายมักอาศัยพัดลมขนาดใหญ่จำนวนมากการผลิตกระแสไฟฟ้าทำได้หลายวิธี แต่ละวิธีมีผลพวงต่างกัน เช่น การผลิตที่นิยมกันอย่างกว้างขวางมาเป็นเวลานานได้แก่การเผาฟอสซิลซึ่งประกอบด้วยถ่านหิน น้ำมันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ การเผานี้มีผลพลอยได้ในรูปของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดภาวะโลกร้อนส่วนการผลิตด้วยพลังน้ำและพลังงานนิวเคลียร์ไม่เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงทางอื่น ประเทศก้าวหน้าในอเมริกาเหนือและยุโรป จึงเริ่มรื้อถอนเขื่อนกั้นสายน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้ากันอย่างจริงจังดังที่คอลัมน์นี้อ้างถึงเมื่อสัปดาห์ก่อนนอกจากการรื้อถอนเขื่อนแล้ว หลายประเทศยังเริ่มปิดโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีกด้วย ทั้งนี้เพราะเตาเหล่านั้นมีความเสี่ยงสูงในด้านการกระจายกัมมันตภาพรังสีที่ฆ่ามนุษย์ได้ทั้งแบบทันทีและแบบผ่อนส่งเยอรมนีเริ่มปิดโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกในจำนวนทั้งหมด 17 แห่งเมื่อ 2 ทศวรรษก่อนและปิดได้ทั้งหมดเมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมา สหรัฐปิดเตาปฏิกรณ์แล้ว 41 เตา ยังเหลืออยู่ 95 เตาซึ่งส่วนหนึ่งเป็นของเอกชนและกระจัดกระจายอยู่ใน 28 รัฐในบรรดาโรงงานไฟฟ้าที่ปิดไปนั้นมีแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในรัฐเพนซิลเวเนีย โรงงานแห่งนี้มีเตาปฏิกรณ์ 2 เตาซึ่งหนึ่งเตาประสบปัญหาสาหัสในปี 2522 เมื่อแท่งเชื้อเพลิงละลายทำให้กัมมันตภาพรังสีซึมออกมาได้ส่วนหนึ่งก่อนที่มันจะถูกปิดตาย ส่วนเตาที่สองทำงานมาจนกระทั่งถูกปิดเมื่อปี 2562อย่างไรก็ดี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เจ้าของโรงงานแถลงว่า เตาที่เพิ่งปิดไปจะได้รับการรื้อฟื้นให้กลับมาทำงานอีกครั้งในอีก - ["กูเกิล" ทุ่ม 1 พันล้านดอลลาร์ ลงทุนในไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/9242/) - เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2567 นางรูธ โพรัท ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุนของ บริษัท Alphabet และ Google ประกาศการลงทุนสร้าง สร้าง Data Center และ Cloud Region ในประเทศไทย จำนวน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35,000 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยสร้างงานกว่า 14,000 ตำแหน่ง ในช่วงปี 2568-2572 และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 4,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 140,000 ล้านบาท ภายในปี 2572ใน “จับตาสถานการณ์” ไทยพีบีเอส ได้อธิบายในประเด็นนี้ว่า เป็นความสำเร็จที่นายเศรษฐา ทวีสิน กรุยทางให้ แต่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สานต่อ โดยจะเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลด้วยการให้ความสำคัญกับระบบ Cloud ถือเป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บอกว่า การลงทุนของ Google สะท้อนความเชื่อมั่นในประเทศไทย และความพร้อมของไทยทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งและแรงงานที่มีทักษะ ทั้งนี้ หากพิจารณาจากการใช้ Google ในประเทศไทย ก็ไม่น่าแปลกที่จะเป็นหนึ่งในเป้าหมายลงทุนของ บริษัท Alphabet ซึ่ง Google เป็นเว็บไซต์ที่คนไทยเข้ามาเป็นอันดับ 1 เฉลี่ยเดือนละ - [“ศุภมาส” บรรยายพิเศษ "AI in Teaching and Learning" ส่งเสริมใช้ AI พัฒนาผู้เรียน สนับสนุนผู้สอน เตรียมรับมือโลกแห่งอนาคต ย้ำนโยบาย “อว. For AI” ดัน Al เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมเดินหน้าผลิตกำลังคน ...](https://www.uni.net.th/index.php/news/9234/) - เมื่อวันที่ 27 ก.ย.67 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) บรรยายพิเศษแก่ผู้บริหารโรงเรียนและผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงเรียนนานาชาติ ในการประชุมใหญ่สมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ “AI in Teaching and Learning” โดยมี นางอุษา สมบูรณ์ นายกสมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทย ผู้รับใบอนุญาต และผู้บริหารโรงเรียนนานาชาติทั้งชาวไทยและต่างประเทศ กว่า 150 คน ให้การต้อนรับ ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล อะ ลักซ์ชูนี คอลเล็คชั่น โฮเทล กรุงเทพมหานคร น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ปัจจุบันโลกของเราไม่ได้มีการเรียนรู้เพียงแค่ในหนังสือและห้องเรียนสี่เหลี่ยมเท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนไปด้วยเทคโนโลยีที่ถูกปรับใช้ให้มีความสอดคล้องในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในแต่ละด้านอีกด้วย “ปัญญาประดิษฐ์” หรือ AI ได้แทรกซึมเข้ามาในการใช้ชีวิตประจำวันของเราทุกคน โดยส่งผลอย่างมากต่อระบบการศึกษา นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญว่าเราจะสามารถพัฒนานักเรียนนักศึกษาในด้าน AI อย่างไร เพื่อให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลเช่นนี้ การเรียนรู้การใช้ดิจิทัลอย่างถูกต้องจะช่วยเตรียมความพร้อมในการรับมือกับอาชีพในอนาคต ซึ่งจะหลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยีไม่ได้เลย นอกจากนี้ เทคโนโลยียังมีความสามารถช่วยครู อาจารย์ - [ม.อ.เปิดตัวศูนย์นวัตกรรมฯ ไอซีทีล้ำสมัยสุดในเอเชียแปซิฟิก](https://www.uni.net.th/index.php/news/9228/) - ม.อ.ร่วมกับหัวเว่ยเปิดตัวศูนย์นวัตกรรมและพัฒนาบุคลากรด้านไอซีที ยกระดับการศึกษาและนวัตกรรมในเอเชียแปซิฟิกมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวศูนย์นวัตกรรมและพัฒนาบุคลากรด้านไอซีที (PSU ICT TALENT DEVELOPMENT and INNOVATION CENTER) ณ วิทยาเขตตรัง โดยมีนายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี ดร.สุธิภรณ์ ตรึกตรอง รักษาการแทนรองอธิการบดีวิทยาเขตตรัง คณะผู้บริหาร ม.อ. นายวิลเลี่ยม จาง ประธานธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2567 ซึ่งศูนย์แห่งนี้พร้อมให้บริการฝึกอบรมทักษะด้านเทคโนโลยีขั้นสูงแก่สถาบันการศึกษาในภาคใต้ และประเทศเพื่อนบ้านสำหรับศูนย์ดังกล่าวมีหลักสูตรการเรียนรู้ด้าน ICT และแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมให้อาจารย์และนักศึกษาของ ม.อ. ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น 5G, Cloud, IoT - [จีนเปิดตัว "โรงพยาบาล AI" มีแพทย์และพยาบาลเสมือนจริง รักษาผู้ป่วยได้ถึง 3,000 คน/วัน](https://www.uni.net.th/index.php/news/9222/) - “Summary“จีนเปิดตัว “โรงพยาบาล AI” แห่งแรกของโลกที่เคลมว่าสามารถรักษาผู้ป่วยได้ถึง 3,000 คนต่อวันเมื่อเทียบกับโรงพยาบาลทั่วไป หลังประเทศต้องรับมือกับผู้ป่วยจำนวนมากในช่วงการแพร่ระบาดโควิดสองปีที่ผ่านมา เตรียมเปิดดำเนินการจริงสิ้นปีนี้“Agent Hospital” หรือโรงพยาบาลเสมือนจริงแห่งนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยTsinghua University ในปักกิ่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงและพัฒนาระบบการรักษาทางให้เป็นอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น (Automation) รวมถึงการสร้างแนวทางใหม่ในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์ ทำให้การดูแลสุขภาพเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนในการรักษาที่ซับซ้อนให้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะการหาแนวทางรองรับผู้ป่วยจำนวนมากในสถานการณ์คับขันเบื้องต้น Agent Hospital มีห้องให้คำปรึกษาและห้องตรวจต่างๆ และประกอบไปด้วยแพทย์ 14 รายและพยาบาลอีก 4 รายประจำอยู่ ทำหน้าที่ตามแพทย์และพยาบาลในการตรวจรักษาผู้ป่วยตามจริงตามรายงานระบุว่า แพทย์ AI ที่อยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้จะได้รับการทดสอบตามใบอนุญาตแพทย์ MedQA ของสหรัฐอเมริกาผ่านบททดสอบจำลองกระบวนการดูแลผู้ป่วยทั้งหมดตั้งแต่การวินิจฉัยไปจนถึงการติดตามผล ซึ่งทีมแพทย์ AI ทำคะแนนได้แม่นยำถึง 93.06%นอกจากนี้ยังระบุว่า ระบบ AI ทั้งหมดถูกขับเคลื่อนด้วยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ซึ่งสามารถโต้ตอบกันโดยอัตโนมัตินั้น ทำให้ทีมแพทย์ AI สามารถรักษาผู้ป่วยได้ 10,000 คนในเวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งเป็นงานที่แพทย์มนุษย์อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยถึงสองปี ตามรายงานโรงพยาบาลแห่งนี้จะเปิดดำเนินการภายในสิ้นปี 2024Liu Yang หัวหน้าโครงการ Agent Hospital เปิดเผยว่า โรงพยาบาลแห่งนี้แสดงให้เห็นศักยภาพของ AI - [อว. เปิดแผนยุทธศาสตร์พัฒนาทักษะ AI  สนองนโยบายการพัฒนากำลังคนด้าน Artificial Intelligence (AI)  ผลักดันการนำ AI มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย](https://www.uni.net.th/index.php/news/9217/) - วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2567 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) จัดการประชุมเพื่อรับมอบนโยบายการพัฒนากำลังคนด้าน Artificial Intelligence (AI) ณ ห้องประชุมสยาม ชั้น 6 โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันและขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนากำลังคนด้าน AI โดยอาศัยความร่วมมือจากสถาบันอุดมศึกษา ในการนำเทคโนโลยี AI ไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้กับนิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปในทุกช่วงวัย ให้มีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตามนโยบาย อว. For AI ภายใต้การนำของ นางสาวศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมด้วย ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้เกียรติขึ้นกล่าวรายงานและวัตถุประสงค์การประชุม นอกจากนี้ภายในงานแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนยังได้รับฟังเสวนาใน หัวข้อ - [เกาหลีใต้ ใช้ AI X Caliber วินิจฉัยโรคน้องหมา ใช้เวลาแค่ 15 วิ ก็ตรวจเจอโรคได้](https://www.uni.net.th/index.php/news/9208/) - เมื่อการมาของ AI กำลังเข้ามาในชีวิตของเราเกือบจะเต็มรูปแบบ แถมช่วยงานเราให้ใช้ชีวิตได้ง่ายดายยิ่งขึ้นนอกจากจะชีวิตคนแล้วYONGIN ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน “X Caliber” แอปพลิเคชันที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วย “น้องมอซซี่” สุนัขโกลเด้นดูเดิลที่มีอาการเดินแปลกๆ เจ้าตัว AI “X Caliber” ก็ได้วินิจฉัยและตรวจพบโรคที่น้องเป็นได้ภายในเวลา แค่ไม่กี่วินาทีชวนรู้จัก X Caliber แอปพลิเคชัน AI ของเกาหลีใต้ ช่วยวินิจฉัยดรคให้น้องหมาได้ สุนัขโกลเด้นดูเดิล (goldendoodle) ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาที ก็เจอโรคแล้ว!เกาหลีใต้ใช้ AI X Caliber วินิจฉัยโรคน้องหมาเมื่อการมาของ AI กำลังเข้ามาในชีวิตของเราเกือบจะเต็มรูปแบบ แถมช่วยงานเราให้ใช้ชีวิตได้ง่ายดายยิ่งขึ้น และนอกจากจะชีวิตคนแล้ว AI นี้ ยังสามารถช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงของเราได้ด้วย หนึ่งในนั้นคือน้องหมา ที่เกาหลีใต้ ที่จู่ๆน้องก็ป่วยกะทันหัน มีอาการเดินผิดปกติ ทำให้เจ้าของนั้นจับสังเกตได้และพาน้องมาตรวจดูสัตวแพทย์ที่เมือง YONGIN ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน “X Caliber” แอปพลิเคชันที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ช่วยในการตรวจวินิจฉัย “น้องมอซซี่” สุนัขโกลเด้นดูเดิล - [อันตรายไร้สาย! เทคโนโลยีก่อความไม่สงบ AI - อุปกรณ์สื่อสาร](https://www.uni.net.th/index.php/news/9192/) - “เพจเจอร์” เครื่องมือสื่อสารตกยุค ที่ในหลาย ๆ ประเทศเลิกใช้แล้ว กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังเกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ใช้สื่อสาร เกิดระเบิดทั่วประเทศเลบานอน ทำให้มีจำนวนผู้เสียชีวิต 8 คน บาดเจ็บกว่า 3,000 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 18 ก.ย. 2567)แม้จะมีการคาดการณ์สาเหตุของการระเบิดในหลายประเด็น แต่มี 2 ข้อสันนิษฐานหลักที่มองข้ามไม่ได้ คือ การระเบิดมาจากการแฮ็กเข้าระบบปฏิบัติการของเพจเจอร์เพื่อทำให้เกิดความร้อนและความเสียหายที่ฮาร์ดแวร์อีกทอดหนึ่ง และการระเบิดมาจากการดัดแปลงฮาร์ดแวร์ในเพจเจอร์ ซึ่งคาดการณ์ว่ามีการแทรกซึมผ่านการผลิตตั้งแต่ต้นข้อเท็จจริงสำคัญ แม้การก่อการร้ายโดยใช้ “อุปกรณ์การสื่อสาร” ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่พบว่า ยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากยิ่งขึ้นในยุค “Disruptive Technology” อย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นส่วนประกอบสำคัญ ในการสั่งการ หลาย ๆ รูปแบบ และเป็นสิ่งที่หน่วยงานด้านความมั่นคงไม่ควรข้าม “เทคโนโลยี” AI กับ ก่อความไม่สงบโลกยุคใหม่แม้สถิติของ The Global Terrorism Database (GTD) จะชี้ให้เห็นอัตราการเสียชีวิตจากการก่อความไม่สงบทั่วโลกในปี 2019 ว่ามีเพียงอัตราร้อยละ 0.05 จากสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมดทั่วโลก - [ปลัด สธ. เผย สธ.พร้อมเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัล ชู “30 บาทรักษาทุกที่ฯ” คือประเด็นความท้าทายระบบสาธารณสุข](https://www.uni.net.th/index.php/news/9178/) - ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผย กระทรวงฯ พร้อมเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัล พัฒนาระบบ Digital Health Platform ตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพประชาชน ชี้โครงการ “30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” คือประเด็นความท้าทายระบบสาธารณสุขด้านดิจิทัล ซึ่งผลดำเนินงานที่ผ่านมาช่วยลดระยะเวลาอยู่ในโรงพยาบาลของประชาชนลงถึง 30-40% วันที่ 25 กันยายน 2567 ที่ โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กทม. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้บรรยายในหัวข้อ “Creating a Journey for Healthy Citizen through Digital Health” ในงานงานสัมมนาวิชาการและการแสดงนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี จัดโดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ร่วมกับสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) โดยกล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายสำคัญ ด้านสาธารณสุข คือ “30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” ซึ่งเป็นการปรับระบบการดูแลสุขภาพครั้งสำคัญ โดยได้พัฒนาระบบเป็น Digital Health Platform มีการปรับระบบบันทึกข้อมูลในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นดิจิทัลแล้วเกือบ 100% พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพในการจัดบริการประชาชน ทำให้ช่วยลดระยะเวลาอยู่ในโรงพยาบาลลงได้ถึง - [กสทช.ยกระดับใช้ 'โมบาย ไอดี' ผ่านมือถือ หวังปิดช่องโหว่ข้อมูลส่วนตัวรั่ว](https://www.uni.net.th/index.php/news/9168/) - สำนักงาน กสทช. ผนึกสตาร์ทอัปเดินเครื่อง “Mobile ID ยืนยันตัวตนด้วยมือถือแทนบัตรประชาชน” หนุนภาคเอกชนใช้งานทั่วประเทศพูลศิริ นิลกิจศรานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส.โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้ให้เงินสนับสนุนผู้ชนะรางวัลโครงการประกวดนวัตกรรมใหม่ในการนำบัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์โทรศัพท์เคลื่อนที่ (แทนบัตร) ไปใช้งาน Mobile ID ซึ่งเป็นระบบยืนยันตัวตน ผ่านโทรศัพท์มือถือ ใช้ในกระบวนการยืนยันตัวตน หรือยืนยันตัวตนออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย ถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่จะช่วยให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น สำหรับบริษัทที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ คือ บริษัท นายเน็ต จำกัด ขณะนี้ได้เริ่มใช้ Mobile ID กับคลินิกทันตกรรม โรงแรม ที่พัก และรีสอร์ท และ บริษัท เออเบิ้น รูม จำกัด และผู้ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ เริ่มใช้ Mobile ID แพลตฟอร์ม “มีโหวต” ช่วยให้การมีส่วนร่วมของคนในสังคมเป็นเรื่องง่าย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้งาน Mobile ID เป็นวงกว้างในประเทศไทยส่งผลให้ธุรกิจ และประชาชนทั่วไปและภาคเอกชนได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น และยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการลดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นช่องว่างให้กลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้หลอกลวง ประชาชนจนเกิดความเสียหายอีกด้วย“กสทช.มีการทำแซนด์บ็อกซ์ทดลองทดสอบใช้ระบบโมบาย ไอดี โดยตอนนี้มีผู้ใช้งานแล้ว 1.5 แสนราย และกำลังขยายไปยังกลุ่มสถาบันการเงินฯ ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกขึ้น” ทินกร เหล่าเราวิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายเน็ต เสริมว่า ปัจจุบันบริษัทได้เชื่อมโยงระบบ - [‘การ์ทเนอร์’ มองเทรนด์ Gen AI กำหนดอนาคตดิจิทัลองค์กร](https://www.uni.net.th/index.php/news/9160/) - KEY POINTS40% ของโซลูชัน Generative AI จะทำงานแบบมัลติโหมดภายในสามปีการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ Human-AI มีปฏิสัมพันธ์ที่พัฒนายิ่งขึ้น และยังมอบโอกาสที่จะสร้างความต่างให้กับสิ่งที่ GenAI มีให้เทคโนโลยี 2 ประเภทที่ได้รับการระบุว่ามีศักยภาพสูงสุด ได้แก่ Domain-Specific GenAI Models และ Autonomous Agentsการ์ทเนอร์ คาดการณ์ว่าปี 2570 หรือในอีกสามปีข้างหน้า 40% ของโซลูชัน Generative AI จะทำงานในแบบมัลติโหมดที่จะสามารถประมวลผล ทำความเข้าใจ และทำงานร่วมกับข้อมูลได้มากกว่าหนึ่งประเภท อาทิ ข้อความ, รูปภาพ, เสียง และวิดีโอ เพิ่มขึ้นจาก 1% ในปี 2566การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ Human-AI มีปฏิสัมพันธ์ที่พัฒนายิ่งขึ้น และยังมอบโอกาสที่จะสร้างความต่างให้กับสิ่งที่ GenAI มีให้เนื่องจากตลาด GenAI วิวัฒน์ไปสู่โมเดลที่เกิด และพัฒนาด้วยโหมดต่างๆ มากกว่าหนึ่งโหมด สิ่งนี้ช่วยสะท้อนภาพความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลที่ส่งออกมาในปริมาณมาก และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่แตกต่างกัน Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. - [Gartner คาดการณ์ค่าใช้จ่าย “ความปลอดภัยของข้อมูล” ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 15%](https://www.uni.net.th/index.php/news/9150/) - การ์ทเนอร์ (Gartner) คาดการณ์ค่าใช้จ่าย “ความปลอดภัยของข้อมูล” (Information Security) ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 15% ส่วนไทยเพิ่ม 12% โดย 17% ของการโจมตีทางไซเบอร์ทั้งหมดในปี 2570 จะเกี่ยวข้องกับ Generative AI…highlightการ์ทเนอร์ คาดการณ์ว่ามูลค่าการใช้จ่ายด้านความปลอดภัยข้อมูล (Information Security) ของผู้ใช้ปลายทางทั่วโลกในปี 2568 จะเพิ่มขึ้น 15.1% หรือประมาณ 212 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ในปี 2567 ที่ 183.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯสำหรับประเทศไทย การ์ทเนอร์คาดว่าในปี 2568 ยอดใช้จ่ายด้านความปลอดภัยข้อมูลของผู้ใช้ปลายทางจะมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 18,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% จากปี 2567 ที่คาดว่าจะมีมูลค่าการใช้จ่ายรวมที่ 16,400 ล้านบาท ชัยเลนดรา อูปัดห์เญ หัวหน้าฝ่ายวิจัยอาวุโส การ์ทเนอร์ กล่าวว่า จากสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดภัยคุกคามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการย้ายไปใช้ระบบคลาวด์ และปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในด้านนี้ ทำให้ความปลอดภัยกลายเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ขององค์กรและกดดันให้ผู้บริหารด้านความปลอดภัยข้อมูล หรือ CISO ต้องเพิ่มงบประมาณการใช้จ่ายด้านความปลอดภัยให้กับองค์กร นอกจากนั้น เวลานี้องค์กรต่าง ๆ อยู่ในขั้นของการประเมินประสิทธิภาพแพลตฟอร์มการป้องกันที่ปลายทาง หรือ Endpoint - [แพลตฟอร์ม AWAGAD อวกาศ จาก GISTDA คนไทยจะเข้าถึงบริการข้อมูลดาวเทียมได้ง่าย](https://www.uni.net.th/index.php/news/9132/) - SHORT CUTGISTDA เปิดตัวแพลตฟอร์ม AWAGAD เพื่อให้บริการข้อมูลดาวเทียมและภูมิสารสนเทศแบบครบวงจร ตอบโจทย์ทุกภาคส่วน โดยเน้นหลักการ ให้เข้าถึงประชาชน Accessibility, Availability และ Affordability แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกพื้นที่ สั่งถ่ายภาพ ชำระเงิน และดาวน์โหลดข้อมูลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ครอบคลุมข้อมูลจากดาวเทียมมากกว่า 11 ดวง และมีข้อมูลย้อนหลังกว่า 10 ปี GISTDA เปิดตัวแพลตฟอร์ม AWAGAD แพลตฟอร์มให้บริการข้อมูลดาวเทียม ยกระดับมาตรฐานใหม่ในการให้บริการข้อมูลจากอวกาศ ตอบโจทย์ยุคดิจิทัลสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) เปิดตัวแพลตฟอร์ม “AWAGAD” อย่างเป็นทางการ โดยแพลตฟอร์มนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับการให้บริการข้อมูลดาวเทียมและภูมิสารสนเทศให้ครอบคลุมและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ตอบสนองความต้องการของภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และ ประชาชนทั่วไป ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีอวกาศเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติแพลตฟอร์ม AWAGAD นับเป็นการยกระดับมาตรฐานใหม่ในด้านการให้บริการข้อมูลดิจิทัล โดยเน้นการใช้ งานที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การเลือกข้อมูลดาวเทียมในพื้นที่ที่ต้องการ การเข้าถึงข้อมูลย้อนหลัง ไปจนถึงการชำระเงินและติดตามสถานะการให้บริการ ทั้งหมดนี้สามารถทำได้ในแพลตฟอร์มเดียว รองรับการใช้งานในยุคดิจิทัลที่ความรวดเร็วและความถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญโดย แพลตฟอร์ม AWAGAD หรือ แพลตฟอร์มอวกาศ อยู่บนพื้นฐาน 3 หลักการให้เข้าถึงประชาชน นั่นคือ 1. Accessibility การบริการที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย2. Availability ความพร้อมในการบริการทุกที่ทุกเวลา3. Affordability ความคุ้มค่าคุ้มราคาของข้อมูล - [คลื่นเทคโนโลยีใหม่ Cloud - AI ดันลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ไทยบูม 2 แสนล้าน](https://www.uni.net.th/index.php/news/9122/) - กระแสการเคลื่อนตัวของคลื่นเทคโนโลยีใหม่ ทั้ง Cloud, AI และระบบอัตโนมัติ (Automation) เป็นตัวขับเคลื่อนกระแสลงทุน ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยให้มาเร็วและแรงขึ้น ดาต้าเซ็นเตอร์ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญรองรับบริการ Cloud, AI และระบบอัตโนมัติ (Automation)คาดการณ์ว่า ในปี 2566-2571 กำลังการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยจะขยายจาก 67 เมกะวัตต์ เป็น 241 เมกะวัตต์ เติบโตขึ้นเป็น 4 เท่า ซึ่งตัวเลขการขยายตัวใกล้เคียงกับประเทศอื่นในภูมิภาค สำหรับตัวเลขประเมินเม็ดเงินลงทุนนั้นมีการคาดการณ์ว่าจะอยู่ราว 2 แสนล้านบาท การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ แบ่งการออกได้ดังนี้1.การลงทุนขยายจากผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์รายเดิม เพิ่มขึ้นเป็น 174 เมกะวัตต์ หากคำนวนจากการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1 เมกะวัตต์ 400 ล้านบาท จะได้ตัวเลขการลงทุนที่เกือบ 7 หมื่นล้านบาท2.กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยื่นขอส่งเสริมการลงทุน จากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI อาทิ CtrlS (อินเดีย) มูลค่าลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท Next DC (ออสเตรเลีย) - [ไทย-นอร์เวย์ คิกออฟใช้งานใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ มุ่งอำนวยความสะดวกการค้าระหว่างกัน](https://www.uni.net.th/index.php/news/9110/) - ไทย-นอร์เวย์ จับมือเริ่มทดสอบใช้งานระบบใบรับรองสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ (e-SPS) สำหรับสินค้าเกษตร โดยเริ่มนำร่องในสินค้าประมงและพืช คาดช่วยลดระยะเวลาที่ด่านนำเข้า อำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกันนายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) มอบหมายให้ผู้แทนกองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร ร่วมกับผู้แทนจากกรมประมง เดินทางเข้าร่วมการประชุมเพื่อการจัดทำความร่วมมือด้านใบรับรองสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิสก์ (e-SPS) ระหว่างไทยกับนอร์เวย์ ระหว่างวันที่ 9-13 กันยายน 2567 ณ เมืองเบอร์เกน ประเทศนอร์เวย์ เพื่อหารือแนวทางการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลใบรับรอง e-SPS ระหว่างกัน โดยทั้งสองฝ่ายได้เริ่มทดสอบการใช้งานใบรับรองแบบ e-Sealed PDF สำหรับสินค้าประมงส่งออกจากนอร์เวย์มาไทย ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2567 และจะเริ่มใช้งานจริงตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป นอกจากนี้ สำหรับสินค้าพืช ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะเริ่มทดสอบแลกเปลี่ยนข้อมูลใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ (e-Phyto) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เพื่อนำไปสู่การใช้งานจริงต่อไป นอกจากนี้ ผู้แทน มกอช. และกรมประมงยังได้เข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารของนอร์เวย์ (Norwegian Food Safety Authority) และกรมประมง - [โชว์ศักยภาพ OpenThaiGPT AI คนไทย สอบภาษาไทยได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุด](https://www.uni.net.th/index.php/news/9103/) - นายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ฯ โชว์ศักยภาพ OpenThaiGPT คนไทยทำเอง สามารถทำคะแนนสอบภาษาไทยได้เฉลี่ยสูงสุด รองรับการสนทนาโต้ตอบหลายครั้งแบบต่อเนื่องดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอแอพพ์เทคโนโลยี จำกัด (iAPP) ในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย AIEAT เปิดเผยว่า “OpenThaiGPT คนไทยทำเอง” เทคโนโลยีทางภาษาแบบ ChatGPT อัจฉริยะที่พัฒนาเพื่อคนไทย OpenThaiGPT เวอร์ชั่น 1.0.0. นับเป็นโมเดลภาษาไทย LLMs แบบเปิดที่ทันสมัย และใหญ่ถึง 70 พันล้านพารามิเตอร์โมเดลแรกของโลก OpenThaiGPT สามารถทำคะแนนสอบภาษาไทยได้เฉลี่ยสูงสุดเมื่อเทียบกับโมเดลภาษาไทยแบบเปิดอื่นๆ สามารถรองรับการสนทนาโต้ตอบหลายครั้งแบบต่อเนื่อง (Multi-turn Conversation)OpenThaiGPT ยังสามารถค้นหาข้อมูลและสกัดคำตอบบน Prompt ที่มีความยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความรวดเร็วในการตอบคำถาม ด้วยการเพิ่มคำภาษาไทยที่พบบ่อยมากถึง 10,000 คำลงในพจนานุกรมของโมเดล ไม่เพียงเท่านั้น ยังเรียนรู้บนข้อมูลภาษาไทย (Pretraining) กว่า 65,000 ล้านคำ มีการกำจัดข้อมูลภาษาไทยซ้ำซ้อนที่ใช้ในเรียนรู้ (Deduplicated Dataset) และปรับจูนให้ตอบคำถามทั่วไปภาษาไทย (Finetuning) มากกว่า 1 ล้านตัวอย่าง มีความสามารถเข้าใจและประมวลผล บริบทของข้อมูลภาษาไทยได้ถึง 4096 คำ และยังช่วยให้สามารถให้คำแนะนำที่ละเอียดและซับซ้อนได้อีกด้วย”“OpenThaiGPT เกิดขึ้นจาก สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) - ['ไทย' ทะยานขึ้น TOP 7 ประเทศต้นแบบป้องกันภัยไซเบอร์จาก ITU](https://www.uni.net.th/index.php/news/9093/) - ผลสำรวจจากไอทียูด้าน Global Cybersecurity Index 2024 (GCI) พบไทยพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจากอันดับที่ 44 ขึ้นสู่อันดับที่ 7 ของโลกในปีนี้ได้ 99.22 คะแนน ส่งผลให้ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่กลุ่มประเทศ Tier 1 เป็นต้นแบบ ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของโลกสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) แถลงข่าวความสำเร็จการพัฒนาด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จากผลการประเมิน Global Cybers ecurity Index 2024 (GCI) ปี 2024 นำโดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กระทรวงดีอี เป็นประธาน พร้อมด้วย พลอากาศตรีอมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. โดยผลการจัดอันดับ GCI จัดขึ้น โดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ไอทียู โดยพบว่าประเทศไทยพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจากอันดับที่ 44 ในปี 2020 และในปี 2024 นี้ ไทยขึ้นสู่อันดับที่ 7 ของโลก ได้คะแนนอยู่ที่ 99.22 คะแนน ส่งผลให้ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่กลุ่มประเทศชั้นนำใน Tier 1 ซึ่งหมายถึงการเป็นหนึ่งในประเทศต้นแบบ (role model) ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของโลก โดยได้วัดผลสัมฤทธิ์ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศต่างๆ ผ่าน 5 - [“Digital Disruption” โลกเปลี่ยน ต้องปรับ  เมื่อการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ต้านไม่ได้](https://www.uni.net.th/index.php/news/3921/) - คำว่า Digital Disruption คงเป็นคำที่หลายท่านคุ้นหูและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งถือได้ว่าเป็นกระแสความตื่นตัวที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสังคมรอบตัวของเราไปอย่างเห็นได้ชัด คำว่า Digital Disruption คงเป็นคำที่หลายท่านคุ้นหูและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งถือได้ว่าเป็นกระแสความตื่นตัวที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสังคมรอบตัวของเราไปอย่างเห็นได้ชัดเริ่มจาก คุณปฐม อินทโรดม กรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ได้กล่าวไว้ในรายการ open talk EP.21 : แนวโน้มดิจิทัลเขย่าโลก ว่า เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างแน่นอน อยู่ที่เราว่าจะเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นหรือแย่ลง ซึ่งผลกระทบย่อมมีอยู่เสมอ หน้าที่ของเรา คือ ต้องช่วยกันลดช่องว่างและปรับตัวเข้าสู่ดิจิทัลจริงจังมากขึ้น ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากเห็นคนไทยมีความสามารถในการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ แล้วเอาเทคโนโลยีมาต่อยอด อย่าหยุดเรียนรู้ แล้วเราจะอยู่รอดในอนาคต Digital Disruption เป็นปรากฏการณ์ที่ขับเคลื่อนโดยพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีของผู้คนที่เกิดขึ้นมาในปัจจุบันอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเทคโนโลยีที่มีความใหม่ ควรมีการนำไปใช้อย่าง มีวิจารณญาณ และต้องมีการศึกษาค้นคว้า รวมถึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นจากการที่ถูก Disrupt การวางแผนกลยุทธ์ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จะช่วยให้การบริหารจัดการเรียนรู้ในยุค Digital Disruption นั้นประสบความสำเร็จ ไปสู่เป้าประสงค์ที่วางไว้และจากการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งผลให้ปัจจุบันวิถีชีวิตของคนเรามีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ด้วยความเข้าถึงที่สะดวกสบายและรวดเร็ว แค่สมาร์ตโฟนเพียงหนึ่งเครื่อง การจัดการกับกิจวัตรประจำวันจึงกลายเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งนับได้ว่าเป็นยุค Mobile First หรือยุคที่สมาร์ตโฟนกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตเลยก็ว่าได้ และหลายคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่า - [เรื่องที่ ChatGPT ไม่เคยบอกเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรน้ำ](https://www.uni.net.th/index.php/news/9079/) - ในยุคที่ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน มีการใช้ ChatGPT เพื่อตอบคำถาม สร้างสรรค์เนื้อหา และแก้ปัญหาต่างๆ แต่เบื้องหลังความสะดวกสบายนี้ซ่อนความจริงที่ว่า ChatGPT ใช้น้ำหนึ่งขวดต่อทุก 20-50 คำถามChatGP แชทบอท AI ของ OpenAI ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากเนื่องจากความสามารถพิเศษในการตอบคำถามได้อย่างแม่นยำ หลังจากเปิดให้สาธารณชนทดลองใช้เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แชทบอทนี้ถูกนำไปใช้ในหลายๆ ด้าน ตั้งแต่การเขียนบทความ การเขียนโค้ด ไปจนถึงการตอบคำถามในข้อสอบสำหรับนักศึกษาแพทย์ถึงแม้จะมีผู้ใช้หลายพันล้านคนทั่วโลก แต่การวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของ AI ประเภทนี้ยังคงมีน้อยมากการศึกษาวิจัยใหม่จากนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคโลราโดริเวอร์ไซด์และมหาวิทยาลัยเท็กซัสอาร์ลิงตันในสหรัฐฯ ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรน้ำ ตัวเลขการใช้น้ำ ของการศึกษานี้หมายถึงน้ำสะอาดที่ใช้โดยศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center เพื่อผลิตไฟฟ้าและทำความเย็นในชั้นวางของเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์คอมพิวติ้งของแชทบอทที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่อาศัยเซิร์ฟเวอร์หลายพันเครื่องภายในศูนย์ข้อมูลทั่วโลก คอมพิวเตอร์ถูกใช้เพื่อฝึกอัลกอริทึมที่เรียกว่า “โมเดล” เพื่อดำเนินการต่างๆ เช่น การตอบคำถามจากผู้ใช้ระหว่างการสนทนากับแชทบอท AI ประมาณ 20-50 คำถาม การศึกษาประเมินว่าต้องใช้น้ำขวดขนาด 500 มล.ได้ แม้ว่าปริมาณนี้อาจดูไม่มากเกินไป แต่ปริมาณการใช้น้ำโดยรวมเมื่อพิจารณาจาก ผู้ใช้ ChatGPTหลายพันล้านคนก็ถือว่าใช้น้ำประมาณมาก นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าในขณะที่ฝึก GPT-3 เพียงอย่างเดียว Microsoft อาจใช้น้ำไปมากถึง 700,000 ลิตรเลยทีเดียว - [ผ่าโรดแมพ “ดีอี” ภายใต้ชายคา “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เร่งปราบภัยออนไลน์](https://www.uni.net.th/index.php/news/9071/) - ผ่าโรดแมพ “ดีอี” ภายใต้ชายคา “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ประกาศเดินหน้าปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ – ภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์คัมแบ็กได้กลับมานั่งเก้าอี้ รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี อีกรอบหนึ่ง แต่การกลับมานั้นครั้งนี้ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ควบตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี อีกหนึ่งตำแหน่งล่าสุด ครม.ได้แบ่งโครงสร้างรองนายกรัฐมนตรี โดย ประเสริฐ ได้รับผิดชอบ 16 หน่วยงาน อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงดีอี กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เป็นต้นเมื่อพลิกไปดูนโยบายของ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ดีอี ได้วางนโยบายขับเคลื่อนกระทรวงดีอี ด้วยกัน 8 ด้าน หนึ่งใน 8 นโยบาย รมว.ดีอี กล่าวว่า เรื่องที่สำคัญและเร่งด่วนที่สุด คือ การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์8 นโยบายเร่งด่วนขับเคลื่อนกระทรวงดีอีเรื่องแรก การแก้ไขปัญหาภัยออนไลน์ กระทรวงดีอี ทำต่อเนื่อง การแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ พนันออนไลน์ อาชญากรรมออนไลน์ เป็นต้นเรื่องที่สองที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือ - [ตำรวจสืบภาค2 แท็กทีม สคส.ตรวจพบ“กรมบัญชีกลาง”ปล่อยข้อมูลส่วนบุคคลรั่วถึง 23,000 รายการ ตรวจสอบตรงกับเคส ID ที่เป็นคดีถูกหลอกลวง 296 ราย และถูกแอปดูดเงิน 48 ราย](https://www.uni.net.th/index.php/news/9062/) - เมื่วันที่ 20 กันยายน 2567 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อ 19 ก.ย. ที่ผ่านมานี้เวลา 15.00 น. กรรมการกำกับสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)และเจ้าหน้าที่สำนักตรวจสอบได้มาประชุมตรวจสอบเหตุแห่งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่กรมบัญชีกลาง ที่ห้องประชุมพญาไท ขั้น 3 กรมบัญชีกลาง มี อธิบดี , รอง อธิบดี , เจ้าหน้าที่ ของกรมบัญชีกลาง และ ที่ปรึกษา กรมบัญชีกลาง(ดร.ปิยะบุตรฯ) ร่วมประชุม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ สคส.ได้มีความร่วมมือกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)ในกรณีมีการจับกุมแก๊ง call center ให้มีการขยายผลการตรวจสอบร่วมกันว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในของกลางที่คนร้ายใช้ในการหลอกลวงหรือไม่ ตลอดจนพิสูจน์ว่าข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากที่ใด เพื่อบังคับใช้กฎหมายในการป้องกันและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ตั้งแต่ต้นทางโดยทันทีในกรณีนี้กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ได้จับกุม แก๊ง call center ในพื้นที่ สภ. ศรีราชา เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 67 ศูนย์ PDPC - [Arizona State University ร่วมมือ OpenAI: ปั้นนวัตกรรมการเรียนรู้ด้วย AI](https://www.uni.net.th/index.php/news/9055/) - Key takeawayArizona State University (ASU) เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ร่วมมือกับ OpenAI นำ AI มาใช้ในการศึกษา โดยพัฒนาโครงการใช้ ChatGPT กว่า 250 โครงการมหาวิทยาลัยใช้ ChatGPT Edu เวอร์ชันพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับสถาบันการศึกษา เน้นความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลASU จัด A.I. Innovation Challenge เชิญชวนบุคลากรเสนอโครงการใช้ AI ได้รับข้อเสนอ 500 โครงการ ครึ่งหนึ่งเริ่มดำเนินการแล้วผลลัพธ์เกินคาด มีการนำ AI ไปประยุกต์ใช้อย่างหลากหลายในหลายสาขาวิชา ไม่จำกัดแค่วิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ในช่วงต้นปีนี้ มหาวิทยาลัย Arizona State University (ASU) ได้กลายเป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาแห่งแรกที่ร่วมมือกับ OpenAI เพื่อนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการเรียนการสอน การให้คำปรึกษา และการวิจัย ล่าสุด หลังจากความร่วมมือนี้เดินหน้าไปได้ 8 เดือน ASU ได้พัฒนาโครงการที่ใช้ ChatGPT กว่า 250 โครงการ - [รศ.ดร.วรารัตน์ สงฆ์แป้น รับเกียรติบัตรพร้อมทุนสนับสนุน โครงการปัญญาประดิษฐ์ออกแบบลายผ้าไหม พลิกโฉมวงการสิ่งทอไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/9043/) - รศ.ดร.วรารัตน์ สงฆ์แป้น หัวหน้าโครงการวิจัยจากวิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับทุนและเกียรติบัตร ความสำเร็จในการพัฒนาโครงการ “นวัตกรรมการออกแบบลายผ้าไหมด้วยปัญญาประดิษฐ์” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมสังคม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (SID-ESAN) ณ co-working space คณะบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อวันที่ 10 – 11 กันยายน 2567 ในโอกาสนี้ นอกจากจะได้รับทุนสนับสนุนแล้ว รศ.ดร.วรารัตน์ สงฆ์แป้น ยังได้รับเกียรติบัตรในการแสดงนิทรรศการของหน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่สังคมจากโครงการวิจัยได้ทำผลลัพธ์ให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งโครงการนี้ได้สร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่น ด้วยการนำนวัตกรรม AI มาออกแบบลายผ้าไหม ส่งผลต่อชุมชนชนบท จังหวัดขอนแก่น โดยมีการจัดอบรมและถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้สนใจในพื้นที่ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับสินค้าชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการแสดงนิทรรศการดังกล่าวได้นำผ้าไหมมัดหมี่โบราณออกแบบลายด้วย AI นำมาจัดแสดง ซึ่งเป็นผลงานวัตกรรมผ้าไหมมัดหมี่โบราณด้วยการออกแบบด้วย AI ที่แรกของประเทศไทยอีกด้วย ที่มา : https://th.kku.ac.th/199340/ - [แจ้งเตือนภัยพิบัติด้วยแอปฯ “THAI DISASTER ALERT”](https://www.uni.net.th/index.php/news/9035/) - ในปัจจุบัน ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ดินถล่ม พายุ หรือแผ่นดินไหว ซึ่งสามารถส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนได้ ด้วยเหตุนี้ เทคโนโลยีการแจ้งเตือนภัยจึงมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความปลอดภัย ลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินหนึ่งในเครื่องมือแจ้งเตือนภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพและทุกคนในไทยสามารถใช้ได้อย่างง่ายดายคือ การใช้แอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT ที่ได้รับการพัฒนาโดย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ สำคัญอย่างไรระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ เปรียบเสมือนดวงตาและหูที่คอยส่งสัญญาณเตือนภัยให้เราได้เตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่จะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม พายุ หรือภัยจากมนุษย์ เช่น อุบัติเหตุทางเคมี การก่อการร้าย การมีระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT ที่ได้รับการพัฒนาโดย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นการแจ้งเตือนสาธารณภัยผ่านระบบออนไลน์ โดยระบบจะทำการแจ้งเตือนภัยพิบัติในทุกประเภท อาทิ อุทกภัย แผ่นดินไหว สึนามิ ฯลฯรวมถึงให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัย สภาพอากาศ คาดการณ์ฝน และประกาศแจ้งเตือนภัยในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งในปัจจุบัน ปภ.ได้เพิ่มการ “แจ้งเตือนฝนตกหนัก” ในแอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT - [“เพิ่มพูน” มอบนโยบายการศึกษา ชูสร้างการศึกษาเพื่อความเท่าเทียม ใช้เอไอพัฒนาการสอน](https://www.uni.net.th/index.php/news/8971/) - รมว.ศึกษาธิการ มอบนโยบายการศึกษา ชู สร้างการศึกษาเพื่อความเท่าเทียม ใช้เอไอพัฒนาการสอน เข้มผู้บริหาร ศธ. ยึดหลักธรรมาภิบาลในการทำงานเมื่อวันที่ 16 ก.ย. พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการมอบนโยบายการศึกษาให้แก่ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ อีกสมัย ภายใต้การนำของ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เราได้เดินหน้านโยบายเรียนดีมีความสุขมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดภาระครู นักเรียน และผู้ปกครอง เช่น การยกเลิกครูเวร การคืนอัตรานักการภารโรง การปรับเพิ่มเงินอุดหนุนโครงการอาหารกลางวันของกลุ่มโรงเรียนขยายโอกาส เป็นต้น ซึ่งนโยบายต่างๆ เหล่านี้ ตนคงไม่สามารถทำคนเดียวได้ แต่ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารทุกคน เพราะนโยบายการศึกษาของตนเน้นการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศรมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการต่อที่ประชุมรัฐสภาไปแล้วนั้น โดยในส่วนของ ศธ. ยังยึดการขับเคลื่อนนโยบายแบบเดิม แม้นโยบายเดิมจะถูกขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่ตนคิดว่ายังทำได้ไม่ดีพอ ดังนั้นตนจะเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาด้านต่างๆ ให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะการลดภาระครู นักเรียน และผู้ปกครองให้มีคุณภาพมากขึ้น และตอบสนองทันต่อกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงไป - [แพลตฟอร์ม ‘จิตอาสา’ มีไว้เวลาเจอน้ำท่วม รวมทุกความช่วยเหลือที่เดียว!](https://www.uni.net.th/index.php/news/9027/) - แพลตฟอร์ม ‘จิตอาสา’ Jitasa.care แพลตฟอร์มมีประโยชน์ รวมทุกความช่วยเหลือจากภัยพิบัติ ดินถล่ม น้ำท่วม ไฟไหม้ ไว้ที่เดียว!Jitasa.care เกิดขึ้นจาก กลุ่มวิศวกรอาสา ThaiFightCovid และ Developers อาสา ได้จัดทำ Digital map platform ภายใต้ชื่อ จิตอาสาดูแลไทย Jitasa.care โดยเกิดขึ้นในปี 2564 จากเหตุการณ์ระบาดของโควิด 19 เพื่อให้ข้อมูลประชาชนที่ต้องการรับความช่วยเหลือ รวมถึงอาสาสมัคร พร้อมเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง กับพลังจิตอาสาทุกภาคส่วน ทั้งแพทย์ พยาบาล องค์กรเอกชน และประชาชน เพื่อรวมพลังช่วยเหลือประชาชนหลังจากผ่านพ้นสถานการณ์โควิด แพลตฟอร์มดังกล่าวก็ทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานงานขอความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ตลอดมา จนกระทั่งเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีเหตุการณ์น้ำท่วมในจ.เชียงราย เว็ปไซต์ดังกล่าวก็ได้ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะสามารถขอความช่วยเหลือต่าง ๆ และระบุพิกัดได้ในทันที ทำให้จิตอาสาสามารถรู้ความต้องการและพิกัดที่อยู่ได้!การใช้งาน Jitasa.care ไม่ยาก เพียงเข้าไปในแพลตฟอร์ม ลงทะเบียน และปักพิกัด จากนั้นสามารถเขียนขอความช่วยเหลือในประเด็นที่ต้องการต่างๆนอกจากนี้ในแพลตฟอร์มยังมีข้อมูลข่าวสาร ซึ่งได้มีการรวบรวมเบอร์โทรติดต่อฉุกเฉินให้แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอีกด้วย ที่มา : https://www.securitysystems.in.th/2024/09/jitasa-platform/ - [อว. ผนึกกำลัง ป.ป.ช. ลงนาม MOU ต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ สร้างพฤติกรรมการยึดมั่นสุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้](https://www.uni.net.th/index.php/news/9017/) - เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2567 นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ เพื่อขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติในประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระหว่าง กระทรวง อว. และ สำนักงาน ป.ป.ช. โดยมี ดร.จันทร์เพ็ญ เมฆาอภิรักษ์ รองปลัดกระทรวง อว. และนายอุทิศ บัวศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามฯ ณ ห้องนนทบุรี 1 ชั้น 3 อาคาร 4 สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดนนทบุรี นายเพิ่มสุข กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงในวันนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยจะกระชับความร่วมมือระหว่าง อว. และ ป.ป.ช. ในทุกด้าน โดย กระทรวง อว. - ['ดีอี' ชู 3 ตัวแปรดิจิทัลเครื่องมือเปลี่ยนไทย ดันอันดับการแข่งขันพุ่งทะยาน](https://www.uni.net.th/index.php/news/9009/) - ปลัดกระทรวงดีอี เปิดยุทธศาสตร์เคลื่อนประเทศด้วยองคาพยพด้านดิจิทัล วางเป้าหมาย Ranking การแข่งขันด้านดิจิทัลไทยต้องขึ้นอันดับที่ 30 ของโลกภายในปี 2569 เพิ่มสัดส่วนมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจดิจิทัลต่อ GDP เป็น 30%วันนี้ (19 ก.ย.) สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ฉลอง 60 ปี จัดสัมมนา “60 Years OF EXCELLENCE” เปิดงานเสวนาในหัวข้อ The Digital Imperative โดยมี ศาสตร์จารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี กล่าวปาฐกาถา โดยระบุว่า เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้สอดคล้องกับการพัฒนาของโลกที่เข้าสู่ยุคที่ดิจิทัลเป็นปัจจัยหลักในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเริ่มมีการนำประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมาเป็นองค์ประกอบในการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ รวมทั้งมีการจัดทำดัชนีความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล (Digital Competitiveness) ในระดับนานาชาติ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทย และสร้างการรับรู้แก่บุคลากรของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์การพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศ และกระทรวงดีอีในการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทยวางเป้าการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันดิจิทัลปลัดกระทรวงดีอี ระบุว่า การจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของไทยในปี 2566 หรือ Thailand Digital Competitiveness Ranking 2023 ตาม IMD World Digital Competitiveness Ranking 2023 - [SWOT ดาวเทียมแห่งความหวัง NASA ปฏิวัติการจัดการภัยพิบัติน้ำท่วมในไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/9002/) - NASA ใช้ดาวเทียม, AI และข้อมูลต่างๆ เพื่อพัฒนาแบบจำลองพยากรณ์น้ำท่วมและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ช่วยชุมชนเตรียมพร้อมรับมือ ในโครงการดาวเทียม SWOTดาวเทียม SWOT เก็บข้อมูลระดับน้ำทั่วโลก ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และคาดการณ์น้ำท่วม ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้การศึกษาของ SWOT ชี้ว่าการลงทุนป้องกันน้ำท่วมในชุมชน แม้เพียงเล็กน้อยก็ลดความเสียหายได้มหาศาล สะท้อนถึงความจำเป็นในการส่งเสริมมาตรการป้องกันน้ำท่วมระดับท้องถิ่นในไทยประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ โครงการ SWOT ของ NASA ซึ่งเทคโนโลยีจะช่วยให้เรารับมือกับวิกฤตนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นSWOT หรือ Surface Water and Ocean Topography เป็นดาวเทียมที่จะมาปฏิวัติวงการสำรวจทรัพยากรน้ำ ด้วยเทคโนโลยีเรดาร์ขั้นสูง SWOT จะสามารถเก็บข้อมูลน้ำผิวดินทั่วโลกได้อย่างละเอียด ซึ่งอนาคตข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เพื่อพยากรณ์และรับมือกับภัยพิบัติน้ำท่วมได้อย่างแม่นยำและทันท่วงทีดาวเทียม SWOT ใช้เทคโนโลยีเรดาร์ขั้นสูงเพื่อให้มุมมองที่ครอบคลุมทั่วโลกเกี่ยวกับน้ำผิวดินของโลก ซึ่งครอบคลุมมหาสมุทร ทะเลสาบ แม่น้ำ และอ่างเก็บน้ำ ข้อมูลนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับปรุงการคาดการณ์และการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมเช่นประเทศไทยKa-Band Radar Interferometer (KaRIn) อุปกรณ์เรดาร์นี้เป็นส่วนสำคัญของดาวเทียม SWOT ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับระดับน้ำ พื้นที่ และความลาดชันของผิวน้ำ แหล่งข้อมูลระบุว่าข้อมูลบางส่วนจาก KaRIn เปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้ SWOT จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในไทยได้อย่างไร?พยากรณ์น้ำท่วมแม่นยำขึ้น : - [กสทช.-WhosCall ปิดช่องโหว่อาชญากรออนไลน์ เปิดฟีเจอร์กลาง Scam Alert](https://www.uni.net.th/index.php/news/8995/) - สำนักงาน กสทช. ร่วมรัฐ – เอกชน เปิดตัว “Scam Alert ศูนย์รวมข้อมูลเตือนภัยกลโกงมิจฉาชีพ” บนช่องทางต่าง ๆ และแอปพลิเคชัน Whoscall พบ 2 ปี มูลค่าความเสียหายจากการถูกหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ทะลุ 70,000 ล้านบาทสำนักงาน กสทช. ร่วมกับองค์กรภาคี ทั้งภาครัฐและเอกชน เปิดตัว “Scam Alert ศูนย์รวมข้อมูลเตือนภัยกลโกงมิจฉาชีพ” โดยมีช่องทางการเผยแพร่ในภาพรวม คือ Facebook และฟีเจอร์ ของแอปพลิเคชัน Whoscall ซึ่งแพลตฟอร์มฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์ที่ช่วยแจ้งเตือนภัยกลลวงและรับมือกับการหลอกลวงจากมิจฉาชีพออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงทีและทั่วถึง รวมถึงช่องทางต่าง ๆ ขององค์กรภาคีด้วยในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมาการหลอกลวงออนไลน์เป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคนไทยหลายแสนคนต่อปี โดยสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติระหว่างเดือนมีนาคม 2565 ถึงกรกฎาคม 2567 พบว่าความเสียหายจากการถูกหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์มีมูลค่ารวมเกือบ 7 หมื่นล้านบาท หรือ เฉลี่ย 78 ล้านบาทต่อวัน โดยผลสำรวจเบื้องต้นจากรายงานขององค์กรต่อต้านกลโกงระดับโลก Global Anti-Scam Alliance (GASA) ประจำปี 2567 ยังพบว่า มีคนไทยเพียง 55% ที่มั่นใจว่ารู้เท่าทันมิจฉาชีพ และ 89% เผยว่า - [กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์อุทกภัย และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยได้รวดเร็ว ครอบคลุม มีประสิทธิภาพ](https://www.uni.net.th/index.php/news/8989/) - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย และการให้ความช่วยเหลือ ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยประธานในที่ประชุมฯ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบ ถึงความห่วงใยที่รัฐบาลมีต่อสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มที่เกิดขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย โดยการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเขาให้ความช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัยโดยเร็ว นอกจากนี้กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดตั้ง War Room ในการแก้ไขปัญหาและรอรับสถานการณ์ ผ่านการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม ทรัพยากร และเครือข่ายต่างๆของกระทรวง อว. เพื่อสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงการเกิดอุทกภัย ทั้งการคาดการณ์และการแจ้งเตือน เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน สามารถเตรียมการรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดสิ่งของจำเป็นไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ รวมถึงฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลดลงด้วย นายอนุทิน กล่าวเสริมว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการผ่านไลน์กลุ่มคณะรัฐมนตรี และผ่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยให้ทุกจังหวัดให้ความสำคัญกับการให้ความช่วยเหลือ และห่างงบประมาณที่มีการจัดสรรไว้สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาจากเหตุสาธารณะภัยไม่เพียงพอ ให้เร่งทำการขอขยายวงเงินเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามแผนปฏิบัติการช่วยเหลือ เยียวยา ดูแลผู้ประสบภัยให้ครบถ้วนที่สุด นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย - [สธ. – ยธ. MOU เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ บน Digital Health Platform เพื่อการเข้าถึงบริการของผู้ต้องขัง](https://www.uni.net.th/index.php/news/8977/) - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือ ระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงยุติธรรม เชื่อมโยงข้อมูลบริการด้านสาธารณสุขบน Digital Health Platform ของ สํธ. เพื่อการเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขของผู้ต้องขังในเรือนจำอย่างทั่วถึง บุคลากรสุขภาพของทั้งสองหน่วยงานให้การรักษาผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ วันที่ 17 กันยายน 2567 ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูลบริการด้านสาธารณสุข บน Digital Health Platform ของกระทรวงสาธารณสุข ระหว่าง นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กับนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยกล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองกระทรวง ในการส่งเสริมการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขัง ทั้งในช่วงที่อยู่ในเรือนจำและหลังจากพ้นโทษ ซึ่งข้อมูลประวัติการรักษาที่ถูกต้องและครบถ้วนจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถวางแผนการรักษาและดูแลสุขภาพผู้ต้องขังได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง ช่วยให้กลับมามีสุขภาพที่ดี และยังช่วยลดโอกาสในการแพร่กระจายของโรคในเรือนจำและในชุมชนหลังพ้นโทษ อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐเพื่อความยั่งยืนด้านสุขภาพของผู้ต้องขังอีกด้วย นพ.โอภาส กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้พัฒนาและจัดระบบบริการสาธารณสุขให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำ เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน อย่างต่อเนื่อง ตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และพบว่า ยังมีปัญหาเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลด้านสุขภาพระหว่างโรงพยาบาลแม่ข่ายและเรือนจำ ทำให้ประชาชนกลุ่มนี้เข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขไม่เท่าเทียมกับประชาชนทั่วไป นำมาสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ โดยกระทรวงสาธารณสุขจะทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาระบบข้อมูลกลาง บน Digital - [คณะวิทยาศาสตร์ จัดกิจกรรมอบรมพัฒนาทักษะดิจิทัล และ Generative AI สำหรับนักศึกษา หัวข้อ “AI Style เด็กวิทย์”](https://www.uni.net.th/index.php/news/8955/) - วันที่ 7 กันยายน 2567 รศ. ดร.พิมพ์วดี พรพงศ์รุ่งเรือง รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ เป็นประธานเปิดการอบรมพัฒนาทักษะดิจิทัลและ Generative AI สำหรับนักศึกษา หัวข้อ “AI Style เด็กวิทย์” ณ ห้องวิทยวิภาส ๑ อาคารวิทยวิภาส มี รศ. ดร.คัชรินทร์ ศิริวงศ์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร รศ. ดร.สมนึก วรวิเศษ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา ร่วมกิจกรรม กว่า 100 คน โดยได้รับเกียรติจาก รศ. ดร.วรารัตน์ สงฆ์แป้น อาจารย์ประจำวิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล สำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นวิทยากร ได้บรรยายแนะนำการใช้งานเเครื่องมือทางปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ในรูปแบบ Generative AI เช่น ChatGPT, Claude.ai Copolit ,Gemini เป็นต้น การจัดอบรมครั้งนี้ คณะวิทยาศาสตร์ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากฝ่ายดิจิทัล มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลและ Generative - [ดีอี เปิดตัว HelpT น้ำท่วมช่วยด้วย! ตัวกลางประสานประชาชน - หน่วยงานท้องถิ่น](https://www.uni.net.th/index.php/news/8946/) - กระทรวงดีอี โดย ดีป้า เปิดตัว HelpT น้ำท่วม ช่วยด้วย! ช่องทางสนับสนุนการสื่อสารระหว่างประชาชนกับหน่วยงานท้องถิ่น สามารถรับแจ้งเหตุฉุกเฉินที่เกิดจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ และประสานขอช่วยเหลือจากเทศบาลผ่าน LINE OA ในชื่อ @HelpT เปิดให้บริการแล้ววันนี้ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยว่า ขณะนี้พี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ของไทยกำลังประสบเหตุอุทกภัย ดังนั้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีกระทรวงดีอี โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า จึงได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม HelpT (เฮลพ-ที) น้ำท่วม ช่วยด้วย! ช่องทางสนับสนุนการสื่อสารระหว่างประชาชนกับหน่วยงานท้องถิ่นของจังหวัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ฯลฯ ในพื้นที่ 49 จังหวัด อีกทั้งสามารถรับแจ้งเหตุฉุกเฉินที่เกิดจากสถานการณ์น้ำท่วม และประสานขอความช่วยเหลือจากเทศบาลผ่าน LINE OA ในชื่อ @HelpT“ทั้งนี้ HelpT ได้รับความช่วยเหลือด้านต่างๆ จากเครือข่ายพันธมิตรอย่าง บริษัท สยาม อินโน ซิตี้ จำกัด บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) และ บริษัท แลนด์ - [“ประเสริฐ จันทรรวงทอง“ เผยอายัดบัญชีม้าแล้ว 920,000 บัญชี](https://www.uni.net.th/index.php/news/8939/) - “ประเสริฐ จันทรรวงทอง“ เผยอายัดบัญชีม้าแล้ว 920,000 บัญชี ระงับเลขหมายโทรศัพท์ที่มีการโทรเกินกว่า 100 ครั้งต่อวัน ระงับซิมม้า แล้ว 1,1 ล้านเลขหมายนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ร่วมอภิปรายในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 โดยชี้แจงกรณีการป้องกันและปราบปรามดูแลการดำเนินการเกี่ยวกับภัยออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ว่า รัฐบาลได้ทำภารกิจอย่างต่อเนื่อง โดยยกตัวอย่างการจัดตั้งศูนย์ AOC 1441 ที่เป็นศูนย์บริการครบวงจร ซึ่งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะ กสทช. มีวอร์รูมทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันนายประเสริฐ กล่าวว่าขณะนี้มีการอายัดระงับบัญชีคนร้าย เพิ่มประสิทธิภาพในการจับกุม และเร่งเยียวยาผู้เสียหายโดยการคืนเงิน ตลอดระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา มีประชาชนใช้บริการไปแล้วกว่า 980,000 ราย เฉลี่ยวันละ 3,000 ราย ระงับบัญชีม้าไปแล้วกว่า 290,000 บัญชี ถือว่าได้แบ่งเบาความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดีสำหรับการแก้ไขปัญหาบัญชีม้า ได้เร่งอายัดตัดตอนการโอนเงิน กว่า 920,000 บัญชี ส่วนการแก้ไขปัญหาเรื่องซิมม้า ได้ระงับเลขหมายโทรศัพท์ที่มีการโทรเกินกว่า - ['ดีอี' ร่าย 8 นโยบาย ผลักดันประเทศสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค](https://www.uni.net.th/index.php/news/8931/) - ‘ประเสริฐ’ เปิดงาน “DE Open House” โชว์ผลงาน 1 ปี ดีอี พร้อมสานต่อนโยบาย สร้างเศรษฐกิจ-สังคมดิจิทัลอย่างเท่าเทียม-ยั่งยืน หนุนสู่ฮับดิจิทัลอาเซียนวันที่ 16 กันยายน 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เป็นประธานเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครบรอบ 8 ปี นายประเสริฐ เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงดีอี ครบรอบ 8 ปี ถือเป็นโอกาสอันดีที่กระทรวงดีอีเตรียมการเดินหน้าสานต่อนโยบาย The Growth Engine of Thailand การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย 3 เครื่องยนต์ใหม่ คือ 1.เพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัล 2.สร้างความมั่นคงและปลอดภัยของเศรษฐกิจ สังคมดิจิทัล 3.เพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ด้านดิจิทัลโดยตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ( กันยายน 2566 – สิงหาคม 2567) กระทรวงดีอี ได้ขับเคลื่อนภารกิจต่างๆดังนี้1.การแก้ไขปัญหาภัยออนไลน์ – การดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation - [กรมส่งเสริมการเกษตร จับมือ กรมพัฒนาที่ดิน ลงนาม MOU การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาการเกษตร](https://www.uni.net.th/index.php/news/8916/) - กรมส่งเสริมการเกษตร ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาการเกษตร ร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2567 ณ ห้องประชุม 2801 อาคาร 2 กรมพัฒนาที่ดิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเกิดการบูรณาการเกษตรทุกมิติ ประสานความร่วมมือในการจัดทำและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ข้อมูลสารสนเทศการพัฒนาที่ดินและการส่งเสริมการเกษตร ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ข้อมูลสำมะโนที่ดิน ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง และการใช้ข้อมูลร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ และส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการให้บริการ และดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่สนับสนุนภารกิจของทั้งสองฝ่ายนายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในปี 2567 กรมส่งเสริมการเกษตร ได้มุ่งเน้นการทำงานส่งเสริมการเกษตรแบบ Digtal DOAE ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเข้าสู่ยุค Digital Transformation ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนวัดกรรมสมัยใหม่ เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (GIS) เทคโนโลยีเครื่องแม่ข่ายและการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ การบูรณาการฐานข้อมูลกับหน่วยงานภายนอกด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานแบบทันทีทันใด (Real Time) มาปรับปรุบปรุงวิธีการรับขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร รวมทั้ง การตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อมูลถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจะร่วมสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการด้านการส่งเสริมการเกษตร ในการปฏิบัติงาน โดยจะแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการศึกษาวิจัย ด้านสารสนเทศภูมิศาสตร์ ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล - [อัจฉริยะ AI ‘แค่แลบลิ้นก็สามารถรู้โรคได้’](https://www.uni.net.th/index.php/news/8910/) - หลายท่านอาจเคยได้ยินการตรวจโรคผ่านสีของลิ้นกันมาบ้าง แต่จะเป็นอย่างไรถ้าเรามีระบบที่ตรวจวินิจฉัยโรคได้โดยโดยที่เราเพียงแลบลิ้นหลายท่านคงรู้สึกว่าการไปหาหมอเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคเป็นเรื่องยุ่งยาก โดยเฉพาะการเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาลที่นอกจากทั้งเสียเวลาและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายทั้งที่หลายครั้งอาการไม่ได้ร้ายแรง แต่ครั้นจะปล่อยผ่านก็กังวลว่านี่อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในอนาคตแต่จะเป็นอย่างไรถ้าสามารถระบุและวินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้โดยอาศัยเพียงการสแกนลิ้นของเราAI วินิจฉัยโรคผ่านการสแกนลิ้นผลงานนี้เป็นของทีมวิจัยจาก Middle Technical University ร่วมกับ University of South Australia กับการพัฒนาระบบ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ รุ่นใหม่ ที่สามารถประเมินและวิเคราะห์สภาพร่างกายของเราผ่านภาพถ่ายลิ้น จนวินิจฉัยอาการเจ็บป่วยของผู้ใช้งานได้ถูกต้องกว่า 98%เอไอได้รับการป้อนข้อมูลภาพถ่ายลิ้นเข้าไปเป็นจำนวนกว่า 5,260 ราย เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการเรียนรู้และแยกแยะคุณสมบัติของลิ้นผู้มีสุขภาพดีและลิ้นผู้ป่วยออกจากกัน รูปถ่ายถูกป้อนภายใต้สภาวะแสงที่หลากหลาย พร้อมระบประเมินภาพด้วยโมเดลสีแตกต่างกัน 5 รูปแบบ เพื่อให้วิเคราะห์ลักษณะและความอิ่มสีของลิ้นได้แม่นยำผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือระบบเอไอที่สามารถประเมินและวินิจฉัยอาการเจ็บป่วยจากภาพถ่ายลิ้น อาศัยเพียงการแลบลิ้นแล้วนำกล้องมาจับภาพลิ้นของผู้ป่วยให้ชัดเจน ระบบจะทำการตรวจสอบสีจากภาพที่เห็นผ่านกล้อง แล้วประเมินผลลัพธ์สุขภาพของผู้ใช้งานแบบเรียลไทม์เมื่อนำมาทดสอบการใช้งานด้วยตัวอย่างภาพถ่ายลิ้นจำนวน 60 ตัวอย่าง ก็สามารถระบุอาการเจ็บป่วยของกลุ่มตัวอย่างได้อย่างแม่นยำ และเมื่อนำระบบนี้มาทดสอบใช้งานจริง โดยวางกล้องห่างจากลิ้นของผู้ป่วย 20 เซนติเมตร ก็สามารถวินิจฉัยอาการป่วยได้ถูกต้องถึง 98% เลยทีเดียวนี่จึงเป็นระบบตรวจสุขภาพรุ่นใหม่ที่สามารถเข้าใจ ใช้งาน และเข้าถึงได้จากคนทุกช่วงวัยเพียงแลบลิ้นออกมาเท่านั้นการตรวจสุขภาพผ่านลิ้น อีกหนึ่งศาสตร์แห่งสุขภาพถึงตรงนี้หลายท่านอาจเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพผ่านลิ้นกันไม่น้อย แต่อันที่จริงนี่เป็นศาสตร์ที่ถูกใช้งานทางการแพทย์เป็นเวลานานจากแพทย์แผนจีน ที่สามารถระบุอาการเจ็บป่วยหลายชนิดตั้งแต่การอักเสบ โลหิตจาง การไหลเวียนโลหิต ไปจนระบบย่อยอาหารได้จากการตรวจสอบสีของลิ้นในส่วนนี้ได้รับการยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่า สีของลิ้นสามารถระบุการเจ็บป่วยได้จริง เช่น ผู้ป่วยเบาหวานมักมีลิ้นสีเหลือง, ผู้ป่วยหอบหืดทางเดินหายใจจะมีลิ้นสีน้ำเงินหรือม่วง, ผู้ป่วยโลหิตจางมีลิ้นสีขาวซีด, - [เปลี่ยนงานบ่อยรวยเร็วกว่า วิจัยเผย Gen Z มองความภักดีอาจไม่จำเป็น?!](https://www.uni.net.th/index.php/news/8903/) - KEY POINTSความภักดีต่อองค์กรอาจไม่สำคัญต่อวัยทำงานรุ่นใหม่อีกต่อไป เมื่อหนุ่มสาวชาว Millenial และ Gen Z นิยมเปลี่ยนงานบ่อย เพราะได้เงินเดือนสูงเร็วกว่าอยู่ที่เดิมวิจัยเผย มีพนักงานคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 30 ปีหรือน้อยกว่าเพียง 18% เท่านั้น ที่แสดงความสนใจอย่างยิ่งที่จะทำงานกับบริษัทในระยะยาว ผู้เชี่ยวชาญด้าน HR ชี้ ความภักดีต่อองค์กรอาจไม่คุ้มค่าต่อวัยทำงานที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพ การย้ายงานบ่อยทำให้ได้เงินเดือนสูงกว่า แต่ขณะเดียวกันหากเปลี่ยนบ่อยเกินไปก็อาจกลายเป็นดาบสองคมผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคล (HR) หลายคนเห็นตรงกันว่า ค่านิยมใหม่ในโลกทำงานยุคนี้ ความภักดีต่อองค์กรอาจไม่สำคัญต่อวัยทำงานรุ่นใหม่อีกต่อไป เมื่อหนุ่มสาวชาว Millenial และ Gen Z นิยมเปลี่ยนงานบ่อยขึ้นเรื่อยๆ เพราะพวกเขามองว่าเป็นวิธีที่จะได้เงินเดือนสูงขึ้นเร็วกว่ายืนยันจากข้อมูลการศึกษาวิจัยของ WorkProud แพลตฟอร์มแชร์ประสบการณ์ในที่ทำงานและวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 พบว่า มีพนักงานคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 30 ปีหรือน้อยกว่าเพียง 18% เท่านั้น ที่แสดงความสนใจอย่างยิ่งที่จะทำงานกับบริษัทในระยะยาว นั่นก็แปลว่า พนักงานคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่กว่า 8 ใน 10 ไม่สนใจที่จะทำงานกับบริษัทเดิมในระยะยาวเลย ในทำนองเดียวกัน มีรายงานข้อมูลจาก Wealth & Wellbeing Report 2024 ซึ่งจัดทำโดย Endowus และ Intellect (บริษัทด้านฟินเทคในสิงคโปร์ร่วมกับแพลตฟอร์มให้บริการดูแลสุขภาพจิตของพนักงาน) พวกเขาสำรวจพนักงานกลุ่มตัวอย่าง 1,000 คน และพบว่าพนักงานกลุ่ม Gen - ['ดีอี' เข็นกฎหมายซื้อของออนไลน์ เช็กสินค้าก่อนจ่าย บังคับใช้จริง 3 ต.ค.67 นี้](https://www.uni.net.th/index.php/news/8896/) - ‘ดีอี’ เข็นกฎหมายซื้อของออนไลน์ เปิดกล่องเช็กสินค้าก่อนจ่ายได้ เริ่มบังคับใช้จริง 3 ต.ค.67 นี้ ป้องกันนักช้อปได้สินค้าไม่ตรงปก ระบุข้อบังคับกำหนดให้ ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าต้องเก็บเงินค่าสินค้าไว้เป็นระยะเวลา 5 วันเมื่อวันที่ 11 ก.ย.67 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ประกาศเรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าโดยเรียกเก็บเงินปลายทางเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ.2567 จะมีผลบังคับใช้ 3 ต.ค.2567 เป็นต้นไป เพื่อแก้ไขปัญหาการซื้อขายสินค้าหรือบริการออนไลน์แบบใช้บริการเก็บเงินปลายทาง (COD) ตามที่คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาภายใต้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มีมติเห็นชอบ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เดือนก.ค.2567 ที่ผ่านมา นายประเสริฐ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการขนส่งสินค้าต้องระบุรายละเอียดสำคัญของผู้ส่งสินค้า และผู้ประกอบการ รวมถึงชื่อ-นามสกุล ของผู้รับเงิน พร้อมกับหมายเลขติดตามพัสดุ โดยข้อบังคับนี้กำหนดให้ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าต้องเก็บเงินค่าสินค้าไว้เป็นระยะเวลา 5 วัน ก่อนจะนำส่งเงินให้กับผู้ขาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีเวลาเพียงพอในการแจ้งขอคืนสินค้า และขอเงินคืนในกรณีที่พบปัญหาจากการสั่งซื้อนอกจากนี้ กฎหมายยังให้สิทธิผู้บริโภคในการเปิดดูสินค้าก่อนที่จะทำการชำระเงิน หากตรวจสอบแล้วพบว่า สินค้าไม่ตรงตามที่สั่ง หรือมีปัญหาทางด้านคุณภาพ ผู้บริโภคสามารถปฏิเสธการชำระเงิน และปฏิเสธการรับสินค้าได้ทันที อย่างไรก็ตาม นายประเสริฐ กล่าวถึงผลงานที่กระทรวงดีอีได้ทำมาตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะเป็นนโยบายในอนาคตของรัฐบาลจากการแถลงต่อสภาแล้วเสร็จ หลักๆ - [สถานการณ์การมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน ไตรมาส 2/2567 เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย](https://www.uni.net.th/index.php/news/8889/) - นางสาวกฤษณา จิรวัฒน์สถิตย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้ทำการสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือนต่อเนื่องเป็นประจำทุกไตรมาส ซึ่งผลการสำรวจในไตรมาส 2 ปี 2567 สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ผลสำรวจในภาคประชาชน ในไตรมาสนี้ พบว่า ประชาชนอายุ 6 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศประมาณ 65.9 ล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 52.2 ล้านคน (88.5%) ในส่วนประเด็นที่เกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 62.6 ล้านคน (94.9%) และมีผู้มีโทรศัพท์มือถือ 58.1 ล้านคน (88.1%)ประชาชนอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่ใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัล ทั่วประเทศมีประมาณ 19.6 ล้านคน ใช้โซเชียลมีเดีย 17.0 ล้านคน (86.9%) และทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ 8.7 ล้านคน (44.6%)เมื่อพิจารณาในภาคครัวเรือน พบว่า ในจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 24.0 ล้านครัวเรือน มีครัวเรือนที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 21.6 ล้านครัวเรือน (90.3%) สำหรับการมีอุปกรณ์ ICT - [รมว.ดีอี เดินหน้า 5 ยุทธศาสตร์ ลั่นทำต่อเนื่องแก้ปัญหาภัยออนไลน์](https://www.uni.net.th/index.php/news/8882/) - รมว.ดีอี เดินหน้า 5 ยุทธศาสตร์ ทำต่อเนื่องแก้ปัญหาภัยออนไลน์ ปราบปรามคอลเซ็นเตอร์ ล่าสุดได้งบปี 2568 วงเงิน 9,800 ล้านบาทนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการะทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยว่า นโยบายหลัก ๆ ของ กระทรวงดีอี ได้วางยุทธศาสตร์ไว้ 5 เรื่องดังนี้เรื่องแรก การแก้ไขปัญหาภัยออนไลน์ กระทรวงดีอี ทำต่อเนื่อง การแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ พนันออนไลน์ อาชญากรรมออนไลน์ เป็นต้นเรื่องที่สองที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือ นโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก (Cloud First Policy) เดินหน้าขับเคลื่อนต่อเรื่องที่สาม เรื่องการดูแลส่งเสริมช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากแพลตฟอร์มต่างๆ เรื่องที่สี่ การขับเคลื่อนเศรษกิจดิจิทัลสร้างรายได้เพิ่มโอกาสเรื่องสุดท้าย พัฒนากำลังคนเรื่องดิจิทัล เพราะขณะนี้ขาดแคลน นายประเสริฐ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับผลงาน 1 ปีที่ผ่านมาในฐานะที่ได้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรี อีกหนึ่งสมัยนั้น ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC ) หรือ AOC - [12 ก.ย.นี้ ETDA ก้าวสู่ปีที่ 14 เตรียมโชว์ผลงานเด่น รอบ 4 ปี](https://www.uni.net.th/index.php/news/8870/) - สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) พร้อมก้าวสู่ปีที่ 14 แห่งการขับเคลื่อนอนาคตธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ กับงาน “14 ปี ETDA: ก้าวที่มั่นคง เพื่อชีวิตดิจิทัลที่มั่นใจ” จัดเต็ม! โชว์ผลงานเด่นครั้งใหญ่ รอบ 4 ปี กับ 4 โจทย์ใหญ่ ‘Digital ID – Digital Platform Services & AI Governance – SMEs Digital Transformation – Digital Workforce, Literacy and Protection’ ชีวิตดิจิทัลคนไทย เปลี่ยนไปแค่ไหน? และครั้งแรก! กับการเปิดก้าวที่มั่นคงแห่งปี 2568 ใต้บทบาทสุดเข้มข้น! Co-Creation Regulator & Promoter เพื่อคนไทยทำธุรกรรมออนไลน์ ง่าย สะดวก มั่นใจ - [ข้อมูลเท็จที่สร้างโดย AI กลายเป็นปัญหาระดับโลก](https://www.uni.net.th/index.php/news/8863/) - “การเผยแพร่ข้อมูลผิดๆ และเฟคนิวส์ โดย AI กำลังกลายเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้น” นี่คือคำให้สัมภาษณ์ของ “บิล เกตส์” ผู้ก่อตั้ง “ไมโครซอฟท์” บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกที่ให้ไว้กับรายการ CNBC Makeซึ่ง เกตส์ ถือเป็นบุคคลที่ยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพอากาศ ความยากจน โดยเขาบอกว่า ปัญหา AI ให้ข้อมูลเท็จ กำลังกลายเป็นปัญหาสำคัญระดับโลกที่แม้แต่ตัวเขาเองยังต้องคิดหนัก เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น AI หรือ แชทบอท ทำให้สร้างข้อมูลเสมือนจริง และบางครั้งก็นำไปใช้เป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่รวดเร็วง่ายดายบิล เกตส์ ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า ในโลกออนไลน์พวกเราอาจคุ้นเคยกับทฤษฎีสมคบคิดที่มีให้เห็นมากมาย ซึ่งแฝงด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จ และเขาได้มองเห็นความร้ายแรงของปัญหาเหล่านี้มากขึ้นเมื่อเขาได้พูดคุยกับ “ฟีบี้ เกตส์” ลูกสาวของเขา ซึ่งเธอเล่าให้ เกตส์ ฟังถึงภัยคุกคามทางออนไลน์จาก Deepfake และข้อมูลผิดๆ ที่ตัวเธอและเพื่อนของเธอต้องเผชิญปัญหาข้อมูลเท็จโดยเฉพาะ Deepfake ถูกยกให้เป็นความเสี่ยงอันดับต้นๆ ในปีนี้ ซึ่งในงานประชุม World Economic Forum หยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันเมื่อตอนต้นปี และ Deepfake ยังถูกจัดให้เป็นหนึ่งในการใช้ AI ที่น่ากังวลที่สุด โดยเฉพาะผลต่อความแตกแยกทางสังคม การตรวจจับ Deepfake ยังเป็นเรื่องค่อนข้างยาก มีข้อจำกัดหลายอย่าง เพราะเทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้วิธีการตรวจจับวิ่งตามไม่ทัน อีกทั้งโมเดล AI ก็มีความซับซ้อนมากขึ้น สามารถสร้าง Deepfake ที่ดูน่าเชื่อถือ - ["ทีวีดิจิทัล" ขานรับแผนทดลองทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ](https://www.uni.net.th/index.php/news/8856/) - ผู้ประกอบการช่องทีวีดิจิทัลและผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีภาคพื้นดิน พร้อมเข้าร่วมแผนทดลองทดสอบระบบแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน เร่งเดินหน้าหวังกระจายข่าวสารแจ้งเหตุกับประชาชนศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ด้านกิจการโทรทัศน์ เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับระบบแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน (Emergency Warning System : EWS) ในกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมประชุม โดยที่ผ่านมาได้หารือแนวทางดำเนินการร่วมกับผู้ให้บริการโครงข่ายให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลเกี่ยวกับระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินผ่านช่องรายการทีวีดิจิทัล และพยายามผลักดันให้เกิดแผนงานที่เป็นรูปธรรมนอกจากนี้สำนักงาน กสทช. โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างหารือถึงความเป็นไปได้ในการจัดให้มีช่องทางสื่อสารเฉพาะกิจในห้วงเวลาที่อาจเกิดภัยพิบัติธรรมชาติเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนทั่วไปในทุกภูมิภาคมีโอกาสได้รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับภัยธรรมชาติก่อนที่จะเกิดเหตุ รวมถึงรับทราบข้อมูลเพื่อการป้องกันแก้ไขและเยียวยา เมื่อภัยพิบัติต่างๆ เกิดขึ้น ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ กสทช. ที่จะดำเนินการได้ตามแผนการจัดให้มีบริการกระจายเสียงและบริการโทรทัศน์พื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม หรือ USO ด้านวิทยุและโทรทัศน์การประชุมหารือครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก กองทัพบก โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ซึ่งได้พัฒนาระบบแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน Emergency Warning System (EWS) สำหรับกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลขึ้น และมีหนังสือแจ้งความประสงค์ขอดำเนินการทดลองทดสอบระบบดังกล่าว โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาระบบแจ้งเตือนเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อบรรเทาผลกระทบและยับยั้งความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ กสทช. พิจารณาอนุญาตและส่งเสริมให้เกิดการดำเนินการโดยเร็ว ด้วยปัจจุบันปัญหาจากภัยพิบัติจากความแปรปรวนทางธรรมชาติ ทั้งอุทกภัยและดินถล่ม ปรากฏการณ์ rain bomb และน้ำป่าไหลหลาก รวมถึงเหตุฉุกเฉินต่างๆ เช่น เหตุอาชญากรรมที่มีความรุนแรง หรือแหล่งเก็บสารเคมีรั่วไหลในหลายพื้นที่ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและกระทบต่อประชาชนโดยตรงทั้งนี้ - [ก.ดิจิทัลฯ ประสานปิด 4,136 บัญชี Line โยงพนันออนไลน์ พร้อมประสานตามจับกุม](https://www.uni.net.th/index.php/news/8849/) - “ประเสริฐ” เผย กระทรวงดิจิทัลฯ ประสานปิด 4,136 บัญชี Line โยงพนันออนไลน์ พร้อมเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการยุ่งเกี่ยว คนชักชวน-จัดให้เล่น อาจตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพวันที่ 10 กันยายน 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการเฝ้าระวังและติดตามปราบปรามการกระทำความผิดที่เป็นอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญของการก่ออาชญากรรมทางออนไลน์ของมิจฉาชีพ โดยจัดตั้งทีมปฏิบัติการทำการตรวจสอบ เฝ้าระวัง และดำเนินการปิดกั้น พร้อมยกระดับกระบวนการปิดกั้นให้มีความรวดเร็ว รัดกุม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 9 สิงหาคม 2567 กระทรวงดีอีตรวจพบบัญชี Line Official Account (Line OA) ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับโซเชียลมีเดีย เพจ/URLs พนันออนไลน์ จำนวน 4,136 บัญชี โดยเป็นบัญชีที่ได้จากคลิปสั้นหรือโฆษณาในโซเชียลมีเดีย 2,532 บัญชี และจากเว็บไซต์ออนไลน์ 1,604 บัญชี ซึ่งบัญชีดังกล่าวถูกใช้เป็นช่องทางในการเล่นพนันออนไลน์ - [จำนำ iCloud สินเชื่อรูปแบบใหม่ กับ 6 ความเสี่ยงของผู้ใช้ iPhone ที่ร้อนเงิน](https://www.uni.net.th/index.php/news/8842/) - การจำนำ iCloud กำลังเป็นที่นิยมในการกู้ยืมเงินรวดเร็ว แต่เบื้องหลังความสะดวกนี้มีความเสี่ยงที่ผู้ใช้ไอโฟนควรระวัง เช่น การสูญเสียความเป็นส่วนตัว อำนาจควบคุมเครื่อง ดอกเบี้ยสูง การตัดสินใจอย่างรอบคอบและหาทางเลือกปลอดภัยจะช่วยปกป้องคุณจากผลกระทบที่ไม่คาดคิดฐานเศรษฐกิจ ตรวจพบข้อมูล “การจำนำ iCloud” กำลังเป็นที่นิยมใน “การกู้ยืมสินเชื่อเงินด่วน” รูปแบบใหม่สำหรับผู้ใช้ iPhone – iPad ที่สามารถยื่นกู้และอนุมัติอย่างง่ายดายทางออนไลน์แต่ทว่าเบื้องหลังความสะดวกนี้มีความเสี่ยงที่ผู้ใช้ไอโฟน-ไอแพดควรระวัง เพราะเป็นการเปิดประตูให้สูญเสียความเป็นส่วนตัว สูญเสียอำนาจควบคุมเครื่อง และที่สำคัญ “ดอกเบี้ย” เงินด่วนของสินเชื่อสูงพอพอกับเงินกู้นอกระบบขั้นตอนการจำนำ iCloud ฐานเศรษฐกิจ ตรวจสอบขั้นตอนการจำนำ iCloud จากผู้ที่หลงเข้าไปใช้บริการ พบว่า มีกระบวนการที่อาจจะซับซ้อน แต่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วเริ่มต้นด้วยการกรอกแบบฟอร์มของร้านรับจำนำ ที่เปิดบริการผ่านระบบออนไลน์ ระบุจำนวนเงินที่ต้องการ รายได้ต่อเดือน และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ อย่างละเอียดจากนั้นทำการอัปโหลดเอกสารสำคัญ เช่น สำเนาบัตรประชาชน สลิปเงินเดือน และบิลค่าเช่า (หากมี) เพื่อยืนยันตัวตนและความสามารถในการชำระหนี้ส่งภาพถ่ายโทรศัพท์ iPhone iPad รอบตัวเครื่องทุกมุมทุกด้าน พร้อมภาพหน้าจอแสดงข้อมูลเครื่อง (IMEI และรุ่น) เพื่อประเมินมูลค่าตีราคาเพื่ออนุมัติวงเงินยืนยันตัวตนและลงนามในสัญญาออนไลน์ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ผูกมัดทางกฎหมายเมื่อได้รับการอนุมัติ ร้านรับจำนำจะดำเนินการใส่ Apple ID ของทางร้านเข้าไปในเครื่อง iPhone ของผู้จำนำจากนั้นร้านก็จะโอนเงิน หรือ - [ร้านพิซซ่าในดูไบ ใช้ ChatGPT ช่วยรังสรรค์เมนู ตอบโจทย์การผสมผสานทางวัฒนธรรม](https://www.uni.net.th/index.php/news/8835/) - ร้าน Dodo Pizza ในดูไบ ได้สร้างพิซซ่าภายใต้สูตรที่ให้ ChatGPT ช่วยคิดค้น ลงเป็นเมนูใหม่ของร้าน ผลลัพธ์ที่ได้คือขายดีเกินคาดร้านโดโด้ พิซซ่า ที่มีสาขาอยู่ในดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้รังสรรค์เมนูพิซซ่าใหม่ โดยให้ ChatGPT ช่วยคิดสูตรการทำ ก่อนที่จะบรรลุลงเมนูใหม่ของร้านสปาร์ตัก อารูตุนยาน หัวหน้าฝ่ายพัฒนาเมนูของร้านโดโด้ พิซซ่า เปิดเผยว่า เขาได้เลือก ChatGPT เนื่องจากต้องการสูตรอาหารที่ตอบโจทย์ทางด้านวัฒนธรรมที่หลากหลายของดูไบสปาร์ตัก อารูตุนยาน กล่าวต่อไปว่า ดูไบมีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติ มีการผสมผสานทางวัฒนธรรม ดังนั้นแล้วการคิดค้นสูตรอาหารเพื่อให้สอดรับกับความหลากหลายจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้ ดูไบประกอบไปด้วยชาวอินเดีย, ปากีสถาน, ฟิลิปปินส์ ชาวอาหรับ และชาวยุโรปในรายงานของบีบีซี บอกว่า พิซซ่าสูตรที่ใช้ ChatGPT ช่วยรังสรรค์จากแนวคิดของ สปาร์ตัก อารูตุนยาน ไม่ได้มีการเปิดเผยสูตรลับทั้งหมด แต่ก็มีวัตถุดิบบางอย่างที่ถูกเปิดเผยออกมา เช่น ไก่ชวาร์มา, ชีสพาเนียย่างสไตล์อินเดีย, สมุนไพรซาตาร์จากตะวันออกกลาง และชีสทาฮินี เป็นต้นผลลัพธ์ของเมนูที่ว่านี้ ได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาดจากลูกค้าของโดโด้ พิซซ่าอารูตุนยาน ยอมรับว่า ในฐานะเชฟ เขาไม่เคยคาดคิดว่า วัตถุดิบที่ ChatGPT - [ครั้งแรกของโลก เปิดห้องเรียน AI สอนได้ไม่ต้องพึ่งครู](https://www.uni.net.th/index.php/news/8829/) - ครั้งแรกของโลก โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในลอนดอนเตรียมเปิดห้องเรียนที่ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทนครูที่เป็นมนุษย์ David Game College ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนในลอนดอน เปิดหลักสูตรใหม่ที่ไม่มีครูช่วยสอนให้กับนักเรียน GCSE จำนวน 20 คน ที่กำลังจะเปิดเทอมในเดือนกันยายนAI จะเรียนรู้ว่านักเรียนมีความโดดเด่นในด้านไหนและต้องการความช่วยเหลืออะไรเพิ่มเติม จากนั้นจะปรับแผนการสอนให้เหมาะกับภาคเรียนนั้น ๆ โดยเนื้อหาที่ยากจะถูกย้ายไปยังช่วงปลายภาคเรียนเพื่อให้เด็กมีเวลาทบทวนและแผนการสอนของนักเรียนแต่ละคนจะถูกปรับแต่งให้เหมาะกับเด็กโดยเฉพาะค่าเทอมของการสอนด้วย AI จะอยู่ที่คนละ 27,000 ปอนด์ต่อปี หรือประมาณ 1.19 ล้านบาทข้อดีของการที่ใช้ AI คือมันสามารถเรียนรู้ข้อเสียและสิ่งที่นักเรียนขาด แม่นยำกว่าครูแถมมีการวิเคราะห์และวางระบบแก้ไข ทำให้การเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้นแต่นักเรียนจะไม่ได้ถูกปล่อยให้อยู่ตามลำพังในห้องเรียน แต่จะมี “โค้ชการเรียนรู้” 3 คน คอยติดตามพฤติกรรมและสอนวิชาที่ AI ยังเรียนรู้ไม่ได้ เช่น วิชาศิลปะและการศึกษาเรื่องเพศถึงแม้เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้เข้ามาเสริมการเรียนรู้ แต่นักวิจารณ์แย้งว่าการสอนด้วยปัญญาประดิษฐ์อาจจะทำให้เป็นภัยในอนาคต ที่มา : https://www.techhub.in.th/ai-classroom-can-teach-without-relying-on-teachers/ - [สอวช. ขอแชร์ 4 นวัตกรรม ช่วยแก้ภัยน้ำท่วม](https://www.uni.net.th/index.php/news/8820/) - ในปี 2567 ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมที่ส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ จากสถานการณ์ฝนตกหนักมากกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดทั้งปัญหาน้ำป่าไหลหลาก ปัญหาดินถล่มที่เกิดขึ้นจากสภาพดินที่อิ่มตัวด้วยน้ำตามมา เป็นผลให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวางในหลายจังหวัดโดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคใต้ และมีประชาชนได้รับผลกระทบ บ้านเรือนเสียหายเป็นจำนวนมากอย่างไรก็ตาม จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้ปัจจุบันเกิดนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการเพื่อป้องกันสถานการณ์น้ำท่วมขึ้นมากมาย สอวช. จึงได้รวบรวมนวัตกรรมที่น่าสนใจ ที่มีส่วนช่วยในการป้องกัน แก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงวิธีการรับมือในรูปแบบใหม่ ๆ มาอัปเดตกันว่ามีนวัตกรรมอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันระบบจัดการน้ำฝนอัจฉริยะ (Flood-Con) : Flood-Con เป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพสัญชาติอเมริกัน ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ใช้วิธีการจัดการน้ำฝนที่เลียนแบบธรรมชาติของอุทกวิทยาช่วงที่เกิดพายุแบบเรียลไทม์ คือ ระบบโครงสร้างบ่อเก็บน้ำอัจฉริยะ AOS (Automated Outlet Structure) ซึ่งมีประตูเปิด-ปิดเพื่อระบายน้ำออกได้ทั้งใน ระหว่าง หรือหลังเกิดพายุ โดยระบบของ Flood-Con จะตรวจสอบปริมาณน้ำฝนและความลึกของบ่อ จากนั้นคำนวณปริมาณน้ำที่จะปล่อยให้ไหลจากบ่อด้วยการเลียนแบบอัตราและปริมาณน้ำที่ไหลบ่าตามธรรมชาติ และมีการจัดการปริมาณและคุณภาพน้ำอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งส่งสภาพการณ์ของพายุและข้อมูลสำคัญไปยังระบบคลาวด์ของเราผ่านการเชื่อมต่อมือถือ ทำให้สามารถแจ้งเตือนและรายงานสภาพน้ำฝนได้ในแบบเรียลไทม์ รวมถึงยังมีการมอนิเตอร์น้ำได้ตั้งแต่คุณภาพน้ำทั้งในแม่น้ำ ทะเล หรือทะเลสาบ ลักษณะการไหลของน้ำ อุณหภูมิ ปริมาณออกซิเจนในน้ำ ความขุ่น การนำไฟฟ้า โดยใช้เครื่องมอนิเตอร์พลังงานแสงอาทิตย์จากแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในการทำงาน การระบายน้ำแบบบูรณาการ (Bufferblock) : สตาร์ทอัพสัญชาติดัตช์ ภายใต้ชื่อ “Bufferblock” ได้คิดค้นวิธีการแก้ปัญหาน้ำ ด้านการปรับปรุงระบบระบายน้ำผ่านนวัตกรรมวัสดุใหม่ที่สามารถดูดซับน้ำฝนที่ตกหนัก - [‘เอไอ – คลาวด์’ ยุทธศาสตร์ไอที รากฐานความสำเร็จธุรกิจยุคดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/news/8814/) - ธุรกิจองค์กรชั้นนำทั่วโลกต่างมุ่งนำ AI มาประยุกต์ใช้การที่ธุรกิจมีการวางรากฐานทางเทคโนโลยีพื้นฐานในรูปแบบของคลาวด์จะช่วยให้สามารถจัดการ บริหาร และจัดเก็บข้อมูลสำคัญที่พร้อมใช้งานได้ดีกว่าคลาวด์และ AI ที่เสริมพลังซึ่งกันและกันเข้าด้วยกันจะสามารถสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างนวัตกรรมและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างรวดเร็วธุรกิจวันนี้มีภารกิจที่ต้องเตรียมความพร้อมในการใช้เทคโนโลยี “ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” พร้อมผสานรวมไปกับเทคโนโลยี “คลาวด์” เพื่อเสริมระบบโครงสร้างพื้นฐานไอทีให้พร้อมใช้งานในทุกๆ การเชื่อมต่อ…ธีระพงษ์ จันทร ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจคลาวด์บริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองว่า ปัจจุบัน AI ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต ช่วยเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการทำงาน สร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในหลายมิติ ทั้งความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น และความปลอดภัย พร้อมนำธุรกิจองค์กรเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันไอดีซี คาดการณ์ว่า การใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก แอปพลิเคชันที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน บริการด้านไอทีและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง จะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าภายในปี 2028 มูลค่าสูงถึง 632,000 ล้านดอลลาร์‘คลาวด์’ รากฐานการพัฒนาเทรนด์ดังกล่าว เป็นการบ่งบอกว่าธุรกิจองค์กรชั้นนำทั่วโลกต่างมุ่งนำ AI มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พัฒนาสินค้าและบริการ ตลอดจนสร้างกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เหนือชั้นอย่างไรก็ดี การที่จะนำ AI มาใช้ในระดับองค์กรนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นโดยง่ายซึ่ง จีเอเบิล มองว่าคลาวด์ คือ - [ถอดบทเรียนข้อมูลลูกค้ารั่ว ”เจไอบี”จุดเปลี่ยนคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/8807/) - PDPA เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในภูมิทัศน์การคุ้มครองข้อมูลของไทย องค์กรต่าง ๆ ต้องให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษที่รุนแรงและความเสียหายต่อชื่อเสียง กรณีล่าสุดแสดงให้เห็นชัดเจนว่าหน่วยงานกำกับดูแลกำลังบังคับใช้กฎหมายจริงจังพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 และมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 กฎหมายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและควบคุมการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลโดยทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ล่าสุดเมื่อ 21 ก.ค. ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มี พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act – PDPA) มีบทลงโทษกับองค์กรที่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ได้ออกคำสั่งลงโทษปรับทางการปกครองฉบับแรกกับบริษัทจำหน่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีรายใหญ่รายหนึ่ง ที่ถูกร้องเรียนดังกล่าวได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าจำนวนมากกว่าหนึ่งแสนราย และใช้ข้อมูลดังกล่าวในการประกอบธุรกิจหลักของบริษัท แต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) ตามที่กฎหมายกำหนด จึงทำให้เมื่อเกิดข้อมูลรั่วไหล บริษัทดังกล่าวไม่สามารถเยียวยาแก้ไขปัญหาได้โดยคำสั่งลงโทษปรับจำนวน 7 ล้านบาท แบ่งเป็นไม่แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) จำนวน 1 ล้านบาท , ขาดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม จำนวน 3 ล้านบาท และ ไม่แจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลภายในระยะเวลาที่กำหนด จำนวน 3 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังให้บริษัทดังกล่าวมีการกำหนดมาตรการแก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัย การฝึกอบรมพนักงาน และการรายงานความคืบหน้าต่อ - [ธนาคารสิงคโปร์เปิดบัญชีธนาคารออนไลน์สำหรับเด็ก ให้เด็กฝึกใช้ธนาคารดิจิทัล ผู้ปกครองดูแลเงินเด็กได้](https://www.uni.net.th/index.php/news/8801/) - ธนาคารสิงคโปร์เปิดบัญชีธนาคารออนไลน์สำหรับเด็ก โดยธนาคาร OCBC สิงคโปร์ เตรียมเปิดตัวบัญชีธนาคารดิจิทัลแห่งแรกของสิงคโปร์สำหรับเด็กและเยาวชน ที่มีอายุระหว่าง 7 ถึง 15 ปี ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2024 ซึ่งน่าสนใจและคาดว่าอาจมีบริการแบบนี้ในประเทศไทยในอนาคตเพื่อปรับตัวสำหรับเด็กในการทำธุรกรรมการเงินโดยบัญชี MyOwn ของ OCBC จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถลงทะเบียนบัญชีในชื่อของตนเองได้ทั้งนี้การที่เด็กจะได้ใช้ธนาคารออนไลน์สำหรับเด็ก ผู้ปกครองจะต้องเปิดบัญชีเหล่านี้ในนามของตนเองผ่านแอป OCBC Digital หลังจากเปิดแล้วจะมีการมอบบัตรเดบิต OCBC MyOwn ให้พร้อมกับบัญชีให้กับเด็กเจ้าของบัญชีจะสามารถใช้ช่องทางการชำระเงินแบบดิจิทัล เช่น การสแกนและชำระเงินด้วยรหัส QR ของร้านค้า และ PayNow ได้อย่างอิสระOCBC ระบุว่าผู้ใช้เป้าหมายมีอายุน้อย และผู้ปกครองยังคงสามารถติดตามการใช้งานของบุตรหลานได้ผ่านแดชบอร์ดผู้ปกครองและบุตรหลาน ซึ่งช่วยให้ผู้ปกครองสามารถรับการแจ้งเตือนกรณีลูกทำธุรกรรมได้ นอกจากนี้ ผู้ปกครองยังสามารถตั้งขีดจำกัดธุรกรรม รีเซ็ตรหัสผ่าน และติดตามการใช้งานบัตรเดบิตได้อีกด้วยประเทศสิงคโปร์ปรับวิธีการชำระเงินให้เป็นแบบดิจิทัลขณะที่สิงคโปร์กำลังก้าวไปสู่การเป็นเมืองแห่งอัจฉริยะ ผู้ค้าและบริการที่จำเป็น เช่น การขนส่งจำนวนมากกำลังจะหันมาใช้ระบบไร้เงินสดบัญชี OCBC MyOwn มุ่งมั่นที่จะช่วยปิดช่องว่างสำหรับผู้ที่ยังไม่มีสิทธิ์ใช้บริการธนาคารแบบดั้งเดิม โดยเปิดให้บุคคลอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้บริการบัญชีธนาคารส่วนบุคคล ในปัจจุบัน อายุขั้นต่ำในการเปิดบัญชีธนาคารคือ 16 ปี และผู้ใช้ที่อายุน้อยกว่าที่มีบัญชีธนาคารจะเป็นเจ้าของบัญชีร่วมกับผู้ปกครอง ขณะที่ประเทศไทยขั้นต่ำในการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์คือ 18 - [ดีอี ร่วมรับรอง “ปฏิญญาอัสตานา” ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก](https://www.uni.net.th/index.php/news/8785/) - เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยความครอบคลุมและเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก เป็นวันที่ 2 ซึ่งจัดโดย คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) ร่วมกับ สาธารณรัฐคาซัคสถาน ในระหว่างวันที่ 3-5 กันยายน 2567ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการรับรอง “ปฏิญญาอัสตานา” ระดับรัฐมนตรีว่าด้วยความครอบคลุมและการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ซึ่งเป็นเอกสารผลลัพธ์สำคัญของการประชุมฯ ที่จะมุ่งเน้นส่งเสริมความร่วมมือในการยกระดับ ด้านความเท่าเทียมและการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก โดยการใช้ประโยชน์จาก ICT และดิจิทัล เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาคนอกจากนี้ ปลัดกระทรวงดีอี ยังได้เข้าร่วมเวทีหารือระดับสูงในหัวข้อ Digital Public Services for Enhanced Competitiveness of Small and Medium-sized Enterprises และร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ของประเทศ ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจที่สำคัญท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัล โดยประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนา 3 ด้าน ได้แก่ เงินทุน (Money) ตลาด (Market) และการจัดการ (Management) ผ่านการส่งเสริมและสนับสนุนโดยให้ความรู้และเครื่องมือทางดิจิทัลสำหรับ SMEsในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การสร้างช่องทางค้าขายทางออนไลน์ และการบริหารจัดการธุรกิจนอกจากนี้ - [ปลัด อว. ผนึกความร่วมมือกระทรวงสาธารณสุข ส่งเสริม “งานวิจัยและนวัตกรรมการพัฒนาต้นแบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอัจฉริยะสำหรับสถานการณ์โรคระบาดในประเทศไทย (Thailand Epidemic AI)”](https://www.uni.net.th/index.php/news/8771/) - วันที่ 27 สิงหาคม 2567 นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันแถลงข่าวความร่วมมือด้านการวิจัยและแถลงผลงาน เรื่อง “งานวิจัยและนวัตกรรมการพัฒนาต้นแบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอัจฉริยะสำหรับสถานการณ์โรคระบาดในประเทศไทย (Thailand Epidemic AI)” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวเปิดงานแถลงข่าวในครั้งนี้ ซึ่งมี รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ รักษาการแทนรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และนายแพทย์วิชาญ บุญกิติกร ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวแสดงความยินดีผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรมการพัฒนาต้นแบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอัจฉริยะสำหรับสถานการณ์โรคระบาดในประเทศไทย (Thailand Epidemic AI) และมี รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพรรณ กริชชาญชัย หัวหน้าศูนย์การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานสุขภาพ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของงาน ซึ่งจัดขึ้นภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2567 (Thailand Research Expo 2024) ณ เวทีกิจกรรม Highlight Stage ห้องบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ นายเพิ่มสุข กล่าวว่า กระทรวง - [วช. ผนึกกำลัง สกมช. และ สคส. ลงนาม MOU ความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล](https://www.uni.net.th/index.php/news/8760/) - วันที่ 27 สิงหาคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ในการนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวต้อนรับและกล่าวถึงความเป็นมาของความร่วมมือในครั้งนี้ ซึ่งได้รับเกียรติจาก พลอากาศตรีอมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ พร้อมด้วย ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของความร่วมมือดังกล่าว เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยมี นางมาริยาท ตั้งมิตรเจริญ ผู้อำนวยการกองระบบและบริหารข้อมูล เชิงยุทธศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ ผศ.ดร.วราภรณ์ พรหมวิกร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ นายนิเวช มิ่งมิตรโอฬาร ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามในครั้งนี้ ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567” (Thailand Research Expo 2024) ภายใต้แนวคิด “สานพลังวิจัย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน” - [เปิดตัวฟีเจอร์ "ช่วยน้ำท่วม" ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างทันท่วงที](https://www.uni.net.th/index.php/news/8753/) - นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แสดงความห่วงใยต่อประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย พร้อมมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพิ่มเมนูพิเศษ “ช่วยน้ำท่วม” บนแพลตฟอร์ม ทราฟฟี ฟองดูว์ เพื่อเป็นช่องทางด่วนพิเศษในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยนางสาวศุภมาส กล่าวว่า”สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในจังหวัดสุโขทัยที่มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 5,000 ครัวเรือน การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ด้วยเหตุนี้ จึงได้มอบหมายให้ สวทช. พัฒนาฟีเจอร์พิเศษบนแพลตฟอร์ม ทราฟฟี ฟองดูว์ เพื่อเป็นช่องทางด่วนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งฟีเจอร์ “ช่วยน้ำท่วม” ประกอบด้วย 3 ฟังก์ชันหลัก: 1. แจ้งสถานการณ์: ผู้ใช้สามารถรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ พร้อมแนบรูปภาพและพิกัด 2. ขอความช่วยเหลือ: ส่งคำร้องขอความช่วยเหลือโดยตรงไปยัง อว. ส่วนหน้าใน 76 จังหวัด 3. บริจาค: ประสานงานกับ อว. ส่วนหน้าเพื่อรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย ประชาชนสามารถเข้าถึงฟีเจอร์นี้ได้ง่ายๆ โดยการเพิ่มเพื่อน @TraffyFondue บน LINE หรือสแกน QR Code ที่ให้ไว้ จากนั้นเลือกเมนู “ช่วยน้ำท่วม” เพื่อใช้งานฟังก์ชันต่างๆ” “ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนให้ดาวน์โหลดและใช้งานแพลตฟอร์ม - [“ไอบีเอ็ม”แนะรัฐบาลใหม่ เดินหน้า 4 เรื่อง ไต่ผู้นำศูนย์กลางดิจิทัลภูมิภาค](https://www.uni.net.th/index.php/news/8747/) - “ไอบีเอ็ม”เชื่อไทยมีโอกาสก้าวสู่ศูนย์กลางดิจิทัลภูมิภาค แนะรัฐบาลใหม่ มอง 4 ด้าน นโยบายรัฐ-โครงสร้างพื้นฐาน-สตาร์ทอัพ –เพิ่มทักษะดิจิทัลประชาชนนายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารส่วนงานเทคโนโลยี บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยกับ”ฐานเศรษฐกิจ”ว่าไทยมีโอกาสอย่างมากในการก้าวไปสู่ศูนย์กลางดิจิทัลภูมิภาค เนื่องจากอยู่ในภูมิศาสตร์ที่ดี และมีความก้าวล้ำการใช้งานเทคโนโลยีหลายด้าน ทั้ง QR Code หรือ พร้อมเพย์ ซึ่งการก้าวไปสู่ผู้นำนั้นต้องมองไป 4 เรื่อง ประกอบด้วย 1.นโยบายขับเคลื่อนดิจิทัลของรัฐบาล ที่ต้องมีความชัดเจนโดยที่ผ่านมาแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงการเมือง แต่นโยบายภาครัฐ หลายเรื่อง เป็นตัวขับเคลื่อน สร้างการตระหนักรู้ให้ภาคอุตสาหกรรม และประชาขน เช่น นโยบายอุตสาหกรรม 4.0 หรือ อินดัสรี 4.0 หรือ นโยบายทรานฟอร์มประเทศไปสู่สังคมไร้เงินสด ที่ไทยเป็นอันดับต้นๆของโลก ที่มีการชำระเงินด้วย QR Code2.โครงสร้างพื้นฐาน โดยไทยเป็นประเทศแรกๆ ที่มีโครงข่าย 5G ที่เร็วแรง ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยสิ่งที่ต้องทำเพิ่มคือขยายเข้าไปในพื้นที่ห่างไกล เพื่อช่วยให้กลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงการใช้งานเทคโนโลยี หรือ บริการภาครัฐ 3. สตาร์ทอัพ ที่ไทยมีสตาร์ทอัพอยู่เป็นจำนวนมาก - [AI ก้าวสู่พลังงานนิวเคลียร์ เพราะความต้องการพลังงานไม่มีที่สิ้นสุด](https://www.uni.net.th/index.php/news/8741/) - Key takeawayAmazon ซื้อ Data Center พลังงานนิวเคลียร์มูลค่า 650 ล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นจาก AIคาดการณ์ว่าภายในปี 2027 การใช้ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับ AI ทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้น 64% ถึง 134 Terawatt/hours ต่อปีบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่กำลังลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและพัฒนาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ชิป AI เฉพาะทาง เพื่อลดการใช้พลังงานความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นจาก AI สร้างความท้าทายให้กับระบบพลังงานที่มีอยู่ และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ๆ Amazon เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงไม่เพียงแต่ในฐานะตลาดออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดและมีประสบการณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ Data Center ที่ใหญ่ที่สุด และสิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ Amazon ยังเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีกด้วยและเมื่อไม่นานมานี้ AWS ซึ่งเป็นบริษัทลูกด้าน Cloud ของ Amazon ได้ซื้อ Data Center พลังงานนิวเคลียร์มูลค่า 650 ล้านดอลลาร์จาก Talen Energy ในรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งดีลนี้บ่งชี้ถึงแผนการขยายตัวของ Amazon แต่หากมองลึกลงไป การที่ Amazon - [ดาวเทียมจับก๊าซโลกร้อนจีนพร้อมใช้ปลายปี](https://www.uni.net.th/index.php/news/8708/) - จีน เผยความสำเร็จการพัฒนาดาวเทียมตรวจจับก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของภาวะโลกร้อน ซึ่งเตรียมจะปล่อยขึ้นสู่อวกาศปลายปีนี้ดาวเทียมเชิงพาณิชย์สำหรับตรวจวัดมีเทนความละเอียดสูงดวงแรกของจีน ได้รับการพัฒนาสำเร็จแล้ว และเตรียมปล่อยขึ้นสู่อวกาศในช่วงปลายปีนี้ดาวเทียมตรวจวัดมีเทนความละเอียดสูงดวงนี้มีชื่อว่าซีกวง-004 (XIGUANG-004) พัฒนาโดยนักวิจัยตลอดระยะเวลา 2 ปี มีฟังก์ชันสำหรับตรวจวัดตำแหน่งการรั่วไหลของมีเทน ประเมินปริมาณการรั่วไหล และประเมินความเป็นกลางทางคาร์บอนในระดับภูมิภาคดาวเทียมดวงนี้มีน้ำหนัก 75 กิโลกรัม ติดตั้งเครื่องมือต่างๆ เช่น เครื่องตรวจจับความเข้มข้นของมีเทน เครื่องตรวจจับฟลูออเรสเซนต์คลอโรฟิลล์ และกล้องถ่ายภาพมัลติสเปกตรัม สามารถให้ข้อมูลสำหรับการตรวจสอบสิ่งแวดล้อม และการจัดการพลังงาน โดยสามารถตรวจสอบและติดตามการปล่อยก๊าซมีเทนจากแหล่งต่างๆ เช่น เหมืองถ่านหิน แหล่งน้ำมันและก๊าซ หลุมฝังกลบ และแหล่งปล่อยก๊าซมีเทนอื่นๆ ในระดับโลก จะมีส่วนสำคัญต่อการติดตามสภาวะโลกร้อนทั้งโลกได้ ที่มา : https://www.tnnthailand.com/news/sci/175156/ - [สวทช. เปิดคลินิกคุณภาพนํ้า ดึงเทคโนโลยีเซนเซอร์ ยกระดับประปาหมู่บ้าน](https://www.uni.net.th/index.php/news/8701/) - สวทช. ส่ง ‘คลินิกคุณภาพน้ำ’ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย บูรณาการเทคโนโลยีเซนเซอร์ และการปรับปรุงคุณภาพน้ำ เป็นเสมือนคลินิกที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำ และรักษาให้น้ำมีคุณภาพดีเหมาะกับการอุปโภคบริโภค ขยับสู่แพลตฟอร์มถ่ายทอดองค์ความรู้ ขยายผลการใช้ประโยชน์ทั่วประเทศดร.ณัฏฐพร พิมพะ หัวหน้าทีมวิจัยนาโนเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม กลุ่มวิจัยวัสดุผสมและการเคลือบนาโน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน น้ำเพื่อการอุปโภคในประเทศไทย 80% เป็นการให้บริการโดยหมู่บ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (น้ำประปาหมู่บ้าน) และ 17% ให้บริการโดย การประปาส่วนภูมิภาค และการประปานครหลวง ข้อมูลจากกรมอนามัยชี้ให้เห็นว่า น้ำประปาหมู่บ้านที่ได้มีมาตรฐาน ผ่านเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ของกรมอนามัยมีเพียง 34.4%“แนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว สามารถใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ตรวจวัดคุณภาพน้ำ จัดการมลพิษที่แหล่งต้นกำเนิด เพิ่มประสิทธิภาพระบบประปาหมู่บ้าน รวมทั้งการเสริมองค์ความรู้และศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับผู้นำชุมชนในการจัดการน้ำและคุณภาพน้ำ จากความสำคัญดังกล่าว คลินิกคุณภาพน้ำ โดย สวทช. จึงเกิดขึ้นจากความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร เช่น สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ องค์การส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และมหาวิทยาลัยต่างๆ” คลินิกคุณภาพน้ำ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ตรวจ และรักษาสำหรับการตรวจนั้น นาโนเทค สวทช. โดย ดร.วีรกัญญา - [อว.เปิดงาน "รู้น้ำ รู้อากาศ รู้ทันภัยพิบัติ ผ่านแอป ThaiWater" แจ้งภัยพิบัติน้ำท่วม แม่นยำ รวดเร็ว](https://www.uni.net.th/index.php/news/8692/) - อว.เปิดงาน “รู้น้ำ รู้อากาศ รู้ทันภัยพิบัติ ผ่าน ThaiWater” แจ้งภัยพิบัติน้ำท่วม แม่นยำ รวดเร็ว เชื่อมโยง บูรณาการ วิเคราะห์ข้อมูลน้ำ-ภูมิอากาศ30 ส.ค. 67 – ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. เป็นประธานเปิดงาน “รู้น้ำ รู้อากาศ รู้ทันภัยพิบัติ ผ่าน ThaiWater : เรียนรู้การติดตามสถานการณ์น้ำเพื่อการสื่อสาร” เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะให้แก่สื่อมวลชนในการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำด้วยตนเอง เพื่อการรายงานข่าวสารและแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทยส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง กระทรวง อว. ตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติดังกล่าว จึงได้จัดตั้ง ‘ศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์น้ำท่วม อว.’ ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการวางแผน ประสานงาน และสั่งการ โดยนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างมีประสิทธิภาพ “หัวใจสำคัญของการรับมือกับภัยพิบัติ คือ การมีข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และทันต่อเหตุการณ์ ทางกระทรวง อว. - [‘พิพัฒน์’ เผยไทยต้องการกำลังคนดิจิทัลกว่า 1.4 แสน ผนึกเครือข่ายเร่งพลิกโฉมแรงงานสู่อนาคต](https://www.uni.net.th/index.php/news/8677/) - ‘พิพัฒน์’ เผยไทยต้องการกำลังคนดิจิทัลกว่า 1.4 แสน ผนึกเครือข่ายเร่งพลิกโฉมแรงงานสู่อนาคตเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน Thailand Digital Employer Day 2024 “ยกระดับแรงงานดิจิทัล ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย สู่ความมั่งคั่งและยั่งยืน” พร้อมทั้งกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ยกระดับศักยภาพแรงงานไทย สู่การจ้างงานยุคดิจิทัล” มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่เครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงาน 34 แห่ง ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ประจำปี 2566 – 2567 และประกาศเจตนารมณ์ร่วมภาคีเครือข่าย “ขับเคลื่อนการยกระดับสมรรถนะดิจิทัลแรงงานไทยสู่สากล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ” โดยมี นายแพทริก เบิร์น เอกอัครราชทูตประเทศไอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย, คณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน อาทิ นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน, นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน, นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ - [นักศึกษา ป.โท วิศวกรรมไฟฟ้า คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2567 “Higher Education Innovation Award 2024”](https://www.uni.net.th/index.php/news/8667/) - ผลงาน KKU AI Measurement : Acetabular Cup Angle ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการวัดมุมของชิ้นส่วนเบ้าสะโพกเทียม ของนายสันติชัย จันทร์สมัคร นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2567 “Higher Education Innovation Award 2024” จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษา (วิศวกรรมศาสตร์) ศ.ปริญญา จินดาประเสริฐ นายอดิเทพ กงจันทร์ และรศ.ภูริพงศ์ สุทธิโสภาพันธ์ อาจารย์ที่ปรึกษา (แพทยศาสตร์) ผศ.พญ.พริญญ์ ถวิลไพร อ.นพ. ณัฐพล ถวิลไพร รศ.นพ.ฤทธิ์ อภิญญาณกุล และ อ.นพ.กิตติคุณ เทียนทองซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์นี้ เพื่อการวัดมุมของชิ้นส่วนเบ้าสะโพกเทียม เป็นเทคโนโลยีที่นำมาซึ่งความแม่นยำ ประหยัดเวลา ลดความซับซ้อนของกระบวนการ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ป่วย การนำ AI เข้ามาช่วยในการวัดมุมนี้จึงเป็นการผสานระหว่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพในการผ่าตัดและดูแลผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น ที่มา : https://th.kku.ac.th/197053/ - [กระทรวงพาณิชย์สั่งเข้ม สกัดสินค้าถูกจากต่างประเทศที่ไม่ได้มาตรฐาน](https://www.uni.net.th/index.php/news/8574/) - กระทรวงพาณิชย์สั่งเข้ม สกัดสินค้าถูกจากต่างประเทศที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมแก้ปัญหาการนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐานและราคาต่ำจากต่างประเทศ ร่วมกับนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และผู้บริหารระดับสูงจาก 28 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาสินค้านำเข้าสู่ตลาดที่ไม่ได้มาตรฐานและราคาต่ำ ในการป้องกันและกำกับดูแลทั้งสินค้าและธุรกิจที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายควบคู่กับการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ SMEs และ E-Commerce ไทยปรับตัวได้ในโลกการค้ายุคใหม่หลังพบการร้องเรียนและพบปัญหาสินค้านำเข้าจากต่างประเทศจำนวนมากราคาถูก แต่ไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตและผู้ประกอบการไทย รวมถึงผู้บริโภครัฐบาลจึงได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนและมาตรการระยะยาว รวม 63 มาตรการ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเน้น 5 มาตรการหลัก ดังนี้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด: ตรวจสอบสินค้าที่ด่านศุลกากรอย่างละเอียด เพิ่มอัตราการเปิดตู้สินค้า ตรวจสอบสินค้าออนไลน์ และป้องกันการกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่น การเป็นนอมินี โดยให้ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นคนไทยต้องส่งเอกสารที่ธนาคารออกให้เพื่อรับรองหรือแสดงฐานะการเงิน พร้อมกับการขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัดปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย: ปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับการค้าออนไลน์ เพิ่มสินค้าควบคุมภายใต้มาตรฐานบังคับ ซึ่งสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) อยู่ระหว่างจัดทำประกาศฯ ให้ผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มต่างประเทศที่มีคุณสมบัติตามกำหนด “ต้องจดทะเบียนนิติบุคคล โดยให้มีสำนักงานในไทย” พร้อมให้มีข้อกำหนดเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมและคุ้มครองผู้บริโภคไทย นอกจากนี้ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจะเร่งเพิ่มจำนวนรายการสินค้าควบคุมภายใต้มาตรฐานบังคับ ครอบคลุมรายการสินค้าให้มากที่สุดไปด้วยอีกทางหนึ่งมาตรการทางภาษี: บังคับให้ผู้ขายสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มช่วยเหลือ SMEs ไทย: พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ทุกหน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์ - [ดีอี จับมือ Meta หนุนผู้ประกอบการใช้ AI เพิ่มขีดความทางการแข่งขัน ปั้น Soft Power ดันไทยสู่ Digital Economy Hub](https://www.uni.net.th/index.php/news/8561/) - วันที่ 29 สิงหาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน Meta Marketing Summit โดยมี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ผู้บริหาร Facebook ประเทศไทย Meta Platform Inc การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน ณ Siam Kempinski Bangkokนายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวง ดีอี พร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆของไทย ที่ต้องการใช้เทคโนโลยีในการยกระดับธุรกิจ เพื่อก้าวสู่การแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคง ผ่านแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม สื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ โดยมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล ตามนโยบายการขับเคลื่อนง “The New Growth Engine of Thailand” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ กลุ่ม SMEs ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ Soft Power ด้านต่างๆของประเทศ โดยมีเป้าหมายในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Digital Economy Hub ที่มีความมั่นคงและยั่งยืนทั้งนี้การขับเคลื่อนดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ Meta ได้ร่วมทำงานกับหน่วยงานของภาครัฐ ทั้งด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกับ ททท. และการส่งเสริมองค์ความรู้ข้อมูลเชิงลึกให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว สามารถปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล โดยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยในการพัฒนาระบบ - [Google กำลังวางแผนที่จะสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในประเทศเวียดนาม](https://www.uni.net.th/index.php/news/8555/) - Google กำลังวางแผนที่จะสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในประเทศเวียดนาม ซึ่งจะเป็นศูนย์ข้อมูลแห่งแรกของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ในเวียดนามมีรายงานข่าวจากรอยเตอร์ระบุว่า Google กำลังพิจารณาลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในเวียดนาม ซึ่งจะเป็นการลงทุนครั้งแรกของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ ในประเทศแถบโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้แหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนาม กล่าวว่า Google กำลังพิจารณาตั้งศูนย์ข้อมูล “Hyperscale” ใกล้กับโฮจิมินห์ซิตี้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจทางตอนใต้ของเวียดนาม ยังไม่ชัดเจนว่า Google จะตัดสินใจลงทุนเมื่อใด แต่แหล่งข่าวระบุว่ามีการพูดคุยภายในกันอยู่ และศูนย์ข้อมูลอาจจะพร้อมใช้งานได้ในปี 2027สำหรับศูนย์ข้อมูล hyperscale นี้จะมีขนาด 50 เมกะวัตต์และ อาจมีค่าใช้จ่ายระหว่าง 300 ล้านดอลลาร์ถึง 650 ล้านดอลลาร์ โดย Google ตัดสินใจลงทุนที่นี่ ก็เนื่องจากมีลูกค้าบริการคลาวด์ทั้งในและต่างประเทศจำนวนมากในเวียดนาม รวมถึงเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศกำลังขยายตัว ซึ่งทาง Google สังเกตว่าเวียดนามเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตเร็วที่สุดสำหรับ YouTube แพลตฟอร์มการแบ่งปันวิดีโอออนไลน์ยอดนิยมของ Google นั่นเองด้วยนอกจากนั้นทาง Google ก็ได้ให้ทุนการศึกษา 40,000 ทุนในเวียดนามสำหรับหลักสูตรพื้นฐานด้าน AI และเงินทุน $350,000 ต่อสตาร์ทอัพ AI ที่ได้รับเลือกกว่า 20 ราย อีกด้วย นายมาร์ค - [DCT จับมือ AIAT และ UNGCNT โชว์นวัตกรรม AI เพื่อความยั่งยืน ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2567](https://www.uni.net.th/index.php/news/8529/) - สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) ร่วมกับ สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) จัดแสดงนวัตกรรม AI ใน งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2567 ภายใต้แนวคิด “The GLOBE VENGERs ฮีโร่พิทักษ์ความยั่งยืน” จัดโดย สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็ก (UNGCNT) และเครือข่าย โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยตระหนักถึงศักยภาพของ AI ในการแก้ไขปัญหาสังคมและสร้างอนาคตที่ยั่งยืน“นายศุภชัย เจียรวนนท์” ประธานอาวุโสผู้ร่วมก่อตั้งสภาดิจิทัลฯ และ “ม.ร.ว.นงคราญ ชมพูนุท” ประธานสภาดิจิทัลฯ ให้เกียรติเยี่ยมชมบูธสภาดิจิทัลฯ โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของ AI ในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำ AI มาใช้แก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม“ม.ร.ว. นงคราญ ชมพูนุท” ประธานสภาดิจิทัลฯ กล่าวว่า สภาดิจิทัลฯ ในฐานะองค์กรสำคัญในการทำงานร่วมกับภาคเอกชน ภาครัฐ และประชาชน ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของ AI ในการแก้ไขปัญหาสังคมและสร้างอนาคตที่ยั่งยืน จึงได้ร่วมมือกับ “ดร. เทพชัย ทรัพย์นิธิ” อุปนายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย นำนวัตกรรมที่น่าสนใจจาก “โครงการ Super AI Engineer” มาเข้าร่วม เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนและผู้สนใจทั่วไป” “สภาดิจิทัลฯ มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการนำ AI มาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม AI ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ AI ให้กับประชาชน ส่งเสริมให้เกิดการนำ AI - [กรมวิทยาศาสตร์บริการโชว์ผลงานดูแลประชาชน ได้รางวัลศูนย์ข้อมูลฯดีเด่นระดับชาติ ปี 67](https://www.uni.net.th/index.php/news/8520/) - กรมวิทยาศาสตร์บริการโชว์ผลงานดูแลประชาชน ได้รางวัลศูนย์ข้อมูลฯดีเด่นระดับชาติ ปี’67เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (สขร.) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศรายชื่อ วศ. ผ่านเกณฑ์การประเมินศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการโดดเด่น ประจำปี 2567 โดยที่ วศ.ได้รับการคัดเลือกเพื่อรับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ซึ่งได้กำหนดหน้าที่ให้หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติ เช่น การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารโดยพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (มาตรา 7) การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารโดยจัดไว้ในศูนย์ข้อมูลข่าวสารของหน่วยงาน (มาตรา 9) และการจัดหาข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนตามที่ขอเป็นการเฉพาะราย (มาตรา 11) การมีคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอ (มาตรา 14 และ 15) และการรายงานผลการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ผ่านเว็บไซต์ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้การดำเนินงานต่างๆ ของหน่วยงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ส่งผลให้ลดปัญหาการคอร์รัปชั่น และนำไปสู่การปกครองตามหลักธรรมภิบาลและมีความเป็นประชาธิปไตย นพ.รุ่งเรือง กล่าวเพิ่มเติมว่า วศ.ดำเนินงานศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ - [สวทช. ยกระดับอุตสาหกรรม 4.0 ด้วย Industry 4.0 Platform](https://www.uni.net.th/index.php/news/8508/) - โชว์ ‘IDA แพลตฟอร์ม’ เชื่อมโยงข้อมูลระบบภายในโรงงาน ผ่านเซนเซอร์และ IoTช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานการผลิต และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี IDA Platform เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ตรวจจับสัญญาณต่าง ๆ จากเครื่องจักรในกระบวนการผลิต สู่การวิเคราะห์และบูรณาการข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ทราบสถานะการทำงานของเครื่องจักร สามารถแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ช่วยโรงงานลดต้นทุนด้านพลังงานในกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่หอมนุษยธรรม บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี : ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ดร.รวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการกลุ่มแพลตฟอร์มสนับสนุนอุตสาหกรรม 4.0 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร.กิตติวัตร โสมวดี รองผู้จัดการบริหารการผลิต Plant - [ดีป้า-ดีอี อัดโปรเจกต์เร่งพัฒนาทุนมนุษย์ หวังยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลในไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/8501/) - ดีป้าเปิดทิศทางขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนดิจิทัลของประเทศ ระบุเป็นนโยบายที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัลไทย และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ หารือกระทรวงดีอีเวิร์กช้อปลุยแผนรูปธรรมนายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวว่า ดีป้าได้ดำเนินโครงการพัฒนากำลังคนดิจิทัลของประเทศ ภายใต้แนวคิด SEED THAILAND: from seed to GROWTH เร่งเตรียมพร้อมเมล็ดพันธุ์คนรุ่นใหม่ให้พร้อมเติบโตเป็นกำลังคนดิจิทัลที่สำคัญของประเทศ โดยเป็นโครงการที่ดำเนินงานมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 ตั้งแต่การเพิ่มทักษะดิจิทัลผ่านระบบออนไลน์และออฟไลน์ ต่อยอดมาถึงกิจกรรม DIGINEXT by SEED THAILAND กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าสู่วงการจริง และได้รับประสบการณ์ตรงจากการร่วมหารือกับบุคลากรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศทั้งนี้ ที่ผ่านมา ดีป้า ได้จัดทำดิจิทัล สกิล โรดแมป หรือแนวทางการพัฒนาทักษะดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนไทยทุกคนมีโอกาสในการยกระดับทักษะสำคัญที่สอดคล้องกับโลกในยุคปัจจุบัน และตรงกับความต้องการแรงงานดิจิทัลในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนเป็นการเตรียมความพร้อมกลุ่มแรงงานให้มีทักษะที่จำเป็น มีทิศทางต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นสินค้าหรือบริการดิจิทัลที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศซึ่งแบ่งเป็นการยกระดับทักษะดิจิทัลใน 3 ประเภท ได้แก่ Digital Skill for All ทักษะดิจิทัลสำหรับทุกคน Digital-Driven Career ทักษะดิจิทัลสำหรับอาชีพยุคใหม่ และ Digital Professional ทักษะดิจิทัลสำหรับอาชีพด้านดิจิทัลขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เสริมว่า - [รับมือน้ำท่วม ไทยใช้เทคโนโลยีดาวเทียม แจ้งเตือนพื้นที่ภัยพิบัติ](https://www.uni.net.th/index.php/news/8495/) - เกาะติดน้ำท่วม GISTDA เตรียมพร้อมรับมือ เปิดเว็บไซต์ให้คนไทยเช็คพื้นที่ภัยพิบัติจากภาพถ่ายดาวเทียมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมโดยใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมไทยโชต ส่งข้อมูลภาพจากดาวเทียมดังกล่าวให้กับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบนอกจากนี้อว. ยังติดตามสถานการณ์น้ำ ช่วยประชาชนที่รับผลกระทบจากอุทกภัย ระดมกองทัพโดรนสำรวจและลำเลียงสิ่งของไปมอบให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่เข้าถึงยากพร้อมแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำผ่านทุกช่องทางเพื่อรองรับสถานการณ์ใน 3 ระยะ1. “การเฝ้าระวังน้ำท่วม” ติดตามสถานการณ์น้ำ เฝ้าระวัง แจ้งเตือน และวางแผนอพยพได้อย่างทันท่วงที จากคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ สถาบันสารสนเทศน้ำหรือ สสน. ข้อมูลติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำปัจจุบันแบบเรียลไทม์เช่น เส้นทางพายุ ภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลฝนตกในพื้นที่ เปิดระบบเว็บไซด์และโมบายแอพพลิเคชั่นสำหรับติดตามสถานการณ์น้ำ เช่น เว็บไซด์คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ เว็บไซด์ศูนย์ข้อมูลน้ำจังหวัด เป็นข้อมูลแยกรายจังหวัด และแอพพลิเคชั่น ThaiWater สำหรับประชาชนทั่วไปใช้งานได้ง่าย 2. “การให้ความช่วยเหลือระหว่างเกิดภัยน้ำท่วม” มีเรือไวไฟ (WiFi) ที่จะเข้าไปให้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ เครื่องกรองน้ำไส้กรองนาโนแบบเคลื่อนที่ และถุงยังชีพ จัดส่งโดรนขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการขนส่งของไปยังพื้นที่จังหวัดสุโขทัยจำนวน 3 ลำ3. “ฟื้นฟูหลังน้ำลด” จัดตั้งหน่วยบริการเคลื่อนที่ซ่อมและบริการเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือเกษตร ขณะที่ ยังนำนักศึกษาจิตอาสาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เข้าไปช่วยเหลือประชาชน เช่น การให้บริการซ่อมแซมบ้านเรือนติดตามสถานการณ์น้ำ เฝ้าดูและตรวจสอบพื้นที่อื่น ๆ พร้อมรายงานสรุปพื้นที่น้ำท่วมได้ที่ >> disaster.gistda ที่มา : https://www.techhub.in.th/gistda-uses-satellites-to-warn-of-disaster-areas/ - [7 เมืองอัจฉริยะ(Smart City) ที่น่าสนใจในปี 2024](https://www.uni.net.th/index.php/news/8489/) - เมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City เป็นรูปแบบการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มประสิทธิและคุณภาพของบริการชุมชน เพื่อช่วยในการลดต้นทุน และลดการบริโภคของประชากร โดยยังคงเพิ่มประสิทธิภาพให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยได้ในคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตั้งแต่การวางรากฐานในการเชื่อมโยงอุปกรณ์หรือสิ่งของรอบ ๆ ตัวเข้ากับโครงข่ายการสื่อสารแบบอินเทอร์เน็ต การวางผังเมืองที่ชาญฉลาด ให้รองรับการใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย ทั้งด้านการขนส่ง การเลือกใช้พลังงานสะอาด ประหยัดพลังงาน ช่วยลดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ตลอดจนลดการปล่อยคาร์บอนให้เหลือน้อยที่สุดอย่างไรก็ตาม นิยามของคำว่าเมืองอัจฉริยะนั้นมีความหลากหลาย ไม่มีความหมายตายตัว แต่เป้าหมายที่ทุกเมืองมีตรงกันก็คือ การทำให้ประชาชนในเมืองมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนนั่นเอง และนี่ก็คือ 7 เมืองอัจฉริยะที่น่าสนใจในปี 2024 -สิงคโปร์ เมืองอัจฉริยะที่ครองอันดับหนึ่งของรายชื่อเมืองอัจฉริยะ นับตั้งแต่เปิดตัวโครงการ Smart Nation ในปี 2014 สิงคโปร์ได้นำเทคโนโลยีอัจฉริยะมากมายมาใช้ในภาคส่วนสาธารณะและเอกชน เทคโนโลยีการชำระเงินแบบไร้สัมผัสได้รับการนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อกำหนดทิศทางการเดินทางและการชำระเงินอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับผู้โดยสาร 7.5 ล้านคนของสิงคโปร์ที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อช่วยลดแรงกดดันจากประชากรสูงอายุ จึงได้มีการนำระบบสุขภาพดิจิทัลมาใช้ ซึ่งทำให้การปรึกษาทางวิดีโอกลายเป็นเรื่องปกติไปพร้อมกัน รวมถึงอุปกรณ์สวมใส่ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อติดตามผู้ป่วย นอกจากนี้ ในปี 2021 สิงคโปร์ได้ประกาศแผนการสร้างเมืองอัจฉริยะแห่งใหม่ขึ้นมาในแถบตะวันตกของสิงคโปร์ โดยมุ่งเน้นความเป็นเมือง eco-smart คือทั้งอัจฉริยะและในขณะเดียวกันก็เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย โดยจะเป็นเมืองที่ไร้ยานยนต์ สร้างถนนและพื้นที่ปลอดภัยให้คนเดินเท้าและคนขี่จักรยาน -ลอนดอน เป็นเมืองที่มีชาวสตาร์ทอัพและโปรแกรมเมอร์มากที่สุดในโลก เพราะเป็นเมืองที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีรอบด้าน เช่น โครงการ - [บีโอไอไฟเขียว “เวสเทิร์น ดิจิตอล” ลงทุนเพิ่มกว่า 23,000 ล้านบาท ขยายฐานผลิตฮาร์ดดิสก์ครั้งใหญ่ รองรับคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์](https://www.uni.net.th/index.php/news/8483/) - บีโอไอ อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการใหญ่ของบริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (WD) มูลค่ากว่า 23,000 ล้านบาท เพื่อขยายฐานผลิต Hard Disk Drive ที่อยุธยาและปราจีนบุรี สะท้อนแนวโน้มอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ทั่วโลกยังเติบโตต่อเนื่อง รองรับการขยายตัวของเทคโนโลยีคลาวด์และ Data Center ที่จะมีความต้องการใช้ระบบจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ย้ำไทยผู้นำฐานผลิตฮาร์ดดิสก์ระดับโลกนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากบอร์ดบีโอไอ ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการขยายกิจการผลิต Hard Disk Drive (ฮาร์ดดิสก์) และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มูลค่าลงทุน 23,516 ล้านบาท ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเขตอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค จังหวัดปราจีนบุรีบริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (Western Digital: WD) เป็นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ระดับโลก สัญชาติอเมริกัน - ['ดีอี' โชว์ตัวเลขข้อมูลคนไทยรั่วลดเหลือ 1.62%](https://www.uni.net.th/index.php/news/8477/) - รมว.ดีอี เผยสถิติ ข้อมูลรั่วไหล ลดเหลือเพียง 1.62 % รุกสกัดแล้วกว่า 6,000 เรื่อง สั่งการ PDPC เร่งปราบต่อเนื่องนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี ได้มอบหมายให้ ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล PDPC Eagle Eye สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ติดตาม เฝ้าระวัง การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ จากสถิติผลการดำเนินการ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 จนถึง 31 กรกฎาคม 2567 ได้ทำการตรวจสอบ ติดตาม เฝ้าระวัง การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลจากเว็บไซต์ของหน่วยงานต่าง ๆ จำนวน 31,561 หน่วย พบว่ามีกรณีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน จำนวน 6,086 เรื่อง และแจ้งหน่วยงานให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้ว 6,081 เรื่อง และยังมี 5 เรื่อง ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการซึ่งจากสถิติดังกล่าวพบว่า ลดลงจาก 31.40% ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2566 เหลือ - [ขอเชิญสมัครเข้าร่วมการประกวดแข่งขัน Cybersecurity งาน “Cyber RangeThailand 2024” ชิงเงินรางวัลพร้อมเกียรติบัตร [PR]](https://www.uni.net.th/index.php/news/8471/) - บริษัท Solar จำกัด และบริษัท Cloudsec Asia จำกัด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร กำหนดจัดการประกวดแข่งขัน Cybersecurity งาน “Cyber Range Thailand 2024” งานนี้จัดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมประโยชน์ของ Cyber Range ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและ Cybersecurity ในประเทศไทย และเพิ่มทักษะให้กับสถาบันการศึกษา นักวิชาการ นักวิจัย คณาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ตลอดจนประชาชนที่สนใจ ในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ในด้านเทคโนโลยีและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างองค์กรที่มีความยืดหยุ่นด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงการมีครื่องมือและวิธีการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ ซึ่ง Cyber ​​Range เป็นการจำลองสภาพแวดล้อมเสมือนจริงเฉพาะทางที่จำลองโครงสร้างพื้นฐาน IT/OT ในโลกแห่งความเป็นจริงเพื่อการฝึกอบรม การทดสอบ และพัฒนาทักษะด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยงานการประกวดแข่งขันรอบชิงชนะเลิศดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 19 ตุลาคม 2567 เวลา 9.00 – 16.00 น. ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กรุงเทพมหานครประโยชน์ของการประกวดแข่งขันจะประกอบด้วย : การพัฒนาทักษะมีการอบรมฝึกซ้อมการตอบสนองด้านความปลอดภัยคุกคามทางไซเบอร์ - [อีสปอร์ตไทยสุดปัง! 'VALORANT Masters Bangkok' งานใหญ่เตรียมมาไทยครั้งแรก](https://www.uni.net.th/index.php/news/8460/) - KEY POINTSประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพทัวร์นาเมนต์อีสปอร์ตระดับโลก VALORANT Masters Bangkok 2025 ซึ่งเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อุตสาหกรรมอีสปอร์ตไทย ถือว่าขยายตัวอย่างมาก โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เปิดพื้นที่ให้นักกีฬาได้แสดงความสามารถVALORANT Masters คือเป็นทัวร์นาเมนต์อีสปอร์ตระดับโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน VALORANT Championship Tournaments (VCT) ที่แต่ละฤดูกาลจะมีการจัดทัวร์นาเมนต์ Masters สองครั้ง เพื่อไปสู่การแข่งขัน VALORANT Champions ที่ทีมชั้นนำ 16 ทีมจะแข่งขันเพื่อชิงแชมป์โลก Riot Games ค่ายเกมยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ประกาศจัดทัวร์นาเมนต์อีสปอร์ตระดับโลก VALORANT Masters Bangkok 2025 ขึ้นที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การจัดงานครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่จะสร้างการเติบโตให้กีฬาอีสปอร์ตในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปอีกขั้น ผ่านเกม VALORANTจากข้อมูลของ Statista อุตสาหกรรมอีสปอร์ตในเอเชียคาดว่าจะสร้างรายได้ 1.5 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2570 ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 36 เปอร์เซ็นต์ จากปี 2566 โดยภูมิภาคเอเชียนี้คิดเป็น 53 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้อีสปอร์ตทั่วโลก ทำให้เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดและมีการมีส่วนร่วมมากที่สุดในโลก ตามที่ Niko Partners ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยการตลาดทางด้านเกมและอีสปอร์ตได้ระบุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจมากขึ้น ความแรงและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุม และการเกิดขึ้นของนักกีฬาอีสปอร์ตในภูมิภาคที่มีความสามารถ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นผู้เล่นสำคัญในวงการอีสปอร์ตระดับโลก สำหรับอุตสาหกรรมอีสปอร์ตไทย - [กสทช.ตบเท้าเทสระบบรับ-ส่งสัญญาณเน็ตผ่านดาวเทียมบนโครงข่าย 'Starlink'](https://www.uni.net.th/index.php/news/8453/) - บอร์ดกสทช.ดูการทดลองทดสอบรับส่งเน็ตผ่านดาวเทียมของ Starlink ชูเป็นการสร้างโอกาสสนับสนุนภารกิจการค้นหาและช่วยเหลือ การศึกษา และการแพทย์ ชี้เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการให้บริการในพื้นที่ห่างไกลที่สัญญาณ 5G ไปไม่ถึงผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกอบด้วย พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ นางสาวพิรงรอง รามสูต นายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายศุภัช ศุภชลาศัย พลตำรวจเอก ณัฐธร เพราะสุนทร และนายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ร่วมการประชุมและร่วมทดลอง ทดสอบ รับส่งสัญญาณผ่าน โครงข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low-Earth Orbit: LEO) ของ Starlink เพื่อสนับสนุนภารกิจการศึกษาทางไกลและการแพทย์ทางไกล ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยเป็นการถ่ายทอดสด (Live stream) การเรียนการสอน ณ พื้นที่ห่างไกล ต.ขุมยวม อ.ขุมยวม จ.แม่ฮ่องสอน ขณะที่นักเรียนกำลังรับฟังการบรรยายความรู้จากอาคาร SKP สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรีซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมประเภทวงโคจรต่ำ เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการให้บริการในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตภาคพื้นดินและโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สาย 4G หรือ 5G ไปไม่ถึง สำหรับการทดลอง ทดสอบ ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการทดลอง ทดสอบ การรับส่งสัญญาณผ่านกลุ่มดาวเทียม Starlink เพื่อสนับสนุนภารกิจการค้นหาและช่วยเหลือ - [มัดรวมแอปพลิเคชันพัฒนาโดยฝีมือคนไทย !](https://www.uni.net.th/index.php/news/8412/) - แอปพลิเคชันบน App Store และ google play มีให้เลือกดาวน์โหลดตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เช่น ร้านอาหาร การเงิน สุขภาพ การท่องเที่ยว รวมถึงความรัก และแอปพลิเคชันที่ใช้อยู่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าถูกพัฒนาโดยคนไทย วันนี้น้องมูฟ จะพาทุกคนไปทำความรู้จัก 10 แอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยฝีมือคนไทยกันค่ะ 1. One Platformแอปพลิเคชันที่เป็นศูนย์รวมบริการต่างๆ สำหรับองค์กร เพื่ออำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการ พร้อมการบริการอื่นๆภายในแอปฯ อย่างเช่น Onechat, Onebox และ One Mail 2. หมอพร้อมแอปพลิเคชันที่คอยให้บริการด้านสุขภาพของประชาชน โดยเริ่มพัฒนาในช่วง COVID – 19 ภายในแอปฯ มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย เช่น นัดหมายแพทย์ออนไลน์ ออกใบรับรองสุขภาพดิจิทัลตรวจเช็คสิทธิการรักษา ตรวจสุขภาพใจ รวมถึง ยังสามารถค้นหาหน่วยบริการในบริเวณใกล้เคียงได้อีกด้วย 3. iTaxแอปพลิเคชันออนไลน์ที่ช่วยเหลือผู้เสียภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ภายในแอปฯ ยังมีโปรแกรมคำนวณ โดยผู้เสียภาษีไม่จำเป็นต้องไปที่สำนักงาน ซึ่งสามารถลงทะเบียนและดำเนินการบริการทางออนไลน์ได้ทันที 4. Blockditแอปพลิเคชันสำหรับผู้ที่มองหาไอเดียใหม่ๆ และกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนที่หลงใหลในการอ่าน เขียน เล่าเรื่องราว เราสามารถโฟกัสเฉพาะเรื่องราวที่เราติดตาม เพจ หรือนักเขียนที่เราชื่นชอบ 5. Kheeแอปพลิเคชันที่ให้ผู้ใช้สามารถสร้างบัญชีเพื่อมาปักหมุดห้องน้ำ - [หุ่นยนต์ดินสอสัญชาติไทย ผู้ช่วยประจำบ้านดูแลผู้สูงอายุตลอด 24 ชั่วโมง](https://www.uni.net.th/index.php/news/8445/) - ชวนรู้จักหุ่นยนต์ดินสอสัญชาติไทย “Home AI Assistance” ผู้ช่วยประจำบ้านเพื่อการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเชื่อมต่อกับโรงพยาบาลในยามฉุกเฉินประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้จำนวนผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่จำนวนผู้ดูแลไม่เพียงพอ ปัญหานี้นำมาซึ่งความท้าทายในการดูแลผู้สูงอายุ ทั้งในแง่ของค่าใช้จ่าย ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตท่ามกลางความท้าทายนี้ คุณเฉลิมพล ปุณโณทก นิสิตเก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้พัฒนา “หุ่นยนต์ดินสอ” ขึ้นมาเพื่อเป็นทางออกของปัญหา โดยเฉพาะรุ่นล่าสุด “Home AI Assistance” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นผู้ช่วยดูแลผู้สูงอายุประจำบ้านหุ่นยนต์ดินสอ Home AI Assistance มีความสามารถหลากหลาย ทั้งการเฝ้าระวังผู้สูงอายุตลอด 24 ชั่วโมง การเชื่อมต่อกับโรงพยาบาล การวัดสัญญาณชีพ และการแจ้งเตือนการรับประทานยา นอกจากนี้ ยังสามารถเป็นเพื่อนคลายเหงา ชวนทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อฝึกความจำและชะลอภาวะสมองเสื่อม“บ่อยครั้ง เมื่อคนสูงวัยป่วย ก็อาจจะลังเลว่าควรไปหาหมอตอนนี้เลยดีหรือไม่ ยิ่งถ้าเกิดป่วยกลางดึก อาจลำบากในการเดินทางไปโรงพยาบาล หุ่นยนต์รุ่นนี้จะเข้ามาแก้โจทย์นี้ สมมติมีกรณีที่คุณยายไม่สบาย ไอและเวียนหัวมาก ก็สามารถกดพูดคุยกับพยาบาลที่โรงพยาบาลผ่านหุ่นยนต์ได้ พยาบาลจะประเมินอาการเบื้องต้นและวินิจฉัยว่าอาการลักษณะนี้ควรนอนพัก กินยา หรือรีบส่งรถฉุกเฉินไปรับ” คุณเฉลิมพลให้ความเห็นหุ่นยนต์ดินสอ Home AI Assistance - [7 วิธีที่ AI จะเปลี่ยนแปลงการจัดเก็บข้อมูล](https://www.uni.net.th/index.php/news/8439/) - การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่องจักร (ML) มาใช้กันอย่างแพร่หลายในช่วงปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในหลายภาคส่วน ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของนวัตกรรมและการเติบโตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผลกระทบดังกล่าวขยายไปถึงการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งคาดว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจมีความคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการแข่งขันในสภาพแวดล้อมปัจจุบันที่ต้องพึ่งพาข้อมูลเป็นอย่างมากและนี่เป็น 7 วิธีที่มีศักยภาพที่ AI และ ML จะสามารถเปลี่ยนโฉมภูมิทัศน์ของระบบจัดเก็บข้อมูลในปี 2567 ได้1. การกำหนดหมวดต่างๆ ของข้อมูล: การจัดเก็บข้อมูลแบบแบ่งชั้นถูกนำมาใช้มานานหลายสิบปีแล้ว ทำให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้สื่อจัดเก็บข้อมูลประเภทต่างๆ ได้ตามปัจจัยต่างๆ เช่น ความจุ ความเร็ว ต้นทุน และความปลอดภัย แม้ว่าสคริปต์ที่เขียนไว้ล่วงหน้าได้เพิ่มการทำงานอัตโนมัติให้กับกระบวนการบางส่วนเมื่อไม่นานนี้ แต่การนำการจัดเก็บข้อมูลแบบแบ่งชั้นมาใช้ยังคงต้องใช้แรงงานคนเป็นส่วนใหญ่ ทั้ง AI และ ML นำเสนอโอกาสในการทำให้การจัดเก็บข้อมูลแบบแบ่งชั้นเป็นระบบอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์โดยการวิเคราะห์การเข้าถึงข้อมูลและรูปแบบการใช้งาน ซึ่งช่วยให้สามารถจัดสรรข้อมูลอย่างชาญฉลาดไปยังชั้นการจัดเก็บข้อมูลที่เหมาะสมที่สุด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและต้นทุนให้เหมาะสมที่สุด เมื่อโมเดลเหล่านี้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โมเดลจะปรับตัวให้เข้ากับเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงได้แบบเรียลไทม์ ทำให้มั่นใจได้ว่าโซลูชันการจัดเก็บข้อมูลจะยังคงมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และสุดท้ายก็บรรลุอัตราส่วนราคาต่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด2. การจำแนกประเภทและการติดป้ายกำกับข้อมูล: การจำแนกประเภทและการติดแท็กข้อมูลเป็นกระบวนการสำคัญในการจัดระเบียบและจัดการข้อมูลแต่ต้องอาศัยคนในการจัดการ ซึ่งในอนาคตอาจมีโอกาสปรับปรุงประสิทธิภาพได้โดยการทำให้งานเหล่านี้เป็นอัตโนมัติ AI และ ML สามารถประมวลผลและทำความเข้าใจข้อมูลและข้อมูลเมตาเพื่อจัดเรียงและจัดหมวดหมู่ข้อมูลจำนวนมากโดยอัตโนมัติ การทำเช่นนี้จะสามารถสร้างหน่วยข้อมูลที่เป็นระเบียบและเข้าถึงได้ง่าย ความสามารถนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในด้านต่างๆ ได้แก่ การจัดหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์เพื่อการพาณิชย์ การจัดการเนื้อหาเพื่อให้ค้นหาและจัดการได้ง่ายขึ้น - [พบฐานข้อมูลข้อมูลผู้ใช้งาน Tencent รั่วไหลมากกว่าพันล้านบัญชี](https://www.uni.net.th/index.php/news/8432/) - จากรายงานโดยเว็บไซต์ Hackread ได้รายงานถึงการรั่วไหลของข้อมูลผู้เล่นมากถึง 1.4 พันล้านบัญชี จากฐานข้อมูลของบริษัทผู้พัฒนาวิดีโอเกมส์ และแอปพลิเคชันชื่อดังจากจีน Tencent ซึ่งเป็นเจ้าของวิดีโอเกมส์ดังอย่าง PUBG ซึ่งข้อมูลที่รั่วออกมานั้นเรียกว่าแทบจะครบถ้วนบริบูรณ์ เพราะมีทั้งที่อยู่อีเมล, เบอร์โทรศัพท์, และเลขบัญชี QQ (แอปพลิเคชันสำหรับแชทที่เป็นที่นิยมในประเทศจีน) โดยข้อมูลนั้นมาในรูปแบบไฟล์ JSON ที่มีขนาดใหญ่กว่า 44 GB ที่หลังจากคลายการบีบอัดแล้วสามารถขยายได้ถึง 500 GB จากข้อมูล Timestamp ที่บ่งชี้ถึงเวลาของการได้มาของข้อมูลที่ถูกบันทึกนั้นสามารถนับย้อนไปได้ถึงวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2023 (พ.ศ. 2566)ซึ่งจากรายงานนั้น ผู้ที่คาดการณ์ว่าจะเป็นตัวการที่แท้จริงนั้นคือกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีชื่อว่า “Fenice” ซึ่งเป็นแฮกเกอร์กลุ่มเดียวกันกับที่ได้ทำการแฮกข้อมูลของประชาชนในสหรัฐอเมริกากว่า 3 พันล้านบัญชี จาก National Public Data เป็นข้อมูลขนาดใหญ่กว่า 277 GB โดยข้อมูลที่แฮกมาได้ล้วนเต็มไปด้วยข้อมูลสำคัญทั้ง ชื่อเต็ม, ที่อยู่, และหมายเลขประกันสังคม (SSN หรือ Social Security Numbers ซึ่งเป็นหมายเลขประจำตัวที่สำคัญสำหรับผู้อยู่อาศัยในประเทศสหรัฐอเมริกา) - [บันทึกความฝันของมนุษย์ ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดจากAI](https://www.uni.net.th/index.php/news/8426/) - Key takeawayเทคโนโลยี AI ร่วมกับเครื่อง fMRI สามารถบันทึกและวิเคราะห์กิจกรรมสมองขณะหลับได้ แต่ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นการสร้าง AI ที่สามารถทำนายความฝันได้อย่างแม่นยำ ต้องอาศัยข้อมูล fMRI ที่ละเอียดและความสามารถในการจดจำความฝันของอาสาสมัครในอนาคตอันใกล้ อาจมีการพัฒนาเครื่อง fMRI แบบพกพาที่สามารถสแกนความฝัน และใช้ Generative AI สร้างวิดีโอจำลองความฝันได้แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า แต่ AI ไม่สามารถอ่านความคิดได้จริง และผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ใช่การทำซ้ำความฝันที่แม่นยำ 100% เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) ร่วมกับเครื่อง Mind-Reading คือสิ่งที่เราต้องการเพื่อทำซ้ำประสบการณ์ที่เรามีในความฝัน งานวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวางในญี่ปุ่นได้แสดงให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นของวิธีการนี้ในปี 2023 นักวิจัยบันทึกกิจกรรมของสมองจากผู้เข้าร่วมงานวิจัยที่กำลังนอนหลับ โดยใช้เครื่อง functional magnetic resonance imaging (fMRI) จากนั้นใช้ machine learning เพื่อจำแนกวัตถุที่รับรู้ได้ เช่น กุญแจ คน หรือเก้าอี้ จากกิจกรรมดังกล่าวอย่างไรก็ตาม การศึกษานี้มุ่งเน้นไปที่ช่วงเริ่มต้นของการนอนหลับ ซึ่งเป็นสองขั้นตอนแรกที่เรามีภาพนิมิต (hallucinations) และไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับความฝันเลย พวกเขาเลือกวิธีนี้เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานวิจัยสามารถตื่นขึ้นมาและอธิบายสิ่งที่เห็นได้อย่างรวดเร็วในการทำซ้ำความฝันของเรา เราต้องการข้อมูล - [ปรับ 7 ล้านยักษ์อีคอมเมิร์ซ ทำข้อมูลลูกค้ารั่วแสนราย ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์](https://www.uni.net.th/index.php/news/8419/) - สคส. มีคำสั่งปรับทางปกครองบริษัทเอกชนรายใหญ่อีคอมเมิร์ซ ซื้อขายสินค้าออนไลน์ 7 ล้านบาท ปล่อยให้ข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากรั่วไหลไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (“กระทรวง DE”) กล่าวว่าเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องข้อมูลรั่วไหลภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนไปกระทำความผิดกฎหมาย และเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการทำธุรกรรมออนไลน์ รวมถึงโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐ ซึ่งต้องมีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการยืนยันตัวตน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ที่รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเทคโนโลยีและอื่น ๆ ได้มีคำสั่งปรับบริษัทเอกชนรายใหญ่ของประเทศที่มีการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ที่ปล่อยให้ข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากรั่วไหลไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยไม่มีมาตรการควบคุมดูแลรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดรวมถึงบริษัทดังกล่าวไม่มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) และละเลยไม่แจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลให้แก่สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)ทราบภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 จึงมีคำสั่งลงโทษปรับทางการปกครองบริษัทดังกล่าวในอัตราสูงสุดรวมจำนวนทั้งสิ้น 7 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้1)บริษัทที่ถูกร้องเรียนได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าจำนวนมากกว่า 1 แสนราย และใช้ข้อมูลดังกล่าวในการประกอบธุรกิจหลักของบริษัท แต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายกำหนด จึงทำให้เมื่อเกิดข้อมูลรั่วไหล บริษัทดังกล่าวไม่สามารถเยียวยาแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งเป็นกรณีดำเนินการที่ขัดต่อมาตรา 41 แห่งพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 25622) ผู้ถูกร้องเรียนดังกล่าวไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมตามที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด ทำให้ข้อมูลรั่วไหลจากบริษัทดังกล่าวไปยังกลุ่มมิจฉาชีพคือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรา 37(1) แห่งพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 25623) - [“สภาดิจิทัลฯ” เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พัฒนาวิจัยห่วงโซ่อุปทานดิจิทัล เสริมแกร่งอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยสู่เวทีโลก](https://www.uni.net.th/index.php/news/8391/) - 7 สิงหาคม 2567 – “คณะกรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย” ร่วมกันประชุมออนไลน์พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นต่อ “การศึกษาวิจัยห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมดิจิทัล” เพื่อสร้างระบบห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ดำเนินโครงการศึกษาวิจัยห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital Supply Chain) ซึ่งครอบคลุม 6 อุตสาหกรรม ได้แก่ 1) ซอฟต์แวร์ (Software) 2) ฮาร์ดแวร์ (Hardware) 3) อุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Device) 4) ดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) 5) บริการดิจิทัล (Digital Service) และ 6) โทรคมนาคม (Telecommunication) โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างความเข้าใจโครงสร้างอุตสาหกรรมดิจิทัล เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการวัดมูลค่า Digital Economy Contribution to GOP นำไปสู่การปรับปรุงการเก็บข้อมูลให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทานภายในที่ประชุม คณะกรรมการและสมาชิก สภาดิจิทัลฯ ได้มีการร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในประเด็นสำคัญ เช่น 1) ด้านอุปกรณ์อัจฉริยะ ได้แก่ การทดสอบมาตรฐานของโมดูลและผลิตภัณฑ์ให้มีความครอบคลุมการควบคุมคุณภาพ การผลิต และมาตรฐานรองรับเพิ่มมากขึ้น และการพิจารณาเรื่อง Market Researth ก่อนขั้นตอนที่ - [ดาวน์โหลด (ฟรี) เครื่องมืออัตโนมัติเกี่ยวกับการกลั่นกรองข้อมูลและวิเคราะห์ภัยคุกคามทางไซเบอร์](https://www.uni.net.th/index.php/news/8384/) - IntelOwl คือเครื่องมืออัตโนมัติเกี่ยวกับการกลั่นกรองข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยมันเป็นเว็บแอปพลิเคชันแบบครบวงจรที่สามารถผนวกเข้ากับเครื่องมือความปลอดภัยอื่นๆ หรือใช้งานเป็นโปรเจกต์ได้อย่างอิสระ โดยมีอินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่สวยงาม API แบบครบฟังก์ชั่น และไลบรารีลูกค้าอย่างเป็นทางการและเพื่อการเก็บข้อมูลที่ดีมากขึ้น IntelOwl ได้ผนวกเครื่องมือวิเคราะห์ออนไลน์หลายตัวและเครื่องมือวิเคราะห์มัลแวร์ที่ทันสมัยจำนวนมากเข้าด้วยกัน มันถูกสร้างขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐาน จึงสามารถปรับแต่งได้สูงในทุกส่วน อีกทั้งยังสามารถเพิ่มปลั๊กอินของคุณเองตามกรณีการใช้งาน บริการส่วนตัว เครื่องมือที่กำหนดเอง และอื่นๆคุณสามารถวิเคราะห์ดิจิทัล อาร์ทิแฟค (digital artifacts) ทุกประเภทที่พบระหว่างการสืบสวน เช่น อาร์ทิแฟคเครือข่ายไฟล์ที่น่าสงสัย และเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกันขณะหมุนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งเพื่อสร้างกระแสการวิเคราะห์และค้นหาข้อมูลที่ต้องการ ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อรวมเข้ากับ SOC หรือเป็นเครื่องมือสืบสวนสำหรับนักวิเคราะห์ข่าวกรองภัยคุกคาม นักล่าภัยคุกคาม หรือ นักวิเคราะห์นิติวิทยาศาสตร์ทางดิจิทัล เป็นต้น คลิกดาวน์โหลดที่นี่ ที่มา : https://www.enterpriseitpro.net/intelowl-open-source-threat-intelligence-management/ - [การใช้ AI ในระบบการศึกษา: โอกาสและความท้าทายที่มหาวิทยาลัยกำลังเผชิญ](https://www.uni.net.th/index.php/news/8378/) - ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกภาคส่วนของชีวิต การศึกษาเองก็ได้รับอิทธิพลจากกระแสนี้ด้วยเช่นกัน AI ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการศึกษาในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความมีส่วนร่วมของนักศึกษา สนับสนุนการเรียนรู้ หรือแม้แต่เป็นผู้ช่วยสอนในห้องเรียน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าห่วงคือปัญหาการลอกเลียนแบบ ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และทำให้นักเรียนไม่ได้ฝึกฝนในเรื่องของกระบวนการคิดและการทำงานด้วยตนเอง แล้วมนุษย์จะสามารถประยุกต์ AI เข้ากับระบบการศึกษาได้อย่างไรการใช้ ChatGPT ในการศึกษาจากการสำรวจของ BestColleges กับกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยจำนวน 1,000 คนในสหรัฐอเมริกา พบว่า 56% ของนักศึกษายอมรับว่าพวกเขาใช้ AI ช่วยทำการบ้าน ไม่เท่านั้น ผลสำรวจของ Varsity พบว่า 47.3% ของนักศึกษาที่มหาวิทยาลัย Cambridge ใช้ ChatGPT หรือบอต AI อื่น ๆ ในการศึกษา โดยเกือบ 20% ยอมรับว่าใช้ ChatGPT ในการทำงานที่ใช้ประเมินผลการศึกษา รวมถึงงานในชั้นเรียนต่าง ๆ และ 38.5% เคยใช้ หรือมีแผนใช้ AI ในการเตรียมตัวสอบ แสดงให้เห็นว่า AI เป็นเครื่องมือที่มีบทบาทสำคัญในการศึกษาและการเรียนรู้ของนักศึกษาในยุคปัจจุบันAI ช่วยลดภาระของนักศึกษาได้จริงหรือไม่?AI - [พารู้จัก 5 บริษัทด้าน AI ที่น่าจับตามอง ปี 2024](https://www.uni.net.th/index.php/news/8372/) - AI (Artificial intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์ได้เข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะกลุ่มโซเชียลออนไลน์ การแพทย์ ธุรกิจ หรือแม้แต่การศึกษา ยิ่งบริษัทและประเทศต่างทุ่มเทวิจัย พยายามให้ความสำคัญกับการพัฒนา AI อย่างจริงจัง เพื่อเอาไปใช้กับผลิตภัณฑ์ในอนาคตต่างๆ ให้สามารถทำงานยากๆ แทนมนุษย์ได้ โดยเฉพาะงานด้านการวิเคราะห์และประมวลผล และนี่คือ 5 บริษัทที่มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่น่าจับตามองปี 2024 NVIDIA Corporation (NVDA): NVIDIA เป็นผู้ผลิตชิป AI ชั้นนำที่จัดหา GPU สำหรับแอปพลิเคชัน AI ด้วยการมีบทบาทสำคัญในเกม ศูนย์ข้อมูล และยานยนต์ไร้คนขับ NVIDIA จึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการรับประโยชน์จากความต้องการเทคโนโลยี AI ที่เพิ่มมากขึ้น Alphabet Inc. (GOOGL): บริษัทแม่ของ Google อย่าง Alphabet เป็นผู้เล่นหลักในพื้นที่ AI ด้วยอัลกอริทึมการเรียนรู้เชิงลึกและผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น Google Assistant และ - [แคลิฟอร์เนียจับมือ Nvidia เปิดโครงการฝึกอบรม AI ครั้งแรก มุ่งยกระดับทักษะและสร้างนวัตกรรมใหม่ในรัฐ](https://www.uni.net.th/index.php/news/8366/) - Key takeawayรัฐแคลิฟอร์เนียร่วมมือกับ Nvidia เปิดโครงการฝึกอบรม AI ครั้งแรก มุ่งเน้น 3 ด้านหลัก: การฝึกอบรม, สนับสนุนนวัตกรรม และใช้ AI แก้ปัญหาในรัฐโครงการนี้จะฝึกอบรมชาวแคลิฟอร์เนีย 100,000 คน โดยนำทรัพยากรของ Nvidia เข้าสู่วิทยาลัยชุมชน เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพใหม่ๆแคลิฟอร์เนียจะสนับสนุน AI Startup และสร้าง “AI Innovation Zone” รวมถึงจัดกิจกรรมแสดงการประยุกต์ใช้ AI ในทางปฏิบัติเป้าหมายคือการเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคตของรัฐ และปลดล็อคความมั่งคั่งทั่วทั้งแคลิฟอร์เนีย รัฐแคลิฟอร์เนียจับมือกับ Nvidia เปิดตัวโครงการฝึกอบรม AI โดยโครงการนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้คำแนะนำด้านเทคนิค การเป็นพี่เลี้ยง และการเข้าถึงฮาร์ดแวร์ขั้นสูง โดยมุ่งเน้นใน 3 ด้านหลักๆ ได้แก่: การฝึกอบรมนักเรียน ครู และคนทำงาน,สนับสนุนการสร้างงานและส่งเสริมนวัตกรรม และใช้ AI เพื่อแก้ไขปัญหาที่สามารถพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวแคลิฟอร์เนียโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำสั่งผู้บริหารโดย Newsom ที่มุ่งทำให้แคลิฟอร์เนียเป็นผู้นำด้าน AI และเทคโนโลยีโดยรวม เมื่อเดือนที่แล้ว แคลิฟอร์เนียได้ดิจิทัลไลซ์เอกสารรถยนต์ 42 ล้านฉบับลงบน - [จับโป๊ะ! "โจรออนไลน์" เปิดเพจปลอม "Center crime complaint online" แอบอ้างใช้ "โลโก้-โซเชียล กระทรวงดีอี - CIB"](https://www.uni.net.th/index.php/news/8359/) - นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ เปิดเผยว่า กระทรวง ดีอี โดย ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (Anti Fake New Center หรือ AFNC) และเครือข่าย ตรวจสอบการกระทำที่อาจเป็นการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยตรวจพบ แฟนเพจ Facebook ปลอม ใช้ชื่อว่า “Center crime complaint online” ซึ่งใช้รูปโปรไฟล์เป็นตราสัญลักษณ์ กระทรวง ดีอี พร้อมทั้งแพลตฟอร์มช่องทางติดต่อของกระทรวงฯ เช่น เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ และ TikTok ฯลฯขณะเดียวกัน มิจฉาชีพยังได้แอบอ้างชื่อย่อ CIB ของหน่วยงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หรือ CIB เป็นช่องทางการติดต่อผ่านไลน์ โดยสแกนผ่าน QR Code และแอบอ้างใช้เป็นชื่อในการโฆษณาโพรโมตเพจทั้งนี้กระทรวง ดีอี ได้มอบหมายให้ กองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ปท.) สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ประสานขอความร่วมมือผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ แจ้งปิดแฟนเพจดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งให้ตรวจสอบหาต้นทางการกระทำความผิด และเตรียมการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดสำหรับช่องทางการติดต่อ กระทรวง ดีอี ทาง Facebook อย่างเป็นทางการ คือ https://www.facebook.com/prde.official/ โดยให้สังเกตเครื่องหมาย Blue Badge หรือเครื่องหมายถูกสีน้ำเงิน เป็นป้ายสถานะเครื่องหมายยืนยันจาก Facebook ว่า เป็นเพจหรือโปรไฟล์ตัวตนที่แท้จริงของหน่วยงาน นอกจากนี้กระทรวง ดีอี ยังได้เปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารกับประชาชน ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้Website - [กรมบัญชีกลาง รับมอบใบรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 และจัดการฝึกอบรมหลักสูตรวิธีการบริหารความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร](https://www.uni.net.th/index.php/news/8337/) - นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นผู้แทนกรมบัญชีกลางรับมอบใบรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 โดยการได้รับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมบัญชีกลาง ในเรื่องการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานความปลอดภัยของกรมบัญชีกลาง ณ ห้อง Alpha โรงแรมพูลแมน บางกอก คิงพาวเวอร์ กรุงเทพฯ วันที่ 16 สิงหาคม 2567 เวลา 09.30 น.ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางได้มีการจัดการฝึกอบรมหลักสูตร “วิธีการบริหารความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร” โครงการพัฒนานโยบายการกำกับดูแลบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และแผนบริหารความเสี่ยงต่อเนื่อง เพื่อเป็นไปตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC 27001) โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูง และบุคลากร ของกรมบัญชีกลาง เข้าร่วมการฝึกอบรม ที่มา : https://www.thailandplus.tv/archives/853398 - [ผู้สูงอายุใช้มือถือและแท็บเล็ต ช่วยลดภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุได้?](https://www.uni.net.th/index.php/news/8328/) - ผู้สูงอายุใช้มือถือและแท็บเล็ต ช่วยลดภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุได้ โดยข่าวจาก Radio Taiwan International : Rti สถานีวิทยุแห่งชาติของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) รายงานว่า แพทย์ไต้หวัน เผยมือถือ แท็บเล็ต ผู้ช่วยที่ดีสำหรับผู้สูงอายุในการชะลอภาวะสมองเสื่อมได้นายแพทย์เฉ่าเหวินหลง (曹汶龍) ผู้อำนวยการศูนย์ภาวะสมองเสื่อม โรงพยาบาลฉือจี้ สาขาต้าหลิน เมืองเจียอี้ เปิดเผยว่า การใช้โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตมีประโยชน์ต่อผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมหลายประการ ได้แก่:กระตุ้นสมองและร่างกาย: การใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ช่วยให้ผู้สูงอายุได้ฝึกฝนการเคลื่อนไหวและกระตุ้นการทำงานของสมองเชื่อมต่อกับผู้อื่น: การสร้างกลุ่มแชทหรือวิดีโอคอลช่วยให้ผู้สูงอายุได้ติดต่อสื่อสารกับครอบครัวและเพื่อนฝูงเพิ่มความสะดวกสบาย: การสั่งอาหารหรือของใช้ผ่านแอปพลิเคชันทำให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการต่างๆ ได้ง่ายขึ้นป้องกันการหลงทาง: การติดตามตำแหน่งผ่านโทรศัพท์ช่วยให้ผู้ดูแลสบายใจมากขึ้นข้อดีของการใช้เทคโนโลยีในการดูแลผู้สูงอายุ:เพิ่มคุณภาพชีวิต: ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระมากขึ้นลดภาระของผู้ดูแล: ผู้ดูแลสามารถติดตามและดูแลผู้สูงอายุได้สะดวกขึ้นประหยัดค่าใช้จ่าย: การใช้แอปพลิเคชันต่างๆ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลนอกจากนี้บนโทรศัพท์มือถือยังมีฟังก์ชันต่างๆ อีกมากมาย อาทิ การสั่งอาหาร สั่งซื้อของ และในอนาคตอาจมีการพัฒนาบริการสำหรับดูแลรักษาผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมในระยะยาว ดังนั้นถ้าผู้สูงอายุรู้วิธีใช้งานโทรศัพท์มือถือ ก็จะสามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ที่จัดส่งถึงบ้านได้ทันทีอย่างไรก็ตาม การใช้เทคโนโลยีในการดูแลผู้สูงอายุก็ยังมีข้อจำกัดและต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ เช่นความพร้อมของผู้สูงอายุ: ผู้สูงอายุทุกคนอาจไม่มีความพร้อมในการเรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยีต้นทุน: การซื้ออุปกรณ์และค่าบริการอินเทอร์เน็ตอาจเป็นภาระสำหรับบางครอบครัวความปลอดภัย: ต้องมีการดูแลความปลอดภัยในการใช้งานอุปกรณ์ เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงหรือเกิดอุบัติเหตุทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน พบว่า ในปี พ.ศ. 2566 ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป มีอัตราความชุกของภาวะสมองเสื่อมอยู่ที่ 7.99% จึงมีการประมาณการว่าในอีก 17 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2584) ไต้หวันจะมีผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ที่มีภาวะสมองเสื่อมเกือบ 680,000 - [เชิญร่วมงานสัมมนาวิชาการและแสดงนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี ณ วันที่ 25-26 กันยายน 2567 นี้](https://www.uni.net.th/index.php/news/8318/) - ทลายขีดจำกัด ยกระดับธุรกิจและองค์กรในทุกมิติด้วย Big Data Analytics และ Cloud Technologyพบกับหัวข้อที่น่าสนใจDigital Government 2024 and BeyondAvoiding Top Mistake of Your Cloud-First StrategyThe Pragmatic to Zero-Trust NetworkingBuilding and Leading Data-Driven Organizations: Strategies for SuccessHow AI & ML are Changing the Way We Manage DataThai Open Data Use Cases for Public and Private SectorGeolocation Sensors Enhancing Environmental MonitoringData Integration Choices in - [กรมการท่องเที่ยว เปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัล Thailand Smart Tour (TST) ผลักดันใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยจัดการนำเที่ยว](https://www.uni.net.th/index.php/news/8309/) - วันที่ 15 สิงหาคม 2567 กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัล Thailand Smart Tour (TST) โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างประสบการณ์ที่ดีในทุกย่างก้าว ช่วยอำนวยความสะดวกให้บริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ในการจัดการนำเที่ยวผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง และสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว (Tourism Hub)นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า นโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มุ่งส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่การท่องเที่ยวไทย โดยสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยวจึงได้นำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการทำงาน โดยแพลตฟอร์มดิจิทัล Thailand Smart Tour (TST) ถือเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่กรมการท่องเที่ยวพัฒนาขึ้นมาช่วยยกระดับการจัดการนำเที่ยว และการประสานงานระหว่างบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ให้มีความรวดเร็ว สะดวก ประหยัด และทันสมัย เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ตอบสนองเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ในการคุ้มครองการประกอบธุรกิจของบริษัทนำเที่ยวและการประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น จึงจะสามารถเข้าใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัลนี้ได้ ซึ่งเป็นแนวทางในการป้องกันบริษัททัวร์เถื่อนและมัคคุเทศก์เถื่อนให้ออกไปจากระบบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย โดยนักท่องเที่ยวจะได้รับความคุ้มครองจากการเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ที่มีใบอนุญาตแล้วเท่านั้น และเชื่อมโยงไปถึงความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งโปรแกรมทัวร์อีกด้วย สำหรับการใช้งานแพลตฟอร์ม Thailand Smart Tour (TST) มีหลายฟังก์ชั่น ประกอบด้วย ส่วนสำหรับบริษัทนำเที่ยวจะเป็นรูปแบบ Web Application โดยให้เข้าไปที่ Google พิมพ์ค้นหา URL : https://ThailandSmartTour.go.th เพื่อลงทะเบียนและใช้งาน โดยบริษัทนำเที่ยวสามารถกรอกข้อมูลรายละเอียดรายการนำเที่ยวที่กำหนดได้ด้วยตนเอง - [10 Technologies to Watch 2024: การพัฒนาซอฟต์แวร์แบบเอไอเสริม (AI-Augmented Software Development)](https://www.uni.net.th/index.php/news/8300/) - ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทั่วโลกต่างตื่นเต้นไปกับความสามารถของ AI ด้านต่าง ๆ ที่เขยิบเข้ามาใกล้คนทั่วไปมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถาม ช่วยสร้างแผนงาน หรือกระทั่งสร้างภาพหรือคลิปตามคำสั่งหรือ prompt ที่เป็นเพียงวลีภาษาพูดที่ใช้สื่อสารกันทั่วไปแทนการเขียนโค้ด ส่งผลให้ปัจจุบัน AI เริ่มได้รับตำแหน่งเป็นคู่หูในการทำงานของใครหลายคน รวมถึงโปรแกรมเมอร์ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย เพราะปัจจุบันโปรแกรมเมอร์สามารถนำ AI มาใช้เป็นผู้ช่วยในการทำงานได้ ทั้งในขั้นตอนการออกแบบ การสร้าง ไปจนถึงการทดสอบซอฟต์แวร์ อีกทั้งยังใช้เป็นผู้ช่วยในการวางแผนการตลาดของแอปพลิเคชันและซอฟต์แวร์ที่กำลังพัฒนา ทำให้คาดการณ์ได้ว่าในอนาคตอันใกล้ AI อาจได้รับการเลื่อนขั้นสู่การเป็น software development tools ที่สำคัญชนิดหนึ่ง หากคุณกำลังสงสัยว่าโปรแกรมเมอร์จะนำ AI ไปช่วยทำอะไรได้บ้าง ตัวอย่างเด่น 4 ด้านที่ AI มีศักยภาพที่จะก้าวมาเป็นผู้ช่วยได้เป็นอย่างดี ด้านแรกคือการแปลงภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing: NLP) หรือภาษาที่เราใช้สื่อสารกันอยู่ทั่วไปให้เป็นโค้ดได้อย่างรวดเร็ว ด้านที่สองคือการช่วยสร้างและแปลงโค้ดให้ใช้กับภาษาสมัยใหม่ได้ ด้านที่สามคือการช่วยสร้างอัลกอริทึมเสนอแนะการตัดสินใจที่สำคัญต่าง ๆ ได้ และตัวอย่างด้านสุดท้ายคือการช่วยออกแบบชุดความรู้และกระบวนการพัฒนาทักษะบุคลากรแบบรายบุคคล ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ให้กับองค์กรด้านการพัฒนาทักษะแบบรายบุคคล หรือองค์กรที่มีบุคลากรในสังกัดเป็นจำนวนมาก โดยหากเจาะไปที่ประโยชน์ของการนำ AI มาใช้ออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์จะพบว่า AI ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานให้โครงการที่กำลังพัฒนาอยู่ได้ถึงร้อยละ 20 - [Zoom นำ AI มาใช้ในการประชุมออนไลน์มากขึ้นด้วย AI Companion มีอะไรบ้าง ](https://www.uni.net.th/index.php/news/8293/) - Zoom นำ AI มาใช้ในการประชุมออนไลน์มากขึ้น โดยประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของ AI Companion รวมถึงฟีเจอร์สร้าง Landing Page สำหรับ Zoom Events เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้แอป Zoom นอกเหนือจากใช้ประชุมออนไลน์แล้วยังกลายเป็นโปรแกรมออฟฟิศขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วย AIAI Companionฟีเจอร์ใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI บน Zoom มีดังนี้ : สร้างพื้นหลังเสมือนจริงด้วย AI, สรุปการประชุมโดยใช้ OCR และข้อความแชท, สร้างชื่อและคำอธิบายสำหรับ Zoom Clips, แชร์สรุปการประชุมกับผู้ร่วมเป็นเจ้าภาพ, เครื่องมือคำนวณ ROI และศูนย์แนะนำการใช้งาน AI Companionจุดเด่น: เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน, ประหยัดเวลา, สร้างสรุปการประชุมที่แม่นยำยิ่งขึ้น, และช่วยให้องค์กรประเมินผลตอบแทนจากการใช้ AI Companion Generative AI virtual backgroundsผู้ใช้ Zoom สามารถสร้างพื้นหลังแบบ Generative AI สำหรับการประชุมได้อย่างรวดเร็ว พื้นหลังเสมือน AI Companion สร้างพื้นหลังแบบกำหนดเองตามคำแนะนำข้อความธรรมดา - [ดีอี ชู“Cloud First Policy” ขับเคลื่อน“รัฐบาลดิจิทัล” สู่ IGNITE THAILAND](https://www.uni.net.th/index.php/news/8284/) - ดีอี เปิดงาน “Huawei Cloud Summit Thailand” ชู “Cloud First Policy” ขับเคลื่อน “รัฐบาลดิจิทัล” มุ่งสู่ IGNITE THAILANDนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในการเปิดงาน Huawei Cloud Summit Thailand ภายใต้ธีม “Ignite Thailand: Digital for All” ร่วมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวง ดีอี ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยนายประเสริฐ กล่าวว่า รัฐบาล ได้ประกาศวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนประเทศ “IGNITE THAILAND” เพื่อการเปลี่ยนผ่านประเทศไทย ไปสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมระดับโลก พร้อมกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปสู่อนาคตอย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบไปด้วยการเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ 8 ด้าน ได้แก่ 1.การท่องเที่ยว 2.สุขภาพและการแพทย์ 3.เกษตรกรรมและอาหาร 4.การบิน - [เผยโฉม ‘Figure 02’ ฮิวแมนนอยด์ดีไซน์คล้ายมนุษย์ ลุยงานสายผลิต](https://www.uni.net.th/index.php/news/8278/) - บริษัท Figure เปิดตัวหุ่นยนต์รุ่นใหม่ชื่อว่า Figure 02 ต่อยอดจากรุ่นก่อนหน้าด้วยดีไซน์ที่เหมือนมนุษย์มากขึ้น จุดเด่นคือ ผสาน AI ขั้นสูง มีความสามารถประมวลผล มองเห็น และการเคลื่อนไหวที่เหนือชั้น พร้อมทั้งยกสิ่งของน้ำหนัก 20 กิโลกรัม ทำงานต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมงFigure ผู้นำด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ได้เปิดตัวหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่ล่าสุดชื่อว่า “Figure 02” ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากรุ่นแรกที่เปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดย Figure 02 ได้รับการออกแบบฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานทดแทนมนุษย์หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับชื่อ “Figure” แต่บริษัทสตาร์ตอัปแห่งนี้กำลังเป็นที่จับตามองในวงการหุ่นยนต์ทั่วโลก ฟิกเจอร์ (Figure) ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 เป็นสตาร์ตอัปเทคโนโลยีหุ่นยนต์จาก Silicon Valley มี Brett Adcock เป็นซีอีโอของบริษัท เป้าหมายของบริษัทคือ พัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆอย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาบริษัทได้ร่วมมือกับ OpenAI พัฒนาโมเดลเอไอสำหรับควบคุมหุ่นยนต์ และได้รับเงินทุนสนับสนุนกว่า 675 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 23,800 ล้านบาท) จากบริษัท NVIDIA และได้ร่วมพัฒนาโมเดลเอไอ ใช้แพลตฟอร์ม - [Data Center ยุคใหม่ ต้องเร่งเตรียม Network ให้พร้อมรับการใช้ AI ในอนาคต](https://www.uni.net.th/index.php/news/8262/) - หลังจาก Generative AI ได้ผงาดขึ้นมาเป็นเทรนด์โลก แทบทุกภาคส่วนมีความต้องการใช้งาน AI อย่างก้าวกระโดด ผู้ให้บริการ Data Center จึงต้องเร่งอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานทั้งหน่วยประมวลผล ระบบระบายความร้อน รวมทั้ง Network เพื่อสนับสนุนการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญบทความนี้ คือ “5 เทรนด์ของ Data Center Networking ที่ควรพิจารณาในปี 2024” ที่ผู้ให้บริการจะต้องเร่งพิจารณาอัปเกรดให้พร้อมรับการใช้ AI ในอนาคต นอกจากการก้าวไปสู่ความเร็วระดับ 400G หรือ 800G ให้ได้แล้ว ยังต้องพิจารณาในเรื่องการรองรับการอัปเกรดในระยะยาวอีกด้วย เพื่อรองรับการรับส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลจากการใช้งาน AI ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในอนาคตอันใกล้บทความนี้ คือ “5 เทรนด์ของ Data Center Networking ที่ควรพิจารณาในปี 2024” ที่ผู้ให้บริการจะต้องเร่งพิจารณาอัปเกรดให้พร้อมรับการใช้ AI ในอนาคต นอกจากการก้าวไปสู่ความเร็วระดับ 400G หรือ 800G ให้ได้แล้ว ยังต้องพิจารณาในเรื่องการรองรับการอัปเกรดในระยะยาวอีกด้วย เพื่อรองรับการรับส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลจากการใช้งาน AI ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในอนาคตอันใกล้รู้จัก - [“เครื่องแสดงผลอักษรเบรลล์” ช่วยผู้พิการทางสายตา อ่าน เขียนสะดวก](https://www.uni.net.th/index.php/news/8253/) - KEYPOINTSดร.รุ่งเรือง พัฒนากุล นักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน รับทุนวิจัยจาก วช. พัฒนา “เครื่องแสดงผลอักษรเบรลล์” ด้วยเทคโนโลยีซินโครตรอน ช่วยผู้พิการทางสายตา อ่าน เขียนได้สะดวกจุดเด่นของรุ่นนี้ มีการแสดงผล 20 เซลล์ สามารถรองรับการอ่านไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ และการรองรับการพิมพ์อักษรเบรลล์เพื่อบันทึกเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ในตัวเครื่องปัจจุบันเครื่องต้นแบบจำนวนหนึ่งใช้งานในโรงเรียนการศึกษาคนตาบอด เพื่อใช้ทดสอบภาคสนาม รวมไปถึงใช้เป็นต้นแบบให้ช่างเทคนิคและวิศวกรที่สนใจสามาถเรียนรู้และร่วมพัฒนา ดร.รุ่งเรือง พัฒนากุล นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า เครื่องแสดงผลอักษรเบรลล์เพื่อผู้พิการทางสายตาด้วยเทคโนโลยีชิ้นส่วนจุลภาค ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้พิการทางสายตาสามารถอ่านและเขียนข้อความได้อย่างสะดวกโดยใช้เทคโนโลยีแสงซินโครตรอนในการผลิตชิ้นส่วนกลไกขนาดเล็กที่มีความแม่นยำสูง ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ1. เซลล์แสดงผลอักษรเบรลล์ แต่ละเซลล์ประกอบด้วยจุดสัมผัส 6 จุด ที่สามารถเคลื่อนที่ขึ้นลงได้อิสระ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของจุดสัมผัสอยู่ที่ 1.2 มิลลิเมตร ซ่อนอยู่ภายในเครื่องแสดงผล การเคลื่อนที่ขึ้นลงควบคุมโดยกลไกขนาดเล็กภายในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ทำหน้าที่กระตุ้นการเคลื่อนที่ จัดเรียงจุดสัมผัสตามรหัสอักษรเบรลล์ให้ผู้ใช้จะสัมผัสและอ่านด้วยปลายนิ้ว ซึ่ง 1 เซลล์ แสดงผล 1 ตัวอักษรเบรลล์ดังนั้น การอ่านอักษรเบรลล์ได้อย่างต่อเนื่องจะต้องมีการเรียงตัวต่อกันมากกว่า 10 เซลล์แสดงผลขึ้นไป2. ระบบควบคุมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำหน้าที่แปลงข้อมูลตัวอักษรเป็นรหัสอักษรเบรลล์ ควบคุมการเคลื่อนที่ของจุดสัมผัสภายในเซลล์ ประมวลผลข้อมูลจากแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์สำหรับอ่านเอกสาร เล่นเพลง หรือใช้งานอินเทอร์เน็ตหัวใจสำคัญของเครื่องแสดงผลอักษรเบรลล์เพื่อผู้พิการทางสายตา ด้วยเทคโนโลยีชิ้นส่วนจุลภาค คือ กลไกภายในที่มีขนาดเล็ก และต้องประกอบรวมกันเป็นชุดอุปกรณ์ที่มีการเคลื่อนที่ กลไกเหล่านี้ถูกออกแบบและผลิตด้วยเทคนิคเอกเรย์ลิโธกราฟีจากเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน ซึ่งมีความแม่นยำสูงจุดเด่นของรุ่นนี้ มีการแสดงผล - [7 ความเสี่ยงในการใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะที่คุณต้องระวัง](https://www.uni.net.th/index.php/news/8246/) - แม้ว่าคอมพิวเตอร์สาธารณะจะเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกสบาย แต่ก็เป็นแหล่งรวมของมัลแวร์และกับดักที่แฮกเกอร์ได้วางไว้ นี่คือเหตุผลที่การใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะอาจเป็นอันตรายได้ และนี่คือ 7 เหตุผล 7 ความเสี่ยงที่ควรเลี่ยงการใช้คอมสาธารณะ 1.ใครๆ ก็เข้าถึงพีซีสาธารณะได้คอมพิวเตอร์สาธารณะนั้นแตกต่างจากคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มีไว้สำหรับใช้งานโดยเฉพาะ แฮกเกอร์อาจติดตั้งแอพที่เป็นอันตรายโดยไม่รู้ตัว ผู้ใช้อาจคลิกบนป๊อปอัปที่เป็นอันตรายและติดไวรัสในเบราว์เซอร์ และอาจปิดการใช้งานคุณสมบัติความปลอดภัยโดยไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากผู้ใช้จำนวนมากไม่ปฏิบัติตามหลักปฏิบัติด้านความปลอดภัย คุณอาจใช้พีซีที่ติดไวรัสจากผู้ใช้ก่อนหน้าได้ การเชื่อมต่อไดรฟ์ภายนอก โทรศัพท์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ เข้ากับพีซีที่เสี่ยงต่อการโจมตีอาจทำให้เครื่องติดไวรัสและทำลายข้อมูลของคุณได้ การใช้อุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับอาจทำให้คุณเสี่ยงต่อการเปิดเผยข้อมูลสำคัญต่อแฮกเกอร์ ดังนั้นคอมสาธารณะจะไม่มั่นใจเกี่ยวกับความปลอดภัยได้เลย2. ขาดการอัปเดตด้านความปลอดภัยการอัปเดตด้านความปลอดภัยที่แก้ไขช่องโหว่อาจไม่ได้รับการติดตั้งทันเวลา ทำให้อุปกรณ์เสี่ยงต่อการถูกโจมตี แฮกเกอร์สามารถใช้ประโยชน์จากข้อบกพร่องและช่องโหว่ด้านความปลอดภัยเหล่านี้ได้โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่ทันสังเกตเห็น3.เครือข่ายที่อาจไม่ได้รับการรักษาความปลอดภัยWi-Fi สาธารณะและเครือข่ายที่ใช้ร่วมกัน มักขาดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม ทำให้ไม่ปลอดภัย จึงมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าคอมพิวเตอร์จะไม่ติดไวรัส แต่ผู้ก่ออาชญากรรมสามารถโจมตีโดยดักจับข้อมูลลับที่คุณแชร์ได้ด้วย4.เบราว์เซอร์อาจถูกติดไวรัสแอปที่ติดตั้งบนพีซีสาธารณะมักไม่ได้รับการอัปเดตอย่างทันท่วงที การอัปเดตด้านความปลอดภัยที่ออกโดยนักพัฒนาเบราว์เซอร์เพื่อแก้ไขช่องโหว่มักล่าช้า ทำให้ระบบเปิดรับผู้ไม่หวังดี แฮกเกอร์สามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เหล่านี้และปรับแต่งคุณลักษณะของเบราว์เซอร์โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่ทันสังเกตหากคุณจำเป็นต้องใช้เบราว์เซอร์บนพีซีสาธารณะ คุณควรใช้ โหมดไม่ระบุตัวตนหรือโหมดส่วนตัวโหมดความเป็นส่วนตัวในเบราว์เซอร์จะปิดใช้งานส่วนขยายทั้งหมดตามค่าเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของคุณหากมีส่วนขยายที่น่าสงสัยติดตั้งอยู่ นอกจากนี้ หากเบราว์เซอร์ไม่ได้รับการรักษาความปลอดภัยอย่างเพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้ใครติดตั้งส่วนขยาย คุณสามารถอัปเดตเบราว์เซอร์ด้วยตนเองและถอนการติดตั้งส่วนขยายได้5. ความเสี่ยงของการแฮ็กเซสชัน , Keyloggers และอื่นๆผู้บุกรุกอาจติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายหรือเรียกใช้สคริปต์เพื่อดักจับคุกกี้เซสชันของคุณ ซึ่งจะทำให้เข้าถึงโซเชียลมีเดีย อีเมล หรือบัญชีลับอื่นๆ ที่คุณเข้าสู่ระบบบนคอมพิวเตอร์ของคุณได้ ดังนั้น คุณควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ดูไม่เป็นอันตราย เช่น การตรวจสอบอีเมลเร่งด่วน เนื่องจากมีความเสี่ยงที่เซสชันจะถูกบุกรุกแฮกเกอร์อาจติดตั้งซอฟต์แวร์บันทึกการกดแป้นพิมพ์เพื่อบันทึกทุกการกดแป้นพิมพ์อย่างเงียบๆโดยรวบรวมข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน หมายเลขบัตรเครดิต - [นอกจาก ChatGPT มี AI แบบไหนที่น่าใช้และทำงานได้ดี](https://www.uni.net.th/index.php/news/8237/) - ขอซาวน์เสียงคนในบล็อก Gen C ซะหน่อยว่าใครใช้ Ai หรือ ปัญญาประดิษฐ์ช่วยทำงานกันบ้าง?​ เพราะในปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่าเทคโนโลยี Ai หรือ ปัญญาประดิษฐ์ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว บางคนใช้ประจำ บางคนใช้เป็นบางครั้ง หรือบางครั้งเราก็กำลังพึ่งพาเทคโนโลยี Ai ปัญญาประดิษฐ์นี้ผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ แต่วันนี้บล็อก Gen C ขอมาเอาใจคนทำงานอย่างแท้จริงด้วยการรวบรวม Ai หรือ ปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยในการทำงานได้ นอกเหนือจาก chatGPT ที่ทุกคนรู้จัก จะมี Ai ตัวไหนสุดปังอีกบางตามมาดูกันเลย สำหรับสายเขียน สายแปล ต้องทำความรู้จักกับ Ai หรือปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้รับรองว่าจะช่วยเพิ่มความรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับเพื่อน ๆ ได้ (บางแอปพลิเคชันอาจมีค่าใช้จ่าย) Notion – NotionAI จริงๆ แล้ว Notion เป็นแอปพลิเคชันจัดการงานที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนทำงาน และมีฟีเจอร์ Notion Ai ที่ช่วยในการสร้างเนื้อหา ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบันทึก บทความ หรือรายงาน เพื่อน ๆ สามารถใส่หัวข้อหรือคำแนะนำเบื้องต้นได้ และ - [ตามไปดู 10 ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งอนาคต หน้าตาจะเป็นอย่างไรไปดูกัน](https://www.uni.net.th/index.php/news/8221/) - ด้วยความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและข้อกำหนดใหม่ๆ ที่กำลังจะมาถึง ปัญหาพื้นฐานด้านพื้นที่และความยั่งยืนต้องได้รับการแก้ไขก่อนที่ดาต้าเซ็นเตอร์จะสามารถตอบสนองความต้องการในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อจัดการเรื่องราวเหล่านั้น เราจะพาไปลองดูดาต้าเซ็นเตอร์แห่งอนาคต 10 ประเภท ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้ อาจจะไม่มากก็น้อย แต่เป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก1. ดาต้าเซ็นเตอร์ที่เป็นไม้Vertiv ผู้ผลิตโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบครบวงจรของสหรัฐอเมริกาได้เปิดตัวแนวคิดดาต้าเซ็นเตอร์ไม้แบบแยกส่วน ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยองค์กรลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนปี 2023 2. ดาต้าเซ็นเตอร์ใต้น้ำดาต้าเซ็นเตอร์ใต้น้ำนั้นตรงตามชื่อเรียกของมัน นั่นคือ ดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ใต้น้ำ แนวคิดนั้นง่ายมาก เพียงแค่คุณนำโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (เช่น เซิร์ฟเวอร์, สตอเรจ) ติดตั้งลงในภาชนะกันน้ำ จากนั้นก็เอาไปไว้ในใต้น้ำ นี่คือสิ่งที่ Microsoft ทำกับ Project Natick ในปี 2018 3. ดาต้าเซ็นเตอร์แบบลอยฟ้าเป็นระบบดาต้าเซ็นเตอร์เชิงแนวคิดที่เซิร์ฟเวอร์ถูกเก็บไว้ในเรือเหาะบรรจุฮีเลียม โดยใช้ประโยชน์จากอุณหภูมิต่ำตามธรรมชาติในชั้นสตราโตสเฟียร์และความสามารถในการเก็บเกี่ยวพลังงานแสงอาทิตย์ 4. ดาต้าเซ็นเตอร์แบบไม่จำเป็นต้องมีคนดูแลอาจฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่จริงๆ แล้ว มีอยู่จริงๆแล้ว และมีเหตุผลที่ดีที่จะคิดว่ามันจะโดดเด่นมากขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประโยชน์หลักของศูนย์ข้อมูลไร้คนดูแลคือการประหยัดเงิน เนื่องจากสิ่งอำนวยความสะดวกไร้คนดูแลไม่จำเป็นต้องมีพนักงานอยู่จริง จึงมีต้นทุนการดำเนินงานต่ำลง 5. ดาต้าเซ็นเตอร์แบบไร้สายดาต้าเซ็นเตอร์ไร้สายคือดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้เครือข่ายไร้สายแทนสายเคเบิลในการเชื่อมต่อระหว่างเซิร์ฟเวอร์ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ดาต้าเซ็นเตอร์ไร้สายใช้การเชื่อมต่อไร้สายแบบเดียวกับที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ใช้ในบ้านของตนโดยเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้ากับเราเตอร์ไร้สาย 6. ดาต้าเซ็นเตอร์พลังงานนิวเคลียร์ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์เผชิญกับความท้าทายด้านพลังงานสองประการในการสร้างความสามารถของดาต้าเซ็นเตอร์ที่มากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการ ได้แก่ การขาดแคลนพลังงานที่มีอยู่สำหรับการจ่ายไฟให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ และความจำเป็นในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน แต่เทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก - [“ดีอี” เตรียมชงร่างกฎหมายเร่งคืนเงินผู้เสียหาย พร้อมโทษหนัก“โจรออนไลน์”](https://www.uni.net.th/index.php/news/8214/) - “ดีอี” เตรียมเสนอ ร่างกฎหมายพิเศษ เร่งคืนเงินผู้เสียหาย พร้อมบทลงโทษหนัก “โจรออนไลน์” ตามข้อสั่งการนายกฯ คาดเร่งรัดจัดทำร่างกฎหมายให้พร้อมเสนอคณะรัฐมนตรีใน 30 วัน”นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทางเทคโนโลยี 7/2567 ที่มี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวง ดีอี เป็นรองประธานกรรมการฯ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวง ดีอี เป็นเลขานุการคณะกรรมการฯ และผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมหารือกัน เพื่อดำเนินงานตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีโดยในการประชุมได้มีการพิจารณาการแก้กฎหมายเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์รวมทั้งเร่งรัดคืนเงินผู้เสียหาย โดยประเด็นแก้กฎหมายเร่งด่วนสรุปได้ดังนี้(1) การเร่งรัดคืนเงินให้ผู้เสียหาย โดยเฉพาะกรณีที่มีการระงับหรืออายัดบัญชีม้าที่มีเงินในธนาคาร มีมูลค่าหลายพันล้านบาท แต่ยังไม่สามารถคืนเงินผู้เสียหายได้ เนื่องจากการดำเนินคดียังไม่สิ้นสุด หรือ ยังติดขัดข้อกฎหมาย กฎระเบียบที่ล้าสมัย (2) การเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล โดยถือว่าการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล เป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสังคมในวงกว้าง จึงต้องมีการกำหนดบทลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องและคนร้ายในอัตราโทษจำคุกเพิ่มขึ้นจาก 1 - ["ศุภมาส" แถลงข่าวการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2567 ภายใต้แนวคิด "Future Science Community for All" วันที่ 16 - 25 สิงหาคม 2567 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี 104 หน่วยงานทั้งไทยและต่างประเท ...](https://www.uni.net.th/index.php/news/8199/) - เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2567 ภายใต้แนวคิด “Future Science Community for All” โดยมี พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวง อว. ดร.จันทร์เพ็ญ เมฆาอภิรักษ์ รองปลัดกระทรวง อว. นางสาวสุณีย์ เลิศเพียรธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ ที่ปรึกษาด้านระบบบริหารการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และผู้บริหารของกระทรวง อว. ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานร่วมจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2567 เข้าร่วม ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 อาคารอุทยานนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ นางสาวศุภมาส - [เปิดแพลตฟอร์ม“DAPBot”ตอบทุกปัญหาการเพาะปลูก ดันเกษตรกรไทยสู่ดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/uncategorized/8192/) - สวทช. พัฒนา “DAPBot” แพลตฟอร์มผู้ช่วยส่วนตัวคอยตอบทุกปัญหาการเพาะปลูกภายใน 24 ชั่วโมงยกระดับเกษตรไทยสู่ดิจิทัล ชูฟีเจอร์เด่นช่วยจำแนกศัตรูพืช วินิจฉัยโรคพืช พร้อมแนะนำการใช้ชีวภัณฑ์ที่ถูกต้อง รวมทั้งชี้เป้าแหล่งจำหน่ายชีวภัณฑ์คุณภาพดีจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ นางสาวเชษฐ์ธิดา ศรีสุขสาม ผู้ช่วยวิจัย ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาแพลตฟอร์มสนับสนุนการจำแนกศัตรูพืชและการเข้าถึงชีวภัณฑ์เกษตรในรูปแบบ Line Official หรือ DAPBot (แดปบอท) ให้เป็นผู้ช่วยเกษตรกรจำแนกแมลงศัตรูพืช วินิจฉัยโรคพืช และเข้าถึงแหล่งชีวภัณฑ์เกษตรที่น่าเชื่อถือได้ง่าย พร้อมทั้งแนะนำวิธีใช้ชีวภัณฑ์อย่างถูกต้องให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อส่งเสริมการใช้ชีวภัณฑ์ทางการเกษตรทดแทนการใช้สารเคมี ยกระดับการผลิตสู่เกษตรปลอดภัยอย่างยั่งยืน“จากประสบการณ์การวิจัยและทดสอบใช้ชีวภัณฑ์ในแปลงเกษตรร่วมกับเกษตรกรหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยมากว่า 10 ปี พบว่าอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลต่อการยอมรับและการใช้ชีวภัณฑ์ของเกษตรกรคือการเข้าถึงชีวภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เนื่องจากแหล่งจำหน่ายมีอยู่จำกัด เกษตรกรไม่ทราบแหล่งซื้อที่น่าเชื่อถือ ไม่มั่นใจในการสั่งซื้อออนไลน์ หรือซื้อมาแล้วใช้ไม่ได้ผล ทั้งที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ไม่ได้คุณภาพมาตรฐานหรือใช้งานไม่ถูกวิธีอีกปัญหาหนึ่งคือเกษตรกรมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคและแมลงศัตรูพืช เช่น เข้าใจผิดว่าปัญหาในแปลงเกิดจากแมลงศัตรูพืช แต่จริงๆ แล้วเกิดจากโรคพืช เชื้อรา หรือสาเหตุอื่น รวมถึงไม่รู้จักแมลงศัตรูพืชบางชนิด ทำให้แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ใช้ชีวภัณฑ์ไม่ถูกศัตรูพืช - [NASA โชว์เหนือ สตรีมวิดีโอ 4K ครั้งแรก จากเครื่องบินไปสถานีอวกาศ](https://www.uni.net.th/index.php/news/8183/) - ทีมวิจัย Glenn Research Center ของ NASA โชว์เหนือสตรีมวิดีโอ 4K จากเครื่องบินไปยังสถานีอวกาศนานาชาติและกลับมาเป็นครั้งแรกโดยใช้ระบบสื่อสารแบบออปติคอลหรือเลเซอร์ ความสำเร็จนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถถ่ายทอดวิดีโอสดของนักบินอวกาศบนดวงจันทร์ระหว่างภารกิจอาร์เทมิสที่ในอดีต NASA อาศัยคลื่นวิทยุในการส่งข้อมูลไปและกลับจากอวกาศ แต่ปัจจุบันได้พัฒนาระบบสื่อสารแบบเลเซอร์โดยใช้แสงอินฟราเรดในการส่งข้อมูล ซึ่งเร็วกว่าระบบความถี่วิทยุ 10 – 100 เท่าโดย NASA ติดตั้งเทอร์มินัลเลเซอร์แบบพกพาที่ใต้ท้องเครื่องบิน Pilatus PC-12 จากนั้นบินขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อส่งข้อมูลไปยังสถานีภาคพื้นดิน สัญญาณเดินทางไกลจากพื้นโลก 22,000 ไมล์ไปยัง Laser Communications Relay Demonstration (LCRD) ของ NASA จากนั้นจึงส่งข้อมูลกลับมายังโลก ใช้ระบบเครือข่ายที่ทันสมัยช่วยให้สัญญาณสามารถทะลุผ่านพื้นที่ปกคลุมเมฆได้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถสตรีมวิดีโอความคมชัดระดับ 4K ไปและกลับจากสถานีอวกาศ เพื่ออนาคตจะใช้ระบบสื่อสาร ด้วยเลเซอร์ ในการประชุมทางวิดีโอ ประสานงาน หรือเช็คความปลอดภัยของนักบินอวกาศ เป็นต้นเพื่อเป้าหมายจะสตรีมวิดีโอแบบเรียลไทม์ในการเดินทางไป–กลับของนักบิน ผ่านภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของยาน Artemis ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและเมื่อปีที่แล้ว NASA เคยทดสอบระบบเลเซอร์ แต่ยังไม่ถึงความชัดระกับ 4K แต่ตอนนี้ทำได้แล้ว อ่านเพิ่มเติม >> https://www.techhub.in.th/nasa-illuma-t-lcrd/ ที่มา : https://www.techhub.in.th/nasa-streams-first-4k-video-from/ - [สิงคโปร์ ส่งดาวเทียมทดสอบในไทย ก่อนเตรียมนำส่งสู่วงโคจร](https://www.uni.net.th/index.php/news/8175/) - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ประเทศสิงคโปร์ (Nanyang Technological University’s Satellite Research Centre หรือ NTU Singapore) ร่วมทดสอบดาวเทียมชื่อว่า “ELITE” (Extremely Low Earth Imaging Technology Explorer) ณ ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ GISTDA อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ดร.พรเทพ นวกิจกนก ผู้อำนวยการศูนย์ผลิตดาวเทียมแห่งชาติจาก GISTDA กล่าวว่า ดาวเทียม “ELITE” เป็นดาวเทียมของประเทศสิงคโปร์ที่โคจรใกล้โลกมากที่สุดที่ 250 กิโลเมตร เหนือระดับน้ำทะเล และเป็นดาวเทียมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยนำเข้ามาทดสอบในประเทศไทย มีน้ำหนัก 180 กิโลกรัม และมีความสูง 1.3 เมตร ความกว้าง 0.73 เมตร และความยาว - [Neuralink ปลูกถ่ายชิปสมองรายที่ 2 ช่วยผู้ป่วยอัมพาตใช้อุปกรณ์ดิจิทัลได้](https://www.uni.net.th/index.php/news/8167/) - Elon Musk เจ้าของสตาร์ทอัพ Neuralink เปิดเผยว่าประสบความสำเร็จในการปลูกฝังอุปกรณ์ในผู้ป่วยรายที่สองที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตสามารถใช้อุปกรณ์ดิจิทัลได้ด้วยการคิดNeuralink กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบอุปกรณ์ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลัง อุปกรณ์ดังกล่าวช่วยให้ผู้ป่วยรายแรกสามารถเล่นวิดีโอเกม ท่องอินเทอร์เน็ต โพสต์บนโซเชียลมีเดีย และเลื่อนเคอร์เซอร์บนแล็ปท็อปของเขาได้อีลอน มัสก์ แสดงความคิดเห็นระหว่างพอดแคสต์ที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งกินเวลานานกว่า 8 ชั่วโมง โดยให้รายละเอียดเล็กน้อยเกี่ยวกับผู้เข้าร่วมทดลองรายที่ 2 นอกเหนือจากการบอกว่าบุคคลดังกล่าวมีอาการบาดเจ็บที่ไขสันหลังคล้ายกับผู้ป่วยรายแรกที่เป็นอัมพาตจากอุบัติเหตุการดำน้ำ มัสก์กล่าวว่าอิเล็กโทรด (ตัวนำไฟฟ้า) ของประสาทเทียม 400 เส้นบนสมองของผู้ป่วยรายที่สองกำลังทำงานอยู่ ซึ่งบนเว็บไซต์ของ Neuralink ระบุว่าอุปกรณ์ฝังนี้ใช้อิเล็กโทรด 1,024 ชิ้น “ดูเหมือนว่าจะผ่านไปได้ด้วยดีกับการฝังครั้งที่สอง” มัสก์บอกกับพิธีกรพอดแคสต์ Lex Fridman “มีสัญญาณเยอะ มีอิเล็กโทรดเยอะ และมันทำงานได้ดีมาก” อีลอน มัสก์ ไม่ได้เปิดเผยว่า Neuralink ทำการผ่าตัดผู้ป่วยรายที่สองเมื่อใด มัสก์กล่าวว่าเขาคาดว่า Neuralink จะจัดหาอุปกรณ์ปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยอีก 8 รายในปีนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองทางคลินิกผู้ป่วยรายแรก Noland Arbaugh เป็นตัวอย่างที่น่าทึ่ง ได้ให้สัมภาษณ์ในพอดแคสต์ พร้อมด้วยผู้บริหาร Neuralink สามคน ซึ่งให้รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการทำงานของการผ่าตัดฝังและการผ่าตัดที่นำโดยหุ่นยนต์ ก่อนที่ Arbaugh จะได้รับการฝังประสาทเทียมในเดือนมกราคม เขาใช้คอมพิวเตอร์โดยใช้ไม้จิ้มไปที่หน้าจอของอุปกรณ์แท็บเล็ต แต่หลังการปลูกถ่ายชิป เขาเพียงแค่คิดถึงสิ่งที่เขาต้องการให้เกิดขึ้นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ก็จะสามารถทำงานตามที่เขาต้องการได้ทันที อุปกรณ์ดังกล่าวช่วยให้เขามีความเป็นอิสระได้มากขึ้น และลดการพึ่งพาผู้ดูแล - [นักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ชนะประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับโลก](https://www.uni.net.th/index.php/news/8158/) - เด็กไทยสร้างชื่อในงาน World Invention Creativity Olympics & Conference (WICO) จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมนวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นการรวมตัวของผู้ประดิษฐ์และนักวิชาการจาก 25 ประเทศทั่วโลก มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 2,000คนศูนย์นวัตกรรมโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ส่งผลงานอาจารย์และนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันในงาน 13th 2024 World Invention Creativity Olympics & Conference จัดโดย Korea University Invention Association (KUIA) and World Invention Intellectual Property Association (WIIPA) ณ Seoul University of education Convention Hall กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี จำนวน 13 ผลงาน เมื่อวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2567 โดยได้รับรางวัล 1 Grand - [รัฐเอกชน ผนึกกำลัง จัด AI THAILAND FORUM 2024 ขับเคลื่อนไทยเติบโตยั่งยืน](https://www.uni.net.th/index.php/news/8147/) - สมาคม AIEAT และ AIAT ผนึกกำลัง สวทช. และ SCBX แถลงความพร้อมจัดงาน AI THAILAND FORUM 2024 ภายใต้แนวคิด “Sustainable Growth with AI” พบกัน 25 – 26 ตุลาคมนี้ ที่สามย่านมิตรทาวน์สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) และ สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) แถลงข่าวการจัดงาน AI THAILAND FORUM 2024 ภายใต้แนวคิด “Sustainable Growth with AI ขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยปัญญาประดิษฐ์” ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการพัฒนาและสนับสนุนการเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืนทั้งในภาคเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 26 ตุลาคม - [CRAM เทคโนโลยีใหม่ที่ลดการใช้พลังงานในการประมวลผล AI ให้น้อยลงถึง 1,000 เท่า](https://www.uni.net.th/index.php/news/8139/) - ปัญญาประดิษฐ์แบบสร้างสรรค์ (Generative AI) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ทรัพยากรในการทำงานสูงมาก แม้ว่ามันจะถูกนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้มากมาย เช่น การแพทย์, การศึกษา และการคำนวณแต่ความต้องการพลังงานของมันก็สูงจนน่าตกใจ จากรายงานล่าสุดระบุว่า การใช้พลังงานไฟฟ้าของบริษัท Microsoft และ Google สูงกว่าการใช้พลังงานของประเทศต่าง ๆ มากกว่า 100 ประเทศเลยทีเดียว ความต้องการพลังงานที่สูงเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประสิทธิภาพของ AI แม้แต่ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) มหาเศรษฐีชื่อดังก็ได้กล่าวเชิงว่า เราอาจไม่มีพลังงานไฟฟ้าเพียงพอที่จะพัฒนาเทคโนโลยี AI ได้ภายในปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ.2568) ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริง เมื่อเราพิจารณาจากการที่ แซม อัลท์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAI ก็ยังแสดงความสนใจในการสำรวจพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชั่น เพื่อเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกสำหรับ AI ของบริษัท ในขณะที่ Microsoft ได้ร่วมมือกับ Helion เพื่อเริ่มผลิตพลังงานนิวเคลียร์สำหรับการพัฒนา AI ในปี ค.ศ. 2028 - [ทำลายสถิติเดิม คอมพิวเตอร์ควอนตัมใหม่ H2-1 56 บิต ทำงานเร็วขึ้นร้อยเท่า](https://www.uni.net.th/index.php/news/8091/) - นักวิทยาศาสตร์จากบริษัทคอมพิวเตอร์ควอนตัม Quantinuum สามารถพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ H2-1 56 คิวบิต ที่ทำงานได้เร็วกว่าเดิม 100 เท่า(สถิติเดิมทีเคยทำไว้เป็นเครื่อง Sycamore ของ Google เมื่อปี 2019)พลังขับเคลื่อนเบื้องหลังคอมพิวเตอร์รุ่นนี้มาจากการจัดเรียงอย่างกลมกลืนของคิวบิตจำนวน 56 ตัว คิวบิตเหล่านี้เป็นหน่วยประมวลผลพื้นฐานของเครื่อง ช่วยให้มันสามารถคำนวณแบบขนานได้ด้วยกฎของกลศาสตร์ควอนตัมและการพันธะระหว่างคิวบิตโดยประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ควอนตัมจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนของคิวบิต เหมือนกับการเพิ่มเครื่องดนตรีเข้าไปในวงออเคสตรา ยิ่งมีเครื่องดนตรีมาก เสียงก็จะยิ่งอลังการในการทดสอบ H2-1 นักวิทยาศาสตร์จาก Quantinuum ได้ใช้อัลกอริทึมที่รู้จักกันดีในการประเมินระดับสัญญาณรบกวนหรืออัตราข้อผิดพลาดของคิวบิต อย่าง Linear Cross Entropy Benchmark (XEB) ซึ่งให้ผลลัพธ์ระหว่าง 0 (มีข้อผิดพลาดทั้งหมด) ถึง 1 (ไม่มีข้อผิดพลาด)H2-1 แสดงประสิทธิภาพได้อย่างยอดเยี่ยม มันทำคะแนน XEB ได้ประมาณ 0.35 ซึ่งหมายความว่ามันสามารถคำนวณได้อย่างถูกต้อง 35% ในกรอบของเวลาที่กำหนด ถือเป็นการพัฒนาที่ก้าวกระโดด หากเทียบกับคอมพิวเตอร์ควอนตัม Sycamore ของ Google ที่ทำคะแนน XEB ได้เพียง 0.002 ในปี - [วิกฤติระบบไอทีล่มทั่วโลก เป็นสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาทบทวน BCP แล้ว](https://www.uni.net.th/index.php/news/8083/) - เหตุการณ์นี้เป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่า องค์กรในยุคปัจจุบันมีการพึ่งพิงระบบไอทีสูงมาก นอกจากนั้นระบบไอทียังเชื่อมโยงกันข้ามองค์กรเป็นเครือข่าย (software supply chain) ตามห่วงโซ่คุณค่า ก่อให้เกิดความซับซ้อนทั้งกระบวนการทำงานและตัวเทคโนโลยีเองคำถามคือหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกครั้ง เราจะพร้อมรับมือมากน้อยแค่ไหน เพื่อลดผลกระทบให้น้อยที่สุด การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan, BCP) เป็นกระบวนการวางแผนล่วงหน้าเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยคุกคามที่รุนแรง อันอาจส่งผลให้การดำเนินงานขององค์กรใด ๆ ทั้งเอกชน หน่วยงานภาครัฐหรือแม้กระทั่งองค์กรไม่แสวงหากำไรต้องหยุดชะงักลงทั้งนี้ BCP จะคำนึงถึงผลกระทบและระยะเวลาของการหยุดชะงักจากภัยคุกคาม 3 กลุ่มที่มีโอกาสเกิดน้อยมาก เช่น1) แผ่นดินไหว น้ำท่วม ไฟไหม้ การก่อการร้าย ฯลฯ ส่งผลให้ธุรกิจหยุดชะงักจากสำนักงานใหญ่เสียหายหรือไม่สามารถเข้าไปใช้งานได้2) ระบบไอทีล่ม อันเกิดจากตัวระบบเสียหาย หรือเกิดจากภัยไซเบอร์อย่าง Ransomware3) ภัยจากโรคระบาดร้ายแรงทำให้พนักงานไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ เป็นต้นทั้งนี้ตัวแปรด้านระยะเวลาการหยุดชะงักจะส่งผลกระทบแปรผันแบบทวีคูณ (exponential) โดยจะมีระยะเวลาสำคัญตัวหนึ่งคือ Maximum Tolerable Period of Disruption, MTPD เป็นระยะเวลาของการหยุดชะงักสูงสุดที่ธุรกิจหากมาถึงจุดนี้แล้วจะต้องปิดตัวลงไป ไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้อีก นอกจากนี้ยังมีกระบวนการสำคัญซ้อนอยู่กับแผน BCP อีก 2 กระบวนการ ตัวแรกคือ กระบวนการตอบสนองแบบเร่งด่วน (Emergency Response) อันประกอบไปด้วยการประเมินขอบเขตความเสียหายและผลกระทบ และค้นหาสาเหตุพร้อมแนวทางแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาในเบื้องต้นกระบวนการที่ต่อเนื่องมาคือ การบริหารเหตุการณ์ (Incident Management) ที่คลอบคลุมกระบวนการฟื้นฟู - [Marketbuzzz โชว์พฤติกรรมใช้สื่อออนไลน์คนไทย ยุคสื่อดิจิทัลครองเมือง](https://www.uni.net.th/index.php/news/8074/) - Marketbuzzz เผยพฤติกรรมคนไทยใช้สื่อออนไลน์ ในปี 2567 ย้ำแบรนด์ “ช่วงเวลา” สำคัญต่อกลยุทธ์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมายหากมองถึงภาพรวมของสื่อและความบันเทิงในประเทศไทย จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีแพลตฟอร์มใหม่ ๆ ที่เสนอแหล่งข้อมูลที่หลากหลายสำหรับการเชื่อมต่อ ข่าวสาร ความบันเทิง และข้อมูล ซึ่งทั้งหมดนี้ ล้วนแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงความสนใจของผู้ชมและเม็ดเงินโฆษณา ผลจากการศึกษาพฤติกรรมการใช้สื่อของคนไทย จำนวน 700 คนทั่วประเทศ จัดทำโดย Marketbuzzz ได้แสดงให้เห็นการใช้สื่อต่างๆ ท่ามกลางสื่อที่มีความหลากหลายและสภาพแวดล้อมสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป โดยผู้เข้าร่วมการสำรวจจะบันทึกข้อมูลการใช้สื่อตลอดหนึ่งสัปดาห์ ทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึกถึงการใช้สื่อของคนไทยบนแพลตฟอร์มต่างๆ ในช่วงเวลาที่แตกต่างกันในแต่ละวัน และเปรียบเทียบการใช้สื่อในวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์ ผลการสำรวจ Marketbuzzz แสดงให้เห็นถึงผลกระทบของโควิด-19 ต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้สื่อของคนไทย ทั้งในแง่ของการปรับตัวของธุรกิจ พฤติกรรมประจำวัน และสันทนาการความบันเทิงต่างๆ โดยรวมแล้ว ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีปริมาณการใช้สื่อของคนไทยเพิ่มขึ้นสาเหตุหลักมาจากการที่ผู้คนหันมาใช้สื่อเพื่อติดต่อกับเพื่อนและครอบครัว หาข้อมูลข่าวสาร ความบันเทิง และแม้กระทั่งการสั่งอาหารเดลิเวอรี่ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น และเมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลงในปี 2022 ผู้คนก็เริ่มกลับไปใช้ชีวิตวิถี ‘หลังโควิด’ ส่งผลให้จำนวนการใช้สื่อเหล่านี้ก็ค่อยๆ ลดลงยุคสื่อดิจิทัลครองเมืองผลการศึกษาโดย Marketbuzzz ชี้ให้เห็นว่า ช่องทางสื่อที่คนไทยนิยมใช้มากที่สุด ได้แก่ โซเชียลมีเดีย (70%) การท่องอินเทอร์เน็ต (50%) และการรับชมสตรีมมิ่งวิดีโอคอนเทนต์ (47%) อย่างไรก็ตาม วิธีการเข้าถึงและบริโภคสื่อเหล่านี้มีความหลากหลายมากขึ้น ผู้คนต่างแสวงหาช่องทางสื่อที่หลากหลายเพื่อเชื่อมต่อกับสังคม บันเทิง - [NCSA ร่วมกับ กองทุนดีอี รายงานภัยคุกคามทางไซเบอร์ และแนวทางรับมือในไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/8054/) - สกมช. (NCSA) ร่วมกับ กองทุนดีอี รายงานภัยคุกคามทางไซเบอร์ และแนวทางรับมือเพื่อยกระดับการป้องกันภัยทางไซเบอร์ในไทย…highlightสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ร่วมกับ กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม จัดประชุมเสวนาในหัวข้อ “สถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในประเทศไทย และแนวทางในการตรวจจับ (Detection) พร้อมรับมือกับภัยคุกคามฯ (Response) กับสถานการณ์ในปัจจุบัน”Ffpmyh’ / โครงการจะดำเนินการภายใต้โครงการจัดหาระบบวิเคราะห์การโจมตีบนเครือข่ายสำหรับตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์ (GMS) และโครงการจัดหาระบบตรวจจับพฤติกรรม และวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมทางไซเบอร์เชิงรุก (PCW) โดยจัดขึ้นในวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซนเตอร์ แจ้งวัฒนะ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ห้องประชุมวายุภักษ์ 3 กรุงเทพมหานคร NCSA ร่วมกับ กองทุนดีอี รายงานภัยคุกคามทางไซเบอร์ และแนวทางรับมือในไทย พันตำรวจเอก ณัทกฤช พรหมจันทร์ ผู้อำนวยการ สำนักปฏิบิติการ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กล่าวรายงานว่า สกมช. ได้มีโครงการจัดหาระบบวิเคราะห์การโจมตีบนเครือข่ายสำหรับตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์ (GMS) และโครงการจัดหาระบบตรวจจับพฤติกรรมและวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมทางไซเบอร์เชิงรุก (PCW)สำหรับหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศและหน่วยงานภาครัฐ โดยสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อภาครัฐในปัจจุบันรุนแรง และซับซ้อนมากขึ้น สถิติการโจมตีทางไซเบอร์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจัดประชุมเสวนาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อจัดเตรียมระบบวิเคราะห์การโจมตีบนเครือข่ายสำหรับตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์ และโครงการจัดหาระบบตรวจจับพฤติกรรม และวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมทางไซเบอร์เชิงรุก เตรียมทีมงานผู้เชี่ยวชาญเฝ้าระวัง - [“สภาดิจิทัลฯ” จับมือ “สกสว.” และ “บพข.” ลงนาม MOU เสริมแกร่งเศรษฐกิจดิจิทัลไทยด้วยงานวิจัย นวัตกรรม ดิจิทัล และ AI ผลักดันไทยสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัลในเวทีโลก](https://www.uni.net.th/index.php/news/8034/) - กรุงเทพฯ : 1 กรกฎาคม 2567 – “สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (สภาดิจิทัลฯ)” โดย “ม.ร.ว. นงคราญ ชมพูนุท” ประธานสภาดิจิทัลฯ พร้อมด้วย “ดร.วีระ วีระกุล” รองประธานสภาดิจิทัลฯ ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ ร่วมกับ “สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)” โดย “รศ.ดร. พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์” รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และ “หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)” โดย “รศ.ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์” ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) โดยมี “ดร.วศิมน พาณิชพัฒนกุล” อาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ “นางสาวอรดา วงศ์อำไพวิทย์” ผู้ช่วยประธานและหัวหน้าฝ่ายกฎหมาย สภาดิจิทัลฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารสุทธิ ถนนเพชรบุรี “ม.ร.ว. นงคราญ ชมพูนุท” ประธานสภาดิจิทัลฯ กล่าวว่า สภาดิจิทัลฯ ในฐานะองค์กรสำคัญที่ทำงานร่วมกับภาคเอกชน ภาครัฐบาล และภาคประชาชน มีหน้าที่ในการผลักดันและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศเพื่อนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม อันนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงร่วมมือกับ สกสว. และ บพข. ในการสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ - ["หัวเว่ย" ผนึกพันธมิตรดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน](https://www.uni.net.th/index.php/news/8023/) - “หัวเว่ย” ผนึกพันธมิตรดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน เดินหน้าเร่งพัฒนาบุคลากรคุณภาพสูงในประเทศมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพ พร้อมยกระดับความเท่าเทียมนายเอดิสัน สวี่ คณะกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัลและเร่งพัฒนาบุคลากรดิจิทัลคุณภาพสูงในประเทศไทย เพื่อมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพด้านดิจิทัลของประเทศ และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียนอย่างไรก็ดี หัวเว่ยยังได้ดำเนินโครงการถดิจิทัลเพื่อสังคม (Digital Bus) ซึ่งมุ่งยกระดับความเท่าเทียมและองค์ความรู้ด้านดิจิทัลในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ร่วมโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริฯ นอกจากนี้ ที่ผ่านมาหัวเว่ย ประเทศไทย ยังได้ร่วมมือกับ อว. รวมถึงหน่วยงานภายใต้กระทรวง เช่น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ,สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ในการพัฒนากำลังคน ผ่านความร่วมมือในโครงการต่างๆ ได้แก่ การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมหัวเว่ย อาเซียน อะคาเดมี ประเทศไทย Huawei ASEAN Academy (Thailand) เพื่อร่วมกันพัฒนาบุคคลากรที่มีทักษะด้านดิจิทัล ทั้งในด้านคลาวด์และ AIโดย Huawei ASEAN Academy (Thailand) ได้พัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลไปแล้วกว่า 96,000 คน ในประเทศไทย - [คนไทย 73.84% ใช้ AI ในชีวิตประจำวัน ยิ่งรายได้สูง ยิ่งใช้ AI เยอะ](https://www.uni.net.th/index.php/uncategorized/8012/) - BBDO Bangkok เผยผลสำรวจเจาะลึกความคิดเห็นผู้บริโภคไทยและพฤติกรรมการใช้ AI จากกลุ่มตัวอย่างในกรุงเทพและหัวเมืองหลักๆ ทั่วประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคิด ความเข้าใจที่มีต่อ AI และพฤติกรรมการนำ AI มาใช้ในชีวิตประจำวันของคนไทยในปัจจุบันผลสำรวจการใช้ AI ของคนไทยในปัจจุบัน พบว่าปัจจุบัน คนไทย 73.84% ได้ใช้ประโยชน์จาก AI ในชีวิต ด้วยเหตุผลว่า AI ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ช่วยประหยัดเวลา และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดีขึ้น นอกจากนี้ผลสำรวจยังพบว่า คนที่มีรายได้น้อยกว่า 25,000 บาท มีแนวโน้มที่จะใช้ประโยชน์จาก AI น้อยกว่าคนที่มีรายได้ตั้งแต่ 25,000 บาทขึ้นไปในขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมีคนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก AI อีกกว่า 25% โดยพบว่า เหตุผลของผู้ชายและผู้หญิงที่ไม่ใช้ AI นั้นแตกต่างกันไป โดยเพศหญิงเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวเป็นเหตุผลหลัก 44.23% ในขณะที่เพศชายกังวลเรื่อง AI มีราคาที่สูงเกิน 32% สรุปพฤติกรรมการใช้ AI ในแต่ละ Genผล Research ยังบอกเราอีกว่า แต่ละ Generation ก็มีเรื่องให้ใช้ AI ที่แตกต่างกันไป กลุ่ม Gen-Z และ Gen-Y ใช้ AI กับการทำงานมากที่สุด (37.5% - [สกสว. เดินหน้าลดรอยต่อ – ความเหลื่อมล้ำภาคการศึกษาผ่าน “วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” พร้อมเสริมสมรรถนะการศึกษาไทย ผ่านหลากสุดยอดแพลตฟอร์ม หนุนประเทศไทยเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต](https://www.uni.net.th/index.php/news/8003/) - สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว) และภาคีเครือข่ายด้านการศึกษาจาก 22 หน่วยงานร่วมนำเสนอ “ระบบการศึกษาแบบไร้รอยต่อ” (Seamless Education) ในงาน TEP Forum 2024“สร้างประเทศไทยเป็นสังคมการเรียนรู้: เรียนรู้สู่สมรรถนะอย่างไร้รอยต่อ” เพื่อร่วมกันสำรวจสถานการณ์ กำหนดทิศทาง และออกแบบกลไกเชื่อมโยงความร่วมมือสู่การขับเคลื่อนงานด้าน Learning Platform ของประเทศ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มาช่วยเสริมศักยภาพการศึกษา สมานรอยต่อทางด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศาสตร์และความรู้ รวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์รศ.ดร. ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า สกสว. เป็นองค์กรที่รับผิดชอบด้านการกำหนดนโยบาย การจัดสรรงบประมาณเพื่อการสนับสนุนงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทย โดยมีคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) คณะกรรมการอำนวยการ สกสว.และคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำกับดูแล ในการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเรื่องการศึกษาและการเรียนรู้ มีการสนับสนุนการดำเนินงานในการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา โดยมีหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการดำเนินงานดังกล่าวและมีการสนับสนุนงบประมาณสนับสนุนงานมูลฐานไปยังหน่วยงานต่างๆ โดยมีมหาวิทยาลัย และหน่วยงานทางด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ - [ทีมหุ่นยนต์กู้ภัย iRAP Robot มจพ. ตัวแทนประเทศไทยคว้าแชมป์โลกหุ่นยนต์กู้ภัย World RoboCup Rescue 2024 สมัยที่ 10](https://www.uni.net.th/index.php/news/7993/) - วันที่ 21 กรกฎาคม 2567 นักศึกษาทีมหุ่นยนต์กู้ภัย iRAP Robot มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน World RoboCup Rescue 2024 ระหว่างวันที่ 16-21 กรกฎาคม 2567 ณ เมืองไอนด์โฮเวน ประเทศเนเธอร์แลนด์โดยสามารถคว้าแชมป์โลกหุ่นยนต์กู้ภัย ประจำปี 2567 World RoboCup Rescue 2024 เป็นสมัยที่ 10 ให้กับประเทศไทยได้สำเร็จ และพ่วงอีก 2 รางวัล ได้แก่ BEST IN CLASS MOBILITY (รางวัลนวัตกรรมสมรรถนะการขับเคลื่อนหุ่นยนต์ยอดเยี่ยมระดับโลก) และ BEST IN CLASS Dexterity (รางวัลสมรรถนะการทำงานแขนกลยอดเยี่ยมระดับโลก) ได้อย่างสมศักดิ์ศรีทั้งนี้จากการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศทีมหุ่นยนต์กู้ภัย iRAP Robot มจพ. จากประเทศไทยที่สามารถคว้าแชมป์โลกได้นั้น ได้คะแนนสูงสุด 1076 คะแนน ส่วนรองแชมป์โลกอันดับ 2 - [จับตา 10 เทคโนโลยี เปลี่ยนแปลงโลกอนาคต](https://www.uni.net.th/index.php/news/7985/) - สวทช. เผย 10 เทคโนโลยีที่คาดว่าจะเปลี่ยนแปลงโลกในอนาคต และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน ในงานมหกรรม อว. แฟร์: SCI-POWER For Future Thailandศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บรรยายพิเศษเรื่อง 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง (10 Technologies to Watch) ในงานมหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์ อววน. เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนด้วยพลังสหวิทยาการ (อว. แฟร์: SCI-POWER For Future Thailand) ว่าหากจะย้อนกลับไปดูคำทำนายของเราเพื่อการเปรียบเทียบในกรณีของการเปิดตัวของ generative AI ชื่อดังคือ Chat GPT ที่สร้างความฮือฮาและยังสร้างแรงกระเพื่อมจนถึงทุกวันนี้ ตั้งแต่เปิดให้คนทั่วไปใช้งานวันที่ 30 พฤศจิกายน 2022 จะเห็นได้ว่ากรณีนี้ถือเป็นเรื่องที่สุดขั้วทีเดียว เพราะ generative AI เป็น 1 ใน 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองที่เรา “ทำนาย” ไว้ในปีเดียวกันนั้นเองย้อนกลับไปอีก 3 ปีก่อนหน้านั้น เราเล่าถึง AI ในหัวข้อเทคโนโลยีแบบ Future AI ว่า AI มีอยู่หลากหลายประเภทมาก ซึ่งก็รวมทั้ง generative AI ที่คนส่วนใหญ่ในตอนนั้นยังไม่รู้จัก - [ผู้พัฒนาจีนหันมาใช้ AI ในประเทศ หลัง OpenAI ปิดกั้นการเข้าถึง](https://www.uni.net.th/index.php/news/7978/) - การเคลื่อนไหวของบริษัทสหรัฐฯ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างปักกิ่ง-วอชิงตัน ก่อให้เกิดการแข่งขันเพื่อดึงดูดผู้ใช้ไปยัง AI โมเดลที่พัฒนาในประเทศKey takeawayOpenAI ประกาศปิดกั้นการเข้าถึงบริการของตนจากจีน ทำให้นักพัฒนาจีนไม่สามารถใช้เครื่องมือของ OpenAI ได้อีกต่อไปบริษัท AI ชั้นนำของจีนอย่าง SenseTime, Baidu และ Zhipu AI ฉวยโอกาสนี้ในการดึงดูดผู้ใช้ที่ถูกปฏิเสธจาก OpenAI ด้วยการเสนอ free tokens จำนวนมากและบริการย้ายข้อมูลฟรีผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่าการถอนตัวของ OpenAI เป็นโอกาสให้ LLM ในประเทศจีนได้รับการทดสอบจริง และอาจผลักดันให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยี AI ในประเทศมากขึ้นอย่างไรก็ตาม มาตรการจำกัดของสหรัฐฯ ต่ออุตสาหกรรม AI ของจีน เช่น การจำกัดการส่งออก semiconductors บางประเภท ก็เริ่มส่งผลกระทบต่อบริษัทจีนบางแห่งแล้ว ในงาน World AI Conference ที่เซี่ยงไฮ้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว SenseTime หนึ่งในบริษัท Artificial Intelligence (AI) ชั้นนำของจีนได้เปิดตัว Model ล่าสุดอย่าง SenseNova 5.5Model ดังกล่าวได้แสดงความสามารถในการระบุและอธิบายตุ๊กตาสุนัขยัดไส้ - [สคช.ดึง TOP5 ผู้นำระดับของโลก แชร์ความรู้รับมือโลกดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/news/7971/) - สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เตรียมดึงผู้แทนจากประเทศผู้นำทางด้านดิจิทัลระดับ TOP5 ของโลก แชร์ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ ด้านดิจิทัล บนเวทีสัมมนานานาชาติ 30-31 กรกฎาคม 2567 นี้นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เปิดเผยว่า สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เตรียมจัดงานสัมมนานานาชาติ เรื่อง “Competency Development for Lifelong Learning and Future of Jobs” โดยดึงผู้แทนจากประเทศผู้นำทางด้านดิจิทัลระดับ TOP5 ของโลก เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ และถ่ายทอดความรู้ถึงการขับเคลื่อนประเทศที่ต้องเรียนรู้ พึ่งพาทักษะบนโลกดิจิทัลรองรับการก้าวสู่ Future of Jobs หรืองานแห่งอนาคต และนำไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต นางสาวจุลลดา กล่าวว่า โลกปัจจุบันการพัฒนาสมรรถนะในการทำงานเป็นประเด็นสำคัญในทุกสาขาอาชีพ หากประเทศไทยไม่เตรียมพร้อม หรือไร้ทิศทางในการตั้งรับโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อาจจะทำให้เสียโอกาสในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ ดังนั้นงานสัมมนาสัมมนานานาชาติที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพได้เชิญผู้แทนจากประเทศผู้นำทางด้านดิจิทัลระดับ TOP5 ของโลก อย่างสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งประสบความสำเร็จและขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศผู้นำธรรมาภิบาลด้านดิจิทัล โดยเฉพาะในแง่ของการให้บริการสาธารณะที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังนอกจากผู้แทนจากหน่วยงานด้านพัฒนากำลังคนสาธารณรัฐเกาหลี ยังมี Qualifications Framework Secretariat (QFS) สังกัดสำนักงานการศึกษา - [นักวิจัยเปิดตัวเครื่องมือ AI ตัวใหม่ สามารถช่วยตรวจจับอัลไซเมอร์ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ](https://www.uni.net.th/index.php/news/7963/) - เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมในการต่อสู้กับโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) โดยมันสามารถทำนายได้ว่าผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความจำ และความคล่องแคล่วทางปัญญาเล็กน้อย มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ในอนาคตหรือไม่ ? โดยไม่จำเป็นต้องใช้การทดสอบวินิจฉัยที่ซับซ้อน หรือมีค่าใช้จ่ายที่สูงนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) ใช้ขั้นตอนการเรียนรู้ของ Machine Lear เพื่อวิเคราะห์ผลการทดสอบทางปัญญา และภาพสแกนสมอง MRI (Magnetic Resonance Imaging) การตรวจร่างกายโดยใช้สนามแม่เหล็กความเข้มสูง และคลื่นวิทยุความถี่จำเพาะ ของผู้ป่วย 1,500 คนในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์ผลลัพธ์คือ เครื่องมือนี้สามารถแยกผู้ที่มีปัญหาความคล่องแคล่วทางปัญญาเล็กน้อยที่ยังคงสภาพเดิมออกจากผู้ที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ในอีกสามปีข้างหน้าได้ โดยมีความแม่นยำในการทำนายมากกว่า 80% ซึ่งดีกว่าวิธีการทางคลินิกที่มีอยู่เดิมถึงสามเท่าศาสตราจารย์โซอี้ คอร์ทซี่ (Zoe Kourtzi) หัวหน้าผู้เขียนการวิจัยนี้ได้กล่าวว่า เครื่องมือ AI ยังสามารถทำนายได้ว่าอาการของผู้ป่วยจะแย่ลงลงช้า หรือเร็วอีกด้วย นอกจากนี้เครื่องมือนี้ยังช่วยป้องกันการรักษาที่ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางด้านความคิด ซึ่งอาจเกิดจากภาวะอื่น ๆ เช่น โรควิตกกังวล และโรคซึมเศร้าดร.เบน อันเดอร์วู้ด (Dr Ben Underwood) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์ประจำกองทุนบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) แห่งเมืองเคมบริดจ์เชียร์ และปีเตอร์โบโรห์ (Cambridgeshire - [อินเดียเปิดตัว AI ทำนายผลผลิตเกษตร รับมือวิกฤติอาหารโลก](https://www.uni.net.th/index.php/news/7952/) - Cropin สตาร์ตอัปสัญชาติอินเดียที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก Google พัฒนา “Sage” เอไอทำนายผลผลิตทางการเกษตรที่ใช้ Gemini เป็นคลังข้อมูลขนาดใหญ่ รับมือภาวะไม่มั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Cropin Technology Solutions สตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีการเกษตรจากอินเดีย เปิดตัว “Sage” ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถทำนายผลผลิตในอนาคตของพืชเศรษฐกิจสำคัญ 13 ชนิด ซึ่งครอบคลุม 80% ของความต้องการอาหารทั่วโลก โดยได้รับการสนับสนุนจาก Googleท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น Sage ถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้โมเดล Gemini AI ของ Google เป็นฐานในการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบนี้สามารถวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อผลผลิต เช่น สภาพภูมิอากาศ วิธีการเพาะปลูก และคุณภาพดิน โดยผู้ใช้สามารถสอบถามข้อมูลเป็นภาษาท้องถิ่นของตนได้Krishna Kumar ซีอีโอของ Cropin กล่าวว่า การทำนายผลผลิตพืชล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการขาดแคลนวัตถุดิบหลักแม้เพียงชนิดเดียวอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมSage มีความสามารถในการคาดการณ์ผลผลิตตั้งแต่ฤดูกาลปัจจุบันไปจนถึง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริษัทผู้ผลิตอาหาร ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ สถาบันการเงิน และหน่วยงานภาครัฐ ในการวางแผนการผลิต บริหารห่วงโซ่อุปทาน และตัดสินใจเชิงนโยบายตัวอย่างการใช้งานที่น่าสนใจ คือ การช่วยบริษัทผลิตมันฝรั่งทอดกรอบระบุพื้นที่และสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงสุด เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีวัตถุดิบเพียงพอตลอดทั้งปีแม้ว่า - [วิกฤตใหม่ เมื่อ AI เร่งเครื่องทำลายโลก ผลกระทบเบื้องหลัง ChatGPT](https://www.uni.net.th/index.php/news/7939/) - ตั้งแต่ ChatGPT เปิดตัวเมื่อพฤศจิกายน 2565 การลงทุน พัฒนา และใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และ คาดการณ์ว่าพลังประมวลผลที่ใช้สำหรับ AI นั้นก็เพิ่มขึ้นเท่าตัวในทุก ๆ 100 วันและนั่นก็กลายผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจที่ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตื่นตัว หน่วยงานกำกับดูแลในยุโรปเพิ่งกดดันให้ Meta ชะลอแผนการฝึกฝนโมเดล AI ด้วยข้อมูลจาก Facebook และ Instagramอย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมยังไม่เป็นที่พูดถึงมากนัก ทั้งที่การถามคำถามเดียวกับแชทบอท AI อาจใช้พลังงานมากกว่าการค้นหาด้วย Google แบบเดิมถึง 10 เท่า และอาจใช้พลังงานมากกว่าซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิมถึง 33 เท่าในการทำงานให้เสร็จสิ้นแอปพลิเคชัน AI ส่วนใหญ่ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ในศูนย์ข้อมูล ซึ่งในปี 2566 ก่อนที่ AI จะบูมจริงจัง สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศประเมินว่า ศูนย์ข้อมูลต่าง ๆ คิดเป็น 1-1.5% ของการใช้ไฟฟ้าทั่วโลก และประมาณ 1% ของการปล่อย CO₂ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทั่วโลกการเติบโตอย่างรวดเร็วของการใช้ AI เปลี่ยนแปลงตัวเลขเหล่านี้อย่างไร - [เกาหลีใต้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ จากความต้องการ AI ที่สูงขึ้นทั่วโลก](https://www.uni.net.th/index.php/news/7929/) - Key takeawaysเกาหลีใต้ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP เป็น 2.6% จากความต้องการ AI ทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้การส่งออก semiconductor ทำสถิติสูงสุดบริษัท IT ยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้อย่าง Samsung, SK Hynix, Naver และ Kakao ต่างได้รับอานิสงส์จากกระแส AI โดยมียอดขายและกำไรเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดNaver และ Kakao ได้ลงทุนพัฒนา chatbot AI เพื่อแข่งขันกับ ChatGPT ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายด้าน IT ในประเทศการปรับเพิ่มตัวเลข GDP สะท้อนความสำคัญของ AI ต่อเศรษฐกิจโลก และความพยายามของเกาหลีใต้ในการเป็นผู้นำด้าน IT และ AI ระดับโลกประเทศเกาหลีใต้ได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมาก เนื่องจากความต้องการ Artificial Intelligence (AI) ทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้การส่งออก semiconductor ของเกาหลีใต้ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์รัฐบาลคาดการณ์ว่า Gross Domestic Product (GDP) จะขยายตัว 2.6% - [สมาคมศิษย์เก่าวิศวเกษตรระดมสมองกูรู AI พร้อมเปิดโฉม 25 ปัญญาประดิษฐ์รางวัลระดับโลก](https://www.uni.net.th/index.php/news/7914/) - สมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สร้างปรากฏการณ์ใหม่งานวิชาการ เมื่อสามารถระดมกูรูด้าน AI ร่วมระดมสมองเปิดมุมมองความสำคัญในการใช้นวัตกรรมพัฒนาชาติ ในงานสัมมนาวิชาการประจำปี Dongtan Engineer Forum 2024 “ AI . ARTIFICIAL INTELLIGENCE ปัญญาประดิษฐ์ พลิกโฉมเศรษฐกิจของชาติ” โดยมี 9 องค์ปาฐก ซึ่งเป็นผู้นำระดับสูงในองค์กรต่างๆ ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ เผยงานนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่งกว่า 300 ชีวิต และต่างตื่นตากับการเปิดตัวผลงานปัญญาประดิษฐ์จากฝีมือนิสิตเก่าที่คว้ารางวัลระดับโลก นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ นายกสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปิดเผยว่าการจัดงานวิชาการประจำปี 2567 Dongtan Engineer Forum 2024 ของสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ดังเห็นได้จากการที่มีผู้ให้ความสนใจเต็มห้องประชุมทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนมาร่วมรับฟัง ทั้งนี้คงเป็นเพราะว่าหัวข้อวิชาการที่ร่วมกันระดมสมองในวันนี้ เป็นประเด็นที่ผู้คนในสังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก นั้นก็คือการตั้งธงความคิดว่าจากใช้ AI มาพัฒนาชาติได้อย่างไร ภายใต้หัวข้อ “ AI . ARTIFICIAL - [กสทช. เผยผลยืนยันตัวตนซิมการ์ด พบถือครองซิมมือถือสูงสุดหลักหมื่นเลขหมาย](https://www.uni.net.th/index.php/news/7903/) - วันนี้ 15 กรกฏาคม 2567 พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.และในฐานะประธานอนุกรรมการบูรณาการแนวทางในการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีโทรคมนาคมและความมั่นคงของรัฐ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมติดตความความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้ดำเนินงานในมาตรการต่างๆ ดังนี้มาตรการยืนยันตนของผู้ถือครองซิม ตั้งแต่ 6 หมายเลขขึ้นไป ซึ่งครบกำหนดเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 67 กสทช. ได้ทยอยระงับการใช้งานซิมที่ไม่มีการยืนยันตนในกำหนดเวลา มาตรการตรวจสอบซิมผีบัญชีม้า Mobile banking กสทช.ร่วมกับ ปปง. โดย กสทช. ได้รับข้อมูลของธนาคารทั้งหมดมาจาก ปปง. แล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบแยกเครือข่าย มาตรการกำจัด เสา สาย กระจายสัญญาณโทรคมนาคมเถื่อน กสทช. ร่วมกับ สตช. กวาดล้างจับกุม ล้มเสาเถื่อน ตลอดแนวชายแดนตรวจค้นจับกุมอุปกรณ์โทรคมนาคมเถื่อนที่ไม่ได้อนุญาต จาก กสทช. ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 67 มีการตรวจค้นจับกุมและยึดของกลางได้เป็นจำนวนมากในพื้นที่เขตสวนหลวง และเขตวัฒนา โดยมาตรการต่างๆ ดังกล่าว จะช่วยยับยั้งการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างเป็นรูปธรรมวันสุดท้ายยืนยันตัวตนซิมการ์ด 6-100 เลขหมาย รีบลงทะเบียนก่อนถูกตัดสัญญาณ พล.ต.อ.ณัฐธร - [ชี้ช่องรวย ! Google ประกาศเงินรางวัลล่าบั๊กบน KVM รางวัลจุก ๆ สูงสุดกว่า 2 แสนเหรียญ !](https://www.uni.net.th/index.php/news/7897/) - ซอฟต์แวร์ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ นั้นมีช่องโหว่เสมอ แต่การใช้ทีมงานหาเองอาจจะไม่ครอบคลุม เพราะบ่อยครั้งที่ช่องโหว่ต่าง ๆ มักจะถูกพบโดยผู้ใช้งาน และกลุ่มแฮกเกอร์ จึงได้นำมาสู่แคมเปญนี้จากรายงานโดยเว็บไซต์ Dark Reading ทาง Google ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา Kernel-based Virtual Machine (KVM) ซึ่งเป็นเครื่องมือจำลองการทำงานของระบบสำหรับใช้ในการทดสอบโดยนักพัฒนา ซึ่งเครื่องมือนี้ Google ได้พัฒนาสำหรับใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Linux มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 (พ.ศ. 2550) และได้กำลังพัฒนาเวอร์ชันล่าสุดในปัจจุบัน เพื่อใช้งานกับระบบ Android และ Google Cloud ทำให้ทาง Google ต้องใส่ใจกับความปลอดภัยให้มากขึ้น นำมาสู่แคมเปญล่าช่องโหว่ กำจัดจุดอ่อน ให้ผู้เชี่ยวชาญได้มาร่วมกันทำงาน โดยมีรางวัลใหญ่ล่อใจ ภายใต้ชื่อโครงการ Vulnerability Reward Program (VRP)ซึ่งสำหรับงานประกวดการล่ากำจัดจุดอ่อนนั้นได้ถูกประกาศมาตั้งแต่ช่วงตุลาคมปีที่ผ่านมา โดยงานในรอบนี้สำหรับตัวโครงการได้ถูกตั้งชื่อว่า “kvmCTF” ซึ่งได้เริ่มให้ผู้สนใจเข้าร่วมแล้วตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 2024 (พ.ศ. - [เมื่อ AI กลายเป็นภัยคุกคาม](https://www.uni.net.th/index.php/news/7891/) - ปัจจุบันมีการใช้งาน AI อย่างแพร่หลายทั้งในองค์กรขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ เพื่อความสะดวกในการดำเนินงานทำให้องค์กรตกเป็นเป้าหมายในการถูกโจมตีมากขึ้นแม้ว่าจะมีระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ดีแล้วก็ตาม แต่ AI ก็ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถหลบเลี่ยงการป้องกันแบบเดิมๆ ได้อย่างง่ายดายวันนี้แม้ว่าองค์กรต่างๆ จะทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อให้ความรู้ ฝึกอบรมกับพนักงานถึงวิธีการสังเกตสัญญาณการโจมตีแบบฟิชชิ่ง เช่น พิมพ์ผิด ใช้ภาษาและไวยากรณ์ไม่ถูกต้อง และอีเมลที่น่าสงสัย แต่การให้สังเกตุเรื่องง่ายๆ เหล่านั้นอาจกลายเป็นสิ่งที่ธรรมดาไปแล้วเพราะขณะนี้นี้ ใครๆ ก็สามารถสร้างอีเมลฟิชชิงแบบ Spear ได้โดยใช้ไวยากรณ์และรูปแบบได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมแล้วตัวอย่างเช่น ChatGPT เวอร์ชันที่เป็นอันตรายและการคิดค้น AI แบบใหม่ๆ ได้ผุดขึ้นเรื่อยๆ ตามเว็บมืดต่างๆ เพื่อช่วยลดอุปสรรคในการโจมตีอย่างการใช้ AI แอบอ้างเป็นบุคคลอื่นในการโจมตีถือเป็นเรื่องที่พบบ่อยมากที่สุด โดยการใช้ประโยชน์จากความไว้วางใจของผู้ใช้งานผ่านการให้ความช่วยเหลือจาก ChatGPT ในการเขียนจดหมายและให้คำแนะนำวิธีใช้งาน ซึ่งทำให้แฮกเกอร์ใช้วิธีการที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในการสร้างอีเมลและจดหมายโต้ตอบแบบต่างๆอีกทั้งยังมีภัยคุกคามที่น่ากังวลใจมากกว่าเรื่องภาษา นั่นคือการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่นโดยใช้เทคโนโลยี AI deepfake สร้างการวิดีโอที่เหมือนจริงของบุคคลที่มีชื่อเสียงได้อย่างน่าทึ่งทั้งสำเนียง ท่าทาง ใบหน้าและตัวอย่างเสียงที่สามารถสร้างคำพูดแปลกใหม่โดยที่เหยื่อไม่ทราบมาก่อนเลยปัจจุบัน การปลอมแปลงเสียงของเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้ากลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น ซึ่งแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็อาจไม่สามารถตรวจพบได้นอกจากนี้ AI ยังสามารถเลียนแบบสไตล์การโพสต์ข้อมูลบนเว็บไซต์ ในข่าวประชาสัมพันธ์ และช่องทางโซเชียลมีเดียเพื่อนำเสนอเวอร์ชันปลอมโดยผู้ใช้งานแยกไม่ออกเลยว่ามาจากองค์กรจริงหรือไม่แต่เรื่องที่น่าสนใจคือ AI สามารถเขียนมัลแวร์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อตรวจสอบและใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนขององค์กรต่างๆ แม้อาจจะต้องปรับแต่งบ้างแต่ถือว่าคุ้มค่ามากอีกแง่หนึ่ง ความสามารถของ ChatGPT ในการสร้างโค้ดทำให้กลายเป็นชุด DIY kit ที่มีค่ามากสำหรับนักพัฒนาและวิศวกรในการทดสอบสคริปต์ - [PDPA สื่อมวลชนและการขอใช้สิทธิลบเนื้อหาข่าว](https://www.uni.net.th/index.php/news/7884/) - สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เผยแพร่ความเห็นของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ตอบข้อหารือและให้คำแนะนำหน่วยงานของรัฐเพื่อรองรับการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือ PDPA มาตรา 4 (3) เรื่องข้อยกเว้นการใช้บังคับ PDPA กับกิจการสื่อมวลชนในข้อหารือดังกล่าว สถานีตำรวจภูธรแห่งหนึ่งได้รับแจ้งความร้องทุกข์กรณีผู้เสียหายถูกสำนักข่าวอ่านข่าวใส่ความว่า “โกงค่าอาหาร” ทั้งที่ยังไม่มีคำพิพากษาของศาลและในระหว่างที่มีการประกาศข่าว สำนักข่าวได้นำข้อมูลส่วนบุคคลออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยการออกฉาย เจตนาให้ผู้ชมได้เห็นใบหน้าโดยตรง และมีข้อความชี้ที่ตัวบุคคลว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยมิได้มีการปิดบังหรืออำพราง ทำให้ได้รับความอับอายเสื่อมเสียชื่อเสียงเกิดความเสียหายผู้เสียหายจึงได้ร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นสื่อสารมวลชน ซึ่งอาจได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 4 (3) PDPA สถานีตำรวจภูธรดังกล่าวจึงขอหารือมายัง สคส. เพื่อให้ความเห็นว่าการกระทำของสำนักข่าวดังกล่าวอยู่ภายใต้ข้อยกเว้นตามมาตรา 4 (3) PDPA หรือไม่ในกรณีดังกล่าว สถานีตำรวจภูธรได้ขอความเห็นไปยัง สำนักงาน กสทช. (อ้างถึงไว้ในความเห็นของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ) ก่อนที่จะหารือมายัง สคส. ด้วยว่า การกระทำของสื่อมวลชนดังกล่าวขัดหรือแย้งกับกฎหมาย ที่อยู่ในอำนาจการบังคับใช้ของสำนักงาน กสทช. หรือไม่สำนักงาน กสทช. ได้ให้ความเป็นว่า หมวดที่ 3 แห่งพ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 กำหนดแนวทางการส่งเสริมและควบคุมจริยธรรมแห่งวิชาชีพ และการคุ้มครองผู้เสียหายจากการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ให้เป็นหน้าที่ของ “คณะกรรมการควบคุมจริยธรรม” ที่เกิดจากการรวมกลุ่มตามที่สื่อมวลชนสังกัดด้วยเหตุนี้ ตามเจตนารมณ์แห่งกฎหมายดังกล่าวทั้งสองฉบับ รวมถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มุ่งคุ้มครองเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร หรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพจึงเป็นการมุ่งหมายให้สื่อมวลชนไม่ถูกควบคุมดูแลภายใต้อำนาจของรัฐบาลหรือหน่วยงานใดๆ ของรัฐ อันจะทำให้ถูกจำกัดสิทธิ เสรีภาพในการเสนอข่าวสารหรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพในการควบคุมจริยธรรมแห่งวิชาชีพในปัจจุบัน กฎหมายได้กำหนดเจตนารมณ์ให้มี - ['ดีอี'ตั้งเป้าหนุนพัฒนาระบบราชการ ดันรัฐบาลดิจิทัลไทยขึ้นอันดับ 40 โลก](https://www.uni.net.th/index.php/news/7878/) - ดีอีตอบรับมติครม.ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ (พ.ศ. 2567-2570) กำหนดเป้าหมายให้ ดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government Development Index: EGDI) ไม่ต่ำกว่าอันดับที่ 40 ของโลก และมีคะแนนไม่ต่ำกว่า 0.82 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบ ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ (พ.ศ. 2567-2570) ที่เสนอโดยคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) โดยได้มอบหมายให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐนำไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินภารกิจของหน่วยงานนั้น จากร่างยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าว ได้มีการกำหนดเป้าหมายให้ ดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government Development Index: EGDI) ไม่ต่ำกว่าอันดับที่ 40 ของโลก และมีคะแนนไม่ต่ำกว่า 0.82 (คะแนนเต็ม 1) ซึ่งจากการประเมิน ดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 193 ประเทศ โดยองค์การสหประชาชาติ ในปี 2565 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 55 (คะแนน 0.766 คะแนน) ส่วนอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (IMD Competitiveness - [NT ผนึก สวทช. ปูทางร่วมพัฒนาศักยภาพด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง และเอไอ](https://www.uni.net.th/index.php/news/7869/) - NT ประกาศความร่วมมือ สวทช. บูรณาการศักยภาพทรัพยากรและเทคโนโลยี ต่อยอดด้านคลาวด์ คอมพิวติ้ง และเอไอ พร้อมเยี่ยมชมลันตาซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (LANTA)พ.อ. สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ สวทช.หารือแนวทางบูรณาการใช้ประโยชน์ทรัพยากรและเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน โดยศักยภาพของ NT คือบริการโทรคมนาคมและระบบคลาวด์อันเป็นทรัพยากรหลักของประเทศ รวมถึงบริการดิจิทัลโซลูชันของ NT ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งสามารถผนวกกับความพร้อมด้านการวิจัยของ สวทช. เพื่อเพิ่มโอกาสและความเป็นไปได้ของการพัฒนาโซลูชันใหม่ๆ ในอนาคต โดยเน้นความร่วมมือด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง และเอไอ ทั้งระดับงานวิจัยและการต่อยอดเชิงพาณิชย์ “NT” ตั้งเป้ารายได้คลาวด์ภาครัฐ ภายใน 5 ปี มูลค่า 3 หมื่นล้านบาท ด้านศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ กล่าวว่า นับเป็นความร่วมมือระดับนโยบายครั้งแรกระหว่างสองหน่วยงาน ซึ่ง สวทช. พร้อมร่วมมือกับ NT ต่อยอดเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่แล้วคือคลาวด์คอมพิวติ้งและเอไอ โดยเฉพาะบริการคลาวด์คอมพิวติ้งนับเป็นโครงสร้างสาธารณูปโภคที่สำคัญมากซึ่งคลาวด์ไทยจำเป็นต้องพัฒนาแนวทางใหม่ที่ทันกับการแข่งขันในปัจจุบัน โดยมีแนวทางใช้สถานะความเป็นภาครัฐของ สวทช. และ NT ยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน - [พม. จับมือ AIS Academy เปิดเวที “Jump Thailand Hackathon 2024”](https://www.uni.net.th/index.php/news/7853/) - พม. จับมือ เอไอเอส AIS Academy เปิดเวทีภารกิจคิดเผื่อ “Jump Thailand Hackathon 2024” โชว์ 15 นวัตกรรมฝีมือคนรุ่นใหม่ สร้างโอกาสยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และคนพิการ… อนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลทีมชนะเลิศการแข่งขัน ภารกิจคิดเผื่อ “Jump Thailand Hackathon 2024” กับโจทย์ “เราจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ และคนพิการได้อย่างไร?”ตอกย้ำ ภารกิจคิดเผื่อ ที่เน้นย้ำว่า นวัตกรรมคือโอกาสแห่งการสร้างความเท่าเทียมของคนไทย พร้อมประกาศผลการตัดสิน โดยทีมชนะเลิศที่จะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาทคือ ทีม PATHSENSE และรางวัลที่ 2 คือทีม Autism ส่วนที่ 3 คือ ทีมหลานม่า ที่นอกจากจะได้รับรางวัลมูลค่ารวม 200,000 บาท ยังจะได้รับโอกาสในการร่วมงานกับ เอไอเอส หลังจบการศึกษา และการพัฒนาโครงการให้เกิดขึ้นจริงร่วมกับกระทรวง พม. ต่อไป “ปัจจุบัน เรากำลังเผชิญกับ “วิกฤตประชากร” โครงสร้างประชากรของไทยมีการเปลี่ยนแปลง เด็กเกิดน้อยลง วัยแรงงานแบกรับภาระการดูแลเพิ่มมากขึ้น การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ โดยมีจำนวนผู้สูงอายุมากถึง 13.06 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมดซึ่งกระทรวง พม. ได้มีนโยบาย 5×5 ฝ่าวิกฤตประชากร เพื่อรับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้น ประกอบด้วย 5 ข้อเสนอ ได้แก่ เสริมพลังวัยทำงาน, - [ครั้งเเรกของโลก! การประกวดนางงามAI ประเทศนี้คว้ามงฯ](https://www.uni.net.th/index.php/news/7838/) - Kenza Layli สาวงามสวมฮิญาบจากโมร็อกโก คว้ามงกุฎ Miss AI คนแรกของโลก การประกวดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งจัดขึ้นในเดือนเมษายนโดย Fanvue World AI Creator Awards หรือ WAICA ได้เชิญผู้มีวิสัยทัศน์ด้านปัญญาประดิษฐ์จากทั่วโลกมาอวดความสามารถในการเขียนโปรแกรมของตนโดยอันดับที่ 1 จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 20,000$ (7.2 แสนบาท) ไปครอง จากการเข้าร่วมกว่า 1,500 นางงาม AI“ความสนใจทั่วโลกต่อรางวัลแรกจาก [WAICAs] นั้นน่าทึ่งมาก” Will Monange ผู้ร่วมก่อตั้ง Fanvue กล่าวในแถลงการณ์ต่อ The Post “รางวัลนี้เป็นกลไกที่ยอดเยี่ยมในการเฉลิมฉลองความสำเร็จของผู้สร้าง ยกระดับมาตรฐาน และสร้างอนาคตเชิงบวกสำหรับเศรษฐกิจของผู้สร้าง AI”สำหรับ นางงาม AI อันดับที่ 2 ตกเป็นของ Fox Valina จากฝรั่งเศส และ อันดับ 3 ตกเป็นของ Olivia C. จากโปรตุเกส อันดับ 1 - [ไทยพีบีเอส เปิดประสบการณ์นวัตกรรม AI ด้านสื่อดิจิทัล ในงาน ABU Con-Fest 2024](https://www.uni.net.th/index.php/news/7800/) - ไทยพีบีเอส นำเสนอผลงานการผลิตนวัตกรรมสื่อด้วย AI ภายใต้โจทย์การสร้างประสบการณ์และการมีส่วนร่วมกับผู้ชมผู้ฟังในยุคดิจิทัล ในงาน ABU Con-Fest 2024 ณ ประเทศมาเลเซียสหภาพการกระจายเสียงเอเชียแปซิฟิก หรือ Asia-Pacific Broadcasting Union (ABU) จัดการประชุม ABU Con-Fest 2024 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 2-4 กรกฎาคม 2567 ABU Con-Fest 2024 เวทีที่นำเสนอผลงานด้านการกระจายเสียงในรูปแบบต่าง ๆ ขององค์กรสื่อสารมวลชนจากประเทศที่เป็นสมาชิกของ ABU ได้แก่ หนังสือพิมพ์ (Newspaper), วิทยุ-พอดแคสต์ (Radio-Podcast), โทรทัศน์ (TV) และดิจิทัลมีเดีย (Digital Media) โดยแต่ละแพลตฟอร์มได้มีการปรับตัวและพัฒนาเพื่อให้ก้าวทันโลกปัจจุบัน ที่มีการแข่งขันสูงและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ การใช้เทคโนโลยีอย่าง AI และ AR รวมถึงการนำ Game และรูปแบบ Interactive เข้ามาผสมผสานในการนำเสนอ เพื่อให้ตอบโจทย์และสร้างการมีส่วนร่วมแก่ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดยในปีนี้ ไทยพีบีเอสเป็นอีกหนึ่งองค์กรสื่อที่เข้าร่วมนำเสนอกรณีการใช้งานนวัตกรรมสื่อด้วย AI ในหัวข้อ “Exploring AI in - [รมว.ดีอี ประกาศแอปดูดเงิน เป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ระดับร้ายแรง](https://www.uni.net.th/index.php/news/7790/) - รมว.ดีอี ประกาศแอปดูดเงิน เป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ระดับร้ายแรง สั่งการ สกมช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สกัดโจรออนไลน์สร้างความเสียหายกว่า 2,600 ล้านบาท พร้อมปกป้อง ปชช. ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ วันที่ 8 กรกฎาคม 2567 สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จัดการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กกม.) พร้อมด้วย ผู้แทนผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้แทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้แทนเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และพลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ โดยที่ประชุมมุ่งเดินหน้ารับมือภัยคุกคามไซเบอร์ในระดับร้ายแรง เน้นย้ำแก้ไขปัญหาแอปดูดเงิน หารือหน่วยงานเกี่ยวข้อง ยกระดับมาตรการเข้มงวดสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนจากกรณีที่มีกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชนโดยการหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อขโมยเงินหรือที่เรียกว่าแอปดูดเงิน (Mobile Banking Trojan) โดยใช้กระบวนการทางไซเบอร์ทำให้สูญเสียเงินจำนวนกว่า 2,600 ล้านบาท (สถิติระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2565 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2567) นับเป็นภัยไซเบอร์ระดับร้ายแรง แต่ปัจจุบันการป้องกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวมีความล่าช้านายประเสริฐ จันทรรวงทอง จึงได้ประกาศยกระดับจัดให้ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกิดจากแอปดูดเงิน เป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรง - [เทคโนโลยี AI ใหม่ ตรวจจับมะเร็ง 13 ชนิดด้วยความแม่นยำถึง 98%](https://www.uni.net.th/index.php/news/7774/) - ผู้วิจัยจาก Cambridge กล่าวว่า โมเดล Machine Learning (ML) ใหม่อาจช่วยเร่งการตรวจจับ การวินิจฉัย และการรักษาโรคได้เร็วขึ้น Key takeawaysนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์พัฒนาโมเดล AI ใหม่ชื่อ EMethylNET ที่สามารถตรวจจับมะเร็งได้ถึง 13 ชนิดด้วยความแม่นยำ 98.2% โดยใช้เพียงข้อมูล DNA จากตัวอย่างเนื้อเยื่อEMethylNET ใช้เทคนิค AI สองแบบร่วมกัน คือ XGBoost และ Deep Neural Network ในการเลือกคุณลักษณะที่เกี่ยวข้องและจำแนกมะเร็ง ทำให้ตรวจจับได้แม่นยำและให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัจจัยที่เปลี่ยนเซลล์ปกติเป็นเซลล์มะเร็งเทคโนโลยีนี้มีศักยภาพในการเร่งการตรวจจับ วินิจฉัย และรักษามะเร็งระยะแรกเริ่ม ซึ่งอาจส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่ออัตราการรอดชีวิตและการรักษามะเร็งหลายประเภท แต่ยังต้องมีการศึกษาและทดสอบเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้จริงทีมวิจัยกำลังพัฒนาโมเดลต่อไปสำหรับตัวอย่างเนื้อเยื่อแบบเหลว ซึ่งอาจนำไปสู่การคัดกรองมะเร็งระยะเริ่มต้นแบบไม่ลุกลาม และอาจขยายผลเพื่อตรวจจับมะเร็งได้หลายร้อยชนิดในอนาคต โมเดล Artificial Intelligence (AI) ใหม่สามารถตรวจจับมะเร็งได้ถึง 13 ชนิดด้วยความแม่นยำ 98.2% โดยใช้เพียงข้อมูล DNA จากตัวอย่างเนื้อเยื่อ ตามการศึกษาใหม่ โมเดล AI ที่มีชื่อว่า EMethylNET - [องค์การระหว่างประเทศเผยจีนนำชาติอื่นไกลเรื่องจดสิทธิบัตร GenAI](https://www.uni.net.th/index.php/news/7767/) - รายงานจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ภายใต้องค์การสหประชาติเผยว่าจีนจดสิทธิบัตรด้าน AI เชิงสังเคราะห์มากที่สุดในโลก มากกว่าสหรัฐอเมริกาถึง 6 เท่าAI เชิงสังเคราะห์ (Generative AI หรือบางทีก็เรียกว่า AI ช่วยสร้าง) หมายถึง AI ที่มีความสามารถในการสร้างข้อมูลใหม่จากฐานข้อมูลที่มีอยู่WIPO เผยว่าในปัจจุบันมีเอกสารสิทธิบัตร AI เชิงสังเคราะห์ทั่วโลกมีมากกว่า 50,000 สิทธิบัตร ประมาณ 1 ใน 4 ของทั้งหมดจดในปี 2023 ปีเดียวในระหว่างปี 2014 – 2023 จีนเพียงประเทศเดียวยื่นจดสิทธิบัตร AI เชิงสังเคราะห์มากกว่า 38,000 สิทธิบัตร ขณะที่สหรัฐฯ มีเพียง 6,726 สิทธิบัตรหนึ่งในบริษัทที่ยื่นจดมากที่สุดคือ ByteDance (เจ้าของ TikTok) Alibaba Group ของจีน และ Microsoft ของสหรัฐฯอันดับ 3 4 และ 5 ได้แก่ - [บอร์ดเฉพาะ Cloud First Policy เห็นชอบตั้งคณะอนุฯจัดซื้อบริการคลาวด์ภาครัฐ](https://www.uni.net.th/index.php/news/7760/) - กระทรวงดีอี เดินหน้า ‘ระบบคลาวด์ภาครัฐ’ บอร์ดเฉพาะด้าน Cloud First Policy เห็นชอบตั้งคณะอนุกรรมการจัดซื้อจัดจ้างบริการคลาวด์ภาครัฐ และคณะอนุกรรมการด้าน Demand & Supply นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนตามนโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก (Cloud First Policy) ครั้งที่ 1/2567 พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมโดยมีนายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนางสุรีพร พรโสภณวิชญ์ ผู้อำนวยการกองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ตลอดจนคณะอนุคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างบริการคลาวด์ภาครัฐ และได้เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านบริหารจัดการความต้องการใช้บริการคลาวด์ (Demand) การให้บริการคลาวด์ (Supply) และมาตรฐานการบริหารจัดการการบริการคลาวด์ภาครัฐ (Government Cloud Management) รวมถึงได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนตามนโยบายการเลือกใช้คลาวด์เป็นหลัก (Cloud First Policy)โดยที่ประชุมได้ฝากประเด็นสำคัญ เพื่อให้คณะอนุกรรมการฯ ที่จะแต่งตั้งไปประกอบการพิจารณา เช่น การแบ่งระดับชั้นข้อมูลภาครัฐ การเลือกใช้บริการคลาวด์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน การส่งเสริมการลงทุนบริการคลาวด์ภายในประเทศและแต้มต่อของผู้ให้บริการคลาวด์ไทย - [เปิดตัวโลโก้ DE สัญลักษณ์ใหม่ของกระทรวงดิจิทัลฯ ส่วนโลโก้เก่ายังใช้อยู่](https://www.uni.net.th/index.php/news/7740/) - เปิดตัวโลโก้ DE ใหม่ ไว้สำหรับสื่อสารกับประชาชนและสะท้อนภาพลักษณ์ของกระทรวงที่ดูทันสมัยขึ้น ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีการประกาศจัดตั้งกระทรวง ดีอี เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2559 ได้มีกำหนดการใช้ตราสัญลักษณ์ประจำกระทรวงในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสารไปยังประชาชน สื่อมวลชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกลุ่มต่าง ๆ ใน 2 รูปแบบ ได้แก่ 1.ตราพระพุธ ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ประจำกระทรวงฯ ออกแบบโดยกรมศิลปากร ที่กำหนดให้ใช้เป็นตราสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการ 2. ตราสัญลักษณ์แบบไม่เป็นทางการ ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ เช่น DE, MDES และอื่นๆในส่วนของตราสัญลักษณ์แบบไม่เป็นทางการนั้น เนื่องจากไม่สะท้อนอัตลักษณ์ของกระทรวงฯ ได้อย่างชัดเจน และมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง ทำให้ยากต่อการจดจำของประชาชน บ่อยครั้งที่ทำให้เกิดความสับสนในการนำไปใช้งานดังนั้นกระทรวงฯ จึงได้พิจารณาปรับปรุงและกำหนด “ตราสัญลักษณ์อย่างไม่เป็นทางการแบบใหม่” เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการสื่อสารและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกระทรวงฯสำหรับรูปแบบของตราสัญลักษณ์แบบไม่เป็นทางการใหม่ มีโทนสีเขียวมรกต แสดงถึงการเติบโต ความอุดมสมบูรณ์ และนวัตกรรม ให้อารมณ์ความรู้สึกสดชื่น ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายในการนำพาสังคมไทยไปสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลที่มั่นคงและยั่งยืน โดยมีสีขาวประกอบ สื่อถึงความบริสุทธิ์ใจ - [กระทรวง ศธ. และ อว. ผนึกกำลัง 4 พันธมิตรด้านการศึกษา พัฒนาผู้เรียน - ผู้สอนเติมทักษะด้าน AI](https://www.uni.net.th/index.php/news/7735/) - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ โดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ “โครงการขับเคลื่อนการสอนปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในสถาบัน การศึกษา” เพื่อสร้างผู้สอน นักเรียนทุกคน ทุกช่วงชั้น ให้มีความรู้ด้าน AI มีความเข้าใจและตระหนัก เรื่องจริยธรรมของการนำไปใช้ประโยชน์ (ethical considerations) เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัล และรองรับตลาดแรงงานสมัยใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 โอกาสนี้ พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้กล่าวแสดงความยินดีและมอบนโยบายที่เกี่ยวข้อง พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime) นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน รวมถึงการขับเคลื่อนการสอนปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในสถาบันการศึกษา เพราะโลกการศึกษาในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นประเด็นความท้าทายด้านการศึกษาของประเทศไทย การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) - [ChatGPT ส่งผลให้ความต้องการฟรีแลนซ์ดิจิทัลออนไลน์ลดลงอย่างมาก](https://www.uni.net.th/index.php/news/7725/) - Key takeawayความต้องการฟรีแลนซ์ดิจิทัลในสาขา writing, coding, data entry, social media และ graphic design ลดลงอย่างมากหลังการเปิดตัว ChatGPT ในปี 2022การศึกษาพบว่าประกาศรับสมัครงานในภาคส่วนที่มีแนวโน้มถูก automation แทนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ยังต้องรอดูว่าองค์กรพอใจกับคุณภาพงานจาก AI หรือไม่ฟรีแลนซ์สามารถปกป้องตัวเองได้โดยการ diversify skill sets, specialize ในด้านที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และ EQ ของมนุษย์ รวมถึงใช้ AI tools เพื่อเพิ่ม productivityการสร้างแบรนด์ส่วนตัวและ networking มีความสำคัญ เนื่องจาก AI ยังมีข้อจำกัดในการสร้างสรรค์ผลงานที่ตรงตามความต้องการและปราศจากข้อบกพร่องพนักงานจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในสายงานที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ เช่น งานออกแบบ งานเขียน รู้สึกกังวลว่า AI อาจจะเข้ามาแทนที่งานของพวกเขาในอนาคต ซึ่งความกังวลนี้ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินจริงอีกต่อไปข่าวจาก Imperial College Business School, Harvard Business School และ German Institute - [NT เปิดบริการเอไอแพลตฟอร์มภายใต้แบรนด์ NT AI Connect](https://www.uni.net.th/index.php/news/7718/) - NT หนุนองค์กรยุคใหม่ใช้งานเอไอง่ายสะดวกรวดเร็วและประหยัดผ่านแพลตฟอร์ม NT AI Connect เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหน่วยงานภาครัฐและเอกชนด้วยจุดเด่นด้านภาษา หวังดันทัพกลุ่มบริการดิจิทัลของ NT ตอบสนองลูกค้าก้าวสู่โลกดิจิทัลได้ครอบคลุมมากขึ้น พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เปิดเผยว่า NT ได้เปิดให้บริการแพลตฟอร์มโมเดลปัญญาประดิษฐ์ “NT AI Connect” ช่วยให้องค์กรสามารถใช้งานเอไอได้ง่ายและสะดวกขึ้น ไม่ต้องพัฒนาเองทั้งหมดโดย NT AI Connect ให้บริการโมเดลเอไอที่หลากหลาย ทั้งในรูปแบบแอปพลิเคชันเอไอสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน เช่น Vacalog แอปพลิเคชันบันทึกเสียง แปลงเสียงเป็นตัวหนังสือ พร้อมกับสามารถแยกเสียงผู้พูดได้อัตโนมัติ เหมาะสำหรับการบันทึกการประชุม หรือการถอดเสียงพูดต่าง ๆรวมทั้งบริการในรูปแบบโมเดลเอไอกึ่งสำเร็จรูป (Pre-trained AI Models) ที่สามารถเรียกใช้งานได้ผ่าน API เช่น ระบบ OCR (Optical Character Recognition) รองรับการแปลงไฟล์รูปภาพเอกสารเป็นตัวหนังสือภาษาไทย และระบบ Speech to Text รองรับการแปลงไฟล์เสียงเป็นตัวหนังสือ เป็นต้น NT AI Connect จะช่วยให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างรวดเร็ว - [แนวโน้มภัยคุกคามไซเบอร์ ปี 67 คาด "Ransomware" เพิ่มสูงขึ้น](https://www.uni.net.th/index.php/news/7707/) - คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ วิเคราะห์แนวโน้มภัยคุกคามไซเบอร์ ปี 67 คาด “Ransomware” มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แฮ็กเว็บไซต์ ยังเกลื่อน!ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 2 ก.ค. 67 คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงานของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ในห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2565 – 30 กันยายน 2566 ตามที่คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) เสนอโดย กมช. เผยว่า ในห้วงเวลาดังกล่าว มีสถิติเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์รวมทั้งสิ้น 1,808 เหตุการณ์ โดยเหตุการณ์ที่มีการสำรวจพบมากที่สุดคือ การโจมตีด้วยการแฮ็กเว็บไซต์ สูงถึง 1,056 ครั้ง คิดเป็นกว่า 59% รองลงมาคือ เว็บไซต์ปลอม พบกว่า 310 เหตุการณ์ คิดเป็น 17% ตามมาด้วย หลอกลวงการเงิน พบ 111 เหตุการณ์ คิดเป็น 6% และข้อมูลรั่วไหล 103 - [ย้ำใช้เครื่องหมาย ETDA DPS NOTIFIED สร้างความน่าเชื่อถือแพลตฟอร์มดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/news/7700/) - ETDA เผยใช้เครื่องหมาย “ETDA DPS NOTIFIED” สำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัลทั่วไป ที่มีลักษณะตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง เพื่อเน้นย้ำการใช้งาน โดยผู้ใช้บริการสามารถสังเกตเครื่องหมายนี้เพื่อแสดงถึงความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มดิจิทัล นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า หลังจากที่ ETDA ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ภายใต้กฎหมาย DPS หรือ Digital Platform Service (พระราชกฤษฎีกา การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565) ได้เปิดระบบให้ธุรกิจผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลทั่วไป ที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง คือ มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือ มีรายได้เกิน 50 ล้านบาท/ปี (กรณีนิติบุคคล) หรือ มีผู้ใช้งานเกิน 5,000 ราย/เดือน ที่ได้ดำเนินการแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจตามกฎหมาย DPS เรียบร้อยแล้วยื่นความประสงค์ขอใช้เครื่องหมาย “ETDA DPS NOTIFIED” หรือเครื่องหมายรับแจ้ง ได้ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม - [กระทรวง อว. โดย สอวช. เข้าร่วมการประชุมอาเซียนว่าด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมครั้งที่ 85 เผยแนวทางการใช้เครื่องมือคาดการณ์อนาคต เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอาเซียน](https://www.uni.net.th/index.php/news/7691/) - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ครั้งที่ 85 (The 85th Meeting of ASEAN Committee on Science, Technology, and Innovation: COSTI-85) และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 3 – 7 มิถุนายน 2567 ณ เมืองเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา โดย Ministry of Industry, Science, Technology & Innovation (MISTI) ราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ นักยุทธศาสตร์ระดับสูง รักษาการรองผู้อำนวยการ สอวช. ทำหน้าที่ผู้แทนประเทศไทย ในการประชุมคณะที่ปรึกษาของคณะกรรมการอาเซียนว่าด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม - [“ไทย-มาเลย์-เวียดนาม” แข่งขันพัฒนา “คน” รองรับอุตสาหกรรมเอไอ](https://www.uni.net.th/index.php/news/7683/) - โลกในปัจจุบันเดินหน้าเข้าสู่ยุคเอไอ AI เต็มตัว การตัดสินใจลงทุนของอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ในประเทศต่างๆ นอกจากการพิจารณาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ สิ่งอำนวยความสะดวก มาตรการส่งเสริมการลงทุน ฯลฯ อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจก็คือ “คน”มาเลเซียกำลังกลายเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเมืองยโฮร์บารู ในรัฐยะโฮร์ เติบโตล้ำหน้า ได้รับการคัดเลือกให้เป็นตลาดดาต้าเติบโตเร็วที่สุดในอาเซียน และกลายเป็นตลาดใหญ่สุดในอาเซียน ซึ่งหากวัดขนาดของดาต้าเซ็นเตอร์จากปริมาณการใช้ไฟฟ้า จะพบว่ามาเลเซียตามหลังแค่อินเดียและญี่ปุ่นเท่านั้น ขณะที่การเติบโตของระบบคลาวด์ ทำให้มาเลเซียกลายเป็นดาวเด่นของตลาดเกิดใหม่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพัฒนาทักษะแรงงาน ยิ่งช่วยให้มาเลเซียนำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดไปใช้ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมอย่างครอบคลุมทั่วประเทศขณะที่เวียดนาม กระทรวงศึกษาธิการและการฝึกอบรม วาง “ยุทธศาสตร์การศึกษา 2030” พัฒนาคนเวียดนามอย่างครอบคลุม โดยเพิ่มศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละบุคคลให้สูงสุด เป้าหมายคือการสร้างคนเวียดนามรุ่นใหม่ที่ดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์ อุดมด้วยแรงบันดาลใจ มีคุณสมบัติ สติปัญญา และความสามารถครบถ้วน จัดหาทรัพยากรบุคคลคุณภาพสูง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของประเทศชาติ เข้มแข็ง เป็นประชาธิปไตย ยุติธรรม มีอารยธรรม เจริญรุ่งเรืองและมีความสุขกลยุทธ์การพัฒนาการศึกษาของเวียดนาม ยังเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์การพัฒนาอาชีวศึกษา เพื่อสร้างระบบการศึกษาที่เปิดกว้างและเชื่อมโยงถึงกัน ให้บริการการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเอไอของประเทศ โดยเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัท FPT Software ได้มีการลงทุนก่อสร้างศูนย์เอไอในเมืองกวีเญิน จังหวัดบิ่ญดิ่ญ ด้วยมูลค่า 2 ล้านล้านด่ง (84.7 - ['ดีอี' คิฟออฟเอ็มโอยูสภาผู้แทนฯ หนุนใช้คลาวด์กลางภาครัฐแล้ว](https://www.uni.net.th/index.php/news/7676/) - กระทรวงดีอี จับมือสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ลงนาม MOU การสนับสนุนบริการระบบ คลาวด์กลางภาครัฐ : GDCC เพิ่มศักยภาพการทำงานของรัฐสภาดิจิทัล วันนี้ (28 มิถุนายน 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี และนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง “การสนับสนุนบริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ” (Government Data Center and Cloud Service : GDCC) ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และว่าที่ร้อยตำรวจตรีอาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ลงนาม พร้อมด้วยนายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. นายประเสริฐ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตั้งระบบงานและแพลตฟอร์ม สำหรับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตามนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการใช้คลาวด์ โครงสร้างการบริหาร แนวทางการบริหารจัดการด้านการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารจัดการข้อมูล กระบวนการในการเลือกใช้คลาวด์ การโอนย้ายระบบงานของภาครัฐ ตามนโยบายของคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสนับสนุนการทำงานของรัฐสภาดิจิทัล เพื่อพัฒนาบริการของภาครัฐที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้จัดทำแนวทางการขับเคลื่อนตามนโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก (Cloud First - [กระทรวงดีอี มอบอุปกรณ์ศูนย์ดิจิทัลชุมชน 500 ศูนย์ ยกระดับศูนย์ ICT ชุมชน](https://www.uni.net.th/index.php/news/7623/) - กระทรวงดีอี มอบอุปกรณ์ศูนย์ดิจิทัลชุมชน 500 ศูนย์ทั่วประเทศ ภายใต้โครงการยกระดับศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน สร้างสังคมแห่งภูมิปัญญาทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม วันนี้ (27 มิถุนายน 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวแสดงความยินดีและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีมอบอุปกรณ์ศูนย์ดิจิทัลชุมชน จำนวน 500 ศูนย์ทั่วประเทศ “โครงการเช่าอุปกรณ์สนับสนุนศูนย์ดิจิทัลชุมชน” ภายใต้โครงการยกระดับศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน โดยะผู้แทนศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศ เข้ารับมอบฯ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ นายประเสิรฐ กล่าวว่า รัฐบาลได้มีนโยบายที่จะนำพาประเทศไทยก้าวสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจรากฐานของประเทศให้เข้มแข็งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทุกคนเข้าถึงได้ให้มีประสิทธิภาพสูงครอบคลุมทั่วประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)NT เผยผลประกอบการ 4 เดือนแรกปี 2567 เผยกำไรสุทธิ 2,257 ล้านบาท ได้ดำเนินโครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชน เพื่อเป็นการยกระดับศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน ที่จัดตั้งอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ผลักดันให้เกิดสังคมแห่งการสร้างภูมิปัญญาและการเรียนรู้ (Knowledge Base Society) เป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของเด็ก เยาวชน - [‘ม.ศรีปทุม’ พลิกโฉมสู่ ‘มหาวิทยาลัย AI’](https://www.uni.net.th/index.php/news/7630/) - “ม.ศรีปทุม” ชูกลยุทธ์ “SPU AI Transformation” เดินหน้าสร้างนิสัยรู้จักใช้ AI ปลดล็อกศักยภาพ “คน” พลิกโฉมสู่มหาวิทยาลัย AI ผศ.ดร.ชลธิศ เอี่ยมวรวุฒิกุล ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า การประยุกต์ใช้เครื่องมือ Generative AI มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและทำให้สามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัลมหาวิทยาลัยจึงได้กำหนดนโยบายส่งเสริมและขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุค AI (AI Transformation) เพื่อสร้าง “AI Habit” หรือนิสัยการใช้ AI ให้กับ “คน” ศรีปทุม ทุกระดับตั้งแต่ผู้บริหารทุกระดับ เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงาน อาจารย์ และนักศึกษา มอง AI เป็น ผู้ช่วยหรือ “AI Helper”พร้อมก้าวข้ามจาก Comfort zone เดิม สู่การทำงานมิติใหม่ที่จะสามารถทรานสฟอร์มการทำงานที่สะดวก สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารและบุคลากรพบว่า รู้จัก AI แต่ยังไม่รู้จะนำมาใช้ในการทำงานของตัวเองได้อย่างไร ทั้งส่วนใหญ่ต้องการทำงานของตัวเองให้ออกมาดีที่สุดและกังวลว่างานของตัวเองจะไม่มีคุณภาพเมื่อเกิดปัญหาในการทำงาน ไม่มีไอเดียใหม่เพื่อแก้ไข เพราะไม่กล้าปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานและไม่มีเครื่องมือเป็นตัวช่วยจาก Pain Point ดังกล่าวจึงมีแนวคิดที่จะนำ AI - [ม.หอการค้าไทยจับมือ `เคน ดิจิทัล` ประเดิมตั้งหลักสูตร `DiGi-X` ผู้บริหารในยุคสินทรัพย์ดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/news/7637/) - มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท เคน ดิจิทัล จำกัด เพื่อจัดตั้งหลักสูตร “DiGi-X” ออกแบบสำหรับผู้บริหารระดับสูงที่ต้องการเข้าใจและใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและการลงทุนรศ.ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสทำความร่วมมือกับทางบริษัท เคน ดิจิทัล จำกัด บริษัทที่มาความเชี่ยวชาญด้านสินทรัพย์ดิจิทัล มาช่วยสนับสนุนหลักสูตร DiGi-X นี้ โดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และทาง บริษัท เคน ดิจิทัล จำกัด เห็นตรงกันว่า เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกแง่มุมของชีวิต และ สินทรัพย์ดิจิทัล กำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่ท้าทายระบบการเงินและเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมโดยทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มีผู้เชี่ยวชาญทางตลาดทุนและการเงินแบบใหม่ ดร. ภูษิต วงศ์หล่อสายชล อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ และ ดร.อารดา มหามิตร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ ร่วมเป็นกรรมการในหลักสูตร พร้อมกับทีมคณาจารย์จากทั้งสาขาการเงิน คณะบริหารธุรกิจและสาขาวิทยาศาสตร์การเงิน ที่จะเข้ามาร่วมดำเนินการเรียนการสอน ที่ตอบโจทย์กับผู้บริหาร สามารถนำไปใช้กับธุรกิจได้จริง และยังมีวิทยากรชั้นนำอีกมากมายดร.วรนันท์ ถาวรนันท์ กรรมการชมรมวาณิชธนกิจ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และที่ปรึกษาหลักสูตร DiGi-X กล่าวว่า - [4 มหาวิทยาลัยแชร์ประสบการณ์ร่วมทุนเอกชนผ่าน University Holding Company](https://www.uni.net.th/index.php/news/7647/) - KEYPOINTSสอวช. ดึง 4 มหาวิทยาลัยที่จัดตั้ง UHC ขึ้นใหม่ แบ่งปันประสบการณ์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ – PSU Holding มีบริษัทลูกแล้ว 1 บริษัท และภายในปีนี้จะผลักดันให้เกิดรวม 4 บริษัทมหาวิทยาลัยทักษิณ – TSU Enterprise ซึ่งแนวคิดหลักจะมองเรื่องนโยบายเชิงพื้นที่สจล.- เคเอ็มไอที ลาดกระบัง ช่วยตอบเป้าหมายหลัก World Master of Innovation เป็นสถาบันที่สร้างนวัตกรรมตอบโจทย์ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศมหาวิทยาลัยแม่โจ้ – เริ่มจัดทำ UHC ตั้งแต่ปี 2562 แต่เพิ่งจดทะเบียนได้ในปี 2567 ในชื่อ MAGROW Holding ปัจจุบันมีบริษัทลูก 2 บริษัท งานเสวนา UHC Learn & Share ครั้งที่ 1 หัวข้อ “From Blueprint to Reality of New - [มาตรการส่งดี dee-delivery กฎหมายใหม่ เช็กของก่อนจ่ายได้ และขอเงินคืนได้ภายใน 5 วัน](https://www.uni.net.th/index.php/news/7616/) - มาตรการส่งดี dee-delivery กฎหมายใหม่ที่ต้องจับตา แก้กลโกงหลอกเก็บเงินปลายทาง-ขายสินค้าไม่ตรงปก สั่งบริษัทขนส่งเผยชื่อพนักงาน ให้ข้อมูลติดต่อร้านค้า ให้สิทธิผู้บริโภคเช็กของก่อนจ่าย ขอคืนเงินได้ใน 5 วัน เตรียมลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา กรกฎาคมนี้นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีประชาชนจำนวนมากได้สะท้อนความเดือดร้อนจากการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์หรือแอปชอปปิงออนไลน์ มายังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หลายกรณี เช่น ผู้บริโภคไม่ได้สั่งซื้อสินค้าแต่มีพัสดุจัดส่งไปยังที่บ้าน โดยมีการเรียกเก็บเงิน ณ ที่จัดส่งปลายทาง และกรณีที่ผู้บริโภคสั่งซื้อสินค้าแล้วเกิดปัญหาในรูปแบบต่างๆ แต่กลับไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้ หรือติดต่อได้แต่ไม่ได้รับการแก้ไขนอกจากนี้ยังมีกรณีที่ผู้บริโภคเลือกชำระเงินค่าสินค้าโดยการเก็บเงินปลายทาง แล้วเกิดปัญหาแต่ไม่ได้รับเงินคืน เนื่องจากผู้ให้บริการขนส่งสินค้าให้เหตุผลว่า จ่ายเงินให้กับผู้ขายสินค้าไปแล้ว ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหายเพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภค ล่าสุดคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ภายใต้ สคบ. ได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ‘เรื่องให้ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าโดยเรียกเก็บเงินปลายทางเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. ….’ ซึ่งจะลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา กรกฎาคมนี้กฎหมายฉบับนี้จะช่วยแก้ปัญหาให้นักชอปออนไลน์โดยการใช้ “มาตรการส่งดี (Dee-Delivery)” ให้ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้า ต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ส่งสินค้าและผู้ประกอบธุรกิจ ชื่อสกุลผู้รับเงินพร้อมหมายเลขติดตามพัสดุ พร้อมกำหนดให้ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าถือเงินค่าสินค้าเป็นระยะเวลา 5 วันก่อนนำส่งเงินให้กับผู้ขาย เพื่อให้ผู้บริโภคมีโอกาสแจ้งเหตุที่ขอคืนสินค้าและขอเงินคืน นอกจากนี้ ยังให้สิทธิผู้บริโภคสามารถเปิดดูสินค้าก่อนชำระเงินได้ หากพบว่ามีปัญหา ผู้บริโภคสามารถปฏิเสธการชำระเงินและไม่รับสินค้าได้น่าจับตากันว่า หลังกฎหมายใหม่บังคับใช้ จะแก้ปัญหากลโกงหลอกเก็บเงินปลายทาง - [5 เบราว์เซอร์ที่ปลอดภัยที่สุดประจำปี 2024 ทดสอบแล้วโดยผู้เชี่ยวชาญ!](https://www.uni.net.th/index.php/news/7605/) - Key Takeawaysเว็บเบราว์เซอร์ในปัจจุบันมีโฆษณาแทรกอยู่มากมาย ทำให้กลายเป็นสนามรบสำคัญในการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ แม้ Chrome จะได้รับความนิยมสูงสุด แต่ก็มีทางเลือกอื่นที่เน้นความเป็นส่วนตัวมากกว่าBrave เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของ ZDNET สำหรับเบราว์เซอร์ที่ดีที่สุดด้านความเป็นส่วนตัว เนื่องจากแนวทางการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ การป้องกันการติดตามโฆษณา การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวที่หลากหลาย ความสะดวกใช้ และความเร็วFirefox เป็นอีกตัวเลือกที่ดีสำหรับการป้องกันการติดตาม ด้วยคุณสมบัติ Enhanced Tracking Prevention ที่เพิ่มประสิทธิภาพ และตัวเลือกการปรับแต่งความเป็นส่วนตัวมากมายTor เป็นเบราว์เซอร์ที่เหมาะสำหรับการท่องเว็บแบบไม่ระบุตัวตนมากที่สุด แต่อาจต้องแลกมาด้วยความเร็วที่ช้าลง และต้องใช้เวลาเรียนรู้วิธีใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ในปัจจุบันเต็มไปด้วยเนื้อหาที่มีโฆษณาแทรกอยู่มากมาย ทำให้เบราว์เซอร์กลายเป็นสนามรบสำคัญในการปกป้อง privacy ของ End user แม้ว่า Chrome จะเป็นเบราว์เซอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก แต่ก็มีเบราว์เซอร์ทางเลือกและวิธีการเพิ่มความปลอดภัยให้คุณสามารถท่องเว็บแบบ anonymous ได้ข้อมูลเป็นหนึ่งในส่วนผสมสำคัญในการสร้างรายได้ในปัจจุบัน บริษัทโฆษณาออนไลน์สามารถใช้ประวัติการท่องเว็บเพื่อสร้าง fingerprint ให้กับเบราว์เซอร์แต่ละตัวได้เมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งจะสร้าง shadow user profiles เพื่อเปิดเผยข้อมูลต่างๆ เช่น ความสนใจของผู้ใช้ การค้นหาสินค้า และอื่นๆ ซึ่งนำไปสู่การโฆษณาแบบเจาะจง (targeted advertising) เมื่อคุณมองหาเบราว์เซอร์ที่เน้นความเป็นส่วนตัว คุณควรตรวจสอบว่ามีการจัดการ advertising trackers - [การลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลและการพัฒนา AI](https://www.uni.net.th/index.php/news/7595/) - พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA มาตรา 37 (3) กำหนดให้องค์กรมีหน้าที่จัดให้มีระบบการตรวจสอบ เพื่อดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ถอนความยินยอม เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้เป็นการเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น (freedom of expression)การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ2.1การจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติ 2.2การปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ2.3เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์2.4ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข3.การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย4.การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย5.การยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย6.การปฏิบัติตามกฎหมาย นอกจากจะเป็นหน้าที่ขององค์กรที่จะต้องจัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้างต้นแล้ว PDPA ยังให้สิทธิแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล “ดำเนินการลบหรือทำลาย” (Erasure) หรือ “ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้อีกด้วย” (Anonymization) ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 33 และองค์กรมีหน้าที่ดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเว้นแต่ต้องด้วยข้อยกเว้นตามกฎหมายมาตรา 33 ของ PDPA ดังกล่าวแตกต่างจากสิทธิในการขอให้ลบตาม GDPR (Art. 17 GDPR Right to erasure (‘right to be forgotten’)) เนื่องจากตาม GDPR ไม่ได้กล่าวถึงสิทธิในการขอทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ดังนั้น โดยหลักการตามมาตรา 17 - [10 อันดับมหาวิทยาลัยไทย ที่โดดเด่นด้าน Computer Science ปี 2567](https://www.uni.net.th/index.php/news/7582/) - วันที่ 24 มิถุนายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ SCImago จัดอันดับ 10 มหาวิทยาลัยที่โดดเด่นด้าน Computer Science โดยเว็บไซต์ดังกล่าวได้มีการจัดอันดับสถาบันวิจัยในระดับนานาชาติ ซึ่งดำเนินการจัดอันดับองค์กรที่มีผลงานวิจัย 7,533 แห่งทั่วโลก… อ่านข่าวซึ่งการจัดอันดับแบ่งได้ 5 ภาคส่วน ภาครัฐ, สาธารณสุข, การศึกษา, เอกชน, สถาบันวิจัย เป็นต้น โดยเป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยรวมทั้งสถาบันวิจัย ในแง่ความสามารถในการเผยแพร่ผลงานวิชาการทุกประเภทของสถาบัน หรือมหาวิทยาลัยบนฐานข้อมูล10 อันดับมหาวิทยาลัยที่โดดเด่นด้าน Computer Science1.มหาวิทยาลัยมหิดล2.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย3.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี4.มหาวิทยาลัยขอนแก่น5.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์6.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่7.มหาวิทยาลัยแม่โจ้8.สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง9.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ10.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มา : https://www.prachachat.net/general/news-1592771#google_vignette - [MUT จับมือ GalaxySpace จัดตั้งสถานีดาวเทียมภาคพื้นความถี่สูงในมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรกในประเทศไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/7575/) - ม. มหานคร จับมือ GalaxySpace จัดตั้งสถานีดาวเทียมภาคพื้นความถี่สูงครั้งแรกในมหาวิทยาลัย ร่วมพัฒนาระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม มุ่งสร้างกำลังคนด้านเทคโนโลยีอวกาศเพื่อขับเคลื่อนไทยสู่ผู้นำ Space Economy ในอาเซียนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) มหาวิทยาลัยเอกชนอันดับหนึ่งด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย จับมือ GalaxySpace บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาดาวเทียมระบบสื่อสาร บรอดแบนด์วงโคจรต่ำชั้นนำของโลก จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกันพัฒนาและทดสอบสมรรถนะระบบเครือข่ายการสื่อสารบรอดแบนด์แบบบูรณาการ ทั้งส่วนดาวเทียมสื่อสารวงโคจรระดับต่ำ และสถานีดาวเทียมภาคพื้น ภายใต้ชื่อ “Mini-Spider” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่มีการจัดตั้งสถานีดาวเทียมภาคพื้นที่ใช้ความถี่สูงย่าน Q/V ในมหาวิทยาลัย เพื่อศึกษาวิจัยเทคโนโลยีด้านดาวเทียมวงโคจรระดับต่ำ (Low-Earth Orbit หรือ LEO) ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ MUT ในฐานะผู้นำด้านการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศมาตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้งมหาวิทยาลัยและพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ที่พร้อมสร้างผลิตภัณฑ์และบุคลากรเพื่อตอบสนองความต้องการกำลังคนด้านเทคโนโลยีอวกาศ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจอวกาศ (New Space Economy) ในภูมิภาคอาเซียนภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ GalaxySpace ได้นำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม ทั้งส่วนสถานีเชื่อมโยงสัญญาณ (gateway) สำหรับผู้ให้บริการ ซึ่งมีติดตั้งอยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทยที่ ม. เทคโนโลยีมหานคร และส่วนสถานีลูกข่าย (user terminal) สำหรับผู้ใช้บริการ เป็นอุปกรณ์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย มีทั้งแบบติดตั้งอยู่กับที่และติดตั้งบนยานพาหนะ ทางด้าน MUT ได้จัดตั้งศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศ และสร้างสถานีดาวเทียมภาคพื้น พร้อมระดมทีมนักวิจัย คณาจารย์ และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อศึกษาวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีด้านดาวเทียมวงโคจรระดับต่ำนี้ รวมถึงทำการทดลองและทดสอบประสิทธิภาพการทำงาน ร่วมกับทีมวิศวกรจากทาง - [อว. ตั้งเป้า 5 ปี ผลิตกำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์ 80,000 คน – EV 150,000 คน – AI 50,000 คน](https://www.uni.net.th/index.php/news/7565/) - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงแนวทาง “การสร้างกำลังคนรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” โดยมีคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงานกว่า 800 คนอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ประธานในพิธี งานแถลงวิสัยทัศน์ “เตรียมทัพกำลังคน สร้างอุตสาหกรรมอนาคต” IGNITE THAILAND : Future Workforce for Future Industry กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า นายกรัฐมนตรีไปเจรจาการค้า การลงทุน กับบริษัทใหญ่ ๆ มามากมายทั่วโลก บริษัทใหญ่ ๆ ส่วนใหญ่ล้วนมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย ล่าสุด ได้ข่าวว่า บริษัท APPLE ก็จะมาตั้ง APPLE Campus หรือสำนักงานอีกแห่งที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อเป็นศูนย์การพัฒนา “นักพัฒนาซอฟท์แวร์” (Software Developer) การเชื้อเชิญอุตสาหกรรมใหม่ๆ เข้ามาลงทุนจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นการพัฒนาที่สำคัญ ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรม เศรษฐกิจของประเทศให้ไปสู่อุตสาหกรรมไฮเทค (High Tech) ที่มีมูลค่าสูงขึ้น นวัตกรรมต่างๆ - [ดาวน์โหลดฟรี 20 เครื่องมือรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แบบโอเพ่นซอร์ส ที่คุณอาจมองข้ามไป](https://www.uni.net.th/index.php/news/7558/) - เครื่องมือรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แบบฟรีและโอเพ่นซอร์ส ได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปกป้องบุคคล องค์กร และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ เครื่องมือเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นผ่านความร่วมมือมีการจัดการที่โปร่งใส ทำให้เป็นทางเลือกที่ประหยัดและเข้าถึงได้ง่ายแทนซอฟต์แวร์แบบมีลิขสิทธิ์และมีค่าใช้จ่ายที่สูง และนี้่คือซอฟต์แวร์ 20 รายการ (จากทาง Github) ที่เรานำมาไว้ให้แล้วAuthelia: เครื่องมือในการจัดการด้านการทำระบบออเทนติเคชันสำหรับเซิร์ฟเวอร์https://github.com/authelia/autheliaBLint: เครื่องมือในการตรวจสอบพื้นฐานความปลอดภัยของตัวปฏิบัติการต่างๆhttps://github.com/owasp-dep-scan/blintCloud Active Defense: ระบบที่ช่วยในการป้องกันความปลอดภัยให้กับคลาวด์https://github.com/SAP/cloud-active-defenseCloud Console Cartographer: เครื่องมือในการช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์กิจกรรม Log ได้ง่ายขึ้นhttps://github.com/Permiso-io-tools/CloudConsoleCartographerDamn Vulnerable RESTaurant: -เครื่องมือที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถจัดการช่องโหว่ในโค้ดได้ง่ายขึ้นhttps://github.com/…/Damn-Vulnerable-Restaurant-API-GameDrozer: เครื่องมือในการทดสอบความปลอดภัยเฟรมเวิร์กของแอนดรอยด์https://github.com/WithSecureLabs/drozerEJBCA: เป็นเครื่องมือสำหรับการจัดการด้านเรื่องซอฟต์แว์ KPI และตัว CAhttps://github.com/Keyfactor/ejbca-ceEncrypted Notepad: ตัวจัดการในแบบ Text Editor สำหรับจัดการไฟล์ที่ช่วยให้คุณเข้ารหัสได้แบบ AES-256https://github.com/ivoras/EncryptedNotepad2Fail2Ban: เครื่องมือในการมอนิเตอร์ไฟล์ล็อกรวมถึงการจัดการไอพีในการพยายามสร้างปัญหาhttps://github.com/fail2ban/fail2banGrafana: เป็นเครื่องมือสำหรับการจัดการด้านการแจ้งเตือนและการสร้างแพลตฟอร์มแบบวิชวลhttps://github.com/grafana/grafanaGraylog: เครื่องมือในการบริหารจัดการล็อกแบบช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ดาต้าได้เป็นอย่างดีhttps://github.com/Graylog2/graylog2-serverLSA Whisperer: เครื่องมือในการจัดการและประสานงานกับการทำระบบออเทนติเคชั่นhttps://github.com/EvanMcBroom/lsa-whispererMantis: เครืองมือในการค้นหา, สอดส่องและสแกนหาช่องโหว่ในตัวระบบhttps://github.com/PhonePe/mantisOWASP dep-scan: เครื่องมือในการจัดการตรวจสอบความเสี่ยงและความปลอดภัยhttps://github.com/owasp-dep-scan/dep-scanPktstat: เครื่องมือในการมอนิเตอร์ในส่วนของทราฟิกด้านอีเธอร์เน็ตhttps://github.com/dkorunic/pktstatPrompt Fuzzer: เครื่องมือในการยกรีะดับความปลอดภัยให้กับแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับ GenAIhttps://github.com/prompt-security/ps-fuzzProtobom: เครื่องมือในการจัดการด้านระบบซัพพลายเชนของซอฟต์แวร์สามารถอ่านและสร้าง SBOMs, ไฟล์ข้อมูล ฯลฯhttps://github.com/protobom/protobomRansomLord: เครื่องมือในการจัดการกับภัยคุกคาม Ransomwarehttps://github.com/malvuln/RansomLordreNgine: - [‘ไมโครซอฟท์’ เปิดผลวิจัย ผู้บริหารในไทยกว่า 74% ไม่จ้างพนง.ที่ไม่มีทักษะ AI](https://www.uni.net.th/index.php/news/7548/) - KEY POINTSผู้บริหารในไทยกว่า 74% ไม่จ้างพนง.ที่ไม่มีทักษะ AIผู้บริหารในประเทศไทยกว่า 64% ที่มีความกังวลว่าองค์กรของตนยังขาดแผนงานและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในด้านการนำ AI มาใช้91% ของผู้บริหารในประเทศไทยเชื่อว่าบริษัทของตนจำเป็นต้องนำนวัตกรรม AI มาใช้พนักงานทั่วโลกนำ Generative AI มาใช้ทำงานเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาผู้ใช้ LinkedIn จำนวนไม่น้อยได้นำเอาทักษะความสามารถที่เกี่ยวกับ AI มาเพิ่มเติมลงในเรซูเม่ของตนมากขึ้น3 สาขาที่ผู้บริหารทั่วโลกกังวลว่าจะขาดแคลน ได้แก่ ความปลอดภัยทางไซเบอร์, วิศวกรรม และการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ รายงาน Work Trend Index 2024 รวบรวมข้อมูลจากการสำรวจพนักงานและผู้บริหารกว่า 31,000 คน ใน 31 ประเทศทั่วโลก* รวมถึงประเทศไทย พร้อมด้วยแนวโน้มตลาดแรงงานและเทรนด์การจ้างงานผ่านทาง LinkedIn รวมถึงข้อมูลที่เก็บรวบรวมมานับล้านล้านรายการจากการใช้งาน Microsoft 365 และการศึกษาวิจัยลูกค้าของบริษัทที่อยู่ใน Fortune 500 เพื่อแสดงให้เห็นว่า ในช่วงระยะเวลาเพียง 1 ปีที่ผ่านมา นวัตกรรม AI ได้มีอิทธิพลต่อรูปแบบการทำงาน การบริหาร และการจ้างงานของผู้คนทั่วโลกปี 2024 ถือเป็นปีของ AI เพื่อการทำงานอย่างแท้จริง - [เงินเดือนทะลุเพดาน! เปิด ‘อาชีพด้าน AI’ ปี 2024 รายได้สูงลิ่ว 6 ล้านต่อปี](https://www.uni.net.th/index.php/news/7536/) - Work from home ยังได้เงินล้าน? สำรวจเผย 5 อาชีพยุคเอไอเฟื่องฟู ปี 2024 รายได้เริ่มต้น 3.5 ล้านบาท ถึงรายได้สูงสุด 6 ล้านบาทต่อปี หลายคนคงคิดว่ากระแสเอไอนิยมอาจซบเซาลงในไม่ช้า แต่ความจริงแล้วกลับตรงกันข้าม การศึกษาใหม่จาก Slack สำรวจพนักงานสายงานธุรกิจกว่า 10,000 คนทั่วโลก พบว่า “ยุคเฟื่องฟูของเอไอ” หรือ “AI Boom” นั้นยังคงดำเนินต่อไป ด้านรายงานของ McKinsey เกี่ยวกับสถานการณ์เอไอในปี 2024 ระบุอีกว่า การนำเอไอมาใช้งานมียอดพุ่งสูงขึ้นจาก 50% เป็น 72% และมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตลาดเอไอในปัจจุบันมีมูล 200 พันล้านดอลลาร์ ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตถึงเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030รายงานยังกล่าวด้วยว่า หากปี 2023 เป็นปีแห่งการค้นพบเอไอ สำหรับปี 2024 นี้ “เป็นปีแห่งการนำเอไอมาใช้งานจริง” เนื่องมาจากนายจ้างหลายรายเริ่มเห็นประโยชน์ของการใช้เอไอ ไม่ว่าจะเป็นด้านแรงงาน ผลผลิต หรือการเพิ่มทักษะของพนักงาน - [กระทรวง อว. โดยซินโครตรอนจัดบรรยายใช้ AI เขียนงานวิจัย ในงานประชุมกลุ่มผู้ใช้ประจำปี 2024](https://www.uni.net.th/index.php/news/7515/) - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) เสริมแกร่งให้กลุ่มผู้ใช้บริการด้วยการจัดหัวบรรยายพิเศษการใช้ AI เขียนบทความวิจัย ภายในงานการประชุมกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอน (AUM2024) พร้อมรายงานผลการดำเนินงานของสถาบันฯ และได้ร่วมแสดงความคิดเห็นข้อเสนอแนะและปัญหาต่าง ๆ รวมทั้งมีการแสดงผลงานวิจัยการใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอนจากกลุ่มผู้ใช้บริการภายในงานกรุงเทพมหานคร – สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กระทรวง อว. จัดการประชุม“การประชุมกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอน ครั้งที่ 12 ประจำปี 2567” ในวันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2567 ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการประชุมจากหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา รวมกว่า 200 คน เพื่อสร้างเครือข่ายฐานผู้ใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอนให้เข้มแข็งในประเทศ รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “สถาบันฯ ได้จัดการประชุมกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอนเป็นประจำทุกปี เพื่อให้กลุ่มผู้ใช้ของสถาบัน มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะและเสนอปัญหาต่างๆ เพื่อพัฒนาการให้บริการแสง ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการวิจัยของประเทศ รวมทั้งนำเสนอผลงานวิจัยจากการใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอน” พร้อมกันนี้ มีพิธีมอบรางวัล - [รู้ไว้ก่อนที่จะใช้ปัญญาประดิษฐ์ AI เรื่องสุขภาพ](https://www.uni.net.th/index.php/news/7508/) - Generative AI ออกมามากมายในช่วงนี้ กลายเป็นที่ปรึกษาคนใหม่ในสารพัดเรื่อง แต่เรื่องหนึ่งที่ยังต้องระวังกันให้มากคือ การใช้สาระจาก Generative AI ในเรื่องสุขภาพ คงทราบกันมาบ้างว่าที่ AI ตอบเรามานั้น ความฉลาดของเขาเรียบเรียงมาจากเอกสารมากมายที่มีคนฝึกให้เขาอ่านและทำความเข้าใจ AI จะตอบได้ดีแค่ไหนนั้น ฝีมือของคนฝึกและความถูกต้องของเอกสารที่ใช้ในการฝึกเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งคนทั่วไปไม่ค่อยทราบกันมากนัก บางคนก็เป็นคนใหญ่คนโตมาชวนให้ใช้งาน AI กันอย่างไม่ระมัดระวังกันใหญ่Google เองก็เตือนไว้เป็นประจำว่า AI เป็นเครื่องมือที่คนใช้ต้องสามารถคิดวิเคราะห์ด้วยตนเองได้ด้วยว่า แค่ไหนจะเชื่อได้อย่างมั่นใจ แค่ไหนต้องมีการตรวจสอบความจริงเพิ่มเติมเริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้นเมื่อคนสนใจปรึกษาเรื่องสุขภาพกับ Generative AI มากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษ ทำให้มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกแห่งหนึ่ง ตระหนักว่ามหาวิทยาลัยเป็นขุมปัญญาที่ต้องมีหน้าที่ใช้ปัญญานั้นช่วยดูแลผู้คนเลยมีทีมวิจัยทีมหนึ่ง ชื่อว่า Standford’s Internet Observatory ติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง แล้วไปพบว่า ยังมีสาระที่ผิดพลาดเกี่ยวกับสุขภาพ จากสาระที่ AI สร้างขึ้นมา ซึ่งไม่ได้พยายามบอกว่า AI ใช้ไม่ได้ แต่บอกว่า AI ยังถูกฝึกมาดีไม่เพียงพอในบางเรื่อง การตรวจสอบความจริงเพิ่มเติม ก่อนที่จะเสนอสาระนั้นให้ผู้ใช้ยังไม่มีประสิทธิผลดีพอ ยิ่งถ้าเป็นสาระทางสุขภาพที่เป็นภาษาไทย ซึ่งแม้จะมีมากอยู่ แต่ต้องยอมรับว่า มีสาระจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบความจริง หากเอกสารภาษาไทยที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบความจริงเหล่านี้ถูกรวมไว้ในการฝึก AI ย่อมมีโอกาสสูงขึ้นที่จะได้สาระที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงจาก AI เรื่องใดที่ข้อมูลที่ใช้ฝึกมีน้อย และข้อมูลส่วนหนึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ขีดความสามารถของ AI ก็จะลดลงไปในเรื่องนั้น แม้จะเป็น AI ตัวเดียวกับที่มีขีดความสามารถสูงมากๆ - [ChatGPT Edu เวอร์ชันใหม่ของ AI Chatbot สำหรับมหาวิทยาลัย](https://www.uni.net.th/index.php/news/7502/) - Key TakeawaysOpenAI เปิดตัว ChatGPT Edu ซึ่งเป็นเวอร์ชันพิเศษของ AI Chatbot ที่ออกแบบมาสำหรับมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของนักเรียนChatGPT Edu ขับเคลื่อนด้วย GPT-4 model ที่ทรงพลังกว่ารุ่นก่อน มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในการประมวลผลข้อมูลหลากหลายประเภท รวมถึงการเขียนโค้ดและการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์มหาวิทยาลัยสามารถปรับแต่ง ChatGPT Edu ให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของตน เช่น ใช้ในการสอนภาษา หรือเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องOpenAI ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว โดยรับประกันว่าข้อมูลที่ประมวลผ่าน ChatGPT Edu จะไม่ถูกนำไปใช้ในการฝึกโมเดลสาธารณะมหาวิทยาลัยหลายแห่งได้นำ ChatGPT ไปใช้งานแล้ว เช่น ช่วยสอนเสริม ตรวจทานประวัติย่อ ช่วยเขียนใบสมัครทุน ให้คะแนน และสนับสนุนข้อเสนอแนะศาสตราจารย์และนักวิจัยได้ใช้ GPT เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ลดเวลาการวิจัย และพัฒนา Language Buddies แบบกำหนดเองเพื่อพัฒนาทักษะภาษาของนักเรียนArizona State University กำลังเร่งการบูรณาการเทคโนโลยี OpenAI เข้ากับกรอบการศึกษาและการดำเนินงาน เพื่อสร้างแบบจำลองที่ขยายผลไปยังสถาบันอื่นๆ ได้ความพยายามของ OpenAI ในการนำ AI เข้าสู่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของนักเรียนIntroducing ChatGPT - [นักวิจัยจากอังกฤษเริ่มพัฒนา AI ตรวจหาโรคหัวใจล้มเหลว หวังลดอัตราเสียชีวิตกระทันหัน](https://www.uni.net.th/index.php/news/7495/) - วิทยาการด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI นั้น นับวันจะมีการพัฒนาที่เรียกว่าเหนือจินตนาการมากขึ้นไปทุกวัน จนคนบางกลุ่มอาจเริ่มกล่าวว่า อนาคต AI อาจจะทำได้ทุกอย่างที่คนทำ หรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ บางคนก็อาจจะกลัวว่า AI ถ้าพัฒนาไปมาก ๆ แล้วจะมาแย่งงาน ทำให้ตกงานกันหมดได้ แต่ในอีกมุมหนึ่งนั้น AI อาจจะกลายมาเป็นผู้ช่วยชีวิตเราได้เช่นเดียวกัน จากการนำเอามาใช้สนับสนุนทางการแพทย์ในด้านการรักษา และตรวจโรค ดังเช่นในข่าวนี้จากรายงานโดยสำนักข่าว BBC ศาสตราจารย์ คริส เกล (Chris Gale) แห่งสถาบัน Leeds Teaching Hospital Trust NHS และมหาวิทยาลัยแห่งเมืองลีดส์ (The University of Leeds) ได้เริ่มทำการวิจัยตัวใหม่เพื่อนำเอา AI เข้ามาใช้ในการตรวจรักษาคนไข้โรคหัวใจ ด้วยการนำเอาข้อมูลทางการแพทย์ของคนไข้กว่า 565,264 ราย จากทั่วสหราชอาณาจักร เพื่อนำมาใช้ในการฝึกฝนอัลกอริทึม AI ตัวใหม่ Find-HF (Find Heart Failure) ภายใต้ความสนับสนุนจากสถาบันหัวใจแห่งสหราชอาณาจักร (British - [ชี้ชะตาการศึกษายุคใหม่: เมื่อ AI ปฏิวัติแพลตฟอร์ม e-Learning เปิดโลกการเรียนรู้เฉพาะบุคคลไร้ขีดจำกัด](https://www.uni.net.th/index.php/news/7485/) - แพลตฟอร์ม eLearning และยุคแห่งการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคลการเรียนรู้ในอนาคตอันใกล้จะเป็นแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น ผ่อนคลายมากขึ้น และปรับให้เข้ากับความต้องการเฉพาะของผู้เรียนแต่ละคน ในบทความนี้ เราจะขุดลึกถึงแก่นแท้ของอนาคตแห่งการปรับตัวนี้ ที่ซึ่งการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคลผ่านแพลตฟอร์ม eLearning ไม่เพียงแต่ทำได้เท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับมาตรฐานใหม่อีกด้วย การเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคลไม่ใช่แนวคิดใหม่ อย่างไรก็ตาม การบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์ eLearning ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการส่งมอบการศึกษาไปอย่างสิ้นเชิง ผู้เรียนไม่ได้เผชิญกับวิธีการแบบ one-size-fits-all อีกต่อไป แต่จะได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ปรับให้เข้ากับประสิทธิภาพ ตัวเลือก และจังหวะของแต่ละบุคคลแทนทำไม Personalized Learning จึงสำคัญ: แง่มุมที่ควรพิจารณาสำหรับแพลตฟอร์ม eLearningการปรับแต่ง (Customization) ในการเรียนรู้ออนไลน์นั้นมากกว่าแค่ความสะดวกสบายธรรมดา แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำ เราทราบกันดีว่าผู้เรียนแต่ละคนมีความเป็นเอกลักษณ์ มีรูปแบบการเรียนรู้ (learning patterns) ความสนใจ และเป้าหมายเฉพาะตัว การตระหนักถึงความแตกต่างของแต่ละบุคคลเหล่านี้ ทำให้แพลตฟอร์ม eLearning สามารถปรับปรุงการมีปฏิสัมพันธ์ (interaction) เพิ่มอัตราการรักษาผู้เรียน (retention rates) และนำไปสู่ผลลัพธ์การเรียนรู้ (learning outcomes) ที่ดีขึ้นได้ความสำคัญของ AI และ Machine Learning ในวงการ eLearning AI และ - [คณะแพทยศาสตร์ จุฬา ผสานความร่วมมือครั้งสำคัญผนึกกําลัง 10 องค์กรทางการแพทย์ชั้นนำของประเทศลงนามความร่วมมือ การศึกษาทางการแพทย์ผ่านแพลตฟอร์ม MDCU MEDUMORE มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางคลังความรู้การแพทย์ระดับนานาชาติ](https://www.uni.net.th/index.php/news/7449/) - วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ จัดงานแถลงข่าวและพิธีลงนามทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านทางแพลตฟอร์ม MDCU MedUMore ระหว่าง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ 10 องค์กรการแพทย์ชั้นนำของประเทศไทย ณ ห้องประชุม สดศรี วงศ์ถ้วยทอง อาคาร ภปร ชั้น 18 โรงพยาบาจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย นำโดย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับแพทยสภาสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทยสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทยสมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทยสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทยศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทยสภาเทคนิคการแพทย์Faculty of Medicine, University of Health Sciences, Lao People’s Democratic Republic.สมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการเเพทย์ไทย1-2-10 Med Ed Exponentialคณะแพทยศาสตร์ ร่วมกับมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ พัฒนา Online Learning Platform ภายใต้ชื่อ “MDCU MedUMore” โดยในการจัดงานครั้งนี้ นำเสนอภายใต้แนวคิด - [ครั้งแรก! ม.อ. อนุญาต เอกชน ใช้สิทธิในระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ PSU e-Document พร้อมขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลต่อสาธารณะ](https://www.uni.net.th/index.php/news/7436/) - มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดย สำนักนวัตกรรมดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ จัดงานเปิดตัว PSU e-Document ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมลงนามการทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ PSU e-Document ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ กับ บริษัท สยามดีแอพ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี ผศ. ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวต้อนรับ รศ. ดร.สินชัย กมลภิวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวรายงานโครงการ ผศ. ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ดร.นที เทพโภชน์ ประธานกรรมการบริษัท สยามดีแอพ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมแถลงข่าวและลงนามทำสัญญาอนุญาต พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และบุคลากรของทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สำนักงานใหญ่) อาคารลาดพร้าว ฮิลส์ ชั้น 7 กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2567 ภายในงานมีการ เสวนา “PSU e-Document ตอบโจทย์การบริหารจัดการองค์กรอิเล็กทรอนิกส์ของท่านได้อย่างไร” โดย ดร.มนต์ศักดิ์ โซ่เจริญธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมาภิบาลข้อมูลและที่ปรึกษาโครงการ รศ. - [สกมช. จับมือ DGA ลงนาม MOU เสริมแกร่งองค์ความรู้ ยกระดับการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ ก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างมั่นคงปลอดภัย](https://www.uni.net.th/index.php/news/7428/) - สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) โดย พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (DGA) โดย นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และยกระดับทักษะด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ทั้งในรูปแบบการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ และการเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์ e-learning รวมถึงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงสถานการณ์ที่เกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ ตลอดจนการดำเนินการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ร่วมกัน เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2567 ณ ห้อง Confidential สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจหลักของ สกมช.คือการมุ่งมั่นลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อยกระดับประเทศให้มีความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งประเด็นเรื่องข้อมูลรั่วไหลและการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีจำนวนครั้งที่เกิดถี่ขึ้นเรื่อย ๆ และมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำด้านองค์ความรู้และทักษะ ทางดิจิทัลเริ่มส่งผลกระทบกับองค์กรต่าง ๆ อย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ดังนั้น สกมช. จึงเพิ่มความเข้มข้นของการทำงานโดยบูรณาการร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วนในการทำงานเพื่อวางรากฐานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ของประเทศให้แก่บุคลากรผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้สามารถป้องกันและสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้และทักษะด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้เข้าถึงประชาชนทุกระดับทุกช่วงวัย ผ่านเครือข่ายของ สกมช. ในรูปแบบของการทำงานเชิงรุก ไม่ว่าจะเป็นการจัดโครงการหรือการจัดอบรมต่าง - [Communities บน Messenger ฟีเจอร์แชตใหม่สำหรับกลุ่ม, โรงเรียน, และองค์กร สูงสุด 5000 คน](https://www.uni.net.th/index.php/news/7414/) - Communities บน Messenger เปิดตัวแบบเงียบๆ แล้วบนแอป Messenger ซึ่ง Meta เปิดตัวครั้งแรกจริงๆเมื่อปี 2022 เพื่อให้ผู้คนในกลุ่ม Facebook เชื่อมต่อแบบเรียลไทม์ ให้สร้างพื้นที่เฉพาะสำหรับการสื่อสารแบบเรียลไทม์บน Messenger โดยไม่ต้องเชื่อมต่อไปที่กลุ่ม Facebook โดย Community จะรวมการแชตเป็นกลุ่มหลายรายการไว้ในที่เดียว และแต่ละ Community จะมีพื้นที่ “หน้าแรก” โดยเฉพาะ ซึ่งผู้ดูแลระบบสามารถแบ่งปันการอัปเดตและประกาศต่างๆ ได้ รองรับได้สูงสุด 5,000 คน รูปแบบใกล้เคียงกับห้องแชต Discordฟีเจอร์นี้สามารถใช้เพื่อสร้างพื้นที่เฉพาะสำหรับสิ่งต่างๆ เช่น องค์กร โรงเรียน กลุ่่มเพื่อนขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อสร้างพื้นที่เฉพาะสำหรับเชื่อมต่อกับเพื่อนที่มีความสนใจคล้ายกันMeta กล่าวในหน้าช่วยเหลือ Community บน Messenger ได้รับการออกแบบมาเพื่อการสนทนาแบบสาธารณะมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มบน Facebook ฟีเจอร์ใหม่นี้กำลังเปิดตัวให้กับผู้ใช้ Messenger ทั่วโลก ที่มา : https://www.it24hrs.com/2024/communities-on-messenger-2024/ - [DU Forum “เปิดนิเวศมหาวิทยาลัยดิจิทัล”](https://www.uni.net.th/index.php/news/7397/) - สถาบันคลังสมองของชาติจัดงานสัมมนา Digital University Forum “เปิดนิเวศมหาวิทยาลัยดิจิทัล” เมื่อเร็วๆนี้ ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์ประเสริฐ ณ นคร ชั้น 3 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ถนนศรีอยุธยา) จากการดำเนินงานวิจัยภายใต้โครงการ “มหาวิทยาลัยดิจิทัล” ที่ได้คำตอบอย่างชัดเจนแล้วว่า มหาวิทยาลัยไทยมุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลได้เมื่อมีนิเวศดิจิทัลที่เหมาะสม งานนี้จึงจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดนิเวศ ให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมอง Share and Learn เพื่อจะสามารถผลักดันให้มหาวิทยาลัยไทยเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลที่เป็นประโยชน์กับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคสังคม ภาครัฐ และภาคเอกชน ภายในงานได้เริ่มจากการกล่าววัตถุประสงค์การจัดงาน โดย รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองของชาติ ที่กล่าวว่า “งานนี้มหาวิทยาลัยจะเชื่อมต่อกับโลกได้ต้องปรับลดการทำงานแบบต่างคนต่างทำ (Silo) สร้างพื้นที่การเชื่อมต่อ โดยการเชื่อมต่อมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างมหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกับชุมชน มหาวิทยาลัยกับภาครัฐ มหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ ดังนั้นจึงเป็นการ “เชื่อมเพื่อใช้” ใช้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อกลุ่มต่างๆ ในนิเวศมหาวิทยาลัยดิจิทัล โดยฉายภาพปลายทางของงานวิจัยนี้น่าจะเกิดเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ทำให้ได้ทราบว่าในส่วนนิเวศของมหาวิทยาลัยที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลเต็มรูปแบบควรจะมีอะไรบ้าง มีการกระตุ้น มีการสนับสนุน มีตัวอย่างที่ดี มีการจัดอบรม มีการทำความเข้าใจ และไปด้วยกัน ตรงนี้ก็เป็นในส่วนที่สถาบันคลังสมองทำได้” จากนั้นเป็นการให้มุมมองการพัฒนานิเวศมหาวิทยาลัยดิจิทัล โดย - [รวมเครื่องมือ AI ทรงพลังใช้ในชีวิตประจำวัน](https://www.uni.net.th/index.php/news/7386/) - แม้ว่า AI จะอยู่ในโลกนี้มานานแล้ว และการมาของ Generative AI อย่าง ChatGPT ที่ได้เปิดตัวให้ชาวโลกได้ใช้งานเมื่อปลายปี 2019 ก็เป็นจุกหมายของยุคสมัย AI อย่างเต็มตัว และในปัจจุบันการใช้งานเครื่องมือ AI มาช่วยทำงานในแต่ละวันช่วยร่นเเวลา และเพิ่ม Productivity เป็นอย่างมาก ในวันนี้ BT Beartai อยากพาทุกคนมาดูว่าในปัจจุบันมีเครื่องมือ Generative AI ใดที่น่าสนใจกันบ้าง AI สร้างข้อความChatGPT– แชตบอตสำหรับการค้นหาข้อมูล และผู้ช่วยจาก OpenAI ใช้โมเดล GPT-3.5 GPT-4.0 และ GPT-4o สามารถค้นหาข้อมูลโดยข้อความ รูปภาพ เสียง และไฟล์เอกสาร– ใช้งานฟรี และเสียเงินรายเดือน 20 เหรียญต่อเดือน GPT-Plus เข้าถึงโมเดล GPT-4.0, GPT-4o, DALL·E, GPT Store และ Custom GPTGemini– แชตบอตสำหรับการค้นหาข้อมูล และผู้ช่วยจาก - [วช. เปิดบ้านวันที่หก NRCT Open House 2024 ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมไทยไปสู่ตลาดโลก](https://www.uni.net.th/index.php/news/7371/) - วันที่ 6 มิถุนายน 2567 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการประชุมชี้แจงกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2568 และแถลงผลสำเร็จจากการวิจัยและนวัตกรรม NRCT Open House 2024 โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม และกรอบการวิจัยและนวัตกรรมที่ วช. ให้การสนับสนุนทุนการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2568 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มุ่งเน้นสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ เตรียมความพร้อม ให้แก่ประชาคมวิจัยในการจัดทำข้อเสนอสำหรับการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อขอรับทุนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วช. มุ่งมั่นสนับสนุนให้เกิดการขยายเครือข่ายวิจัยที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม ในสถานการณ์ปัจจุบันองค์การสหประชาชาติ (UN) ให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาด้านมลพิษที่เกิดจากภาคอุตสาหกรรม จึงมีการกำหนดมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ขึ้น ให้เป็นมาตรการสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero Emissions ในปี - [ว.เทคโนโลยีสยาม เปิดหลักสูตรปริญญาโท Cyber Security ที่เดียวและที่แรกของประเทศไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/7363/) - ปัจจุบันงานด้าน Cyber Security ถือเป็นสายงานที่เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมากและได้รับความนิยมอย่างมาก พรบ.ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 2562 โดยหน่วยงานรับผิดชอบตรงคือ สำนักคณะกรรมการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. แต่ยังขาดแรงงานที่มีความรู้ความหลักความสามารถเฉพาะและมีประสบการณ์ทางด้านนี้ ทั้งในและต่างประเทศ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี จึงได้เปิดหลักสูตร “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างมืออาชีพ (หลักสูตรนานาชาติ) หรือ Master of Science in Professional Cyber Security (International Program)” เน้นการผลิตบุคลากรภาคอุตสาหกรรม Cyber Security โดยเป็นลักษณะการเรียนเน้นปฏิบัติลงมือทำสารนิพนธ์/โครงงาน ระยะเวลาเรียนแค่ 2 ปี โดยจุดเด่นของหลักสูตรคือ รายวิชาที่เป็นจุดเด่นเฉพาะทาง เช่น วิชา– Ethical Hacking– Penetration Testing– Digital Forensic and Gathering Information– Malware Analysis– Cryptography– Cloud Security– Network and - [ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คว้า 5 รางวัลจากเวทีประกวดผลงานนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ ระดับนานาชาติ “The 49th International Exhibition of Inventions Geneva” ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส](https://www.uni.net.th/index.php/news/7303/) - ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คว้ารางวัลระดับนานาชาติจากการส่งผลงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมเข้าร่วมประกวดในงาน “The 49th International Exhibition of Inventions Geneva” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 21 เมษายน 2567 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยเป็นงานจัดแสดงผลงานนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในเครือ International Federation of Innovator’s Associations (IFIA) มีการนำผลงานจากนานาประเทศทั้งจากทวีปยุโรป เอเชีย และอเมริกาเข้าร่วมประกวดและจัดแสดงนิทรรศการมากกว่า 1,000 ผลงาน จากกว่า 40 ประเทศ โดยในปีนี้มี 3 ผลงานจากทีมอาจารย์ อาจารย์แพทย์และนักวิจัยของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ได้รับรางวัล 1 เหรียญทอง (Gold Medal), 2 รางวัลเหรียญเงิน (Silver Medal) และ 2 รางวัล Special Award สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติให้กับประเทศไทย พร้อมพัฒนาต่อยอดเพื่อการนำไปใช้งานจริงทางการแพทย์และสาธารณสุข สำหรับผลงานจากอาจารย์ อาจารย์แพทย์ - [สดช. ขับเคลื่อนนโยบาย Cloud First Policy จัดเวทีประชาสัมพันธ์ผลการศึกษาและ (ร่าง) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย กฎระเบียบ มาตรการ มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการให้และการใช้บริการระบบคลาวด์ที่เหมาะสม สำหรับหน่วยงานภาครัฐ](https://www.uni.net.th/index.php/news/7286/) - วันที่ 24 พฤษภาคม 2567 นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมประชาสัมพันธ์ผลการศึกษาและ (ร่าง) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย กฎระเบียบ มาตรการ มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการให้และการใช้บริการระบบคลาวด์ที่เหมาะสมสำหรับหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้โครงการจัดทำกฎระเบียบการใช้บริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ และจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ข้อมูลของประเทศไทย โดยมีนางสุรีพร พรโสภณวิชญ์ ผู้อำนวยการกองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรอิสระ และภาคประชาชน กว่า 200 คน เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ดำเนินการศึกษาและจัดทำกฎระเบียบการใช้บริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ และแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ข้อมูลของประเทศไทย โดยได้ดำเนินการพัฒนา ติดตั้ง บริหาร และดูแลระบบคลาวด์กลางภาครัฐ ภายใต้โครงการพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud service : GDCC) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐเกิดการพัฒนาการทำงานให้มีลักษณะเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ และพร้อมให้บริการแก่ทุกภาคส่วน โดยเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่มีมาตรฐาน ปลอดภัยและการให้บริการประชาชน - [รมว.ดีอี เปิดตัวโครงการ “PDPA Challenge 2024 by Krungthai x PDPC Season 2](https://www.uni.net.th/index.php/news/7278/) - นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน เปิดโครงการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ระดับอุดมศึกษา ปีที่ 2 (PDPA Challenge 2024 by Krungthai x PDPC Season 2) โดย นายณัฐวุฒิ พันธุ์ภักดี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และ พันตำรวจเอกสุรพงศ์ เปล่งขำ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบและกำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ร่วมให้การต้อนรับ ณ อาคารศูนย์บริการลูกค้า NT2โครงการ PDPA Challenge 2024 by Krungthai x PDPC Season 2 เป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารกรุงไทย และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เพื่อพัฒนาศักยภาพและยกระดับ ทักษะการเรียนรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้เกิดความเชี่ยวชาญในการนำไปประยุกต์ใช้ รวมทั้งเพื่อสร้างนักกฎหมายในอนาคตให้ตระหนักถึงความสำคัญของกฎหมายด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเปิดโอกาสให้นิสิต และ นักศึกษา ที่มีความรู้ความสามารถทางด้านกฎหมาย ร่วมแข่งขันตอบปัญหากฎหมายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับอุดมศึกษา ภายใต้แนวคิด “ป้องกัน-ระวัง-เข้าใจ” ชิงทุนการศึกษากว่า 1 แสนบาท ทั้งนี้ นิสิต นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือก จะได้เข้าค่ายอบรมความรู้ ที่ศูนย์ฝึกอบรมธนาคารกรุงไทย เขาใหญ่ - [ประมวลภาพบรรยากาศงาน Asia-Pacific Advance Network ครั้งที่ 57 (APAN 57)](https://www.uni.net.th/index.php/activity/6463/) - ประมวลภาพบรรยากาศงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ Asia-Pacific Advance Network (APAN) ครั้งที่ 57 (57th APAN Meeting) ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 29 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา ภาพบรรยากาศวันที่ 29 มกราคม 2567 ภาพบรรยากาศวันที่ 30 มกราคม 2567 พิธีเปิด งานประชุมวิชาการระหว่างประเทศของกลุ่มสมาชิกเครือข่าย Asia-Pacific Advance Network (57th APAN Meeting) กิจกรรมสาธิตความเป็นไทย กิจกรรมสุขสรรค์ เพนท์ร่มบ่อสร้าง จากภาคเหนือ กิจกรรมสุขใจ พวงกุญแจจากผ้าปาเต๊ะ จากภาคใต้ กิจกรรมสานสุข สานปลาตะเพียนจากใบตาล ตกแต่งด้วยผ้าขาวม้า จากภาคกลาง และภาคอีสาน Welcome Dinner การแสดง Opening Show - [ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเครือข่ายขั้นสูงแห่งเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 57 (APAN 57)](https://www.uni.net.th/index.php/news/6353/) - ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดการประชุมเครือข่ายขั้นสูงแห่งเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 57 (The Asia-Pacific Advanced Network : APAN 57)... - [ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครือข่ายการวิจัยและการศึกษา ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ APAN ครั้งที่ 57 ระหว่างวันที่ 29 มกราคม - 2 กุมภาพันธ์ 2567](https://www.uni.net.th/index.php/news/6305/) - ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครือข่ายการวิจัยและการศึกษา ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ APAN ครั้งที่ 57 ระหว่างวันที่ 29 มกราคม - 2 กุมภาพันธ์ 2567 - [UniNet ร่วมกับ ThaiRen เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ Asia-Pasific Advanced Network : APAN ครั้งที่ 57 (57th APAN Meeting)](https://www.uni.net.th/index.php/news/5073/) - สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับและสมาคมเครือข่ายไทยเพื่อการศึกษาวิจัย (ThaiREN) ขอเชิญชวน ผู้บริหาร อาจารย์ นักวิจัย และบุคลากร งานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ Asia- Pacific Advanced Network : APAN ครั้งที่ 57 (57th APAN Meeting) ระหว่างวันที่ 29 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพมหานคร สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.apan57.apan.net The Office of Information Technology Administrator for Education Development, under the Office of the Ministry of - [ทีมงาน ThaiLIS ได้รับเกียรติเชิญเข้าร่วมดูงานสำนักวิทยทรัพยากร Office of Academics Resources](https://www.uni.net.th/index.php/news/5484/) - วันที่ 9 มกราคม 2567 เวลา 13.00 น. ทีมงาน ThaiLIS ได้รับเกียรติเชิญเข้าร่วมดูงานสำนักวิทยทรัพยากร Office of Academics Resources ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย โดยเป็นการบรรยายในหัวข้อเกี่ยวกับระบบ iThesis โดยมีความเป็นมา การทำงาน การจัดการฐานข้อมูลนิสิตรวมไปถึงบุคลากรของระบบและการเชื่อมโยงข้อมูล ปัญหาต่างๆที่พบในการใช้ระบบ และแนวทางแก้ปัญหา เป็นต้น และได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ Alibaba Cloud ซึ่งเป็นการทำความร่วมมือของบริษัท Alibaba กับทาง สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเผยแพร่ความรู้ให้แก่นิสิต คณาจารย์และบุคลากรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มีพื้นที่การเรียนรู้หลักสูตรทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิเช่น Media Design, Virtual Server, Cyber Secuirty และ Generative AI บน Hardware และ Cloud Server - [UniNet ประชุมสัมมนาความร่วมมือระหว่างห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาครั้งที่ 36 (TCL 36th)](https://www.uni.net.th/index.php/news/5002/) - วันที่ 3 มกราคม 2567 … รองศาสตราจารย์ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (สบทศ.) หรือ ผอ.UniNet สป.อว. เป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดการประชุมสัมมนาความร่วมมือระหว่างห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาครั้งที่ 36 (TCL 36th) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2567 ณ หอประชุมเบญจรัตน์ อาคารนวมินทราราชินี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยมี รองศาสตราจารย์พยุง มีสัจ พร้อมคณะทำงานจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในฐานะเจ้าภาพในการจัดงานครั้งนี้ เข้าร่วมประชุมหารือเตรียมการด้วย - [ความสามารถดิจิทัลไทยดีขึ้น 5 อันดับ รมว.ดิจิทัลฯ ฝันไกลดันให้อยู่ 30 อันดับแรกของโลก ในปี 2569](https://www.uni.net.th/index.php/news/4575/) - นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงผลการจัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันด้านดิจิทัลของไทย (Digital Competitiveness Ranking) ในปี 2566 ดีขึ้น 5 อันดับ โดยไทยอยู่อันดับที่ 35 จากอันดับที่ 40 ในปีที่ผ่านมาการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัลโลก ซึ่งจัดทำโดย IMD World Competitiveness Center เพื่อวัดระดับความสามารถ และความพร้อมของ 64 เขตเศรษฐกิจในการปรับใช้ และสำรวจเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการทรานส์ฟอร์มภารครัฐ ภาคธุรกิจ และสังคมในวงกว้างโดยประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันด้านดิจิทัลสูงสุด 5 อันดับแรกของโลก ได้แก่ 1.สหรัฐฯ 2.เนเธอร์แลนด์ 3.สิงคโปร์ 4.เดนมาร์ก และ 5.สวิตเซอร์แลนด์สำหรับอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยในภาพรวมมีการปรับตัวดีขึ้น 5 อันดับ ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 35 จากอันดับที่ 40 ในปี 2565นอกจากนี้ยังมีการแบ่งความสามารถการแข่งขันทางดิจิทัลออกเป็นอีก 3 ด้าน ได้แก่ ความรู้ (Knowledge), เทคโนโลยี (Technology) และความพร้อมสำหรับอนาคต (Future Readiness) ซึ่งในปีนี้ไทยได้รับการจัดอันดับดีขึ้นในทุกด้าน ในด้านความรู้ความสามารถขยับขึ้นมา 4 - [สิงคโปร์ประกาศแผนยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติฉบับที่สอง ชวนนักวิจัย AI มาอาศัย, เร่งซื้อ GPU เข้าประเทศ](https://www.uni.net.th/index.php/news/4568/) - รัฐบาลสิงคโปร์ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (Singapore National AI Strategy หรือ NAIS) ฉบับที่สอง หลังจากออกแผนฉบับแรกมาตั้งแต่ปี 2019แผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้มองว่า AI เปลี่ยนสถานะจากสิ่งที่ควรมีมาสู่สิ่งที่จำเป็น (From Opportunityto Necessity) เปลี่ยนจากโครงการแยกย่อยมาเป็นระบบ (From Projects to Systems) และเปลี่ยนจากเรื่องเฉพาะประเทศมาเป็นเรื่องระดับโลก (From Local to Global)Lawrence Wong รองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ กล่าวเปิดงานว่าก่อนหน้านี้ AI เป็นแค่การตรวจหาแพทเทิร์น แต่ตอนนี้ AI กลายเป็นระบบที่ซับซ้อนขึ้น มีทักษะตอบโต้ได้มากขึ้น และอีกไม่นานเราจะมี AI ที่มีทักษะเหมือนมนุษย์ สามารถตัดสินใจได้เอง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตมนุษย์และสังคมเป้าหมายของ NAIS 2.0 มีอยู่สองข้อ ได้แก่Excellence สิงคโปร์จะต้องเป็นประเทศที่เก่งด้าน AI บางเรื่องในระดับยอดเยี่ยมของโลกEmpowerment สิงคโปร์จะเชิญชวนให้ประชาชนและธุรกิจในประเทศมาใช้ AI ได้อย่างมั่นใจและเชื่อใจ มอง AI เป็นตัวช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมสิ่งที่สิงคโปร์จะทำตามแผน NAIS 2.0 มีด้วยกัน 10 ข้อ - [องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA ถูกโจมตีจากภัยคุกคามทางไซเบอร์](https://www.uni.net.th/index.php/news/4562/) - องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA ถูกโจมตีจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ข้อมูลด้านเทคโนโลยีที่มึความสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับอวกาศนั้นต้องตกอยู่ในความเสี่ยงช่องโหว่ด้านความปลอดภัยนี้ถูกเปิดเผยในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้เอง เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลกฏหมายได้แจ้งเตือนไปยังตัวแทนของทาง JAXA ว่าระบบนั้นมีความไม่ปลอดภัยซึ่งในที่สุดก็ได้รับการยืนยันจากทางหัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่น Hirokazu Matsuno ได้เปิดเผยในการแถลงข่าวว่านักโจมตีได้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ Active Directory (AD) ของทางหน่วยงาน ที่ต้องบอกว่ามันคือหัวใจสำคัญของการปฏิบัติการด้านเครือข่ายของ JAXA เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามทาง JAXA ก็ได้พยายามแก้ไขปัญหาโดยทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของภาครัฐและฝ่ายกฏหมายเพื่อวางแผนในการจัดการตรวจสอบและป้องกันต่อไป องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA ถูกโจมตีจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ – Enterprise IT Pro - [นักประดิษฐ์ไทยคว้ารางวัล Platinum Award จากงาน “2023 Kaohsiung International Invention and Design EXPO” ณ เมืองเกาสง ไต้หวัน](https://www.uni.net.th/index.php/news/4540/) - นักประดิษฐ์จากคณะสหเวชศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในการคว้ารางวัล Platinum Award จากงาน “2023 Kaohsiung International Invention and Design EXPO” (KIDE 2023) ณ เมืองเกาสง ไต้หวัน จากผลงานเรื่อง “อุปกรณ์อัจฉริยะติดตามสมรรถภาพทางกายสำหรับผู้ใช้งานวีลแชร์” โดยทีมนักประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัล ได้แก่ ผศ.ดร.สายรัก สอาดไพร และคณะ ซึ่งผลงานเป็นระบบที่สามารถวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของวีลแชร์ พัฒนาขึ้นเพื่อตรวจจับ รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลการเคลื่อนไหวของวีลแชร์ สามารถนำไปใช้ในการแข่งขันและฝึกซ้อมกีฬาวีลแชร์ เป็นการพัฒนาระบบการประมวลผลและออกแบบจอแสดงผลข้อมูล เพื่อให้ผู้ฝึกสอนกีฬาและนักกีฬาสามารถประเมินการเคลื่อนไหวในขณะใช้วีลแชร์ เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์และพัฒนาสมรรภาพของนักกีฬาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำทีมนักประดิษฐ์นักวิจัยไทยคว้ารางวัลPlatinum Award พร้อมเหรียญรางวัลในระดับต่างๆ และรางวัลสำคัญจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติอีกในเวที KIDE 2023 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2566 ณ Kaohsiung Exhibition Center ไต้หวันนอกจากนี้ ยังมีประดิษฐกรรมและและนวัตกรรมของทีมนักประดิษฐ์ไทยอีก 4 ผลงานที่ได้รับ - [‘Authentic’ คำแห่งปี 2023 รับยุค AI ที่ทำให้ไม่รู้อะไรจริงอะไรปลอม](https://www.uni.net.th/index.php/news/4534/) - Merriam-Webster เว็บไซต์พจนานุกรมเก่าแก่ของสหรัฐ ยกให้คำว่า “Authentic” ที่แปลว่า เป็นของแท้, แท้จริง เป็น “คำแห่งปี” 2023 ในยุคที่ ‘AI’ ทำให้การตามหาความจริงเป็นเรื่องยาก AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตผู้คนมากยิ่งขึ้น จนหลายครั้งแยกไม่ออกว่าอะไรคือของจริงหรือถูกสร้างมาจาก AI ขณะที่ข่าวลือ ข่าวปลอมยังคงระบาดหนัก ไหนจะแก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพที่หามุกใหม่ ๆ มาหลอกประชาชนอยู่ตลอด ทำให้ในปี 2023 ผู้คนจึงตั้งคำถามว่า “อะไรคือข้อเท็จจริงกันแน่” เรายังสามารถเชื่อถืออะไรได้บ้าง จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ Merriam-Webster พจนานุกรมเก่าแก่ของสหรัฐ ยกให้คำว่า “Authentic” ที่แปลว่า เป็นของแท้, แท้จริง เป็น “คำแห่งปี” 2023 ความจริงแท้พิสูจน์ได้ยากในปี 2023Merriam-Webster ระบุว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการค้นหาคำจำกัดความของ “Authentic” อยู่เสมอ แต่ในปี 2023 การค้นหาคำนี้ “เพิ่มขึ้นอย่างมาก” เนื่องจากมีเรื่องราวและการสนทนาเกี่ยวกับ AI วัฒนธรรมคนดัง การสร้างตัวตนบนโซเชียลมีเดีย จนทำให้ผู้คนเริ่มแยกไม่ออกเหตุผลที่คนจำนวนมากเสิร์ชหาความหมายของคำนี้เป็นเพราะ “Authentic” มีความหมายกว้างไม่ได้แปลว่า ของแท้ หรือ ของจริงเท่านั้น แต่ตามข้อมูลของพจนานุกรมยังรวมถึง “ไม่เป็นเท็จหรือเลียนแบบ” - [หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดสมอง เทคโนโลยี…เปลี่ยนชีวิต](https://www.uni.net.th/index.php/news/4525/) - กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา ได้ดำเนินการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดสมองเพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัด ลด ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด ได้เปิดให้บริการ ตั้งแต่ 30 พฤษภาคม พ.ศ.2562 เป็นต้นมา แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ได้พัฒนาระบบเทคโนโลยีการแพทย์ชั้นสูงโดยการนำหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดสมอง เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงการรักษาที่ทันสมัย ปลอดภัย ซึ่งความสามารถของหุ่นยนต์ตัวนี้ สามารถช่วยผ่าตัดได้หลายโรคและหลายหัตถการ เช่น การผ่าตัดวางขั้วไฟฟ้าเพื่อหาจุดกำเนิดของโรคลมชัก การผ่าตัดวางเครื่องมือ DBS ในโรคพาร์กินสัน ผ่าตัดเนื้องอกในสมองทั่วไปและเนื้องอกที่บริเวณต่อมใต้สมองซึ่งอยู่ในส่วนลึก การผ่าตัดชิ้นเนื้อใน สมองส่วนลึก การผ่าตัดส่องกล้องในสมอง (Endoscope) หรือการผ่าตัดอื่น ๆที่ต้องการความแม่นยำสูงหรืออยู่ในตำแหน่งที่ยากต่อการเข้าถึงด้วยวิธีการผ่าตัดแบบธรรมดา นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ระยะเวลา 4 ปี หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดสมองตัวนี้ ได้ช่วยผ่าตัดผู้ป่วยโรคทางสมอง เช่น โรคลมชักที่รักษายากและมีความซับซ้อน โรคพาร์กินสัน เนื้องอก เลือดออกในสมอง ใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก จากจำนวนผ่าตัดโรคทางสมองกว่า 60 ราย สถาบันประสาทวิทยาในฐานะที่เป็นสถาบันเชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคสมอง ไขสันหลัง และระบบประสาทของรัฐ ทั้งด้านวิชาการและการบริการ อีกพันธกิจหนึ่งที่สำคัญคือ การพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์ - [มหาวิทยาลัยมหิดล จับมือ สวทช. ร่วมกันพัฒนาระบบบริหารจัดการเผยแพร่ฐานข้อมูลพืช-ทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน](https://www.uni.net.th/index.php/news/4518/) - มหาวิทยาลัยมหิดล โดย โครงการจัดตั้งสถาบันอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ (National Biobank of Thailand) หรือ NBT ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิจัยและพัฒนา เรื่อง “การพัฒนาระบบบริหารจัดการและเผยแพร่ฐานข้อมูลพืชและทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน” โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และ ดร.วรรณพ วิเศษสงวน ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ปฏิบัติการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ พัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลและการจัดเก็บทรัพยากรทางชีวภาพที่พบในอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ อาทิ ฐานข้อมูลออนไลน์ แพลตฟอร์มสารสนเทศสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเผยแพร่และเชื่อมโยงข้อมูลทรัพยากรชีวภาพระหว่างหน่วยงาน ในการศึกษา วิจัย และพัฒนานวัตกรรมด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืนดร.วรรณพ วิเศษสงวน ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. กล่าวว่า NBT เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศที่สำคัญกำกับดูแลโดยไบโอเทค สวทช. มีพันธกิจหลักในการสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพที่มีค่าของประเทศอย่างยั่งยืน โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพที่สำคัญ ยกระดับการบริหารจัดการด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพผ่านดูแลตัวอย่างทรัพยากรฯ แบบระยะยาว - [สิ่งสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องพิจารณา เรื่องความเสี่ยงของ AI กับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม](https://www.uni.net.th/index.php/news/4512/) - สิ่งสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องพิจารณา เรื่องความเสี่ยงของ AI กับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยประโยชน์ของ AI ที่เรานิยมใช้กันทุกวันนี้ ต้องสมดุลกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และผลที่เกิดตามมาโดยไม่ได้ตั้งใจจากฮาร์ดแวร์ โมเดลการฝึกและการใช้พลังงานเบตติน่า แทรทซ์ ไรอัน รองประธานฝ่ายวิจัย Gartner กล่าวว่า “จากการสำรวจความคิดเห็นของ Gartner กับผู้บริหารระดับซีอีโอในปี 2566 พบว่าประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญติด 10 อันดับแรก ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการทำสำรวจ ท่ามกลางแรงกดดันที่ CIO ได้รับเพิ่มขึ้นจากผู้บริหาร ลูกค้า พนักงาน นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแลในการริเริ่มหรือปรับปรุงโครงการไอทีเพื่อความยั่งยืน”“64% ของ CEO ระบุว่าการผสมผสานการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงองค์กร เช่น การนำ AI มาปรับใช้งานและการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นโอกาสสร้างการเติบโต โดย CIO ควรใช้ปัจจัยเหล่านี้เป็นแรงกระตุ้นในการสร้างความเป็นผู้นำมากยิ่งขึ้นผ่านการดำเนินกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงด้านความยั่งยืนและใช้ความยั่งยืนเป็นแพลตฟอร์มสร้างการเติบโต”สำหรับ CIO ส่วนใหญ่ มองว่าการส่งมอบบริการดิจิทัลเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับและความต้องการ อันหมายถึงการยึดตามหลัก KPI ทางธุรกิจต่าง ๆ เช่น คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์หรือปริมาณการใช้พลังงาน ซึ่งเป็นเรื่องของวิธีการที่บรรดา CIO ใช้วางรากฐานดิจิทัล หรือจัดสรรผลประโยชน์จากดิจิทัลเพื่อรองรับตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลขององค์กร พร้อมปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความยั่งยืนควบคู่กันไป ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว แม้ธุรกิจจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน แต่ CIO - [“ศ.ดร.ศุภชัย” รองปลัดฯ อว. เข้าร่วมการประชุมนายกสภาและอธิการบดี มทร. ย้ำนโยบาย อว. ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับคนทุกช่วงวัย ควบคู่ผลิตหลักสูตรพัฒนากำลังคนตอบโจทย์ประเทศ](https://www.uni.net.th/index.php/news/4464/) - เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมการประชุมนายกสภาและอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปนอ.มทร.) ครั้งที่ 3/2566 โดยมี พลเอก จรัล กุลละวณิชย์ ประธาน ทปนอ.มทร. รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด (อธิการบดี มทร.ธัญบุรี) ประธาน ทปอ.มทร. และคณะนายกสภาและอธิการบดี มทร. ทั้ง 9 แห่ง ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม Ball Room ศูนย์นวัตกรรมและความรู้ มทร.ธัญบุรี ชั้น 7 อาคารบางซื่อจังชั่น เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. มีนโยบายที่มุ่งเน้นในด้านการพัฒนากำลังคนให้สามารถเรียนรู้จากการใช้ประสบการณ์จริง โดยกระทรวง อว. ได้มีการขับเคลื่อนไปแล้วในหลากหลายโครงการ เช่น สหกิจศึกษา U2T ยุวชนอาสา และ CWIE ให้บุคลากรสามารถเรียนรู้ร่วมกับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งกระทรวง อว. ได้ออกเกณฑ์มาตรฐาน 2565 ให้อำนาจนายกสภามหาวิทยาลัยในการพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยได้ นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำการให้ความสำคัญในเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิต - [ททท. จับมือ แกร็บ ลงนาม MOU ดันท่องเที่ยวยั่งยืนผ่าน 3 มิติ](https://www.uni.net.th/index.php/news/4458/) - แกร็บ ประเทศไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อร่วมส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนผ่านความร่วมมือใน 3 มิติหลัก ครอบคลุมทั้งการจัดแคมเปญพิเศษและมอบสิทธิประโยชน์ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง การแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้เพื่อใช้พัฒนากิจกรรมและวางแผนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวในอนาคต รวมถึงการผลักดันการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยว่า “ททท.ขานรับนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนและพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศด้วยการท่องเที่ยว ควบคู่กับเร่งรัดผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนองค์กร ทั้งการตลาดและการพัฒนาด้วยฐานข้อมูลและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ และมุ่งสร้างความมั่นคงทางการท่องเที่ยว (Tourism Security) ให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างเข้มแข็งการผนึกความร่วมมือกับหน่วยงานภาคเอกชนอย่าง แกร็บ ประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของ ททท. ที่จะช่วยส่งเสริมกลยุทธ์ดังกล่าว ด้วยศักยภาพและจุดแข็งของแกร็บ ซึ่งเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มที่เข้าถึงและตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ และมีฐานข้อมูลพฤติกรรมการใช้บริการของกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างชาติ รวมทั้งมีวิสัยทัศน์ในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับ ททท. จึงเชื่อมั่นว่าการผสานความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดและการบริหารธุรกิจของผู้ประกอบการไทย อันจะสร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน”นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มชั้นนำ แกร็บมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยและส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันที่มีมาตรฐานทั้งในด้านความสะดวก ความปลอดภัย และคุณภาพการให้บริการ โดยที่ผ่านมาเราได้ร่วมมือกับ ททท. ในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การจัดกิจกรรมหรือแคมเปญต่างๆ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกับกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ การพัฒนาแพลตฟอร์มและยกระดับคุณภาพของบริการเพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงการเตรียมความพร้อมและพัฒนาศักยภาพของคนขับ การประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ ททท. ในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยและยกระดับอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน โดยเรามีแผนร่วมกับ ททท. ในการพัฒนาและดำเนินกิจกรรมต่างๆ - [รมว.ดีอี ตรวจเยี่ยม สดช. พร้อมมอบนโยบาย](https://www.uni.net.th/index.php/news/4453/) - รมว.ดีอี ตรวจเยี่ยม สดช. พร้อมมอบนโยบาย วันนี้ (30 พ.ย.66) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (รมว.ดีอี) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงฯ และคณะทำงาน ตรวจเยี่ยม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ และร่วมรับฟังแนวทางการดำเนินการที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และกระทรวงดิจิทัลฯ โดยมี นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนนรับ ณ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รัฐบาลไทย-ข่าวทำเนียบรัฐบาล-รมว.ดีอี ตรวจเยี่ยม สดช. พร้อมมอบนโยบาย (thaigov.go.th) - [แบงค์ชาติเปิดรับฟังความเห็นแนวทางใช้งานข้อมูลผู้ใช้ เปิดทางรวมข้อมูลการเงินจากผู้ให้บริการหลายราย](https://www.uni.net.th/index.php/news/4443/) - ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศรับฟังความเห็นแนวนโยบาย “การเปิดกว้างให้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลตามสิทธิของผู้ใช้บริการ (Open Data for Consumer Empowerment)” ที่จะเปิดให้ประชาชนสามารถส่งข้อมูลที่อยู่กับผู้ให้บริการแต่ละรายไปยังผู้ให้บริการรายอื่นๆ ได้สะดวกแนวนโยบายนี้ยังเป็นการขอความเห็นในภาพกว้างเท่านั้น หลังจากกระบวนการนี้เสร็จแล้ว ทางธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีการทำงานอีกหลายอย่าง ได้แก่ 1) ออกเกณฑ์และแรงจูงใจให้สถาบันการเงินเปิดให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้หรือส่งข้อมูลทางการเงินไปยังผู้ให้บริการรรายอื่นๆ ได้สะดวก 2) กำหนดมาตรฐานกลางในการรับส่งข้อมูลเพื่อให้ผู้ให้บริการแต่ละรายใช้ข้อมูลที่ตรงกัน 3) พิจารณาการสสร้างโครงสร้างพื้นฐานกลางให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตอนนี้กระบวนการยังอยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นจนถึงวันที่ 31 ธันวาคมนี้ และจะมีการหารือแนวทางกับหน่วยงานต่างๆ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 ต่อไป แบงค์ชาติเปิดรับฟังความเห็นแนวทางใช้งานข้อมูลผู้ใช้ เปิดทางรวมข้อมูลการเงินจากผู้ให้บริการหลายราย | Blognone - [“ดีป้า” ฝึกอบรมเรียนโค้ดดิ้งพัฒนาบุคลากรภาครัฐ มุ่งพัฒนาเมืองอัจฉริยะ](https://www.uni.net.th/index.php/uncategorized/4435/) - “ทีบีเอ็น” จับมือ “ดีป้า” ฝึกอบรมเรียนโค้ดดิ้งพัฒนาบุคลากรภาครัฐ มุ่งพัฒนาเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ประกาศ เป็นผู้นำระดับโลก ชูเทรนด์ Low-Code ตอบโจทย์การพัฒนาแอปพลิเคชัน รองรับ Digital Transformation“ทีบีเอ็น” จับมือ “ดีป้า” ฝึกอบรมเรียนโค้ดดิ้งพัฒนาบุคลากรภาครัฐ มุ่งพัฒนาเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ประกาศ เป็นผู้นำระดับโลก ชูเทรนด์ Low-Code ตอบโจทย์การพัฒนาแอปพลิเคชัน รองรับ Digital Transformationเมื่อวันที่ 30 พ.ย.66 ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เป็นประธานเปิดกิจกรรมการพัฒนาทักษะโค้ดดิ้งเพื่อการจัดการองค์กรภาครัฐ (Coding for Public Organization Management) ผ่านหลักสูตร Coding ด้วยนวัตกรรม Low-Code / No-Code กิจกรรมสำคัญภายใต้โครงการ ‘Coding for Better Life สร้างรากฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย โปรแกรมวอลเลย์บอลไทยแลนด์ ลีก สัปดาห์ 4 นครราชสีมา - [เบื้องหลังเทคโนโลยียุคใหม่ ใช้ AI รันระบบ Network ให้เชื่อมต่อได้แบบไม่มีสะดุด](https://www.uni.net.th/index.php/news/4423/) - โลกในปัจจุบันกำลังเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกๆ ด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การสื่อสาร การใช้ชีวิต และแม้แต่การพักผ่อนหย่อนใจ ธุรกิจเองก็เช่นกัน จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเทคโนโลยี AI มีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจในหลายด้าน ทั้งเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ หรือเพิ่มประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยระบบหลังบ้านที่ทรงพลังและเชื่อมต่อได้อย่างแนบสนิทTechhub พาทุกคนมารู้จักกับเทคโนโลยี AI Driven Enterprise และ Cloud-Ready Data Center (CRDC) จาก Juniper Networks ที่นำ AI เข้ามาช่วยควบคุมระบบเครือข่าย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายได้อย่างทันท่วงที ทำให้การดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปอย่างอัตโนมัติ พร้อมรับมือกับการแข่งขันในธุรกิจที่สูงมากขึ้นกับโซลูชั่น “Juniper Networks Mist Wi-Fi” ที่นำเทคโนโลยี AI-Driven (AI-Driven Enterprise) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย มีความรวดเร็วและเสถียร โดยเชื่อมต่อกับ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการเรียนรู้และปรับตัวตามสภาพแวดล้อมและการใช้งานของผู้ใช้ มันเป็นยังไงล่ะ ? การเรียนรู้ของ AI จะช่วยให้ระบบสามารถตัดสินใจในการจัดการแบบอัตโนมัติ - [จีนเปิดตัวเครือข่ายที่เร็วที่สุดในโลก ความเร็วระดับ 1,200 กิกะบิตต่อวินาที](https://www.uni.net.th/index.php/news/4417/) - จีนเปิดตัวเครือข่ายขั้นสูงที่กล่าวได้ว่าเร็วที่สุดในโลก เทียบกับระบบเครือข่ายแบบเดิมนั้นเร็วกว่าหลายเท่าตัวสำหรับเครือข่ายดังกล่าวสามารถให้ความเร็วได้สูง 1.2 เทราบิต (ประมาณ 1,200 กิกะบิตต่อวินาที) โดยมีคนเอามาเทียบเป็นความเร็วเท่ากับการโอนถ่ายไฟล์หนัง 150 เรื่องภายใน 1 วินาที ตามรายงานจากผู้ผลิตอย่าง Huaweiการเปิดตัวครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Huawei และ China Mobile ในการสร้างระบบเครือข่ายแบ็กโบนรุ่นใหม่ล่าสุดของประเทศ โดยร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัย Beijing’s Tsinghua และทาง Cernet ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ได้รับเงินทุนจากทางรัฐบาลจีนโดยเครือข่ายใหม่นี้จะเข้ามาช่วยในการเคลื่อนย้ายทราฟิกที่อยู่ในตำแหน่งภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน และสามารถสนับสนุนการใช้งานการโอนถ่ายที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลสูงๆ อย่างเช่น 5G และรถไฟฟ้า จีนเปิดตัวเครือข่ายที่เร็วที่สุดในโลก ความเร็วระดับ 1,200 กิกะบิตต่อวินาที – Enterprise IT Pro - [สอวช. จัดประชุมทำความเข้าใจ การจัดตั้ง University Holding Company ให้กับ มรภ.-มทร. หวังดึงพลังเครือข่ายมหาวิทยาลัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด](https://www.uni.net.th/index.php/news/4408/) - ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงแนวทางส่งเสริมการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากสถาบันอุดมศึกษา สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ด้วยกลไก University Holding Company ของกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ ณ โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 200 คนศ.ดร.ศุภชัย กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการประชุมในครั้งนี้ว่า หลังมีการประกาศระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการ่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในโครงการซึ่งนำผลวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ พ.ศ. 2566 ซึ่งมีผลบังคับใช้กับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจและวัตถุประสงค์ด้านการวิจัยและนวัตกรรมและหน่วยงานของรัฐตามที่สภานโยบายกำหนด ทำให้เกิดคำถามถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินงาน University Holding Company ของกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏและกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล จึงเป็นที่มาของการประชุมในวันนี้ เพื่อเป็นเวทีในการทำความเข้าใจให้กับมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อน University Holding Company ในกลุ่มมหาวิทยาลัยด้าน ดร.กิติพงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวว่า การส่งเสริมนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากสถาบันอุดมศึกษาสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ด้วยกลไก University Holding Company จะเป็นพลังที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวอยู่ในขณะนี้ได้ และเชื่อว่ามหาวิทยาลัยและประชาคมเครือข่ายนวัตกรรมจะเป็นพลังสำคัญในการขยับเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ การจัดตั้ง University Holding Company เพื่อทำการร่วมลงทุนสามารถดำเนินการได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งจัดตั้งโดยมหาวิทยาลัยเดียว - [‘ม.มหิดล’หวังคนไทยห่างไกล NCDs สร้างสรรค์‘สื่อสุขภาวะ’แอนิเมชั่นแนวใหม่](https://www.uni.net.th/index.php/news/4401/) - มหาวิทยาลัยมหิดล ผนึกกำลังแพทย์ พยาบาล นักสาธารณสุขสื่อสารสุขภาวะ-พฤติกรรมศาสตร์ และนักเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมสื่อสุขภาวะ แอนิเมชั่นแนวใหม่เพื่อชีวิตคนไทยห่างไกลกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่ง่ายต่อการเข้าถึงและใช้ได้จริง โดย รศ.ดร. มลินี สมภพเจริญ อาจารย์ประจำภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหนึ่งในคณะผู้จัดทำนวัตกรรมสื่อสุขภาวะ สื่อแอนิเมชั่นแนวใหม่เพื่อชีวิตคนไทยห่างไกล NCDs ที่มี รศ.ดร.ปาหนัน พิชยภิญโญ เป็นหัวหน้าคณะผู้จัดทำยังมีผู้ร่วมคณะ คือ รศ.ดร.วีณา เที่ยงธรรม และ รศ.ดร.จุฑาธิป ศีลบุตร จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ นายอาโมทย์ สมบูรณ์แก้ว จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งประเด็นหลักของการพัฒนามุ่งเน้นที่ยุคสมัยของการสร้างแอนิเมชั่นเพื่อสุขภาวะเช่นปัจจุบัน ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ไม่ต้องคอยชี้แนะ โดยเห็นเพียงหลักการ แต่ไม่อาจเห็นผลในเชิงปฏิบัติการสร้างแอนิเมชั่นด้วยการหยิบยกเอาโจทย์ปัญหาสุขภาวะที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันมาสะท้อนให้ประชาชนค่อยๆ ทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง พบว่าเป็นหนทางที่ทำใหเกิดการเข้าถึงสุขภาวะที่จับต้องได้มากกว่า ซึ่ง รศ.ดร.มลินีได้เล่าถึงเบื้องหลังของนวัตกรรมสื่อสุขภาวะ แอนิเมชั่นแนวใหม่เพื่อชีวิตคนไทยห่างไกล NCDs ว่า เป็นการจัดทำภายใต้ทุน Fundamental Fund ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ซึ่งเน้นที่การส่งเสริมการป้องกันกลุ่มโรค NCDs - [เอาบ้าง จีนสร้างศูนย์ข้อมูลใต้น้ำ เน้นประหยัดไฟ ใช้พื้นที่น้อย](https://www.uni.net.th/index.php/news/4395/) - ย้อนกลับไปในปี 2014 Project Natick ของ Microsoft ได้เริ่มทดลองวางศูนย์ข้อมูลใต้น้ำ ทำให้ช่วยประหยัดพลังงานในด้านการจัดการความร้อน แถมยังประหยัดพื้นไปได้อีกด้วยนับตั้งแต่นั้นมา เทรนด์การวางศูนย์ข้อมูลก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ตามรายงานของ China Central Television (CCTV) จีนเริ่มได้เริ่มวางศูนย์ข้อมูลใต้น้ำเชิงพาณิชย์ แห่งแรกของโลก นอกชายฝั่งซานย่า เมืองชายฝั่งทางใต้ของเกาะไหหลำจากข้อมูลของ CCTV หน่วยจัดเก็บข้อมูลแต่ละหน่วยสามารถประมวลผลภาพความละเอียดสูงมากกว่าสี่ล้านภาพใน 30 วินาที ซึ่งอาจเทียบได้กับคอมพิวเตอร์ปกติประมาณ 60,000 เครื่องที่ทำงานพร้อมกัน โดยจีนมีแผนจะสร้างขึ้นทั้งหมด 100 หน่วย ซึ่งจะมีพลังประมวลผลเทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์มากถึง 6 ล้านเครื่องศูนย์ข้อมูลที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้มีขนาดมหึมา โดยมีขนาดถึง 68,000 ตารางเมตรหรือสนามฟุตบอลเกือบสิบสนาม แต่หากนำไปไว้ในน้ำ ข้อ พวกเขาสามารถใช้ประโยชน์จากก้นทะเลที่กว้างขวางวางศูนย์ข้อมูลได้ในเรื่องของการประหยัดไฟ พวกเขาสามารถประหยัดไฟได้มากถึง 122 ล้าน kWh และประหยัดน้ำจืดที่จะใช้ในการหล่อเย็นได้มากถึง 105,000 ตันต่อปี โดยจะใช้ประโยชน์จากน้ำทะเลที่เย็นจัด เพื่อระบายความร้อนตามธรรมชาติอย่างไรก็ตาม แม้จะประหยัดพลังงาน แต่เรื่องนี้ก็สร้างความกังวลเช่นกัน เพราะหากเมื่อมีการวางศูนย์ข้อมูลใต้น้ำมากขึ้น มากจนมันไปเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิใต้น้ำ อาจทำให้เกิดความผันผวนในทะเลได้ ซึ่งต้องมานั่งวิเคราะห์หาจุดตรงกลางที่จะไม่สร้างความเปลี่ยนแปลงในทะเลมากจนเกินไปครับ เอาบ้าง จีนสร้างศูนย์ข้อมูลใต้น้ำ - [ให้ AI ช่วยตัดสิน แข่งความเร็ว Formula 1 วัดผลแพ้ชนะระดับพิกเซล](https://www.uni.net.th/index.php/news/4389/) - [แม่นกว่าคน] ขึ้นชื่อว่า Formula 1 หรือ F1 ที่ย่อมนึกถึงการแข่งรถระดับสูง ซึ่งเป็นที่สุดของการแข่งความเร็วในโลก และไม่นานมานี้เอง AI ได้มาเยือนวงการนี้แล้ว ช่วยตัดสินผลแพ้ชนะ ชนิดพิกเซลต่อพิกเซล ให้ตัวเลขแม่นยำกว่าทุกครั้งFédération Internationale de l’Automobile (FIA) หน่วยงานกำกับดูแลมอเตอร์สปอร์ตหรือสหพันธยานยนต์นานาชาติ เผยได้นำ Computer Vision ระบบ AI ช่วยตรวจจับการวิ่งฝ่า Track Limits เพื่อลดภาระเจ้าหน้าที่สนามแข่งTrack Limits คือเขตกั้นสนามแข่ง โดยในสนามจะมีขอบกั้นระหว่างถนนที่ใช่วิ่ง กับจุดที่เป็นสนามหญ้า ซึ่งมีเส้นทึบที่คั่นกลางหรือที่เรียกว่า Track Limits นี้เอง เพื่อกันไม่ให้นักแข่งวิ่งออกนอกสนามจนเกิดอุบัติเหตุได้ และยังใช้ ‘ลงโทษ’ นักแข่ง ที่วิ่งมายังจุดนี้ด้วยส่วนกติกาการลงโทษนั้น ก็จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละรายการ ใด ๆ ก็ตาม FIA ได้นำ AI มาช่วยจับตามองในส่วนนี้แล้ว ซึ่งช่วยเพิ่มแม่นยำ จนสามารถบอกได้เลยว่า วิ่งเข้ามากี่ครั้ง วิ่งเข้าถึงระดับไหน จากนั้นก็ส่งผลไปยังกรรมการสนามแข่ง เพื่อแจ้งเตือน ‘ความผิด’ - [นศ.ปี 1 มข.พัฒนาเว็บไซต์ “XZAM” รวมลิงก์ข้อสอบพร้อมเฉลย](https://www.uni.net.th/index.php/news/4382/) - ข่าวดีสำหรับนักเรียนที่กำลังหาข้อสอบเพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบเก็บคะแนนในห้องเรียน หรือกำลังมองหาข้อสอบในการเตรียมตัวสอบเข้าครั้งสำคัญ วันนี้นักศึกษา ปี 1 ในวิชา Advanced Computer Programming คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดทำเว็บไซต์ “XZAM” ให้บริการรวบรวมข้อสอบและเฉลยในเนื้อหาระดับมัธยมศึกษา พร้อมเปิดให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมในการนำเสนอแหล่งข้อสอบอื่นที่น่าสนใจ เพื่อเป็นประโยชน์และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระบบการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไปรศ.ดร.กานดา สายแก้ว อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หนึ่งในอาจารย์ที่ปรึกษากล่าวว่า ในทางเทคนิคนักศึกษาทั้ง 3 คน ได้แก่ นายธัญลักษณ์ ศศิวรินทร์กุล, นายธีร์ธวัช บุตรไทย และ นายพุฒิพงศ์ กิติศรีวรพันธุ์ ได้พัฒนาเว็บไซต์ XZAM โดยใช้ React ที่เป็น JavaScript library และ Bootstrap CSS framework เพื่อแสดงส่วนหน้าตาของเว็บไซต์ให้สวยงามและเหมาะสมกับหน้าจอขนาดต่างๆ และใช้ Google Firebase Authentication API เพื่อจัดการการเข้าระบบของผู้ใช้ และ Firebase Cloud Firestore เพื่อเก็บข้อมูลภายในเว็บไซต์ “เป็นเรื่องยากที่จะมีข้อสอบครบทุกวิชาอยู่ในที่เดียว เพราะข้อสอบมีการทำใหม่เรื่อย - [ระวัง มิจฉาชีพโทรศัพท์ ใช้เบอร์สำนักงาน กสทช. 02-670-8888 โทรหลอกลวงประชาชน](https://www.uni.net.th/index.php/news/4374/) - ระวัง มิจฉาชีพโทรศัพท์ ใช้เบอร์สำนักงาน กสทช. 02-670-8888 โทรหลอกลวงประชาชน โดย สำนักงาน กสทช. ได้ประกาศผ่านทาง Facebook Page และช่องทางโซเชียลต่างๆ แจ้งเตือนระวังโดนหลอกจากมิจฉาชีพที่ใช้วิธีแอบอ้างเบอร์ของสำนักงาน กสทช. โทรหลอกลวงประชาชน รายละเอียดมีดังนี้กสทช. ชี้แจงว่า “จากที่มีมิจฉาชีพใช้หมายเลข 02-670-8888 แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ สำนักงาน กสทช. พร้อมแจ้งระงับการใช้งานหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ของท่าน เนื่องจาก หมายเลขดังกล่าวเกี่ยวข้องการพนันออนไลน์ และหลอกลวงให้ กด 9 เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ สำนักงาน กสทช.สำนักงาน กสทช. ขอเรียนว่า ไม่มีนโยบายโทรศัพท์ไปหาประชาชนเพื่อระงับตัดสัญญาณโดยเด็ดขาด”กสทช. จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง และอย่าหลงเชื่อโทรศัพท์หลอกลวงดังกล่าว โดยหากพบโทรศัพท์ลักษณะนี้ ขอให้แจ้งเบาะแสมาที่ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน กสทช. Call Center 1200 โทรฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ระวัง มิจฉาชีพโทรศัพท์ ใช้เบอร์สำนักงาน กสทช. 02-670-8888 โทรหลอกลวงประชาชน – iT24Hrs - [มีซิมเกิน 5 ซิม ต้องลงทะเบียนแจ้งการครอบครอง ป้องกันนำไปใช้อาชญากรรมออนไลน์](https://www.uni.net.th/index.php/news/4368/) - มีซิมเกิน 5 ซิม ต้องลงทะเบียนแจ้งการครอบครอง โดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ดีอี มุ่งมั่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อปิดทางมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชน จึงประสานไปยัง กสทช. ให้เร่งรัดดำเนินการออกประกาศเพื่อบังคับให้ผู้ครอบครองหมายเลขโทรศัพท์มือถือหรือซิมการ์ด ตั้งแต่ 5 เลขหมายขึ้นไป ต้องมาลงทะเบียนแจ้งการครอบครองกับผู้ให้บริการ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องการนำซิมการ์ดไปใช้ก่ออาชญากรรมออนไลน์ต่างๆโดยข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 มีผู้ครอบครองเลขหมายโทรศัพท์มือถือหรือซิมการ์ดตั้งแต่ 6-100 เลขหมาย จำนวนมากถึง 286,148 ราย และมีผู้ครอบครองเลขหมายโทรศัพท์มือถือหรือซิมการ์ดตั้งแต่ 101 เลขหมายขึ้นไปถึง 7,664 รายจากสถิติการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ตุลาคม 2566 พบว่ามีมากถึง 25,696 คดี โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้มากถึง 25,234 รายขณะเดียวกันการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม - [3 อันดับภัยไซเบอร์ใกล้ตัวที่คนไทยถูกหลอก ข้อมูลจากคอลัมน์ Financial Wisdom แนะให้รู้จักภัยไซเบอร์ใกล้ตัว วิธีรับมือและการป้องกันตนเอง จาก Social Media / อีเมลหลอกลวง / การขโมยข้อมูลส่วนบุคคล (Data Theft)](https://www.uni.net.th/index.php/news/4360/) - หากพูดถึงภัยไซเบอร์ในปัจจุบัน เชื่อว่าหลายคนเคยได้ยินข่าวการโจมตีสถาบันการเงิน ภาคธุรกิจต่าง ๆ หรือหน่วยงาน ภาครัฐมาบ้างแล้ว แต่ในความเป็นจริงนั้น ภัยไซเบอร์อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด คอลัมน์ Financial Wisdom ฉบับนี้ จะพาไปทำความรู้จักภัยไซเบอร์ใกล้ตัวแต่ละประเภทที่ควรรู้ รวมถึงแนะนำวิธีรับมือและป้องกันตนเองจากภัยที่อาจเกิดขึ้น ภัยประเภทที่ 1 : มิจฉาชีพบน Social Media ในยุคแห่ง Social Media นั้นเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเราใช้ชีวิตและทำกิจกรรมต่าง ๆ บนโลกออนไลน์มากขึ้นเมื่อเทียบกับสมัยก่อน ซึ่งมิจฉาชีพเองก็เริ่มใช้ช่องทางดังกล่าวเพื่อแสวงหาผลประโยชน์เช่นเดียวกัน โดยอาศัยข้อมูลจากแชทหรือโพสต์ต่าง ๆ เป็นตัวช่วยในการสวมรอยหรือปลอมแปลงข้อมูลเพื่อหลอกลวง ประชาชน ยกตัวอย่างเช่น การส่งข้อความแชทเพื่อหลอกให้โอนเงิน หรือการปลอมแปลงสลิปโอนเงินในการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ซึ่งถ้าหากเราไม่ระวังอาจทำให้สูญเสียเงิน หรือเสียผลประโยชน์ทางธุรกิจได้วิธีรับมือและป้องกัน : 1. อย่าหลงเชื่อข้อความผ่านแชทเพื่อขอให้โอนเงินหรือขอข้อมูลใด ๆ หาก ผู้ส่งข้อความเป็นเพื่อน ควรติดต่อเพื่อนโดยตรงผ่านช่องทางอื่นเพื่อยืนยัน ตัวตนและจุดประสงค์ก่อน 2. ควรตรวจสอบสลิปโอนเงินจากผู้โอนให้มั่นใจก่อนยืนยันการโอนเงิน ทุกครั้ง ภัยประเภทที่ 2 : อีเมลหลอกลวง (Phishing) - ['ดีอีเอส'เดินหน้ามาตรการ 3 ระยะ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล](https://www.uni.net.th/index.php/news/4354/) - นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 รับทราบมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กระทรวง MDES เสนอเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ซึ่งเป็นภัยคุกคามคนไทยอย่างหนักในปัจจุบัน โดยแบ่งเป็นระยะเร่งด่วน 30 วัน ระยะ 6 เดือน และระยะ 1 ปี ซึ่งครอบคลุมการแก้ไขปัญหาและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนในทุกมิติทั้งนี้ สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 มอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลฯ และกระทรวงมหาดไทย เสนอแนวทางป้องกันและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กระทรวงดิจิทัลฯ ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วและได้กำหนดมาตรการการดำเนินการเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะเร่งด่วน 30 วัน ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ได้จัดตั้งศูนย์ PDPC Eagle Eye ซึ่งเร่งดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 9-20 พฤศจิกายน 2566 ตรวจสอบหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 3,119 หน่วยงาน พบความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหลและได้ดำเนินการแจ้งเตือน - [อว.จับมือพันธมิตร เปิดการใช้งานแอปพลิเคชัน 'ZERO CARBON' มุ่งขับเคลื่อนท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์](https://www.uni.net.th/index.php/news/4340/) - อว. บพข. สกสว. ร่วมมือ อบก.และTEATA เปิดการใช้งานแอปพลิเคชัน “ZERO CARBON” มุ่งขับเคลื่อนท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ด้วยองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) แผนงานการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก./TGO) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) (อพท.) สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (สสปน./TCEB) ร่วมแถลงข่าว เปิดการใช้งานแอปพลิเคชัน “ZERO CARBON” เพื่อใช้ในการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการชดเชยคาร์บอน จากกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์เพื่อมุ่งสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ โดยได้รับเกียรติจากคุณสุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพแอปพลิเคชัน “ZERO CARBON” เกิดจากการพัฒนาชุดแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์เคลื่อนที่สำหรับผู้ประกอบการเพื่อใช้ในการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการชดเชยคาร์บอน จากกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมใหม่ - [“ภูมิธรรม” นำพาณิชย์ ชู 7 มาตรการ เสนอนายกฯ ให้ “ทีมไทยแลนด์” ใช้จุดแข็ง บุก 10 ตลาดเป้าหมาย](https://www.uni.net.th/index.php/news/4325/) - วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 เวลา 11.30 น. ที่วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลัง “ทีมไทยแลนด์” นำเสนอประเทศเป้าหมายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุกต่อนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง โดยนางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก และองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ระบุ 10 ประเทศเป้าหมาย ที่ 3 หน่วยงาน (กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศและบีโอไอ) เห็นตรงกัน ประกอบด้วย 1.สหรัฐอเมริกา 2.จีน 3.ญี่ปุ่น 4.เยอรมนี 5.ฝรั่งเศส 6.อินเดีย 7.ยูเออี 8.เกาหลีใต้ 9.ซาอุดีอาระเบีย และ 10.แอฟริกาใต้ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ มี 5 แนวทางสำคัญในการผลักดัน คือ 1.ขยายโอกาสทางการค้า ทั้งกระจายตลาด หาหุ้นส่วนการค้าและวัตถุดิบ 2.การเจรจา FTA ใช้ของเดิมและเพิ่มการเจรจา FTA ใหม่ 3.ด้าน Soft Power - ['ดีอี' ผนึก 'บีโอไอ' ฉีดยาแรงโหมสมาร์ทซิตี้ ยกเป็นพื้นที่ปลอดภาษี 100%](https://www.uni.net.th/index.php/news/4314/) - ดีอีชูมาตรการดึงดูดด้วยการยกเว้นภาษีให้นักลงทุนสำหรับนิติบุคคล 3 ปี สัดส่วน 50% และจะเพิ่มเป็น 100 % ทันทีหากซื้อสินค้าและบริการบัญชีดิจิทัล จุดพลังสมาร์ทซิตี้เดินหน้าเครื่องยนต์เคลื่อนไทย มองต้องสร้างเมืองอัจฉริยะยั่งยืน เพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวในงานสัมมนา “POSTTODAY SMART CITY THAILAND 2024” หัวข้อ ผลักดันไทยสู่ SMART CITY ว่า สิ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ คือ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อประเทศไทยมีความสามารถในการเจรจากับต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงดีอีมีนโยบายในการขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เครื่องยนต์ “The Growth Engine of Thailand” ได้แก่1. การเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ (Thailand Competitiveness) 2. การสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Safety & Security) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และ 3. การเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ด้านดิจิทัลของประเทศ (Human Capital) ซึ่งต้องยอมรับว่าประเทศไทยยังมีไม่มากในเรื่องสมาร์ทซิตี้ กระทรวงดีอีได้บรรจุเป็นแผนงานเป็นโครงการขนาดใหญ่อยู่ในเครื่องยนต์ที่ 1เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเมือง โดยมีการชี้วัด 7 - [‘ไมโครซอฟท์’ ลุยแผนตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/4308/) - “ไมโครซอฟท์” เดินหน้าทำงานร่วมรัฐบาลไทย ย้ำการลงทุนเป็นไปตามเอ็มโอยู เร่งหารือเจรจาเงื่อนไข เฟสแรกเตรียมตั้ง “AI Center of Excellence” พร้อมประเดิมความร่วมมือโครงการต้นแบบกับ 3 กระทรวงหลัก เล็งเข้าพบนายกฯ ทุก 3 เดือน หวังแผนงานสร้างอิมแพคได้จริง หลังจากรัฐบาลไทยเซ็นเอ็มโอยูกับ “ไมโครซอฟท์” ยักษ์เทคโนโลยีโลก เน้นความร่วมมือด้านดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ เอไอ และความยั่งยืน ล่าสุด เอ็มดีไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ย้ำการลงทุนเป็นไปตามเอ็มโอยู พร้อมเผยความคืบหน้านายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย กล่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดหลังจากที่ไมโครซอฟท์ และรัฐบาลไทยได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ภายใต้วิสัยทัศน์ในการยกระดับประเทศไทยให้มุ่งสู่ก้าวต่อไปกับนวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่า ขณะนี้ทางไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ได้เริ่มดำเนินการเพื่อทำให้แผนงานเป็นไปตามที่ได้เอ็มโอยูไว้“เรามีมาสเตอร์แพลนอยู่แล้ว จากนี้จะเป็นเรื่องของการพูดคุยลงรายละเอียด จัดลำดับความสำคัญ ว่าเฟสไหนต้องทำอะไร ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เป็นการพูดคุยและสัญญาระหว่างผู้บริหารระดับสูง ดังนั้นเชื่อว่าจะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับประเทศไทยได้”เขากล่าวว่า การทำงานร่วมกันจากนี้มีอยู่หลายเรื่องอย่างมาก ซึ่งรวมถึงการนำคลาวด์และเอไอมาช่วยยกระดับประสิทธิภาพระบบงานของภาครัฐ เดินหน้าสู่อีกอฟเวิร์นเมนท์ และการพัฒนาดิจิทัลอินฟราสตรักเจอร์ต่างๆขณะเดียวกัน ผลักดันให้เกิดการใช้งานเอไออย่างเป็นรูปธรรมในหน่วยงานต่างๆ และแน่นอนว่าที่ต้องทำควบคู่กันไปคือการพัฒนาทักษะบุคลากร โดยเฉพาะด้านเอไอ ทั้งจะมีการแบ่งปันความรู้ด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้เพื่อนำองค์ความรู้ที่มีมาทำงานร่วมกันและต่อยอดต่อไป เดินแผนลงทุน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ ในไทยเอ็มโอยูดังกล่าวมีขอบเขตที่กว้างอย่างมาก แต่ในระยะสั้นที่จะได้เห็นก่อนในเฟสแรกๆ - [‘เกาหลีใต้’ หวั่น!! 20 ปีข้างหน้า ‘AI’ กลายเป็นภัยคุกคามของผู้มีวุฒิการศึกษาดี จะแย่งงาน 4 ล้านตำแหน่ง ‘นักเคมี-แพทย์-ทนายความ-บัญชี-ผู้จัดการทรัพย์สิน’ เสี่ยงสุด](https://www.uni.net.th/index.php/news/4270/) - (16 พ.ย.66) สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานโดยอ้างอิงผลการศึกษาของธนาคารกลางเกาหลีใต้(Bank of Korea) ที่ระบุว่ AI อาจเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานในเกาหลีใต้มากถึง 4 สานตำาแหน่งหรือ 14% ในอีก 20 ปีข้างหน้า ส่งผลต่อความกังวลของตลาดแรงงานทั่วโลกนายโอ ซัมอิล (Oh Sam-il!) ตัวแทนจากธนาคารกลางแห่งเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า นักเคมี แพทย์ทนายความ นักบัญชี และผู้จัดการทรัพย์สิน เป็นหนึ่งในกลุ่มที่จะถูกคุกคามมากที่สุด ในขณะที่ผู้เผยแพร่ศาสนา งานด้านบริการ การสอน และการร้องเพดง จะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด“บุคคลที่มีรายได้สูงและวุฒิการศึกษาดีจะต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่มากขึ้น เนื่องจาก AI สามารถจัดการงานต่าง ๆ และวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว”นอกจากนี้ ผลการศึกษาของธนาคารกลางแห่งเกาหลีใต้ ยังระบุด้วยว่า A/ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ด้าน STEM หรือวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (โechnology) ริศวกรรมศาสตร์(Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์เช่น การสื่อสารและการทำงานเป็นทีม เป็นต้นทั้งนี้ ผลการศึกษาของธนาคารกลางแห่งเกาหลีใต้ ยังสอดคล้องกับรายงานของ Goldman Sachsในปีนี้ที่ประเมินว่า - [10 รหัสผ่านที่คนไทยใช้มากที่สุดปี 2023 เทียบอันดับโลกและอันดับในประเทศต่างๆ](https://www.uni.net.th/index.php/uncategorized/4263/) - เผยออกมาแล้ว 10 รหัสผ่านที่คนไทยใช้มากที่สุดปี 2023 nordpass ซึ่งได้รวบรวมสถิติการใช้รหัสแทบทุกปี ครั้งนี้ได้สรุปรหัสที่คนทั่วโลกใช้มากที่สุดในปี 2023 แล้ว ที่สำคัญแยกเป็นรายประเทศออกมาด้วย เลยนำมาเทียบกันเลยว่าคนไทย กับ คนทั่วโลก ใช้รหัสคล้ายกันหรือไม่10 รหัสผ่านที่คนไทยใช้มากที่สุดปี 20231.) 1234562.) Aa1234563.) admin4.) 123456785.) 1234567896.) password7.) Ar1234558.) aa1234569.) 1234510.) 123456Za10 รหัสที่คนทั่วโลกใช้มากที่สุดปี 20231.) 1234562.) admin3.) 123456784.) 1234567895.) 12346.) 123457.) password8.) 1239.) Aa12345610.)1234567890จะเห็นได้ว่าจะไม่ต่างกันเลยใน 5 อันดับแรกของไทยและระดับโลก แต่ก็มีรหัสอื่นๆที่แตกต่างกันบ้าง นอกจากนี้ประเทศในอาเซียนอย่าง อินโดนีเซีย และอีกหลายประเทศอันดับ 1 ก็ยังคงเป็น 123456 เยอะ ซึ่งถ้าแฮกเกอร์ใช้รหัสนี้ ผู้ที่ตั้งรหัสนี้จะถูกแฮกได้ง่ายแบบใช้เวลาน้อยกว่า 1 วินาทีเลยทีเดียวดังนั้นรหัสที่คุณเห็น นี้ไม่แนะนำมาใช้ในการตั้งรหัสผ่านโดยเด็ดขาดอ้างอิง nordpass cover iT24Hrs-Sอ่านบทความและข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ it24hrs.com 10 รหัสผ่านที่คนไทยใช้มากที่สุดปี 2023 เทียบอันดับโลกและอันดับในประเทศต่างๆ - [เล้าไก่อัจฉริยะ แปลภาษาไก่ด้วย AI ช่วยให้เข้าใจความต้องการของไก่มากขึ้น](https://www.uni.net.th/index.php/news/4257/) - สตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีผุดไอเดียการเลี้ยงไก่อัจฉริยะ ช่วยให้ชาวอเมริกันเข้าใจความต้องการของไก่ที่เลี้ยงหลังบ้านมากขึ้น ด้วยการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยแปลภาษาไก่ในเล้าในยุคสมัยนี้ชาวอเมริกันมากกว่า 17 ล้านครัวเรือนหันมาเลี้ยงไก่ที่สวนหลังบ้านของตนเองมากขึ้น เนื่องด้วยการปรับตัวสูงขึ้นของราคาไข่ไก่ ซึ่งชาวอเมริกันนิยมกินไข่ไก่เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะในรูปแบบของไข่ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีไข่เป็นส่วนผสม เพื่อยกระดับคุณภาพการเลี้ยงไก่ที่เล้าไก่หลังบ้านให้ดียิ่งขึ้น เทคโนโลยีแปลภาษาด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะช่วยให้ผู้เลี้ยงรู้ถึงความต้องการของน้องไก่ที่เลี้ยงเอาไว้ได้ดีมากขึ้นเล้าไก่อัจฉริยะ ถูกออกแบบโดยใช้เวลามากกว่า 10,000 ชั่วโมง โดยเทคโนโลยีนี้มีชื่อว่า Albert Eggstein เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยให้สามารถเฝ้าดูไก่ในสวนหลังบ้านและสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ของไก่ได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ผ่านกล้อง 2 ตัวที่มีความคมชัด 1080p ส่งตรงเข้าสมาร์ตโฟนผ่านแอปพลิเคชันเครื่องมือแปลภาษาไก่ด้วย AI จะมีซอฟต์แวร์ตรวจจับเสียงที่จะวัดเดซิเบลและรูปแบบของเสียงร้องของไก่ และเสียงพูดคุยกับไก่ตัวอื่น ๆ เพื่อแจ้งให้มนุษย์รู้ว่าน้องไก่กำลังหิว มีความสุข วิตกกังวล หรือตกอยู่ในอันตราย โดยข้อมูลและวิดีโอทั้งหมดสามารถสรุปออกมาเป็นรายงานรายสัปดาห์ได้ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของวิเคราะห์พฤติกรรมไก่ที่เลี้ยง เช่น ปัญหาภายในฝูงไก่ นอกจากนี้ระบบยังมีพื้นที่เก็บข้อมูลที่จะเก็บภาพและเสียงไว้ได้เป็นเวลา 30 วันอีกด้วยทีมงานยังคงพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง โดยหวังว่าจะสามารถเปิดตัวฟีเชอร์ใหม่ได้ในอนาคต ซึ่งจะช่วยติดตามปัญหาสุขภาพของไก่ที่มักซ่อนอาการเจ็บป่วยเอาไว้ ดังนั้นสัญญาณที่จะใช้จับอาการจึงค่อนข้างละเอียดอ่อน ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะสามารถแจ้งให้ผู้เลี้ยงรับรู้ได้ เช่น การรายงานอาการเซื่องซึมลงเล็กน้อย หรือการดื่มน้ำน้อยลงในระยะเวลาหนึ่งของไก่บางตัวที่เลี้ยงไว้ เล้าไก่อัจฉริยะ แปลภาษาไก่ด้วย AI ช่วยให้เข้าใจความต้องการของไก่มากขึ้น - [ใครเตรียมตัวสอบ ขรก.ต้องพร้อม อว.ชี้ภาค ข.-ค. จ่อเพิ่มเนื้อหา ‘ชาติ-ศาสน์-กษัตริย์-คุณธรรม’](https://www.uni.net.th/index.php/news/4251/) - ‘เพิ่มสุข’ ขานรับนโยบาย ‘อนุทิน’ ทันที รับข้าราชการใหม่ภาค ข.-ค. ยึด ‘ชาติ-ศาสน์-กษัตริย์-หลักคุณธรรม’ พร้อมชู ‘ธัชชา : TASSHA’ ใช้เทคโนโลยีพัฒนาประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) เป็นประธานในการลงนามข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ว่าด้วย “การสร้างทรัพยากรมนุษย์ของชาติ เป็นคนที่มีจิตสำนึกรักชาติ ภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติไทย และยึดมั่นสถาบันสำคัญของชาติ” ของ 4 กระทรวง อาทิ กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงแรงงาน และกระทรวง อว. เมื่อวันที่ (17 พ.ย.) ที่ผ่านมาว่า สิ่งที่รองนายกฯอนุทินได้มอบนโยบายมานี้มีความคิดเห็นที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง อว.ที่ได้มอบให้กับคณะผู้บริหารเมื่อวันที่ 6 พ.ย.66 โดยยึดมั่นชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และเน้นหลักคุณธรรม อีกทั้งให้ความสำคัญกับเรื่องประวัติศาสตร์ของชาติและจริยธรรมปลัดกระทรวง อว.กล่าวว่า ในส่วนของข้าราชการใหม่ได้มีการให้นโยบายว่าการรับข้าราชการใหม่ในการสอบภาค ข. หรือภาค - [Cyber Defense Initiative Conference (CDIC) 2023 เปิดลงทะเบียนแล้ว](https://www.uni.net.th/index.php/news/4244/) - ACIS Professional Center ร่วมกับเหล่าพันธมิตร เตรียมจัดงานสัมมนาประจำปีด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน “Cyber Defense Initiative Conference (CDIC) 2023” ซึ่งปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “Powering Techno-Drive in Digi-Hype Behaviour towards Digital Trust” ในรูปแบบ On-ground Conference ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนซื้อบัตรเข้าร่วมงานได้วันนี้แล้วรายละเอียดงานสัมมนา CDIC 2023ธีมงาน: Powering Techno-Drive in Digi-Hype Behaviour towards Digital Trustวัน: 29 – 30 พฤศจิกายน 2023เวลา: 8:30 – 17:30 น.สถานที่: ศูนย์ประชุมและนิทรรศการ BITEC (แผนที่, BTS บางนา)ราคาบัตรเข้าร่วมงาน: 9,900 บาท (ไม่รวม VAT)รายละเอียด: https://www.cdicconference.com/Cyber Defense Initiative Conference หรือ CDIC 2023 เป็นงานสัมมนายิ่งใหญ่ประจำปีด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับประเทศที่จัดในรูปแบบ On-ground Conference โดยงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Powering Techno-Drive in - [รองนายกฯ “อนุทิน” จับมือ 4 กระทรวง ร่วมพัฒนาคน พัฒนาชาติ พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หวังปลูกจิตสำนึกรักชาติ ภาคภูมิใจประวัติศาสตร์](https://www.uni.net.th/index.php/news/4238/) - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทัพผู้บริหารมหาดไทย แรงงาน อุดมศึกษาฯ และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ในการประชุม “การสร้างทรัพยากรมนุษย์ของชาติ เป็นคนที่มีจิตสำนึกรักชาติ ภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติไทย และยึดมั่นสถาบันสำคัญของชาติ” และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง “แนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทย สร้างจิตสำนึกความเป็นไทย” โดย พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเจ้าภาพให้การต้อนรับกระทรวงศึกษาธิการ 17 พฤศจิกายน 2566 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการประชุม “การสร้างทรัพยากรมนุษย์ของชาติ ปลูกจิตสำนึกรักชาติ ภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติไทย และยึดมั่นสถาบันสำคัญของชาติ” โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวง ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และผู้บริหารเข้าร่วมประชุมนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ - [รัฐบาลไทยและไมโครซอฟท์ ประกาศความร่วมมือลงนามเซ็นข้อตกลงพัฒนาไอทีและ AI ทั้งหมด 4 ด้าน](https://www.uni.net.th/index.php/news/4232/) - รัฐบาลไทยและไมโครซอฟท์ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือภายใต้วิสัยทัศน์ในการยกระดับประเทศไทยให้มุ่งสู่ก้าวต่อไปกับนวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยข้อตกลงฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะนำเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ที่เปี่ยมประสิทธิภาพจากไมโครซอฟท์มาเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศไทย สร้างโอกาสใหม่ๆ ในการจ้างงานที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และปูทางให้ประเทศไทยมุ่งสู่ความเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค ทั้งในด้านนวัตกรรมดิจิทัลและความยั่งยืนในโอกาสนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายสัตยา นาเดลลา ซีอีโอของไมโครซอฟท์ ได้ร่วมพบปะหารือกันที่เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมพูดคุยถึงจุดประสงค์ของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับดังกล่าว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยนวัตกรรมดิจิทัล ไมโครซอฟท์จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สอดคล้องกับนโยบายด้านรัฐบาลดิจิทัลและการใช้บริการระบบคลาวด์ภาครัฐ หรือ Cloud First ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนภาคการเกษตร สาธารณสุข การท่องเที่ยว และการศึกษา นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังจะร่วมพิจารณาแผนการลงทุนก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย เพื่อยกระดับการใช้งานคลาวด์และ AI ต่อไปในอนาคต และพร้อมกันนี้ ไมโครซอฟท์จะให้การสนับสนุนกับรัฐบาลไทยในด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ด้วยการนำเสนอแนวทางการปฏิบัติที่ดีที่สุด พร้อมด้วยความเชี่ยวชาญจากบุคลากรชั้นนำของบริษัทปูทางสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AIไมโครซอฟท์จะทำงานร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการพัฒนาและผสมผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับโครงการด้านรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) และบริการสาธารณะต่างๆ เพื่อประโยชน์แก่คนไทย นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังมีแผนที่จะร่วมกันจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเชิงกลยุทธ์ด้าน AI (AI Center of Excellence) เพื่อยกระดับโครงการที่ใช้เทคโนโลยี AI ของภาครัฐ จัดทำโรดแมปที่จะช่วยให้การนำเทคโนโลยี AI มาใช้งานเกิดขึ้นได้จริง และส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมในภาคส่วนและอุตสาหกรรมต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมยังจะร่วมหารือกับไมโครซอฟท์เกี่ยวกับการกำหนดทิศทางนโยบายและกรอบการกำกับดูแล เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถนำ AI มาใช้งานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และมีประสิทธิภาพเสริมทักษะคนไทยเพื่อชีวิตในยุคหน้าไมโครซอฟท์จะสานต่อพันธกิจในการยกระดับทักษะแห่งอนาคตสำหรับคนไทยกว่า 10 ล้านคน ผ่านทางความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและหน่วยงานอื่นๆ โดยครอบคลุมทักษะสำคัญในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาษาที่สองเพื่อการสื่อสารหรือความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงการฝึกฝนนักพัฒนานวัตกรรมรุ่นใหม่ในทุกสายอาชีพ (Citizen Developers) ในรูปแบบที่เปิดให้ประชาชนสามารถเข้าถึงโอกาสในการเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้นยกระดับประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนหน่วยงานภาครัฐของไทยจะทำงานร่วมกับไมโครซอฟท์เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. - [นักศึกษาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คว้ารางวัล จากเวที NTT Digital Innovation Challenge 2023](https://www.uni.net.th/index.php/news/4220/) - สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ,มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่งนักศึกษา จำนวน 6 ทีม เข้าร่วมการแข่งขัน NTT Digital Innovation Challenge 2023 ซึ่งมีผู้สมัครกว่า 62 ทีม จากสถาบันทั่วประเทศไทย โดยมี รศ.ดร.ชัชชัย คุณบัว พร้อมด้วย อ.ดร.ภาณวิชญ์ หาญพินิจศักดิ์ และอ.ดร.นรวิทย์ ตันมิตร ควบคุมดูแลนักศึกษา ซึ่งทีม 52hurtz ประกอบด้วย 1.นายภัทรนัย คำไตรย์ 2.นายพรพจน์ เจตน์พิพัฒนพงษ์ 3.นายศุภชัย สุทธิประภา คว้ารางวัลที่ 3 ได้สำเร็จ ณ บริษัท NTT(Thailand) Limited อาคาร Column Tower กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566รศ.ดร.ชัชชัย คุณบัว อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยว่า เทคโนโลยีในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการแข่งขันการพัฒนาศักยภาพองค์ความรู้ไปจนถึงการพัฒนาอุปกรณ์ใหม่ - [ม.เอเชียอาคเนย์ ผุดหลักสูตรปั้นวิศวกรซอฟท์แวร์-นักพัฒนาเว็บ ป้อนตลาด](https://www.uni.net.th/index.php/news/4213/) - มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ (SAU) ร่วมกับ “WeStride” บริษัท EdTech Startup จากสแตนด์ฟอร์ด ร่วมมือพัฒนาหลักสูตรปริญญาโทสร้างวิศวกรซอฟต์แวร์ และนักพัฒนาเว็บไซต์ระดับสากล ป้อนตลาดงานสายเทคโนโลยีที่มีความต้องการสูงมากในทุกองค์กรวันที่ 3 สิงหาคม 2566 ดร.ฉัททวุฒิ พีชผล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบัน วิศวกรรมซอฟต์แวร์ (Software Engineer) และนักพัฒนาเว็บไซต์ (Full Stack Developer) ที่ทำงานได้จริงขาดแคลน และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานเป็นอย่างมาก เราจึงร่วมมือกับมืออาชีพอย่าง WeStride เพื่อพัฒนาหลักสูตร Certified และปริญญาโทด้าน Software Engineering และ Full Stack Developer ที่มีความเชี่ยวชาญสามารถทำงานได้จริง และตอบโจทย์ของโลกยุคใหม่ที่ต้องการบุคลากรที่มีทักษะตรงตามความต้องการของตลาดงานกรมอุตุฯเตือนลมหนาวกำลังแรง อุณหภูมิลด 5-7 องศา กทม.เย็นสุด 20 องศาตรวจหวย ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจผลรางวัล งวด 16 พ.ย. 2566เศรษฐา ปลดล็อกลูกหนี้รหัส 21 ตั้งบริษัทรับซื้อหนี้เสียจากแบงก์รัฐโดยหลักสูตรนี้ได้จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายและสะดวก ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นมีอาจารย์ที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์ - [คนไทยกว่า 1 ใน 3 เคยใช้ Generative AI เมื่อทำงานและพักผ่อน](https://www.uni.net.th/index.php/news/4200/) - ปับลิซีส เซเปียนท์ ได้ทำการสำรวจผู้บริโภคใน 7 ประเทศเพื่อค้นหาถึงมุมมองต่อ Generative AI และวิธีที่แบรนด์ต่างๆ สามารถใช้เทคโนโลยีใหม่นี้ วันนี้ ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการปฏิวัติทางดิจิทัลที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในรูปแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนด้วยการนำเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ทั้งนี้ Generative AI (GenAI) ถือว่าเป็นนวัตกรรมแหวกแนวที่สร้างความแตกต่างจากสิ่งที่เคยมีมาและกำลังได้รับความนิยมในทุกอุตสาหกรรมเป็นอย่างมากตั้งแต่ การใช้งานด้วย การสั่งงานด้วยเสียง (Voice assistants) ไปจนถึงแพลตฟอร์มการจดจำใบหน้า (Facial recognition) และเครื่องมือสำหรับผู้บริโภคอื่นๆ มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวันอย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย จากรายงานประจำปี Guide to Next ฉบับล่าสุดของปับลิซีส เซเปียนท์ (Publicis Sapient) ซึ่งเป็นรายงานที่ให้ภาพรวมและเทรนด์เกี่ยวกับดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่นสำหรับธุรกิจ ได้ครอบคลุมถึงรายงานด้าน Generative AIรายงานฯ ซึ่งอ้างอิงจากการสำรวจผู้บริโภคมากกว่า 10,000 รายทั่วสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เดนมาร์ก เยอรมนี และประเทศไทย ผลสำรวจพบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่กว่า (78%) เคยได้ยินเกี่ยวกับ GenAI ในขณะที่มีเพียง 30% ที่เคยใช้ GenAI อย่างไรก็ตาม จากกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยจำนวนทั้งหมด 2,061 รายนี้ พบว่าผู้บริโภคมากกว่าหนึ่งในสาม (35%) เคยมีประสบการณ์ใช้เครื่องมือประเภท - [เปิดโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล “ชุมชนโดรนใจ”ยกระดับทำการเกษตรด้วยเทคโนโลยี](https://www.uni.net.th/index.php/news/4191/) - นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี และ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ได้เปิดตัว โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (ชุมชนโดรนใจ) เพื่อส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างรายได้และก้าวทันความเปลี่ยนแปลงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยการยกระดับชุมชนด้วยเทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตรผ่านการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบินและการซ่อมบำรุงโดรนแก่กลุ่มเกษตรกรและชุมชนในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญ ส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนผ่านธุรกิจแบบดั้งเดิมไปสู่ศูนย์บริการซ่อมบำรุง ฉีดพ่น จัดจำหน่ายโดรนการเกษตรที่ได้รับการรับรองสินค้า ที่ผลิตในประเทศไทย จาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และมาตรฐาน ดีชัวร์ จาก ดีป้า ด้าน นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า ภายใน 1 ปีของการดำเนินโครงการจะเกิดศูนย์บริการฯ ทั่วประเทศจำนวน 50 ศูนย์ ทำให้ชุมชนเกิดการประยุกต์ใช้โดรนเพื่อการเกษตรจำนวน 500 ชุมชน พื้นที่ทางการเกษตร รวมไม่น้อยกว่า 4 ล้านไร่ นอกจากนี้ ดีป้า และพันธมิตรจะเปิดอบรมหลักสูตรผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากระยะไกล - [NSM ร่วมต้อนรับ รองนายกฯ อนุทิน พร้อมโชว์ผลงานโครงการศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต และสัตว์สตัฟฟ์](https://www.uni.net.th/index.php/news/4177/) - 13 พฤศจิกายน 2566 / นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมี นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) และคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวง อว. พร้อมด้วย ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM ให้การต้อนรับ โดย ท่านรองนายกฯ ได้ชมนิทรรศการการจัดแสดงผลงานเด่นของหน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวง อว. ทั้งนี้ อพวช. ได้นำผลงานโครงการศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต (ฟิวเจอร์เรียม), นิทรรศการ “Taxidermy” สัตว์สตัฟฟ์ และหุ่นยนต์ Smart AI Curator ไปร่วมจัดแสดง ณ อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ถนนโยธี กรุงเทพฯ NSM ร่วมต้อนรับ รองนายกฯ อนุทิน พร้อมโชว์ผลงานโครงการศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต และสัตว์สตัฟฟ์ – Thailand Plus Online - [อนุทินฯ มอบนโยบายการดำเนินงานให้ อว. GISTDA พร้อมนำ THEOS-2 เชื่อมโยงทุกภารกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับทุกภาคส่วน](https://www.uni.net.th/index.php/news/4165/) - 13 พฤศจิกายน 2566 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานให้กับกระทรวง อว. พร้อมชมนิทรรศการผลงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากหน่วยงานต่างๆ ของ อว. โดยมีนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงฯ และผู้บริหารของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. ให้การต้อนรับ ณ อาคารพระจอมเกล้า สป.อว. ถนนโยธี กรุงเทพมหานคร การตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีฯ ในครั้งนี้ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA ร่วมนำเสนอผลงานและชูบทบาทสำคัญของการใช้ประโยชน์ข้อมูลจากดาวเทียม THEOS-2 ต่อรองนายกรัฐมนตรีฯ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้ข้อมูลฯ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น อาทิ การจัดการเมือง เพื่อลดความแออัดของเมืองใหญ่ๆ วางระบบผังเมืองให้เป็นระเบียบ, การใช้เทคโนโลยีจากดาวเทียมในการสำรวจและประเมินคาร์บอนเครดิต เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง และ การจัดการระบบจราจรในเขตเมือง รวมถึงการป้องกันและบรรเทาปัญหาไฟป่าหมอกควันและปัยหาน้ำท่วมให้กับทุกพื้นที่ทั้งนี้ ข้อมูลจากดาวเทียม THEOS-2 ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะสนับสนุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับหน่วยงานระดับนโยบาย ระดับปฏิบัติ รวมถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน อนุทินฯ มอบนโยบายการดำเนินงานให้ อว. - [ห่วงเงินดิจิทัลล่อใจโจรไซเบอร์ นักวิชาการชื่นชมรัฐบาล-ตร.มาถูกทางแล้ว](https://www.uni.net.th/index.php/news/4152/) - ซูเปอร์โพลเผยผลสำรวจ “ภัยอยู่กับมือ” พบประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐเคยตกเป็นเหยื่อโจรออนไลน์ ห่วงเงินดิจิทัลล่อใจโจรไซเบอร์ ขณะที่ ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา นักวิชาการไซเบอร์ ชื่นชมรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาถูกทางสร้างความปลอดภัยไซเบอร์ก่อนแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้ก่อตั้งสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (Super Poll) และศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยจอร์ชทาวน์ วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ กล่าวในฐานะผู้แทนภาคประชาชนในกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เปิดเผยผลการศึกษาเรื่อง ภัยอยู่กับมือ เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลจากผลสำรวจและแหล่งอื่น ๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.0 เคยถูกหลอกลวงในโลกออนไลน์จากการใช้โซเชียล และแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เกินครึ่งหรือร้อยละ 51.2 เคยตกเป็นเหยื่อขบวนการมิจฉาชีพในโลกออนไลน์หลายรูปแบบ เช่น ลิงก์ล่อเหยื่อ เข้าใช้บริการระบบออนไลน์ไม่ได้ การถูกดูดเงินออกไปจากบัญชี และอื่น ๆปัญหาอันตรายเหล่านี้คือ ภัยอยู่กับมือของประชาชนทุกคน การที่รัฐบาลจะแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้ประชาชนกว่า 50 ล้านคนทั่วประเทศ รวมเป็นเงินกว่า 5 แสนล้านบาทจึงกลายเป็นบ่อน้ำมันทรัพยากรอันมีค่ามหาศาลล่อตาล่อใจให้ขบวนการ “โจรไซเบอร์” กล้าลงทุนเข้ามาโจมตีระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ของรัฐบาลและที่โจมตีง่ายที่สุดคือ - [เอ็นไอเอ ดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ มุ่งเป้าเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ](https://www.uni.net.th/index.php/news/4141/) - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จับมือหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ส่งต่อผลงานทางเทคโนโลยี และนวัตกรรม ภายใต้แผนงานของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อยกระดับการสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถขยายผลจากงานวิจัยออกสู่เชิงพาณิชย์ทั้งการดำเนินธุรกิจและการเชื่อมต่อแหล่งเงินทุนจากนักลงทุน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้ การจ้างงาน กระจายรายได้สู่ภูมิภาค และก่อให้เกิดอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยมุ่งเน้น 4 แผนงาน ได้แก่ เศรษฐกิจ BCG เทคโนโลยีดิจิทัล อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจฐานนวัตกรรมขนาดใหญ่ (IDEs)ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า “NIA ภายใต้บทบาทผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม (Focal Conductor) เล็งเห็นความสำคัญของการสนับสนุนผู้ประกอบการนวัตกรรมที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อเพิ่มโอกาสในการผลักดันงานวิจัยที่มีศักยภาพออกสู่เชิงพาณิชย์ จึงได้ร่วมมือกับ บพข. ในการจัดสรรทุนสนับสนุน โดย บพข. จะจัดสรรทุนวิจัยในการสร้างนวัตกรรมด้วยการสนับสนุนแผนงานที่มีความร่วมมือหรือการร่วมลงทุนกับผู้ใช้ประโยชน์ ในขณะที่ NIA จะทำหน้าที่จัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อการสนับสนุนภาคเอกชนในการใช้ประโยชน์และขยายผลนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา NIA - [PDPA Thailand แจก 5 eBook ว่าด้วยเรื่องกฎหมาย PDPA สำหรับองค์กร](https://www.uni.net.th/index.php/news/4120/) - PDPA Thailand แจก 5 eBook ว่าด้วยเรื่องกฎหมาย PDPA สำหรับองค์กร ดาวน์โหลดได้ที่ eBook แนวปฏิบัติตาม พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ว่าด้วยธุรกิจโรงแรมและที่พัก eBook แนว พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กับการคุ้มครองแรงงานสำหรับสถานประกอบการ eBook แนวปฏิบัติของสำนักงานบัญชีตาม พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) eBook แนวปฏิบัติของสำนักงานสอบบัญชีตาม พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) eBook หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลในองค์กรภาคเอกชน อ.เธียรชัย ณ นคร Guideline eBook – PDPA Thailand - [Google ค้นหาข้อมูลด้วย AI ในไทยได้แล้ว! หลังเปิดทดสอบ Google SGE ที่ไทยด้วย](https://www.uni.net.th/index.php/news/4108/) - Google เปิดทดสอบ Google SGE (Search Generative Experience) เพิ่มเติม 120 ประเทศทั่วโลกมีประเทศไทยด้วย บริการค้นหาข้อมูลโดยใช้ Generative AI ก่อนหน้านี้ Google เปิดทดสอบ Google SGE ในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น และรองรับการค้นหาด้วยภาษาอังกฤษเท่านั้น ล่าสุดทาง Google เปิดทดสอบเพิ่มเติมอีก 120 ประเทศทั่วโลก ซึ่ง 1 ในนั้นเปิดให้ประเทศไทยทดสอบด้วย และรองรับการค้นหาด้วย 4 ภาษาใหม่ได้แก่ สเปน, โปรตุเกส, เกาหลี และอินโดนีเซีย ข้อดีของการใช้งาน Google SGE จะทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหา และได้ข้อมูลที่มีการสรุปผลจาก AI ที่พ่วงมาด้วยข้อมูลเสริม และลิงก์แหล่งข้อมูลมาด้วยวิธีการเปิดทดสอบ Google SGE จะเปิดให้ทดสอบกับผู้ใช้งานบางคนสามารถกดลงทะเบียนได้ที่ Google Labs บนแอป Google ระบบ Android/iOS และ Google Chrome Google ค้นหาข้อมูลด้วย - [“ศุภมาส” นำผู้บริหาร อว. ประชุม BRST ครั้งที่ 1 นครฉงชิ่งจีน หารือพัฒนาด้านเอไอ](https://www.uni.net.th/index.php/news/4094/) - “ศุภมาส” นำผู้บริหารกระทรวง อว. ประชุม BRST ครั้งที่ 1 ณ นครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน จับมือจีนและนานาประเทศใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก้ปัญหาความยากจน พร้อมหารือรับความท้าทายใหม่ด้านการพัฒนาสีเขียว ความเป็นกลางทางคาร์บอน พลังงานสะอาด เอไอ ควอนตัม เทคโนโลยีอวกาศเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย พ.ญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษา รมว.กระทรวง อว. น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.กระทรวง อว. รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานคณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เข้าร่วมประชุม Belt and Road Conference on Science and Technology Exchange ครั้งที่ 1 ณ - [ปักหมุด "ไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเล่ย์" ฮับนวัตกรรมแห่งอนาคต](https://www.uni.net.th/index.php/news/4088/) - ไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเล่ย์ ความฝันใหญ่ของไทยที่จะปั้นให้เป็นแหล่งนิเวศดิจิทัลและนวัตกรรมสำคัญของประเทศไทย ยกระดับพื้นที่ EEC ด้วยโครงสร้างพื้นฐานใหใม่ ถือเป็นอีกโครงการที่ไทยต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศสร้างงานทะลุ20,000ตำแหน่งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี กล่าวว่า การเยี่ยมชมความคืบหน้าของโครงการดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดปี 2568 โดยปัญหาที่กำลังประสบคือการขาดแคลนกำลังคนดิจิทัล แต่หากโครงการนี้เสร็จจะช่วยเพิ่มจำนวนบุคลากรดิจิทัลให้เพียงพอกับปริมาณความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และคาดว่าจะทำให้เกิดการจ้างงานด้านดิจิทัลในพื้นที่มากกว่า 20,000 ตำแหน่ง“เราต้องมีเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลไทยด้าน Thailand Competitiveness หรือการยกระดับความสามารถของประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้กับเศรษฐกิจ” ฮับเทคโนฯขั้นสูงในภูมิภาคณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า ไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเล่ย์ จะเป็นศูนย์กลางการออกแบบ พัฒนา วิเคราะห์ ทดสอบ ทดลองเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลขั้นสูงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับประเทศไทยและส่งเสริมให้คนไทยก้าวไปสู่เวทีระดับโลกไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีด้านการออกแบบฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Hardware and Smart Devices) เทคโนโลยีด้านการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เทคโนโลยี IoT, AI, Software Convergence และ Cloud Innovation ซึ่งจะช่วยสนับสนุนธุรกิจและต่อยอดการส่งออกของประเทศ นำไปสู่การใช้งานทั้งในโลกจริงและโลกเสมือน รวมถึงการให้บริการด้านดิจิทัลที่เกิดขึ้น ตลอดจนรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตและอุตสาหกรรมต่าง ๆ นอกจากนี้จะทำให้เกิดบทบาทและจุดยืนในเรื่อง Digital Content, Animation, Game และ E-SPORTS - [กำลังโหลด หน้าแรก IT & gadget IT & gadget กสทช. ดีเดย์ 15 ม.ค. 67 นำร่อง 'Cell Broadcast' บางพื้นที่ในกทม.ผ่านการส่ง SMS](https://www.uni.net.th/index.php/news/4082/) - ประธานกสทช. เร่งดันระบบแจ้งเตือนภัยผ่าน SMS มั่นใจนำร่องทดสอบพื้นที่ กทม. 15 ม.ค.67 ส่วนการให้บริการทั้งประเทศยังไม่สามารถให้คำตอบได้ เหตุอยู่ระหว่างการศึกษางบประมาณและเจ้าภาพในการดูข้อมูลเตือนภัย นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวว่า จากการที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ได้หารือกับ กสทช.ในเรื่องการจัดทำระบบส่งข้อมูลโดยตรงจากเสาสัญญาณไปสู่โทรศัพท์มือถือทุกเครื่อง ในพื้นที่ให้บริการพร้อมกันในรวดเดียว หรือ Cell Broadcast ผ่านการส่งข้อความสั้น SMS เพื่อแจ้งเตือนภัยพิบัติต่อประชาชนนั้น เบื้องต้นได้กำหนดวันทดลองระบบในพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อนในวันที่ 15 ม.ค. 2567 เป็นความร่วมมือกับ ดีอี กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร หรือ กทม. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ สำหรับงบประมาณในการทำระบบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่นำมาใช้ด้วย และต้องมีการประชุมกับผู้ให้บริการมือถืออีกครั้ง ซึ่งอาจจะใช้เงินของ กองทุนวิจัยและ พัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุนยูโซ่) ในการสนับสนุน โดยให้ผู้ให้บริการมือถือนำค่าใช้จ่ายจากการอัพเดทซอร์ต์แวร์ มาหักกับเงินที่ต้องนำส่งกองทุน กทปส.โดยเบิกค่าใช้จ่ายตามจริงทั้งนี้ หลังทดสอบระบบแล้วคงต้องมาดูว่ามีอะไรต้องปรับปรุงเพิ่มเติม จึงยังไม่สามารถระบุ ช่วงเวลาในการเริ่มให้บริการระบบแจ้งเตือน Cell Broadcast ได้ อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญในเรื่องนี้ คือ ใครจะเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ในการแจ้งเตือน ต้องมีกี่ระดับ และหน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งหากเป็นเหตุในท้องถิ่น เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ - [OpenAI เปิดตัว ChatGPT เวอร์ชันปรับแต่งเองได้ - มีตัวเลขผู้ใช้งาน 100 ล้านคนในทุกสัปดาห์](https://www.uni.net.th/index.php/news/4072/) - โอเพนเอไอ ประกาศเปิดตัว ChatGPT ในรูปแบบคัสตอมตามการใช้งาน แต่จำกัดเฉพาะผู้ใช้งานที่เป็นสมาชิกเท่านั้นในชื่อ GPTที่งาน Dev Day ซึ่งเป็นงานประชุมนักพัฒนาครั้งแรกของโอเพนเอไอ ที่ซานฟรานซิสโก ได้มีการเปิดเผยข้อมูลใหม่ๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะตามมาในเร็ววันนี้อย่างแรกที่จะได้เห็นนั่นก็คือ ChatGPT ในเวอร์ชันที่ผู้ใช้งานกำหนดรูปแบบการใช้งานได้เอง โดยไม่มีความจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องการเขียนโค้ดสาเหตุที่โอเพนเอไอ ออกแพลตฟอร์ม ChatGPT ในรูปแบบคัสตอมได้นั้น เป็นเพราะว่าพวกเขาถูกถามถึงการปรับแต่งตามการใช้งานมาโดยตลอด ซึ่งตอนนี้โอเพนเอไอก็ได้ทำตามที่ร้องขอนั้นแล้ว ซึ่งถูกเรียกภายใต้ชื่อ GPTการมาของ GPT นั่นหมายความว่า ChatGPT กำลังเดินหน้าสู่การเป็นคู่แข่งกับแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น Character.AI และเมตา (Meta)พร้อมกันนี้โอเพนเอไอ ยืนยันด้วยว่า พวกเขามีความเข้มงวดต่อกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นความพยายามในการฉ้อโกง การสร้างคำพูดที่แสดงความเกลียดชัง หรือการสร้างธีมคอนเทนต์สำหรับผู้ใหญ่ เป็นต้นสำหรับการให้บริการ GPT หรือ ChatGPT ในรูปแบบปรับแต่งตามการใช้งานจำกัดการใช้งานเฉพาะผู้ที่สมัครเป็นสมาชิก ChatGPT Plus และลูกค้าระดับองค์กรของโอเพนเอไอเท่านั้นต่อมาเป็นเรื่องของยอดผู้ใช้งาน แซม อัลต์แมน ซีอีโอโอเพนเอไอ ระบุว่า ในเวลานี้ ChatGPT มีผู้ใช้งานในแต่ละสัปดาห์มากถึง 100 ล้านรายอัลต์แมน กล่าวต่อไปว่า มีนักพัฒนามากกว่าสองล้านคนใช้แพลตฟอร์มนี้ของโอเพนเอไอ รวมถึง 92 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทชั้นนำในฟอร์จูน 500 ก็ใช้งานเช่นกันนอกเหนือจากนี้แล้ว - [อินเดียลั่นเตรียมก้าวเป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยี 6G ในงานอินเดีย โมบายล์ คองเกรส 2566](https://www.uni.net.th/index.php/news/4065/) - นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ได้กล่าวชื่นชมการเปิดตัวเทคโนโลยี 5G อย่างรวดเร็วในอินเดีย พร้อมสนับสนุนให้อินเดียก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยี 6G ในระหว่างงานอินเดีย โมบายล์ คองเกรส (India Mobile Congress หรือ IMC) ครั้งที่ 7 ประจำปี 2566 ซึ่งเป็นการประชุมด้านโทรคมนาคม สื่อ และเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียงานนี้จัดโดยกรมโทรคมนาคมของรัฐบาลอินเดียร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่แห่งอินเดีย (COAI) โดยเป็นการประชุมพร้อมด้วยการจัดแสดงสินค้าระยะเวลาสามวันภายใต้แนวคิดนวัตกรรมดิจิทัลระดับโลก (Global Digital Innovation) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม 2566 และมีผู้เข้าร่วมงานจากกว่า 67 ประเทศในระหว่างกล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน นายนเรนทรา โมดี ได้ประกาศเปิดตัว “โครงการแล็บ 5G จำนวน 100 แห่ง” (100 5G lab Initiative) โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาการใช้งาน 5G เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมในภาคเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนสร้างระบบนิเวศในประเทศที่พร้อมรองรับ 6G อินเดียลั่นเตรียมก้าวเป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยี 6G ในงานอินเดีย โมบายล์ คองเกรส 2566 – Enterprise IT Pro - [​รู้ทันกันได้ : เจ้าหน้าที่ DPO คือใคร หน่วยงานใดไม่มี เสี่ยงถูกปรับ 1 ล้านบาท](https://www.uni.net.th/index.php/news/4059/) - เมื่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA ยังเป็นเรื่องใหม่ของประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ เจ้าหน้าที่ DPO มาช่วยจัดการในเรื่องนี้แทน ซึ่งตำแหน่งนี้จะมีความสำคัญอย่างไร ใครเป็นได้บ้าง และหน่วยงานใดบ้างที่จำเป็นต้องมีกฎหมาย ร่วมพูดคุยกับ ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร (อ.โดม) ผู้ก่อตั้งสื่อ PDPA Thailand ชมย้อนหลังรายการ “วันใหม่วาไรตี้” ในช่วง “รู้ทันกันได้” ได้ที่ วันใหม่วาไรตี้ – รู้ทันกันได้ : เจ้าหน้าที่ DPO คือใคร หน่วยงานใดไม่มี เสี่ยงถูกปรับ 1 ล้านบาท | Thai PBS รายการไทยพีบีเอส - [‘ศุภมาส’ หารือ ‘หัวเว่ย’ สร้างแพลตฟอร์มพัฒนาเทคโนโลยี-กำลังคน ด้านดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/news/4033/) - รมว.อุดมศึกษา หารือ ‘หัวเว่ย’ สร้างแพลตฟอร์มพัฒนาเทคโนโลยี-กำลังคน ด้านดิจิทัล พร้อมพัฒนาห้องเรียนอัจฉริยะนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมหารือกับคณะผู้บริหาร บจก.หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) นำโดย Mr.Edison Xu, Board Director ณ อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว.นางสาวศุภมาส กล่าวว่า อว. พร้อมร่วมมือกับหัวเว่ย สร้างแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล และพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล โดยมีมหาวิทยาลัยกว่า 30 แห่งเข้ามาร่วมบ่มเพาะทักษะด้านดิจิทัลให้แก่นักศึกษา และพัฒนาห้องเรียนอัจฉริยะ นอกจากนี้ ยังพร้อมร่วมมือในการพัฒนาด้าน 5G solution สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต และการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ให้แก่ผู้ประกอบการ โดยมีสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เข้ามาเป็นแกนหลักในการร่วมขับเคลื่อนกับ บจก.หัวเว่ย“นี่คือการผนึกกำลังผ่านการบูรณาการการทำงานร่วมกันของกระทรวง อว. กับ บจก. หัวเว่ยฯ เพื่อพัฒนากำลังคนของไทยโดยเฉพาะนักศึกษาให้มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมากยิ่งขึ้น” นางสาวศุภมาส กล่าวทั้งนี้ ผู้บริหาร บจก.หัวเว่ย ได้เรียนเชิญนางสาวศุภมาส เยี่ยมชม Huawei - [ทีมนักประดิษฐ์ นักวิจัยไทยคว้ารางวัลจากเวที “The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products” ณ เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี](https://www.uni.net.th/index.php/news/4039/) - ทีมนักประดิษฐ์นักวิจัยไทยสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยอีกครั้ง ในการคว้ารางวัลจากเวทีประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ “The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products” (iENA 2023) เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2566 ณ Exhibition Centre Nuremberg เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำทีมนักประดิษฐ์นักวิจัยไทย คว้ารางวัลในเวที iENA 2023 ในระดับเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญบรอนซ์ พร้อมด้วย Special Prize จากองค์กรนานาชาติโดยส่วนหนึ่งของผลงานที่ได้รับรางวัล ในระดับเหรียญทอง ได้แก่-ผลงานเรื่อง “เครื่องคัดกรองประเมินความเสี่ยงผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนแบบพกพาด้วยแสงความยาวคลื่นช่วงใกล้อินฟราเรดเพิ่มประสิทธิภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์ (เวอร์ชั่น 2)” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ และคณะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี-ผลงานเรื่อง “เครื่องช่วยขึ้น-ลงที่สูงสำหรับช่างสาย” โดย นายคมกฤษ ศรีสุดา และคณะ จาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย-ผลงานเรื่อง - [10 เทคโนโลยีประจำปี 2024 ที่คาดว่าจะมีบทบาทไปยาวถึงปี 2027 โดย การ์ทเนอร์](https://www.uni.net.th/index.php/news/4025/) - ‘การ์ทเนอร์’ คาดการณ์ถึงเทรนด์เทคโนโลยีไว้ในงานสัมมนาครั้งล่าสุด The Gartner IT Symposium/Xpo™ 2023 Conference ว่าเทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ในปี 2024 ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญกับองค์กรและธุรกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้า ในช่วงปี 2026 – 2027 มีอยู่ 10 แนวโน้มด้วยกัน ได้แก่AI Trust, Risk and Security Management (AI TRiSM) เทคโนโลยีในการกำกับดูแล AI ให้น่าเชื่อถือโปร่งใส สร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์Continuous Threat Exposure Management (CTEM) เทคโนโลยีจัดการความเสี่ยงต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่องSustainable Technology เทคโนโลยีที่ช่วยส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลPlatform Engineering การพัฒนา Internal Platform Product ให้ตอบโจทย์การใช้งานแบบ self-service เพื่อแก้ปัญหาในการทำงานของ Developer เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สร้างประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยม และเร่งสปีดความสามารถในการเพิ่ม value ทางธุรกิจAI-Augmented Development เทคโนโลยี AI ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิศวกรซอฟต์แวร์ในการสร้างการทดสอบ รวมถึงส่งมอบแอปพลิเคชันIndustry - [ไทยใช้เอง หุ่นยนต์น้องแฮปปี้ ส่งสารรังสีในโรงพยาบาล](https://www.uni.net.th/index.php/news/4019/) - โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมกับ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป พัฒนาหุ่นยนต์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาคนไข้มะเร็งต่อมไทรอยด์ และช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบุคคลากรทางการแพทย์โดยปกติแล้ว การรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ คนไข้จะต้องกลืนแคปซูลที่ภายในบรรจุสารรังสีไอโอดีน เพื่อที่จะให้ตัวยาเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งที่อยู่ในลำคอ แต่ที่ผ่านมา หมอและพยาบาล รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ก็มีโอกาสได้รับรังสีด้วยเช่นกัน จากการเข้าไปพูดคุยสอบถามอาการ ตรวจเช็คร่างกาย วัดความดัน นำส่งอาหารรวมทั้งสารรังสีไอโอดีนเข้าไปให้คนไข้ ซึ่งหากมีการสะสมนาน ๆ ก็จะส่งผลต่อเสียต่อสุขภาพของเจ้าหน้าที่ในระยะยาวครับดังนั้น จึงมีการคิดค้นหุ่นยนต์นำส่งสารรังสีขึ้นมา ชื่อว่า “น้อง Happy” ซึ่งที่มาของชื่อ มาจากแนวคิดการออกแบบหุ่นยนต์ มันถูกออกแบบโดยผสานความเป็นมนุษย์เข้ากับเทคโนโลยี Human-Tech Technology ในแนวคิด Humanize ทำให้มีรูปลักษณ์ลวดลายสีสัน หน้าจอและเสียงที่ให้ความรู้สึกเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน รวมทั้งตอนที่เข้าไปหาคนไข้ ก็จะเดินยิ้มเข้าไปเลย และทำให้คนไข้มีความสุขได้นั่นเองครับความสามารถของ หุ่นยนต์น้องแฮปปี้+นำส่งสารรังสีรังสีไอโอดีน ไปให้กับคนไข้ โดยไม่ส่ผลกระทบกับแพทย์ หรือพยาบาล+ การแพทย์ระยะไกล หรือ Tele Medicine ผ่านระบบวิดีโอคอล ช่วยอำนวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างแพทย์ พยาบาลและผู้ป่วย เพื่อให้คำปรึกษาและแนะนำการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล+ วัดสัญญาณชีพของผู้ป่วย โดยในระหว่างที่เข้ารับการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน สามารถเชื่อมโยงส่งข้อมูลภาพและผลตรวจแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์+ สามารถตรวจสอบการเปรอะเปื้อนรังสีในพื้นที่ให้บริการหรือห้องพักผู้ป่วยภายหลังจากผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล - [สตง. จับมือ หน่วยรับตรวจ 16 หน่วยงาน นำร่องการตรวจสอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพงานตรวจเงินแผ่นดิน](https://www.uni.net.th/index.php/news/4004/) - นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เปิดเผยว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ในฐานะองค์กรตรวจสอบ ภายใต้นโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน (พ.ศ. 2566 – 2570 ) ของคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบงานการตรวจเงินแผ่นดินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้การตรวจเงินแผ่นดินเป็นไปโดยโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ยุคดิจิทัล ร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เสนอคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล พิจารณาให้ความเห็นชอบและได้มีการประกาศ เรื่อง “กรอบแนวปฏิบัติในการตรวจสอบด้วยวิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน” ลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2566 เรียบร้อยแล้วนั้นสตง. จึงได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยรับตรวจ รวมจำนวน 16 หน่วยงาน เพื่อเป็นการ นำร่องวิธีการตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการตรวจสอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.30 น. ณ ห้องดำริอิศรานุวรรต อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ดังนี้ 1. บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานในสังกัด รวม 10 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ - [จีน สหรัฐฯ และยุโรป ตกลงร่วมมือด้าน AI ในการประชุมสุดยอดผู้นำ AI กรุงลอนดอน](https://www.uni.net.th/index.php/news/3998/) - จีนตอบตกลงจะทำงานร่วมกับสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และประเทศอื่น ๆ ในการจัดการความเสี่ยงจาก AI ในการประชุมสุดยอดผู้นำด้าน AI ครั้งแรกของโลกที่จัดขึ้น ณ เบลตช์ลีย์ พาร์ก กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรในการประชุมครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงและผู้นำ 25 ประเทศอย่าง จีน สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (EU) ไปจนถึงผู้บริหารในบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก อาทิ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) แห่ง X และ แซม อัลต์แมน (Sam Altman) จาก OpenAIทั้ง 25 ประเทศได้ลงนามในปฏิญญาเบลตช์ลีย์ พาร์ก (Bletchley Declaration) ที่มีเนื้อหาส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการกำหนดแนวทางกำกับดูแล AI ร่วมกันปฏิญญาฉบับนี้กำหนด 2 เป้าหมายหลัก ได้แก่ การระบุความเสี่ยง AI ที่ทุกประเทศตกลงร่วมกัน และสร้างความเข้าใจเชิงวิทยาศาสตร์ต่อ AI ด้วย ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยการกำหนดนโยบายระหว่างประเทศที่ลดความเสี่ยงจาก AIการประชุมยังให้ความสนใจในความเสี่ยงที่อาจเกิดจากโมเดล - [หน้าแรก ธุรกิจ ธุรกิจ ท่องเที่ยวเดินหน้าแผน‘ควิกวิน’ผนึก5แพลตฟอร์มจีนดึงทัวริสต์เข้าไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/3991/) - การท่องเที่ยวเป็นกุญแจดอกแรกในการสร้างรายได้ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นแบบ QuickWin ทั้งสามารถสร้างงานให้ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก การผลักดันรายได้จากการท่องเที่ยวจึงสำคัญ โดยเฉพาะ ‘นักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ’ นอกเหนือจากการยกเว้นวีซ่าให้นักท่องเที่ยวชาวจีน และชาวคาซัคสถานเป็นเวลา 5 เดือน เริ่มจาก 25 ก.ย.2566 ถึง 29 ก.พ.2567 การเข้าถึงนักท่องเที่ยวชาวจีนผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆ นับเป็นเครื่องมือสำคัญยิ่งสำหรับผู้ประกอบการชาวไทยสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ได้มีโอกาสพบผู้บริหารระดับสูงจาก 5 แพลตฟอร์มชั้นนําของประเทศจีน ได้แก่ ไบท์พลัส (โตวยิน), เทนเซน, เสียวหงชู, หม่าเฟงวอ และ จูไว่ ไอคิวไอ ถือเป็น ‘Quick Win 100 วัน’ ปฏิบัติการเชิงรุกในการนำมีเดียแพลตฟอร์มจีน เพื่อเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง หรือ FIT (Free Independent Travelers) ซึ่งทั้ง 5 แพลตฟอร์มนี้ มีผู้ติดตาม (daily active user) มากกว่า 1,000 ล้านคนต่อวัน ถือเป็นโอกาสดีในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารและสร้างการเข้าถึงกลุ่มชาวจีนทั่วประเทศ“วันนี้ประเทศไทยเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวจีนในทุกด้านทั้ง short stay and long stay การพบกันในครั้งนี้ ทำให้ไทยได้มีโอกาสรับฟังแนวทางในการเพิ่มจํานวนการท่องเที่ยวและการจัดการด้านความสะดวก ความปลอดภัย ต่อนักท่องเที่ยว ซึ่งทั้ง - [AI แทนแพทย์ได้หรือยัง AI Governance สำคัญอย่างไร? ในยุค Digital Healthcare](https://www.uni.net.th/index.php/news/3982/) - ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือที่คุ้นหูกันโดยทั่วไปว่า AI เป็นกุญแจสำคัญที่จะไขประตูสู่ความสำเร็จบนโลกดิจิทัล ที่หลายอุตสาหกรรม ให้ความสำคัญและนำมาประยุกต์ใช้เพิ่มมากขึ้น สะท้อนให้เห็นจากผลสำรวจ “ความพร้อมในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบริการดิจิทัลอย่างมีธรรมาภิบาล (AI Readiness Measurement) ปี 2566 โดย ETDA และ สวทช. พบว่า ในอีก 1-2 ปีนี้ อุตสาหกรรมต่างๆ ของไทยมีแผนที่จะนำ AI ไปใช้งานสูงถึง 56.60% อาจเพราะเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยตอบสนองทั้งในความแม่นยำ ความรวดเร็วในการทำงานและเข้ามาเป็นผู้ช่วยในการทำงานของคนได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่เว้นแม้แต่ “วงการแพทย์ของไทย” ที่วันนี้ในหลายๆ กระบวนการดูแล รักษา ได้นำ AI เข้ามาประยุกต์ใช้แล้ว ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่เป็นจำนวนมากของผู้ป่วยเพื่อประกอบการวินิจฉัยโรค การลดขั้นตอนการทำงานซ้ำๆ ของทีมแพทย์ การติดตามอาการของผู้ป่วยด้วยระบบออนไลน์ ฯลฯจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เพียงเป็นสัญญาที่บ่งบอกถึงการยกระดับศักยภาพวงการทางการแพทย์ไทย สู่การเป็น Digital Healthcare ยุคใหม่เท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดกระแสของการตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้ AI ที่เข้ามาช่วยดูแล รักษาสุขภาพของผู้ป่วยว่ามีความน่าเชื่อถือแค่ไหน อีกทั้ง - [เวียดนามหารือบริษัทชิปต่างชาติ หวังสร้างโรงงานชิปแห่งแรกในประเทศ](https://www.uni.net.th/index.php/news/3976/) - เวียดนามกำลังหารือกับบริษัทชิปจากนานาชาติเพื่อหวังกระตุ้นการลงทุนและสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งแรกในประเทศ หวู ตือ ทัญ (Vu Tu Thanh) ประธานสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา – อาเซียนสาขาเวียดนามระบุกับสำนักข่าว Reuters ว่าเวียดนามได้เข้าพบกับ 6 บริษัทชิป ในนี้มีผู้ให้บริการโรงงานด้วย โดยการพูดคุยยังอยู่ในขั้นต้น ขณะที่หนึ่งผู้บริหารบริษัทชิปที่ไม่ประสงค์ออกนามชี้ว่า GlobalFoundries จากสหรัฐฯ และ PSMC จากไต้หวันอาจเข้าไปมาลงทุนในเวียดนาม ซึ่งเป้าหมายของการคุยก็เพื่อสร้างโรงงานผลิตชิปที่ไม่ได้ล้ำหน้ามากสำหรับใช้ในรถยนต์และโทรคมนาคม ทั้ง 2 บริษัทปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับรายงานฉบับนี้ ด้านเจ้าหน้าที่รัฐชี้ว่าการหารือในขั้นนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อทดสอบความสนใจของภาคเอกชน และพูดคุยเกี่ยวกับปัจจัยดึงดูด ไปจนถึงการสนับสนุนด้านการเงินจากรัฐบาล และปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ที่มีอยู่ในประเทศ รัฐบาลเวียดนามเคยออกมาบอกว่าต้องการให้โรงงานชิปแห่งแรกสร้างเสร็จภายในทศวรรษนี้ (น่าจะหมายถึงภายในปี 2030) และชี้ว่าบริษัทชิปจะได้รับประโยชน์จาก ‘สิ่งจูงใจสูดสุดที่เวียดนามมี’ นอกจากนี้ รัฐบาลจะสนับสนุนบริษัทภายในประเทศอย่าง Viettel ที่รัฐบาลเป็นเจ้าของในการสร้างโรงงานที่ใช้เครื่องมือการผลิตนำเข้าด้วย เวียดนามกำลังหารือกับบริษัทชิปจากนานาชาติเพื่อหวังกระตุ้นการลงทุนและสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งแรกในประเทศ หวู ตือ ทัญ (Vu Tu Thanh) ประธานสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา – อาเซียนสาขาเวียดนามระบุกับสำนักข่าว Reuters ว่าเวียดนามได้เข้าพบกับ 6 บริษัทชิป - [เกาหลีปรับแผน ใช้ AI สแกนความหนาแน่น ป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำรอย](https://www.uni.net.th/index.php/news/3969/) - ไม่ซ้ำรอยเก่า เกาหลีใช้กล้อง CCTV ที่มีระบบ AI คอยสแกนความหนาแน่นของผู้คนช่วงเทศกาลสำนักข่าวประเทศเกาหลีรายงาน คุมเข้มช่วงเทศกาลฮาโลวีนที่กำลังจะมาถึงในเดือนตุลาคม ป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำรอยอิแทวอนในปี 2565ตำรวจเกาหลีได้เพิ่มมาตรการเพื่อป้องกันผู้คนจำนวนมากที่เรียกว่า “Mirroring System” ด้วยการนำกล้องวงจรปิด (CCTV) สามารถนับจำนวนคนได้แบบเรียลไทม์ และจะแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่หากพบว่ามีผู้คนหนาแน่นมากเกินไปหากตรวจพบสถานที่แออัด ระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดจะแจ้งไปยังห้องฉุกเฉินในแต่ละสำนักงานเขต รัฐบาล หน่วยดับเพลิง และตำรวจ ติดตามเหตุการณ์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงและมีการทดสอบระบบ AI ด้วยการนำอาสาสมัครกว่า 150 คน มาทดสอบการใช้งานบริเวณซอยที่มีขนาดแคบเป็นที่เรียบร้อยโดยจะเริ่มใช้แล้วในพื้นที่ 14 แห่งในกรุงโซลคาดว่าจะมีผู้คนจำนวนมากในวันฮาโลวีน เช่น อิแทวอน กังนัม ฮงแด อับกูจอง และบริเวณใกล้สถานีต่าง ๆเพิ่มกำลังคนสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ติดตามภาพสดและข้อมูลอัปเดตที่ได้รับจากประชาชน นอกจากนี้ยังเพิ่มเวลาให้บริการรถไฟได้นานขึ้นถือว่าเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหา เพิ่มเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ทันสมัยมาช่วยดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยว เกาหลีปรับแผน ใช้ AI สแกนความหนาแน่น ป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำรอย (techhub.in.th) - [สำนักงาน ปปง. จับมือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ เปิดศูนย์ AOC1441 รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหาย 24 ชั่วโมง](https://www.uni.net.th/index.php/news/3963/) - วันที่ 31 ตุลาคม 2566 นายวิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมายและโฆษก ประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (โฆษกประจำสำนักงาน ปปง.) กล่าวว่า ตามที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายแก้ไขปัญหาการถูกหลอกลวงผ่านทางออนไลน์ ที่กำลังส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดในการบูรณาการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ รวมทั้งการเฉลี่ยทรัพย์คืนให้กับผู้เสียหายเพื่อเยียวยาความเดือดร้อน นั้นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน กสทช. สมาคมธนาคารไทย รวมทั้งสำนักงาน ปปง. ได้ประสาน ความร่วมมือในการจัดตั้ง ศูนย์ Anti-Online Scam Operation หรือศูนย์ AOC ขึ้น โดยสำนักงาน ปปง.ได้ส่งพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประจำศูนย์ AOC กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับเรื่องจากประชาชน ที่ถูกหลอกลวงทางออนไลน์แบบ One Stop Service ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านหมายเลข สายด่วน 1441 ซึ่งมีช่องทางให้ติดต่อในเบื้องต้นจำนวนกว่า 80 คู่สาย ในการอำนวยความสะดวก ให้กับประชาชนที่ต้องการแจ้งความออนไลน์หรือต้องการให้อายัดบัญชีในทันที ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอน และกระบวนการในการดำเนินการกับบัญชีม้าได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงขยายผลดำเนินการกับทุกบัญชี ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้าและซิมผี พร้อมทั้งเร่งรัดติดตามทรัพย์สินนำมาคืนให้กับผู้เสียหาย - [คณะเวชศาสตร์ฯ มหิดล พัฒนานวัตกรรมตรวจ "ไข่หนอนพยาธิ" ด้วย AI ครอบคลุม 34 ชนิด](https://www.uni.net.th/index.php/news/3956/) - คณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล วิจัยร่วม สจล. พัฒนานวัตกรรมตรวจหา “ไข่หนอนพยาธิ” และ “ซีสต์โปรโตซัว” ด้วย AI ครอบคลุมถึง 34 ชนิด ช่วยประเทศไทยมีฐานข้อมูลสืบค้นและตรวจวินิจฉัย เตือนเลี่ยงกินอาหารสุกๆ ดิบๆ ยิ่งอาหารทะเลยิ่งเสี่ยงพยาธิอะนิซาคิสเมื่อวันที่ 25 ต.ค. รศ.นพ.ดร วัฒนกุลพานิชย์ หัวหน้าภาควิชาปรสิตหนอนพยาธิ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า คณะฯ ร่วมกับ วิทยาลัยนวัตกรรมการผลิตขั้นสูง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ดำเนินงานวิจัย “นวัตกรรมตรวจหาไข่หนอนพยาธิและซีสต์โปรโตซัวด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)” โดยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ ซึ่งการวิจัยนั้นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านปรสิตหนอนพยาธิและโรคเขตร้อน และวิศวกรในทีมวิจัยจาก สจล. ที่จะต้องเตรียมภาพตัวอย่างไข่หนอนพยาธิและซีสต์โปรโตซัวชนิดต่างๆ ไม่น้อยกว่า 500 ภาพในแต่ละชนิด เพื่อป้อน AI ให้เกิดการเรียนรู้ผ่านเทคนิคการขยายข้อมูล ซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนข้อมูลภาพให้มีจำนวนมากขึ้นหลายๆ เท่าจากข้อมูลเดิม เพื่อให้เพียงพอต่อการนำไปใช้ฝึกโปรแกรม CiRa CORE ของ AI ให้มีขีดความสามารถในการตรวจหาผลิตผลของเชื้อพยาธิปรสิตในอุจจาระได้อย่างถูกต้อง มีความแม่นยำสูง ซึ่งมักใช้ในการขยายข้อมูลเข้าช่วยเพื่อให้ได้ข้อมูลเพียงพอต่อความต้องการ“ในการศึกษาได้ใช้เทคนิค 4 แบบในการสังเคราะห์รูปภาพ - [มทร.ธัญบุรี คว้า 2 รางวัลใหญ่จาก “ASIC” การันตีคุณภาพการศึกษาระดับนานาชาติ](https://www.uni.net.th/index.php/news/3946/) - มทร.ธัญบุรี รับรางวัลระดับนานาชาติจาก ASIC-UK ประเทศอังกฤษ ด้านการดูแลนักศึกษา และการสร้างความเป็นผู้ประกอบการแก่นักศึกษา ในงาน ASIC Annual Conference & Award 2023 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เผยว่า มทร.ธัญบุรี ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน “ASIC Annual Conference & Award Dubai 25-26 October 2023 Impact & Outcomes: The Power of Quality in International Education” จัดขึ้นที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยทาง มทร.ธัญบุรี ได้ส่งผู้แทนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นำโดย รศ.ดร.บุญยัง ปลั่งกลาง ผู้ช่วยอธิการบดี พร้อมด้วย รศ.ดร.อำนวย เรืองวารี ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ รศ.ดร.บุญธิดา - [เร่งพัฒนาองค์ความรู้เทคโนฯดันไทย ‘ศูนย์กำลังคนระดับสูงชีวสารสนเทศ’](https://www.uni.net.th/index.php/news/3935/) - สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับคณะกรรมการวิจัย และนวัตกรรม ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) และสถาบันอุดมศึกษาในเครือข่ายที่มีความพร้อมในการพัฒนางานวิจัยด้านชีวสารสนเทศ จัดประชุมภาคีเครือข่ายวิจัยชีวสารสนเทศ และเชื่อมโยงนักชีวสารสนเทศของประเทศไทย รวมถึง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประจำปี พ.ศ.2566 Thailand Bioinformatics Research Network (TBRN 2023) : Talent Pool and Stakeholder Engagementโดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) และ รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผอ.สกสว. พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัยด้านจีโนมิกส์ ทั้งในและต่างประเทศกว่า 200 คน เข้าร่วมการประชุม เมื่อเร็วๆ นี้ ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย กล่าวว่า การดำเนินงานของแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในการร่วมผลักดันแผนฯ ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และ - [ตำรวจไซเบอร์ ร่วมกับ กสทช. ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์เช่าสำนักงานใหญ่หลอกคนผ่าน Simbox](https://www.uni.net.th/index.php/news/3929/) - 00:00 03:28 Use Up/Down Arrow keys to increase or decrease volume. คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ร่วมกันแถลงผลการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้อุปกรณ์ GSM Gateways หรือ Simbox แปลงสัญญาณหลอกลวงเหยื่อเป็นจำนวนมากSimbox แปลงสัญญาณสอท. อธิบายว่าวิธีการที่อาชญากรกลุ่มนี้ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อคือการโทรผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยอาศัย Simbox ที่ลักลอบนำเข้าไทยอย่างผิดกฎหมาย ในการแปลงสัญญาณเป็นเครือข่าย GSM ผ่านซิมการ์ดส่งสัญญาณเข้าไปบนอุปกรณ์ของเหยื่อให้ดูเหมือนว่าโทรด้วยสัญญาณโทรศัพท์ปกติโดยจากปฏิบัติการร่วมระหว่าง กสทช. และ สอท. พบว่ามีการนำ Simbox จากต่างประเทศเข้ามาใช้เพื่อให้หมายเลขโทรศัพท์ที่แสดงบนมือถือของเหยื่อขึ้นรหัสพื้นที่ภายในประเทศเช่าอาคารสำนักงานแทนบ้านเช่าแบบเดิมนอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ไว้ในอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ที่เช่าพื้นที่เอาไว้ และใช้งานเราเตอร์ของอาคารเหล่านี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจจับความผิดปกติจากใช้งานจำนวนมาก ต่างจากเดิมที่อาชญากรมักจะติดตั้งไว้ในบ้านเช่าที่ตรวจดูความผิดปกติได้ง่ายกว่าในบางกรณียังมีการปรับแต่ง Simbox ให้ดูเหมือนเครื่องขยายเสียง เพื่อซ่อนจากการตรวจค้นและจับกุมของเจ้าหน้าที่ด้วย พลตำรวจโท วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการ สอท. เผยว่า จากการเข้าตรวจค้นใน 5 พื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร พบ Simbox จำนวน 9 เครื่อง แต่ละเครื่องสามารถใส่ซิมการ์ดได้สูงสุด 32 - [คลี่ 7 กลไกการให้ทุน NIA เท 300 ล้าน ปลดล็อก SMEs สตาร์ตอัพ](https://www.uni.net.th/index.php/news/3911/) - ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เงินทุน” เป็นปัจจัยสำคัญของผู้ประกอบการในทุกธุรกิจ โดยเฉพาะกับสตาร์ตอัพ และเอสเอ็มอี จากการมีข้อจำกัดมากมายในการเข้าถึงแหล่งทุน ทำให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ในฐานะองค์กรที่มีพันธกิจสนับสนุนผู้ประกอบการในการสร้างนวัตกรรม ลุกขึ้นมาปรับกลไกการให้ทุนสนับสนุนใหม่ เพื่อปลดล็อกปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ และเพิ่มโอกาสในการผลักดันธุรกิจไทยให้แจ้งเกิด เติบโต เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยบทบาท NIA กับการให้ทุนดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า NIA มุ่งพัฒนาการสร้างนวัตกรรมใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรม คือ 1.เกษตร อาหาร และสมุนไพร 2.สุขภาพและการแพทย์ 3.พลังงาน สิ่งแวดล้อม และยานยนต์ไฟฟ้า 4.ท่องเที่ยว และ 5.soft power ผ่านแผนปี 2567-2571 ใต้พันธกิจ สร้างและส่งเสริมระบบนวัตกรรมแห่งชาติ สร้างโอกาสการเข้าถึง และใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรม ยกระดับทักษะและขีดความสามารถทางนวัตกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ผ่านกลไกการดูแล (groom), การให้ทุน (grant) และผลักดันให้เติบโต (growth)เปิดค่าตัว Eplvs เครื่องชาร์จ EV - [คัดมาให้แล้ว 5 เครื่องมือ AI ช่วยเพิ่มความไวตอนทำงาน](https://www.uni.net.th/index.php/news/3899/) - [มันคือผู้ช่วย] แม้ปัจจุบัน AI จะถูกมองทั้งแง่ร้ายและแง่ดี โดยแง่ร้ายก็คือ กลัวถูกแทนที่เอย ถูกขโมยผลงานเอย หรือถูกผลกระทบอื่น ๆ ที่คิดว่าไม่เป็นผลดีกับตัวเอง แต่อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจริง ๆ แล้ว เราควรปรับตัวให้เข้ากับมันจะดีกว่า เพราะในอนาคตหากใครที่ใช้งานเป็น รู้จักวิธีใช้เครื่องมือ AI หรือ Generative AI (GenAI) มากกว่าหนึ่งชนิด ก็จะช่วยลดโอกาสในการถูกทั้ง AI และคนอื่น ๆ ที่ใช้ AI เป็น เข้าแทนที่ได้ยากนั้นเอง ทั้งยังช่วยเพิ่มทักษะและความเร็วในงานทำงาน ที่ซึ่งเป็นแง่ดีแบบเฉพาะตัวของ AI ด้วย ส่วนจะมี GenAI ตัวไหนบ้างที่ควรรู้จัก ลองมาดูกันครับ 1.ChatGPT หลายคนคงรู้จักในร่างแชทบอต แต่ก็มีผู้ใช้บางรายมองว่ามันคือ ผู้ช่วยพิสูจน์อักษร ช่วยร่างบทความ หรือช่วยคิดคำ เช่น เราต้องการเขียนบทความประชาสัมพันธ์เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ก็ลองสั่งให้ ChatGPT ลองเขียนหัวข้อและบทนำแบบพอสังเขป จากนั้นก็นำมาขยายความ เติมในส่วนที่ขาด และปรับคำให้เหมาะสม สุดท้ายก็สั่งให้ตรวจหาคำผิดเป็นอันเสร็จนอกจากช่วยเขียนบทความแล้ว เคยมีคำนำ ChatGPT - [สุดเจ๋ง เขียนข้อมูลลงบนกระจก เก็บได้นานถึง 1 หมื่นปี](https://www.uni.net.th/index.php/news/3893/) - ขอให้อายุยืน หมื่น หมื่น ปี ….โปรเจ็กต์ ซิลิก้า เป็นโครงการวิจัยของไมโครซอฟท์ที่มุ่งเน้นไปที่การจัดเก็บข้อมูลดิจิทัลบนแผ่นกระจก ซึ่งมีการพัฒนามาตั้งแต่ปี 1978 และตอนนั้น มันสามารถนำไปเก็บไฟล์ภาพยนต์ได้สำเร็จจากนั้นเป็นต้นมา Microsoft ก็ได้มีการพัฒนาต่อจนปัจจุบัน มันมีขนาดเท่ากับเมาส์ 1 อัน สามารถเก็บข้อมูลได้มากถึง 7 เทราไบต์ และเก็บรักษาข้อมูลได้นานถึง 10,000 ปี โดย Microsoft มุ้งเน้นไปที่การใช้งานในการเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ของ Microsoftหากถามว่าดีกว่าฮาร์ดดิสแบบจานหมุนยังไง Microsoft อธิบายว่า มันสามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ ทั้งเรื่องของน้ำ อุณหภูมิที่รุนแรง และแม้แต่รอยขีดข่วนบนพื้นผิวนอกจากนี้ Microsoft ยังได้พัฒนาระบบที่สามารถค้นหาและดึงข้อมูลจากแผ่นกระจกได้อัตโนมัติเมื่อมีคำสั่งเข้ามาอย่างไรก็ตาม ไม่มีข้อมูลว่าแผ่นกระจกนี้สามารถอ่านหรือเขียนข้อมูลได้เร็วขนาดไหน มีขั้นตอนยากในการดึงข้อมูลหรือไม่ หรือมีราคาแพงกว่าการใช้ HDD หรือ SSD ไหน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบอกว่า จำเป็นต้องมีการพัฒนาอีก 3-4 ขั้นตอน ก่อนที่มันจะพร้อมใช้งานในเชิงพาณิชย์ สุดเจ๋ง เขียนข้อมูลลงบนกระจก เก็บได้นานถึง 1 หมื่นปี (techhub.in.th) - [จุฬาฯ โชว์ CUiHub ปั้นธุรกิจนวัตกรรม มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบ. มุ่งสูตรสำเร็จ “3 C” สร้างยูนิคอร์นไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/3880/) - จุฬาฯ ประกาศความสำเร็จ CUiHub เผย 7 ปี สร้างผู้ประกอบการกว่า 5,000 ราย ปั้นสตาร์ทอัพกว่า 350 ทีม มีมูลค่าตลาดกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติเพิ่มเป็น 100 เหรียญสหรัฐ ภายในปี 2026 มุ่งใช้สูตรสำเร็จ“3 C” Coach-Cash-Connection เพิ่ม Scale Up และสร้าง Unicorn พร้อมขยายความร่วมมือพันธมิตรรอบด้านทั้งสถาบันการศึกษา กลุ่มธุรกิจ และภาครัฐ หวังสร้างเศรษฐกิจเติบโตอย่างมั่นคงควบคู่สังคมยั่งยืนตลอด 7 ปีที่ผ่านมา จุฬาฯ สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมและทักษะความเป็นผู้ประกอบการให้กับอาจารย์ นิสิต รวมทั้งศิษย์เก่าให้มีโอกาสได้สร้างธุรกิจฐานนวัตกรรมเกิดใหม่ โดยนำความรู้จากมหาวิทยาลัยทั้งที่ได้เรียนและจากการทำวิจัยออกสู่รูปแบบนวัตกรรมและเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ใหม่หรือจ้างงานที่มีคุณภาพให้กับประเทศไทย รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย Global Chief Innovation Officer จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนนวัตกรรมของจุฬาฯ และกล่าวถึงการสร้างบัณฑิตยุคใหม่ว่า “เพราะเด็กในโลกอนาคตอยากเป็นผู้ประกอบการ เราจึงมอบทักษะการเป็นผู้ประกอบการที่ได้จากการลงมือทดลองทำธุรกิจสำคัญมาก และทุกธุรกิจอยากได้พนักงานที่มีทักษะความเป็นผู้ประกอบการซึ่งเป็นคนที่สร้างประโยชน์อย่างมืออาชีพ ทุกบริษัทอยากได้พนักงานที่คิดเป็น ทำเป็น สื่อสารได้ นี่คือวิธีการสร้างบัณฑิตแห่งอนาคตที่เรากำลังพยายามทำในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา” - [เปิดตัวเว็บไซต์ Thailand Leadership พัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำ](https://www.uni.net.th/index.php/news/3871/) - เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิเอเชีย ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ, กรุงเทพมหานคร, สถานทูตออสเตรเลีย และเหล่าพันธมิตร ได้จัดงานเปิดตัว www.Thailandleadership.org เว็บไซต์พัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำของ ผอ.โรงเรียน นำเสนอทักษะที่ทำให้ประสบความสำเร็จ ในรูปแบบของข่าวสาร งานวิจัย บทความ คลิปวีดีโอพอดแคสต์ สารคดี ฯลฯ ซึ่งภายในงานได้จัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ “ผู้นำกับความสำเร็จของโรงเรียน” โดย รศ.ดร.พร้อมพิไล บัวสุวรรณ นักวิชาการและผู้ร่วมจัดทำเว็บไซต์ พร้อมเผยถึงเรื่องการจัดทำวอดแคสต์ ซึ่งเป็นคลิปวีดีโอสัมภาษณ์ผู้นำสถานศึกษาในบริบทต่างๆ อย่างน่าสนใจรศ.ดร.พร้อมพิไล บัวสุวรรณ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการบริหารการศึกษา ม.เกษตรศาสตร์ ในฐานะผู้ร่วมจัดทำเว็บไซต์ ได้กล่าวในงานเสวนาเรื่องผู้นำทางวิชาการ และกล่องดำทางการศึกษา ในหัวข้อผู้นำกับความสำเร็จของโรงเรียน และการจัดทำวอดแคสต์ว่า ในปัจจุบันประเทศต่างๆ ได้ให้ความสำคัญกับภาวะผู้นำทางวิชาการ โดยเฉพาะในประเทศที่ประสบความสำเร็จทางด้านการศึกษา อาทิ ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย แต่สำหรับประเทศไทยภาวะผู้นำทางวิชาการยังไม่มีการพูดถึงมากนัก แม้จะมีการสอนในเรื่องนี้บ้างก็ตาม และยังไม่แน่ใจว่ามีความเข้าใจตรงกับคอนเซ็ปต์ที่ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจากการทำงานวิจัยในส่วนของวอดแคสต์ ได้มีการเก็บข้อมูลจากการพูดคุยกับผู้บริหารการศึกษา 8 ท่าน ที่มาจากโรงเรียนต่างสังกัด ครอบคลุมทั้งโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้อง ถิ่น, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.), สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถม ศึกษา กรุงเทพมหานคร (สพป.กทม.) และโรงเรียนเอกชนโดยมีความหลากหลายทั้งในเรื่องเพศ เพราะในงานวิจัยค้นพบว่าปัจจัยทางเพศกับภาวะผู้นำ มีความสัมพันธ์กันอยู่ และยังมีความหลาก หลายของระดับอายุ ช่องว่างระหว่างวัย การยอมรับจากชุมชน การตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ถ้าผู้บริหารมีภาวะผู้นำ - [ทีมนักประดิษฐ์ไทยคว้ารางวัลจากเวที “Taiwan Innotech Expo 2023” (TIE 2023) ณ กรุงไทเป ไต้หวัน](https://www.uni.net.th/index.php/news/3856/) - สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทีมนักประดิษฐ์นักวิจัยไทยสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติ ในเวที “Taiwan Innotech Expo 2023” (TIE 2023) เมื่อวันที่ 12 – 14 ตุลาคม 2566 ณ Taipei World Trade Center ณ กรุงไทเป ไต้หวัน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำทีมนักประดิษฐ์นักวิจัยคว้ารางวัล Special Prize on stage จากองค์กรนานาชาติ ดังนี้– ผลงานเรื่อง “อุปกรณ์เก็บเกี่ยวยอดชะอม” โดย นางสาวธนภรณ์ หนูเหมือน และคณะ จาก โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ตรัง ได้รับรางวัลจาก Micro-Star International Taiwanese Electronics Company ไต้หวัน - [คณะวิศวฯ ม.มหิดล พัฒนา “จดจำ” อุปกรณ์จดบันทึกเพื่อน้องและผู้พิการทางสายตา](https://www.uni.net.th/index.php/news/3844/) - โลกยุคดิจิทัลก้าวไปไกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ออกแบบพัฒนา ‘จดจำ’ อุปกรณ์จดบันทึกสำหรับผู้พิการทางสายตาแบบต้นทุนต่ำ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำแก่เยาวชนและผู้พิการทางสายตาที่มีรายได้น้อยในการเข้าถึงเทคโนโลยี ส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้และสร้างอนาคตที่ดี ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ เผยโครงการนำร่องได้ส่งมอบล็อตแรก 20 เครื่อง ให้แก่โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาฯ โดยมีภาคเอกชนบริจาคทุนสนับสนุนรศ.ดร.ธนภัทร์ วานิชานนท์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้พิการทางสายตารวมกว่า 150,000 คน ในจำนวนนี้มีเด็กเพียง 2,000 คน หรือเฉลี่ยเพียง 200 คนต่อปีเท่านั้น ที่มีโอกาสได้อยู่ในระบบการศึกษา ซึ่งเด็กตาบอดเหล่านี้จะต้องพบอุปสรรคในการเรียนหนังสือ เช่น การจดบันทึกในห้องเรียน โดยในต่างประเทศมีการใช้เทคโนโลยี Braille Note-Taker อุปกรณ์ช่วยการจดบันทึก ซึ่งมีราคานำเข้าที่สูงมาก ประมาณ 50,000 – 200,000 บาท ในส่วนของประเทศไทยมีจำนวนผู้ใช้งานน้อย จึงไม่ดึงดูดให้เกิดงานวิจัยหรือพัฒนาเทคโนโลยี คณะวิศวกรรมศาสตร์ และ สถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เล็งเห็นถึงปัญหา จึงพัฒนาอุปกรณ์ ‘จดจำ’ ( Low-Cost Braille Note-Taker) แบบต้นทุนต่ำราคาหลักพันบาท เพื่อช่วยเหลือเยาวชนและผู้พิการทางสายตาในการจดบันทึก มุ่งเพิ่มคุณภาพชีวิตและโอกาสในการศึกษาเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพและพึ่งพาตนเองได้ต่อไป นำพาสู่สังคมไทยที่เราทุกคนก้าวเดินไปด้วยกัน ผศ.ดร.เซง เลิศมโนรัตน์ หัวหน้าโครงการและอาจารย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า - [ครม.เห็นชอบร่างแถลงการณ์แสดงเจตจำนงระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับกระทรวงการอุดมศึกษาและการวิจัยแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส](https://www.uni.net.th/index.php/news/3838/) - วันนี้ (16 ตุลาคม 2566) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างแถลงการณ์แสดงเจตจำนงระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับกระทรวงการอุดมศึกษาและการวิจัยแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสว่าด้วยความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดังนี้1.เห็นชอบร่างแถลงการณ์แสดงเจตจำนงระหว่าง อว. แห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงการอุดมศึกษาและการวิจัยแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศล (ฝรั่งเศส) ว่าด้วยตความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขร่างแถลงการณ์แสดงเจตจำนงฯ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของไทย ขอให้ อว.หารือร่วมกับกรมสนธิสัญญาและกฎหมายกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เพื่อพิจารณาดำเนินการในเรื่องนั้น ๆ โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีก2.อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นผู้ลงนามในร่างแถลงการณ์แสดงเจตจำนงฯ ซึ่งคาดว่าจะมีการลงนามในร่างแถลงการณ์แสดงเจตจำนงฯ ระหว่างวันที่ 20 – 22 ตุลาคม 2566 ในช่วงการเยือนประเทศไทยของศาสตราจารย์ซิลวี เรอไตโย รัฐมนตีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาและการวิจัยแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสนายคารม กล่าว่า ร่างแถลงการณ์ฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกรอบการดำเนินความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานของทั้งสองประเทศบนพื้นฐานของความเสมอภาคและประโยชน์ร่วมกัน มีสาระสำคัญโดยสรุปดังนี้ ครอบคลุมความร่วมมือ 15 สาขาความร่วมมือ - [ยาน Psyche เดินทางมุ่งหน้าสู่ ดาวเคราะห์น้อยโลหะ ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ](https://www.uni.net.th/index.php/news/3833/) - สดร.เผย ยานไซคี (Psyche) ของ NASA ได้ขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดฟัลคอนเฮฟวี (Falcon Heavy) ของ SpaceX มุ่งหน้าสู่ ดาวเคราะห์น้อยโลหะ ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ( ​​​​​สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เปิดเผยว่า ยาน Psyche เดินทางสู่อวกาศ มุ่งหน้าสู่ ดาวเคราะห์น้อยโลหะ ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ ผ่านเพจ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ที่แปลและเรียบเรียง โดยพิสิฏฐ นิธิยานันท์ – เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร. ความว่า เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2023 เวลา 21:19 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ยานไซคี (Psyche) ของ NASA ได้ขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดฟัลคอนเฮฟวี (Falcon Heavy) ของ SpaceX จากฐานปล่อยจรวดในศูนย์อวกาศเคนเนดี ที่รัฐฟลอริดาในสหรัฐฯ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางบนเส้นทางยาว 3,500 ล้านกิโลเมตรของยานไซคีสู่ดาวเคราะห์น้อยโลหะที่เป็นเป้าหมายและมีชื่อเดียวกับตัวยาน ซึ่งโคจรอยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อยหลัก (asteroid belt) ระหว่างวงโคจรของดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี“ยานไซคี” เป็นยานสำรวจระบบสุริยะลำแรกของ NASA ที่ส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดฟัลคอนเฮฟวี ภายในเวลา 2 - [10 เทคโนโลยีแห่งอนาคตตอบโจทย์การก้าวสู่ Smart Logistics](https://www.uni.net.th/index.php/news/3799/) - ท่ามกลางกระแสของการทำ Digital Transformation นั้น หนึ่งในภาคส่วนที่ได้รับประโยชน์อย่างสูงสุดจากการประยุกต์นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาผสานรวมนั้นก็คืออุตสาหกรรมขนส่งและ Logistics ทำให้โครงการด้านนี้กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก และมีเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ภาพของ Smart Logistics เองก็ถือว่าน่าจับตามองไม่น้อยเช่นกัน เพราะด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มีภาคโรงงานและการผลิต, ภาคการเกษตร และการท่องเที่ยวเป็นหัวใจสำคัญ การปรับปรุงอุตสาหกรรมขนส่งและ Logistics ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั้นจะเป็นตัวเร่งสำคัญในการทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตในบทความนี้ เราได้ทำการสรุปแนวโน้มและทิศทางของการก้าวสู่ Smart Logistics ที่จะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมในส่วนต่างๆ ของประเทศไทยเอาไว้ดังนี้ Intralogistics Smart Robotการใช้หุ่นยนต์ภายในคลังสินค้าจะกลายเป็นแนวทางหลักสำหรับการจัดการ Warehouse ของธุรกิจทั่วโลกในอนาคต โดย Gartner คาดว่าภายในปี 2026 ธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่กว่า 75% จะมีการใช้หุ่นยนต์ภายในคลังสินค้าเพื่อปรับปรุงกระบวนการในส่วนนี้ให้กลายเป็น Automationแนวโน้มดังกล่าวนี้ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ และในประเทศไทยเองที่มีโครงข่าย 5G ที่ครอบคลุมและมีคุณภาพ ก็เริ่มมีการนำเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาใช้งานจริงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้วเช่นกัน Fleet Managementการบริหารจัดการยานพาหนะขนส่งโดยสารนั้นได้กลายเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาในประเทศไทย จนกลายเป็นระบบพื้นฐานสำหรับทุกธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ไปแล้ว เพื่อช่วยให้สามารถติดตามและวางแผนด้านการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเองอย่างไรก็ดี เทคโนโลยี Fleet Management เองก็จะยังคงมีวิวัฒนาการต่อไปเพื่อตอบรับต่อโจทย์ด้านความยั่งยืน ที่การติดตามการปล่อยคาร์บอนและการใช้พลังงานในการขนส่งและโลจิสติกส์นั้นจะเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินการในเชิงของสิ่งแวดล้อมได้แม่นยำยิ่งกว่าเดิม Mobile Asset & - [ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ "แอพพลิเคชั่น" เพื่อผู้ป่วยมะเร็ง](https://www.uni.net.th/index.php/news/3787/) - วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “แอพพลิเคชั่น” ระบบสารสนเทศ (Software) เพื่อการจัดการศูนย์การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง เพื่อใช้ในการบริหารจัดการระบบ มุ่งหวังพัฒนาระบบการให้บริการที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายที่ไร้รอยต่อ โดยใช้ IT and Innovation Technology ในการจัดการศูนย์การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง เมื่อวันที่ 14 ตุลคม 2566 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ รองศาสตราจารย์ “ดร.อรพรรณ โตสิงห์”รองคณบดีฝ่ายวิจัยนวัตกรรมและวิเทศสัมพันธ์ เป็นประธานการแถลงข่าว พิธีเปิดโครงการ “การพัฒนาต้นแบบศูนย์ความเป็นเลิศด้านบริการโรคมะเร็งแบบครบวงจร” กับ กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “แอพพลิเคชั่น” ระบบสารสนเทศ (Software) เพื่อการจัดการศูนย์การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง เพื่อใช้ในการบริหารจัดการระบบ ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่เขตหลักสี่เป็นจำนวนมาก ซึ่งกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ ในครั้งนี้จะแบ่งการอบรมเป็น 2 ส่วนใหญ่ ได้แก่ หลักสูตรการใช้งานสำหรับผู้ป่วย ผู้ดูแล ญาติพี่น้องคนในครอบครัว และหลักสูตรการใช้งานสำหรับผู้ดูแลระบบโดยมีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 100 คน กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “แอพพลิเคชั่น” ระบบสารสนเทศ (Software) เพื่อการจัดการศูนย์การดูแลผู้ป่วยมะเร็ง เพื่อใช้ในการบริหารจัดการระบบ นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้และทักษะในการใช้งานแอพพลิเคชั่นระบบสารสนเทศ - [“เอ็นไอเอ - ทีซ่า” นำนวัตกรรมสร้างเมืองและเทคอัจฉริยะ](https://www.uni.net.th/index.php/news/3781/) - กรุงเทพฯ 12 ตุลาคม 2566 – ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายวัชระ ฉัตรวิริยะ (ที่ 3 จากซ้าย) นายกสมาคมสมองกลฝังตัวไทย หรือ TESA เดินหน้าความร่วมมือพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินงานธุรกิจในนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City เทคโนโลยี Internet of Things หรือ IoT และอุตสาหกรรมด้านการผลิต หรือ Industry Tech เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันสำหรับการบริหารจัดการให้มีคุณภาพในมิติเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงยกระดับสตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการนวัตกรรม ให้สามารถดำเนินธุรกิจที่ขยายผลเชิงพาณิชย์ได้มากยิ่งขึ้น โดยกิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ถนนโยธี “เอ็นไอเอ – ทีซ่า” นำนวัตกรรมสร้างเมืองและเทคอัจฉริยะ | สื่อธุรกิจออนไลน์.com - [กองทัพอวกาศสหรัฐฯ เลิกใช้ AI เพราะห่วงเรื่องภัยไซเบอร์และความปลอดภัยของข้อมูล](https://www.uni.net.th/index.php/news/3774/) - สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่ากองทัพอวกาศสหรัฐอเมริกา (United States Space Force – USSF) ยกเลิกการนำ AI มาใช้ในระบบของกองทัพ หลังมีความกังวลในเรื่องความลับของข้อมูลโดย USSF จะยกเลิกการนำ AI เชิงสังเคราะห์และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) มาใช้ ซึ่งจะระบุให้เป็นเครื่องมือ AI ที่ห้ามนำไปใช้ในระบบเทคโนโลยีของรัฐบาลลิซา คอสตา (Lisa Costa) ผู้บริหารด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ USSF ระบุในจดหมายที่ส่งเป็นการภายในว่ายอมรับว่า AI เชิงสังเคราะห์ช่วยในการปฏิวัติการทำงานและยกระดับการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลอย่างไรก็ดี คอสตาชี้ว่าข้อห่วงกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์และการจัดการข้อมูลของ AI เชิงสังเคราะห์นั้นนำมาซึ่งความเสี่ยงเกินกว่าที่จะมองข้ามไปได้ กองทัพอวกาศสหรัฐฯ เลิกใช้ AI เพราะห่วงเรื่องภัยไซเบอร์และความปลอดภัยของข้อมูล – #beartai - [Meta ลบเนื้อหาเกือบ 800,000 ชิ้น ในช่วงการสู้รบระหว่างอิสราเอล – ฮามาส](https://www.uni.net.th/index.php/news/3767/) - Meta เผยว่าได้ลบเนื้อหาที่ละเมิดนโยบาย ‘เกี่ยวกับองค์กรและบุคคลอันตราย’ ในภาษาฮีบรูและภาษาอาหรับมากกว่าปกติถึง 7 เท่า ในช่วงของการสู้รับระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาก่อนหน้านี้ เทียร์ฮี เบร์ตอง (Thierry Breton) คณะกรรมาธิการฝ่ายตลาดภายในสหภาพยุโรปขู่ให้ Meta และเจ้าของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีรายอื่นลบการปล่อยเนื้อหาเท็จที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ตามกฎหมายตลาดดิจิทัล (DSA)Meta ได้ลบหรือแปะป้ายเนื้อหาว่าเป็นเนื้อหาน่าเป็นห่วงรวมกันแล้วกว่า 795,000 ชิ้นในช่วง 3 วันนับจากวันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่กลุ่มฮามาสบุกเข้าไปในอิสราเอล นอกจากนี้ยังได้แบนกลุ่มฮามาสจากแพลตฟอร์มของบริษัทด้วยMeta ยังนำมาตรการชั่วคราวอย่างการบล็อกแฮชแท็กและเน้นการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวบน Facebook และ Instagram รวมถึงการเปิดโอกาสให้มีการลบเนื้อหาโดยไม่ต้องระงับบัญชีที่เป็นเจ้าของเนื้อหา เผื่อสำหรับการลบข้อมูลผิดพลาดMeta ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งมีการนำผู้เชี่ยวชาญที่พูดภาษาฮีบรูและอาหรับได้คล่องแคล่วมาช่วยจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ด้วย Meta ลบเนื้อหาเกือบ 800,000 ชิ้น ในช่วงการสู้รบระหว่างอิสราเอล – ฮามาส – #beartai - [“รัฐบาลดิจิทัล” ต้องปรับตัวดึง AI เสริม เมื่อโลก"หลังยุคดิจิทัล"เริ่มขึ้น](https://www.uni.net.th/index.php/news/3760/) - องค์กรรัฐฯ มุ่งลงทุนเทคโนโลยีดิจิทัลมากว่า 20 ปี ถึงเวลาแล้วที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง เมื่อการทำ “ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน” ไม่ใช่ปัจจัยขับเคลื่อนอีกต่อไป “เทคโนโลยีดิจิทัล” ไม่ได้เป็นตัวกำหนดแนวทางหรือวิธีการการให้บริการขององค์กรภาครัฐฯ อีกต่อไป เนื่องจากมีสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด คือ ผลลัพธ์ภารกิจ ที่ถูกนำมาพิจารณา หลังองค์กรรัฐฯ มุ่งลงทุนเทคโนโลยีดิจิทัลมากว่า 20 ปี ถึงเวลาแล้วที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง เมื่อการทำ “ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน” ไม่ใช่ปัจจัยขับเคลื่อนอีกต่อไป‘ดีน ลาเชก้า’ รองประธานฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์ กล่าวถึงประเด็นเรื่องการเปลี่ยนผ่านสู่“รัฐบาลดิจิทัล” หรือ Digital Government โดยระบุว่า มีการดำเนินไปอย่างรวดเร็วช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และรัฐบาลหลายแห่งกำลังก้าวเข้าสู่โลกหลังยุคดิจิทัล (Post-Digital) ซึ่งเป็นช่วงที่เคสทางธุรกิจเกิดขึ้น เพื่อเน้นกระตุ้นการลงทุนเพิ่มเติม มากกว่าผลตอบแทนที่ลดลง (Diminishing Returns) เกิดจากความพยายามปรับปรุงประสบการณ์ของประชาชนหรือส่งมอบประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเพิ่มเติม เคสทางธุรกิจต่างๆ ต้องมอบประโยชน์ที่เชื่อมโยงกับภารกิจหรือเป้าหมายด้านสาธารณะของแผนกหรือหน่วยงานของรัฐฯ ได้โดยตรง การ์ทเนอร์ ระบุว่าองค์กรภาครัฐมากถึง 90% กำลังอยู่ในกระบวนการขยายรัฐบาลดิจิทัล หรือ มีการขยายส่วนงานหลักขององค์กรไปเป็นดิจิทัลแล้ว จึงเกิดเป็นคำถามว่า ทำไมถึงควรต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มกับเทคโนโลยีอีกรัฐบาลหลังยุคดิจิทัล (หรือ Post-Digital Government) กำหนดให้องค์กรต่างๆ รีเซ็ตความตั้งใจใหม่และมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายสาธารณะ การ์ทเนอร์ คาดการณ์ว่า ภายในปี 2569 รัฐบาลทั่วโลกมากกว่า 75% จะวัดความสำเร็จในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นด้วยการวัดผลกระทบของภารกิจที่ยั่งยืน แทนการพิจารณาเพียงแค่จำนวนชั่วโมงการทำงานที่ลดลง ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น - [‘ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง’ เส้นทางที่พึงปรารถนาของไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/3753/) - หมายเหตุ : บทความนี้ซึ่งเขียนโดย ผศ.ดร.ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เดิมมีชื่อว่า “เส้นทางอันพึงปรารถนาของปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) สำหรับประเทศไทย”แต่ได้ถูกปรับปรุงในส่วนของชื่อบทความให้สั้นลง เพื่อให้พอดีกับพื้นที่ของฉบับพิมพ์“ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI หรือ GenAI)” คือ ปัญญาประดิษฐ์ประเภทหนึ่งที่สามารถใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์สถิติในรูปแบบของอัลกอริทึม (Algorithm) ในการเรียนรู้ชุดข้อมูลเพื่อสร้างผลลัพธ์ในรูปแบบใหม่ เช่น ข้อความ รูปภาพ เพลง หรือ สื่อในรูปแบบอื่นๆโดยมีการประยุกต์ใช้งานแล้วในหลายอุตสาหกรรม เช่น ศิลปะ,การพัฒนาซอฟต์แวร์, การออกแบบผลิตภัณฑ์, การเขียน, สุขภาพ, การเงิน, เกม, การตลาด, และแฟชั่น เป็นต้น ด้วยกระบวนการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่เป็นไปอย่างอัตโนมัติ จึงสามารถช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ทั้งนี้ การลงทุนในระบบปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) เติบโตอย่างมากในช่วงต้นทศวรรษ 2020 โดยบริษัทระดับโลก เช่น Microsoft,Google, และ Baidu รวมถึงบริษัทขนาดเล็กจำนวนมากก็กำลังช่วยให้เทคโนโลยีนี้กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดดนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของโลกที่ MIT คือ ศาสตราจารย์ Daron Acemoglu, David Autor, และ - [‘เทคโนโลยี’ กับอนาคต ‘การทำงาน’ และ ‘การสร้างอาชีพ’](https://www.uni.net.th/index.php/news/3746/) - ปัจจุบันอาจมีบางตำแหน่งงาน เริ่มถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักร หรือ เทคโนโลยี แต่ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าเทคโนโลยีทำให้เกิดงานรูปแบบใหม่ หรือการจ้างงานบางประเภทเพิ่มขึ้น เช่น การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หนุนปริมาณความต้องการบุคลากรในการบริหารคลังสินค้าเพิ่มขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆ เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน และนำไปสู่การขับเคลื่อนของเศรษฐกิจโลก โดยที่ผ่านมาการพัฒนาของเทคโนโลยีดิจิทัล และความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงบริบทของการทำงานในอุตสาหกรรมต่างๆ มากมายหลายธุรกิจ ได้นำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ปรับปรุงกระบวนการผลิตและการให้บริการ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทำงาน และขีดความสามารถในการแข่งขันแม้ปัจจุบันอาจมีบางตำแหน่งงาน ที่เริ่มถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักร หรือ เทคโนโลยี แต่ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ก็ทำให้เกิดงานรูปแบบใหม่ หรือการจ้างงานบางประเภทเพิ่มมากขึ้น เช่น การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่ทำให้ปริมาณความต้องการบุคลากรในการบริหารคลังสินค้าเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ สอดคล้องกับรายงานด้านอนาคตของการจ้างงาน (Future of Jobs Report 2020) ซึ่งจัดทำโดยสภาเศรษฐกิจโลก ที่คาดการณ์ว่างานกว่า 85 ล้านตำแหน่ง จะถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรภายในปี 2568 แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ ก็ส่งผลให้มีงานในรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นมากกว่า 97 ล้านตำแหน่งเช่นกันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี จึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการหารายได้อันจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนโดยประเด็นนี้สอดคล้องกับหนึ่งใน ‘เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน’ (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติที่มุ่งส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่ยั่งยืนผ่านการยกระดับผลิตภาพแรงงาน และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการจ้างงานอย่างเหมาะสมมีประสิทธิภาพและสร้างคุณค่าให้กับสังคมในทุกภาคส่วนเช่นเดียวกับการเข้ามาของเทคคอมพานี อย่างแกร็บที่ทำให้เกิดโอกาสในการสร้างรายได้รูปแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนขับแท็กซี่ที่ใช้แอปพลิเคชันเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ นอกจากการตระเวนขับ - [ม.รังสิต เชิญครูแนะแนวทั่วประเทศร่วมงาน “แนะแนวยุค Generative AI”](https://www.uni.net.th/index.php/news/3734/) - ดร.อรรถวิท อุไรรัตน์ อธิการบดี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากรมหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมงานโครงการแนะแนวสัมพันธ์ “แนะแนวยุค Generative AI” โดยภายในงานมีการบรรยายในหัวข้อต่างๆ อาทิ “วิสัยทัศน์ใหม่มหาวิทยาลัยรังสิต ด้านแผนและพัฒนา” โดย ผศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ รองอธิการบดีฝ่ายแผนและพัฒนา “ทิศทางยุทธศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม” โดย ผศ.ดร.นเรฏฐ์ พันธราธร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย “ความเป็นเลิศด้านการศึกษา (Excellence in Education)” โดย ผศ.ดร.ปถมาพร สุกปลั่ง รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ “การบูรณาการกิจกรรม-วิชาการ พัฒนาทักษะ Hard Skill & Soft Skill” โดย รศ.ดร.กฤษณ์ ทองเลิศ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา รวมทั้งการบรรยายใน หัวข้อ “แนะแนวด้วย Chat GPT และ Generative AI” โดย ผศ.ดร.ธรรณพ อารีพรรค วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี กิจกรรมการแนะแนวด้วยสัมผัสหัวใจของความเป็นมนุษย์ โดย ดร.วรชาติ เฉิดชมจันทร์ รวมทั้งการบรรยายเรื่อง “นวัตกรรมจากการแพทย์แผนตะวันออก : ทางเลือกอาชีพและโอกาสต่อยอดธุรกิจ” โดยอาจารย์ปานเทพ - [มจพ.แถลงความสำเร็จ พร้อมปล่อยดาวเทียม ‘แนคแซท 2’ ขึ้นสู่อวกาศต้นปี’67](https://www.uni.net.th/index.php/news/3723/) - ศ.ดร.สมฤกษ์ จันทรอัมพร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กล่าวในการเป็นประธานแถลงข่าวส่งดาวเทียมแนคแซท 2 (KNACKSAT-2) ขึ้นสู่วงโคจร โดยมี ดร.พงศธร สายสุจริต รักษาการผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีอวกาศนานาชาติเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และหัวหน้าโครงการ กล่าวถึงความเป็นมาของการดำเนินโครงการดาวเทียม KNACKSAT-2 และแนะนำภารกิจของดาวเทียม พร้อมด้วยทีมนักวิจัยโครงการดาวเทียมแนคแซท ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคารบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน มจพ.เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ดาวเทียมแนคแซท 2 เป็นโครงการดาวเทียมคิวบ์แซท (CubeSat) ขนาด 3U (30x10x 10 ซม.) พัฒนาโดย มจพ.เป็นดาวเทียมที่มีรูปแบบ Ride Sharing Platform หรือการแชร์พื้นที่ใช้สอยบนดาวเทียมร่วมกัน“โดยดาวเทียม KNACKSAT-2 มีพื้นที่ในการบรรจุเพย์โหลด (Mission Payload) หรืออุปกรณ์เพื่อปฏิบัติภารกิจถึง 7 ระบบ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนหน่วยงาน และองค์กรต่างๆ ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากห้วงอวกาศ ให้สามารถเข้าถึงอวกาศได้ง่ายขึ้น โดยใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ” ศ.ดร.สมฤกษ์ กล่าว ศ.ดร.สมฤกษ์กล่าวอีกว่า - [เตรียมความพร้อมประเทศไทย สู่ฮับ ‘เอไอ และ เทคโนโลยี’](https://www.uni.net.th/index.php/news/3716/) - หน่วยงานภาครัฐพร้อมที่จะผลักดันสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวทันต่อการเข้ามาของเทคโนโลยีเอไอ เพื่อปูทางสู่การนำไปปรับใช้กับภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆหลายปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ เป็นที่พูดถึงในวงกว้างทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งต่อมา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดทำ “แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565 – 2570” (Thailand National AI Strategy and Action Plan 2022 – 2027)ส่งผลให้ดัชนีความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์ของรัฐบาล (AI Government Readiness Index) ประเมินโดย Oxford Insights ของไทยอยู่ที่อันดับ 31 จาก 181 ประเทศ (อันดับ 3 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย) ทันทีที่มีแผนปฏิบัติการดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐพร้อมที่จะผลักดันสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวทันต่อการเข้ามาของเทคโนโลยีเอไอ เพื่อปูทางสู่การนำไปปรับใช้กับภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในบทความนี้ ผมขอเสนอแนวความคิดเห็นว่าเราควรเตรียมความพร้อมด้านใดบ้างเพื่อให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางเอไอและเทคโนโลยีในภูมิภาคอาเซียนเริ่มต้นจาก การพัฒนาและเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาและประยุกต์ใช้เอไอและเทคโนโลยีอื่น ๆ ภายในประเทศ เช่น ส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยี 5G - [สกสว. ทปอ. และ บพค. เตรียมผลักดันไทยเป็น ‘ศูนย์กลางกำลังคนระดับสูงด้านชีวสารสนเทศ’](https://www.uni.net.th/index.php/news/3704/) - สกสว. จับมือ ทปอ. บพค. และภาคีเครือข่าย เร่งพัฒนากำลังคนและสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็น ‘ศูนย์กลางกำลังคนระดับสูงด้านชีวสารสนเทศ’ เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลพันธุกรรมและการลงทุนในอุตสาหกรรมการแพทย์ บริการ และธุรกิจแห่งอนาคตเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2566 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับ คณะกรรมการวิจัยและนวัตกรรม ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) และสถาบันอุดมศึกษาในเครือข่ายที่มีความพร้อมในการพัฒนางานวิจัยด้านชีวสารสนเทศ จัดประชุมภาคีเครือข่ายวิจัยชีวสารสนเทศ และเชื่อมโยงนักชีวสารสนเทศของประเทศไทย รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประจำปี พ.ศ. 2566 Thailand Bioinformatics Research Network (TBRN 2023) : Talent Pool and Stakeholder Engagement เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องจีโนมิกส์ โครงการวิจัยด้านสุขภาพ เพื่อรวบรวมและสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมขนาดใหญ่ของคนไทย เพื่อให้นักวิจัยใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการศึกษาวิจัยในอนาคตเกี่ยวกับสุขภาพของคนไทย ทำให้ประชาชนได้รับการวินิจฉัย การรักษาอย่างจำเพาะและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมี ศาสตราจารย์ - [เครือข่าย UniNet อัพเกรดระบบโครงข่าย และเป็นช่องทางส่งข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมสำรวจโลก THEOS ของ GISTDA](https://www.uni.net.th/index.php/news/3697/) - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (สบทศ.) หรือ UniNet เปิดเผยถึงการพัฒนาศักยภาพของระบบและปรับปรุงโครงข่ายในปีงบประมาณ 2567 เพื่อรองรับการใช้งานที่รวดเร็ว ปลอดภัย ทันสมัย ภายใต้ระบบมาตรฐานสากล ISO ว่า UniNet ได้รับการจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ 2566 เพื่อจัดหาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย ตามวงรอบของการปรับเปลี่ยน ภายใต้โครงการพัฒนา “เครือข่ายการศึกษาชาติ หรือ NEdNet” ระยะที่ 5 โดยจัดหาอุปกรณ์ด้านไอทีเพื่อทดแทนของเดิม ที่หมดอายุการใช้งานไม่สามารถรองรับเทคโนโลยีในปัจจุบันได้ เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลประสิทธิภาพสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งถูกต้องตามหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการจัดหาครุภัณฑ์ระบบคอมพิวเตอร์ของรัฐตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งในเดือนตุลาคมนี้ UniNet ได้จัดส่งวิศวกรคอมพิวเตอร์ ช่างเทคนิคและเจ้าหน้าที่ ออกเดินสายปรับเปลี่ยนอุปกรณ์และปรับปรุงวัสดุครุภัณฑ์ของโครงข่ายทดแทนอุปกรณ์เดิม ตามแผนการจัดหาอุปกรณ์ทดแทน อุปกรณ์ที่หมดอายุ อุปกรณ์ที่เทคโนโลยีล้าสมัย หรืออุปกรณ์ที่ผู้ประกอบการยุติการผลิตUniNet พัฒนาโครงข่ายเพื่อการศึกษาวิจัยด้วยเครือข่ายแกนหลักและเครือข่ายกระจาย ซึ่งจะครอบคลุมและรองรับการเชื่อมโยงไปยังสถาบันการศึกษาทั้งระบบ โครงข่ายการสื่อสารความเร็วสูงที่ถูกออกแบบไว้ใช้งาน มี 5 ระดับคือ1. โหนดอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตภายนอก ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตต่างประเทศ2. โหนดติดตั้งอุปกรณ์เลือกเส้นทางอัตโนมัติขนาดใหญ่ มี 6 จุดที่เชื่อมต่อออกต่างประเทศได้คือ พญาไท (สนง.UniNet สป.อว.) บางเขน (ม.เกษตรศาสตร์) ศาลายา - [จีนตั้งเป้ายกระดับความสามารถในการคำนวณของคอมพิวเตอร์ในประเทศ 50% ภายในปี 2025](https://www.uni.net.th/index.php/news/3691/) - รายงานที่ตีพิมพ์โดย 6 หน่วยงานจีน (หนึ่งในนั้นคือกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ – MIIT) ตั้งเป้ายกระดับศักยภาพคอมพิวเตอร์ของประเทศให้มากกว่า 50% ไปแตะอยู่ที่ 300 EFLOPS ภายในปี 2025ทั้งนี้ 1 EFLOPS จะเท่ากับสมรรถนะการปฏิบัติการจุดลอยตัว 1 ล้านล้านล้านครั้ง (เลขศูนย์ 18 ตัว) ต่อวินาที โดยการปฏิบัติการจุดลอยตัวต่อวินาที (Floating Point Operation Per Second – FLOPs) เป็นหน่วยวัดความเร็วของคอมพิวเตอร์ สำหรับ E ที่นำหน้าย่อมาจาก Exa (เอ็กซา) ซึ่งหมายถึงค่า 1018MIIT เคยออกมาเผยในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่าศักยภาพการคำนวณของคอมพิวเตอร์ในประเทสในปัจจุบันอยู่ที่ 197 EFLOPS เพิ่มขึ้นจาก 190 EFLOPS ในปี 2022 โดย MIIT ชี้ว่าจีนอยู่ในอันดับที่ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกาสิ่งที่จีนเน้นพัฒนาเป็นหลักคือการฝึก AI ซึ่งต้องใช้ศักยภาพในการคำนวณและประมวลผลของคอมพิวเตอร์อย่างมหาศาลข้อมูลจาก Google ชี้ว่าโมเดล - [อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ รับรางวัลระดับ MERIT จากการเข้าร่วมแข่งขัน THAILAND ICT AWARD 2023](https://www.uni.net.th/index.php/news/3684/) - ผศ.ดร.ธนพงศ์ อินทระ อาจารย์ประจำสาขาวิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้าร่วมแข่งขัน Thailand ICT Award 2023 ในหมวด Inclusive and Community Services ในวันที่ 12 กันยายน 2566 ที่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) ด้วยผลงาน BiTNet: ระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อตรวจคัดกรองความผิดปกติในช่องท้องส่วนบนและกลุ่มเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี ผ่านภาพถ่ายอัลตราซาวน์ และได้รับรางวัลระดับ Merit โดยมี นางสาวยุภาภรณ์ วันนา นักศึกษาระดับปริญญาโทหลักสูตรสถิติประยุกต์เข้ารับรางวัลแทนที่ศูนย์ Training Center บริษัทยิบอินซอย จำกัด ในวันที่ 30 กันยายน 2566ทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมแข่งขันในระดับ Asia Pacific ในงาน Asia Pacific ICT Award 2023 ที่ประเทศฮ่องกงต่อไป อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ รับรางวัลระดับ MERIT จากการเข้าร่วมแข่งขัน THAILAND ICT AWARD 2023 – มหาวิทยาลัยขอนแก่น (kku.ac.th) - [ทีมนักวิจัยสาขาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทย์ฯ มข. คว้ารางวัลชนะเลิศ “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ” ประจำปี 2566](https://www.uni.net.th/index.php/news/3674/) - วันที่ 5 ตุลาคม 2566 ศ. ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วย รศ. ดร.นงลักษณ์ มีทอง อาจารย์ประจำสาขาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ ทีมนักวิจัยจากสาขาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้ารับมอบรางวัลชนะเลิศ “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติประจำปี 2566” ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ประเภทหน่วยงานภาครัฐ พร้อมรับพระบรมรูป “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” และโล่เชิดชูเกียรติ เนื่องในวันนวัตกรรมแห่งชาติ จาก รศ. นพ.สรนิต ศิลธรรม ประธานกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ” (National Innovation Awards) ถือเป็นรางวัลทรงเกียรติในแวดวงนวัตกรรมของประเทศไทย จัดประกวดโดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) นับตั้งแต่ปี 2548 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยจัดขึ้นเพื่อประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่นักวิจัยไทยที่สร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีความโดดเด่นและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างชัดเจนเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในศักยภาพของคนไทยและเผยแพร่ต้นแบบการพัฒนานวัตกรรมด้านต่าง ๆ สู่สาธารณะชนในวงกว้าง รวมถึงกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวด้านนวัตกรรมในทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นชาติแห่งนวัตกรรม การจัดประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ แบ่งเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านเศรษฐกิจ 2. ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม 3. ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ 4. ด้านสื่อและการสื่อสาร 5. ด้านองค์กรนวัตกรรมดีเด่น ซึ่งมีการกำหนดจัดพิธีมอบรางวัลทรงเกียรตินี้ขึ้นในวันนวัตกรรมแห่งชาติ - [“สกมช”. นำร่อง 10 หน่วยงาน เปิดใช้แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยไซเบอร์](https://www.uni.net.th/index.php/news/3659/) - สำนักงานไซเบอร์ พัฒนาแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามทางไซเบอร์ หวังป้องกันภัยไซเบอร์ที่เป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลก นำร่อง 10 หน่วยงาน ก่อนจะขยายมากกว่า 50 หน่วยงานภายในเดือน พ.ย.นี้พล.อ.ต. อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้พัฒนาแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อใช้ในการรับและแบ่งปันข้อมูลภัยคุกคามทางไซเบอร์ ของ ไทยเซิร์ต โดยมีศูนย์ประสานงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ภาคการธนาคาร (ทีบี- เซิร์ต) เป็นที่ปรึกษาดำเนินโครงการ เพื่อช่วยให้การป้องกันภัยไซเบอร์ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีหน่วยงานนำร่องที่เป็นพันธมิตรต่าง ๆ ครอบคลุมหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ทั้ง 7 กลุ่มปัจจุบันมีหน่วยงานได้เชื่อมต่อระบบกันแล้วรวมทั้งสิ้น 10 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข , กระทรวงคมนาคม ,กระทรวงพลังงาน , ศูนย์ประสานงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ ด้านโทรคมนาคม , สำนักข่าวกรองแห่งชาติ , ศูนย์ประสานงานความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศภาคการธนาคาร , สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) , กองบัญชาการกองทัพไทย , การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และภายในเดือน - [ดีอี ร่วมพิธีลงนาม MOU สร้างระบบนิเวศดิจิทัลด้านสุขภาพยั่งยืน](https://www.uni.net.th/index.php/news/3653/) - วันนี้ (6 ตุลาคม 2566) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานพิธีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ฉบับใหม่ ระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อความต่อเนื่องจากฉบับเดิม ในด้าน “Accelerate the Development and Delivery of Digital Healthcare in Thailand การสร้างระบบนิเวศดิจิทัลด้านสุขภาพที่ยั่งยืนผ่านการร่วมมือและการเชื่อมโยงกับเครือข่าย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีนายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐบาลไทย-ข่าวทำเนียบรัฐบาล-ดีอี ร่วมพิธีลงนาม MOU สร้างระบบนิเวศดิจิทัลด้านสุขภาพยั่งยืน (thaigov.go.th) - [BBC ออกแนวทางการนำ AI เชิงสังเคราะห์ไปใช้พัฒนาเนื้อหาข่าวและการทำงานในด้านอื่น](https://www.uni.net.th/index.php/news/3646/) - สำนักข่าว BBC ออกแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ AI เชิงสังเคราะห์ (GenAI) สำหรับการวิจัยและการผลิตเนื้อหาข่าวรอห์ดรี ทาลฟาน เดวีส์ (Rhodri Talfan Davies) ผู้อำนวยการนานาชาติของ BBC ชี้ว่าทางองค์กรเชื่อว่า GenAI จะมอบโอกาสในการส่งมอบ ‘คุณค่าที่เพิ่มขึ้นให้กับผู้ชมและสังคม’หลักการภายใต้แนวปฏิบัตินี้กำหนดให้ BBC จะต้องทำงานโดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของสาธารณชน เน้นพรสวรรค์และความสร้างสรรค์โดยเคารพในสิทธิของศิลปิน และเปิดกว้างและมีความโปร่งใสเกี่ยวกับผลงานที่ AI สร้างขึ้นBBC ชี้ด้วยว่าจะทำงานร่วมกับบริษัทเทคโนโลยี องค์กรสื่อ และหน่วยงานกำกับดูแลในการพัฒนา GenAI อย่างปลอดภัย พร้อมเน้นการรักษาความเชื่อใจในวงการข่าวเดวีส์ระบุว่าในอีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้ BBC จะริ่เริ่มโครงการที่จะศึกษาการนำ GenAI ไปใช้ในการทำงาน โดยจะศึกษาศักยภาพ ความเสี่ยง และโอกาสที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว BBC ออกแนวทางการนำ AI เชิงสังเคราะห์ไปใช้พัฒนาเนื้อหาข่าวและการทำงานในด้านอื่น – #beartai - [กรมพัฒนาที่ดิน รับนโยบาย “รมว.ธรรมนัส” เดินหน้านำนวัตกรรม AI Chatbot น้องดินดี ให้คำปรึกษาเรื่องดินกับเกษตรกร](https://www.uni.net.th/index.php/news/3633/) - นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษาเกษตรกรในการจัดการดิน การวางแผนการใช้ที่ดิน และการปรับปรุงบำรุงรักษาดิน เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการให้บริการในยุคดิจิทัลได้นำเทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ ด้วยระบบ AI Chatbot “น้องดินดี” ผู้ช่วยอัจฉริยะในการตอบคำถามข้อมูลด้านการพัฒนาที่ดิน ด้วยระบบอัตโนมัติผ่าน Application Line เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา หรือผู้สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านการพัฒนาที่ดินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาที่ดินทำการเกษตร นอกจากนี้ ยังสามารถสอบถามข้อมูลการให้บริการต่างๆ สื่อความรู้ บทความวิชาการ และประชาสัมพันธ์กิจกรรมงานต่าง ๆ ของกรมพัฒนาที่ดิน สามารถพิมพ์ตอบโต้ สอบถามข้อมูล หรือคลิกที่กล่องเมนูในระบบน้องดินดี อาทิ เมนูเช็กอิน สอบถามข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลดินและแหล่งน้ำใกล้เคียง เมนูบริการของเรา ขอรับบริการผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น จุลินทรีย์ พด. พืชปุ๋ยสด และวัสดุทางการเกษตร เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกน้องดินดี เกือบสองหมื่นราย ตอบคำถามและข้อความสนทนาโต้ตอบกว่าสามแสนข้อความซึ่งพัฒนาให้ผู้ใช้งานยืนยันตัวตนผ่านระบบ EASY Service เพื่อรองรับการรับบริการจากกรมพัฒนาที่ดิน - [สจล.แนะใช้เทคโนโลยี AI พร้อมเสนอ 6 วิธีลดปัญหากราดยิงในที่สาธารณะ](https://www.uni.net.th/index.php/news/3618/) - สจล. ชี้ควรใช้เทคโนโลยี AI เชื่อมต่อเครือข่ายกล้อง CCTV ในกรุงเทพฯ พัฒนาระบบ SMS เพื่อแจ้งข่าวสารและเหตุฉุกเฉิน พร้อม 6 ข้อเสนอแนะในการลดปัญหาการก่อเหตุร้ายในที่สาธารณะ ในประเทศไทยเริ่มมีเหตุร้ายเกิดต่อเนื่องบ่อยขึ้น ตั้งแต่เหตุการณ์ ผอ.โรงเรียน บุกปล้นร้านทองในห้างที่สิงห์บุรี ยิงประชาชนดับ 3 ราย (ม.ค. ปี 2563) , จ่าคลุ้มคลั่งกราดยิง แล้วหลบเข้าห้างที่โคราช (8 ก.พ. 2563) มีผู้เสียชีวิต 30 รายล่าสุด เด็กวัย 14 ปี กราดยิงที่พารากอน เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 66 เสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 5 ราย คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. ชี้ควรใช้เทคโนโลยี AI เชื่อมต่อเครือข่ายกล้อง CCTV ในกรุงเทพฯ พัฒนาระบบ SMS เพื่อแจ้งข่าวสารและเหตุฉุกเฉิน พร้อม 6 ข้อเสนอแนะในการลดปัญหาการก่อเหตุร้ายในที่สาธารณะ สถิติที่น่าตระหนกจากรายงานของเว็บไซต์ World - [ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลฯ อ่วม..!! ท่วมแล้วกว่า 150,000 ไร่](https://www.uni.net.th/index.php/news/3611/) - GISTDA เผยภาพถ่ายจากดาวเทียม Sentinel-2 ของวันที่ 5 ตุลาคม 2566 บริเวณพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานีที่แสดงให้เห็นถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้วถึง 151,800 ไร่ สำหรับสถานการณ์ดังกล่าว GISTDA ได้ส่งต่อข้อมูลภาพจากดาวเทียมให้กับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ เพื่อนำไปใช้สนับสนุนการบริหารจัดการตามภารกิจ ทั้งด้านการวางแผน การติดตาม เพื่อประเมินสถานการณ์ต่อไป ทั้งนี้ GISTDA ได้วางแผนและปรับแผนรับสัญญาณดาวเทียม เพื่อวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง ท่านสามารถตรวจสอบพื้นที่อื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://disaster.gistda.or.th/ ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลฯ อ่วม..!! ท่วมแล้วกว่า 150,000 ไร่ – Thailand Plus Online - [“NIA”จัดเต็ม!วันนวัตกรรมแห่งชาติ มอบรางวัลเชิดชูเกียรติสุดยอดนวัตกรรมไทย ปี 2566 ใครได้รับรางวัล เปิดดูได้!](https://www.uni.net.th/index.php/news/3503/) - สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัด “พิธีมอบรางวัลนวัตกรรม ประจำปี 2566” เนื่องใน “วันนวัตกรรมแห่งชาติ” ซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านนวัตกรรม ในฐานะ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” พร้อมเชิดชูเกียรติและเผยแพร่ผลงานของนักนวัตกรไทยผู้ริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมที่โดดเด่นเป็นประโยชน์ต่อองค์กร สังคม และประเทศ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ประธานกรรมการ คณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นวัตกรรมหลายอย่างถือเป็นจุดเปลี่ยนของโลก ทั้งระบบการผลิต อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจการค้าขายของโลก ซึ่งขณะนี้ถือเป็นยุคที่นวัตกรรมมีการเติบโตและพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ตนเชื่ออย่างยิ่งว่าปัญญาประดิษฐ์จะใช้เวลาน้อยมากที่ให้ผู้ใช้งานปรับตัว เพราะจะถูกพัฒนามีความฉลาด เข้าถึง และสามารถถูกนำมาใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น รวมถึงปริมาณของคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะของการเขียนโปรแกรมโค้ดดิ้งต่างๆ สามารถต่อยอดจากระบบที่ถูกสร้างไว้ในรูปแบบที่เปิดให้ผู้พัฒนาเข้าไปปรับแต่งโค้ดได้ เกิดการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง สร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจได้รวดเร็ว“นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์มีนัยยะผลกระทบต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการศึกษาของประเทศ ดังนั้น การจัดพิธีมอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรม - [ดีอีร่วม กสทช. ทำ Cell Broadcast ดึงงบประมาณกองทุน USO ทำทันที](https://www.uni.net.th/index.php/news/3492/) - กระทรวงดีอี เผยข้อมูลหลังหารือกับ กสทช. นำแนวทางการแจ้งเตือนภัยแบบเจาะจงมาใช้งาน เริ่มต้นด้วยการส่ง SMS จากความร่วมมือของโอเปอเรเตอร์ ก่อนนำระบบ Cell Broadcast มาติดตั้งใช้งานจากงบประมาณ USO ของ กสทช.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) กล่าวถึงแนวทางทำงานในการแจ้งเตือนภัยแบบเจาะจง หลังจากหารือร่วมกับ กสทช. เรียบร้อยแล้ว จะดำเนินงานใน 2 ระยะด้วยกันประกอบด้วย ระยะเร่งด่วนภายใน 1 เดือน จากการนำระบบส่ง SMS ที่ใช้การระบุพิกัดของสมาร์ทโฟน (Location Based Service) ให้ครอบคลุมทั้งประเทศ จากเดิมที่มีใช้อย่างไม่ครอบคลุม ใช้ระบบอย่างไม่บูรณาการ ใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ก่อนเข้าสู่ระยะปานกลางโดยเร็ว ในการนำระบบ Cell Broadcast เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า SMS โดยจะแจ้งเตือนแบบเจาะจงได้ทันที และมีการเตือนได้หลายรูปแบบ เช่น การสั่นของโทรศัพท์เคลื่อนที่และเครื่องมือสื่อสาร การเด้ง Pop-Up ของข้อความโดยหลักการทำงานของ Cell Broadcast คือระบบการส่งข้อความแบบส่งตรงจากเสาส่งสัญญาณสื่อสารในพื้นที่ ไปโทรศัพท์เคลื่อนที่ และเครื่องมือสื่อสารในพื้นที่ที่มีการติดตั้งเสาส่งสัญญาณ - [พรุ่งนี้เช้า!!! ไทยพร้อมส่ง THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจร พร้อมถ่ายทอดสัญญาณรับชมทั่วประเทศตั้งแต่ 7 โมงเช้า](https://www.uni.net.th/index.php/news/3471/) - ดร.พรเทพ นวกิจกนก ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ THEOS-2 จาก GISTDA กล่าวว่า ดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2 จะถูกนำส่งขึ้นสู่วงโคจรในเช้าวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2566 เวลา 08.36 น. จากท่าอวกาศยานยุโรปเฟรนช์เกียนา ในทวีปอเมริกาใต้ และคาดว่าดาวเทียม THEOS-2 จะแยกตัวจากจรวดนำส่ง Vega ภายใน 50 นาที หลังจากขึ้นสู่อวกาศ โดยดาวเทียม THEOS-2 ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะการนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการสำรวจเชิงพื้นที่ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจากอวกาศ ทั้งนี้ สิ่งที่รัฐบาลได้ลงทุน ไม่ใช่แค่เรื่องของดาวเทียมเท่านั้น แต่เป็นการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศที่จำเป็น การลงทุนในระบบสารสนเทศทุกๆอย่างที่จะทำให้ข้อมูลจากดาวเทียมได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างเห็นผลจริงกับคนไทย ดร.พรเทพฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การมีดาวเทียม THEOS-2 จะทำให้ประเทศไทยเป็นเจ้าของข้อมูลดาวเทียมรายละเอียดสูงที่แบ่งปันกันได้ทั้งในทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น แวดวงวิชาการ แวดวงธุรกิจ หรือความมั่นคง ซึ่งข้อมูลจากดาวเทียมนั้นไม่ได้มีประโยชน์แค่กับรัฐ แต่ส่งประโยชน์ถึงภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาด้วย สำหรับกิจกรรมด้านอวกาศในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีของประเทศไทยในการนำส่งดาวเทียมสำรวจโลกขึ้นสู่วงโคจร หลังจากที่ดาวเทียมไทยโชต หรือ THEOS-1 ขึ้นสู่วงโคจรเมื่อปี 2551 ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจในกิจกรรมการนำส่งดาวเทียม - [อว. ร่วมมือกับ ศธ. และองค์กรด้านเทคโนโลยี เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Bett Asia 2023](https://www.uni.net.th/index.php/news/3450/) - เมื่อวันที่ 4 ต.ค. รศ.ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวเปิดในงาน Bett Asia 2023 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท Hyve Group กับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และบริษัทเทคโนโลยีด้านการศึกษาชั้นนำระดับโลก ในกานจัดงานนิทรรศการการศึกษาทางเทคโนโลยีและการประชุมเชิงวิชาการ Bett Asia 2023 ระหว่างวันที่ 4-5 ตุลาคม 2566 ณ โรงแรม ดิ แอทธินี กรุงเทพฯ ภายใต้หัวข้อหลัก Transforming Minds for a Sustainable Future โดยกิจกรรมหลักในงานประกอบด้วยการจัดแสดงงานนิทรรศการเทคโนโลยีการศึกษา และการประชุมเชิงวิชาการสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (K12 Stream) และการอุดมศึกษา (Higher Education Stream) ซึ่งเน้นในประเด็นเรื่องนวัตกรรม ทักษะอนาคต การพัฒนาที่ยั่งยืน - [NT – AIS ผนึกกำลังครั้งสำคัญ เสริมขีดความสามารถ 4G/5G บนคลื่น 700 MHz มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ต่อยอดนวัตกรรมโครงข่ายอัจฉริยะเพื่อคนไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/3442/) - ภายหลังจากที่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลผู้ให้บริการโทรคมนาคม ได้อนุญาตให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT สามารถโอนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 700 MHz จำนวน 5 MHz ให้กับบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AWN ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS นั้น ล่าสุด NT และ AWN ได้ลงนามสัญญาในโครงการเช่าใช้บริการอุปกรณ์โครงข่ายเพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4G/5G บนคลื่น 700 MHz และสัญญาการใช้บริการข้ามโครงข่ายโทรคมนาคมภายในประเทศ (Roaming) เพื่อเดินหน้าเสริมขีดความสามารถในการให้บริการ 4G/5G ของ NT และ AISโดยภายใต้สัญญาฯ ดังกล่าว AIS โดย AWN จะจัดทำโครงข่าย 4G/5G บนคลื่นความถี่ 700 - [ดีอี-สกมช.เฟ้นหา 'นักรบไซเบอร์' เผยไทยมีอัตรากำลังพลเพียง 0.5%](https://www.uni.net.th/index.php/news/3435/) - ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านไซเบอร์ทั้งในระดับโลกและประเทศไทยยังเข้าขั้นวิกฤติ สกมช.ระบุหน่วยงานราชการไทยที่มีบุคลากรในกลุ่มดังกล่าวเพียง 0.5% เท่านั้น สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. ร่วมกับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าจัดการแข่งขันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย “Thailand Cyber Top Talent 2023” ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 521,000 บาท มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ที่เข้าร่วมการแข่งขันได้ เรียนรู้ พัฒนาทักษะ และประสบการณ์ ให้กลายเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และเป็นการสร้างแรงงานออกสู่ตลาดแรงงานในอนาคต อีกทั้งเป็นการช่วยเพิ่มความตระหนักรับรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามออนไลน์ ให้กับบุคคลทั่วไปมากขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 831 ทีม รวมทั้ง 3 ระดับ จำนวน 2,323 คน ทั่วทุกภูมิภาคประเทศไทย และคัดเลือกทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศจำนวน 30 ทีม ซึ่งการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ จัดขึ้นเมื่อที่ 30 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี กล่าวว่า “ในโลกดิจิทัลและโลกที่เชื่อมโยงถึงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์มีความจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากภัยคุกคามทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และที่ผ่านมาจะเห็นได้จากข่าวการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนทั่วโลก - [ครม.ไฟเขียวก่อหนี้ผูกพันข้ามปีกว่า 3 แสนล้าน รวม 6 หน่วยงาน](https://www.uni.net.th/index.php/news/3428/) - ครม. ไฟเขียว 6 หน่วยงานก่อหนี้ผูกพันข้ามปี 302,327 ล้านบาท คมนาคมได้มากสุด 146,000 ล้านบาท นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้น โดยมี 6 หน่วยงาน ที่เสนอเข้ามาเพื่อให้ ครม. เห็นชอบ รวมวงเงินทั้งสิ้นจำนวน 273,999 ล้านบาท ได้แก่ กระทรวงคมนาคมขออนุมัติสำหรับรายการงบประมาณฯ ของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมท่าอากาศยาน และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย จำนวน 53 โครงการ ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปี 66-76 รวมวงเงินทั้งสิ้น 146,803 ล้านบาท โดยวงเงินที่จะขอรับจัดสรรงบประมาณปี 67 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 24,605 ล้านบาท ส่วนหน่วยงานที่เสนอขอรองลงมา คือ กระทรวงการคลัง ขออนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณโครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยายศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 - [บพข. จับมือพันธมิตรพัฒนา “โอเพ่นไทยจีพีที” เอไอเพื่อคนไทย](https://www.uni.net.th/index.php/news/3400/) - หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เปิดตัวโครงการสนับสนุนทุนวิจัยพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ที่เข้าใจและสามารถประมวลผลภาษาไทย “โอเพ่นไทยจีพีที” หรือ LLM (Large Language Model) ที่สามารถประมวลผลภาษาไทยได้เร็วกว่า ChatGPT ถึง 10 เท่า ด้วยการพัฒนาฐานข้อมูล Dictionary ภาษาไทยมากกว่า 25,000 คำ ตอบโจทย์การสืบค้นข้อมูล แปลภาษา และสร้างข้อมูลอัตโนมัติภาษาไทย จัดการความซับซ้อนของการแบ่งคำ การใช้วรรณยุกต์ไทยดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร นายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า โอเพ่นไทยจีพีที ปัจจุบันได้เปิดตัวไปถึง 3 โมเดล ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 โดยโมเดลล่าสุด ที่สามารถประมวลผลภาษาไทยได้เร็วกว่า ChatGPT ถึง 10 เท่า ด้วยการพัฒนาฐานข้อมูล Dictionary ภาษาไทยมากกว่า 25,000 คำตอบโจทย์การสืบค้นข้อมูล แปลภาษา และสร้างข้อมูลอัตโนมัติภาษาไทย จัดการความซับซ้อนของการแบ่งคำ การใช้วรรณยุกต์ไทย โดย โอเพ่นไทยจีพีที ปัจจุบันได้มีนักพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ดาวน์โหลดโค้ดต้นฉบับได้ฟรี ในการนำโค้ดไปพัฒนาต่อยอดทางธุรกิจไปกว่า 3,000 ครั้ง - [วว. นำเสนอบทบาทหน่วยงานวิจัย สร้างโอกาส/ความเท่าเทียม การเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลในเวทีนานาชาติ พร้อมร่วมบรรยาย Digital Society “Quest for Digital Equity”](https://www.uni.net.th/index.php/news/3385/) - ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ดร.บุณณนิดา โสดา ผู้อำนวยการ กองวิเทศสัมพันธ์ วว. ร่วมประชุมหัวข้อ Digital Society และร่วมบรรยายในหัวข้อ “Quest for Digital Equity” โดยมีผู้นำระดับสูงจากองค์กรวิจัยและพัฒนาในระดับนานาชาติ ได้แก่ Prof. Alejandro Adem ประธาน Natural Sciences and Engineering Research Council of Canada ประเทศแคนาดา Prof. Mohamed Hag Ali ประธาน The World Academy of Sciences Mr. Joichi Ito ประธาน Chiba Institute of Technology ประเทศญี่ปุ่น และ Prof. Eloisa del Pino Matute ประธาน Spanish National Research Council ประเทศสเปน ซึ่งการประชุมดังกล่าวเป็นหนึ่งในกิจกรรมของงาน STS Forum 2023 หรือ Science and Technology in - [สวทช. ให้บริการ ‘Industry 4.0 Platform’ บริการยกระดับสู่อุตสาหกรรม 4.0 แบบครบวงจร](https://www.uni.net.th/index.php/news/3369/) - ปัจจุบันทั่วโลกต่างตื่นตัวต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมสู่ระดับ 4.0 (industry 4.0) หรือการปรับเปลี่ยนให้เครื่องจักรภายในโรงงานสื่อสารถึงกันและกัน และสื่อสารกับมนุษย์ได้แบบเรียลไทม์ เพราะจะช่วยให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบและสั่งการเครื่องจักรได้สะดวกจากทุกที่ทุกเวลา ลดขั้นตอนการทำงาน และลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในระบบ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสายการผลิตด้วยอย่างไรก็ตามการจะยกระดับภาพรวมของอุตสาหกรรมสู่ระดับ 4.0 ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องอาศัยความพร้อมหลายด้าน ทั้งจากผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี แรงงานทักษะสูง และเงินทุน สวทช. จึงเปิดให้บริการ ‘Industry 4.0 Platform’ แพลตฟอร์มรวบรวมบริการและกิจกรรมสนับสนุนการยกระดับสู่อุตสาหกรรม 4.0 แบบครบวงจร (one-stop service) โดยเปิดให้บริการ 3 ส่วนหลัก ประกอบด้วย‘i4.0 maturity’ ศูนย์ข้อมูลอุตสาหกรรม 4.0 ของประเทศ โดยมี Thailand i4.0 Index เป็นเครื่องมือในการวัดระดับความพร้อมสู่อุตสาหกรรม 4.0 เพื่อให้ผู้ประกอบการเริ่มต้นการยกระดับได้อย่างเป็นระบบและเป็นขั้นเป็นตอน‘i4.0 consulting’ บริการให้คำปรึกษาด้านการยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางทั้งด้านเทคโนโลยี เงินทุน และสิทธิประโยชน์‘i4.0 training’ บริการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกระดับ ทั้งผู้ประกอบการ ผู้ออกแบบระบบเทคโนโลยีสำหรับใช้งานภายในโรงงาน (System Integrator: SI) แรงงานทักษะสูง และผู้ให้บริการประเมินความพร้อมโรงงานและสำหรับผู้ประกอบการที่กำลังเริ่มต้นวางแผนการยกระดับอุตสาหกรรม ‘Industry 4.0 - [GISTDA เข้าพบ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อเยี่ยมคารวะและเรียนปรึกษาการนำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ มาใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการต่างๆ ของมูลนิธิฯ](https://www.uni.net.th/index.php/news/3357/) - GISTDA เข้าพบ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อเยี่ยมคารวะและเรียนปรึกษาการนำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ มาใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการต่างๆ ของมูลนิธิฯ การนี้ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา มีความประสงค์ให้ GISTDA ได้นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาทดลอง ศึกษาวิจัยในพื้นที่โครงการของมูลนิธิฯ เพื่อสร้างองค์ความรู้ ก่อนถ่ายทอดให้เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ ได้นำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาพื้นที่โครงการต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จ รวมถึงนำองค์ความรู้นี้ไปต่อยอด ขยายผล สู่ชุมชนให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนGISTDA เข้าพบ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อเยี่ยมคารวะและเรียนปรึกษาการนำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ มาใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการต่างๆ ของมูลนิธิฯ | GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) - [UniNet เครือข่ายสารสนเทศเพื่อการศึกษาของ อว.ได้ ISO 3 รายการ ตั้งเป้าขับเคลื่อนงานในปีงบประมาณ 67 ด้วยการยกระดับคุณภาพผลงาน สู่นักไอทีมืออาชีพ](https://www.uni.net.th/index.php/news/3349/) - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา หรือ UniNet เปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ของ อว. หรือเครือข่าย UniNet ได้รับประกาศนียบัตรรับรองในระดับมาตรฐานสากล ISO โดยมีการดำเนินการของระบบสอดคล้องกับข้อกำหนดและขอบเขตเงื่อนไข รวม 3 รายการด้วยกันคือ ISO 9001 หรือ QMS ระบบบริหารคุณภาพสารสนเทศได้ตามมาตรฐาน(Quality Management System) ISO/IEC 20000-1 หรือ SMS ระบบบริหารจัดการด้านการบริการสารสนเทศได้ตามมาตรฐาน(Service Management System) และ ISO/IEC 27001 หรือ ISMS ระบบบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศได้ตามมาตรฐาน(Information Security Management System) ซึ่งสอดรับสนับสนุนกับวิสัยทัศน์องค์กร โดย UniNet จะเป็นศูนย์กลางบริหารจัดการทรัพยากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษาวิจัยระดับชาติ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้สู่สังคม ISO ระบบมาตรฐานที่เป็นสากล เป็นการดำเนินการหรือปฏิบัติตามระบบบริหารงานที่ถูกกำหนดไว้ตามมาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ โดยมีเป้าหมายที่สอดคล้องกับนโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ บริบทความต้องการความคาดหวัง การลดความเสี่ยง และมีกระบวนการทำงานที่เอื้อต่อความสำเร็จ มาตรฐาน ISO - [ปัญญาประดิษฐ์กับสมองมนุษย์](https://www.uni.net.th/index.php/news/3421/) - การมาถึงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทำให้เราต้องกลับมาถกเกียงกันอีกครั้งว่า ในอนาคตเราจะพึ่งพาเทคโนโลยีเหล่านี้และใช้สมองในการคิดวิเคราะห์และประมวลผลในเรื่องต่างๆ ลดลงหรือไม่เพราะดูเหมือนการโยนภาระงานต่างๆ ให้ระบบเอไอจะบริหารจัดการได้ดีกว่ามนุษย์หลายเท่า เพราะวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ดูจะพึ่งพาการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่การเติบโตของยุคอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำให้เครื่องคิดเลขราคาถูกลงจนมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย มนุษย์ก็เริ่มลดการคิดคำนวณด้วยตัวเองแต่หันมาใช้เครื่องคิดเลขแทนแม้ว่าจะเป็นโจทย์บวกลบง่ายๆ ก็ตามมาจนถึงยุคที่เราใช้สมาร์ตโฟนจนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย เราก็จะพบว่าผู้คนส่วนใหญ่ละเลยที่จะ “จดจำ” หลายสิ่งหลายอย่างเพราะคิดว่าเป็นหน้าที่ของอุปกรณ์ดิจิทัลเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์ ตารางนัดหมาย เส้นทางการไปยังที่นัดหมาย ฯลฯอาจเป็นเพราะแนวคิดของมนุษย์ที่แสวงหาเครื่องทุ่นแรงมาโดยตลอด นับจากในอดีตที่เราใช้เครื่องจักรกลทดแทนการใช้แรงงาน มาจนถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลลดภาระการทำงานของสมอง ซึ่งแน่นอนว่าเห็นประสิทธิผลได้อย่างชัดเจนแน่นอนเพราะเครื่องจักรนั้นทำงานได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ เลยการใช้เครื่องจักรกลลดการใช้แรงงานคนจึงไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานแต่ยังเปิดโอกาสให้มนุษย์ได้มีเวลาไปทำงานในด้านอื่นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้การวิเคราะห์ที่เครื่องจักรทำไม่ได้ เช่นเดียวกับยุคของเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามาทำหน้าที่ประมวลผลแทนสมองของมนุษย์ที่ช่วยย่นระยะเวลาในการทำงานลงได้มหาศาล เปิดโอกาสให้มนุษย์มีเวลาไปทำงานอื่นที่มีมูลค่ามากกว่าได้ แต่ที่น่ากลัวก็คือการใช้ทักษะทางการคิดของมนุษย์ที่ลดลงเพราะคิดว่าให้ระบบเอไอทำหน้าที่แทนอาจไม่ใช่แนวทางที่ดีนักเพราะการทำงานของสมองไม่เหมือนกับอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายของเรา เพราะการใช้สมองเพื่อจดจำอะไรสักอย่าง แม้จะเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่กลไกของสมองจะสร้างกระแสประสาทเพื่อเชื่อมโยงเซลสมองแต่ละเซลเข้าด้วยกันนั่นหมายความว่าความทรงจำง่ายๆ เรื่องหนึ่งอาจเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆ ทำให้เซลสมองมีการเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ๆ นั่นจึงทำให้ความจำของเรากลายเป็นความรู้ และกลายเป็นภูมิปัญญาที่เราสามารถร้อยเรียงประสบการณ์ทั้งหมดให้กลายเป็นสิ่งที่สัมผัสจับต้องได้หากไม่มีการใช้ความคิด ไม่จดจำเรื่องต่างๆ เพราะคิดว่าให้โทรศัพท์มือถือทำหน้าที่แทนได้ นั่นเท่ากับเราปิดโอกาสที่จะเชื่อมต่อเซลสมองจำนวนมากเข้าด้วยกัน ซึ่งก็คือการปิดโอกาสที่จะได้สังเคราะห์ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆต่างจากคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟนที่การบันทึกข้อมูลลงไปมันก็เป็นเพียงข้อมูลที่ถูกระบบดิจิทัลเข้ารหัสเอาไว้ในชิปหน่วยความจำ ซึ่งเราจะลบมันออกเมื่อไรก็ได้เพราะมันก็เป็นเพียงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ไม่เหมือนการทำงานของสมองที่การบันทึกข้อมูลใหม่แต่ละครั้งจะเชื่อมโยงเซลประสาทเข้าด้วยกันทุกครั้งมิติการทำงานของเซลประสาทในสมองจึงมีความซับซ้อนกว่าการทำงานของคอมพิวเตอร์หลายเท่า ยิ่งคิดซ้ำๆ ยิ่งจดจำ ยิ่งก่อให้เกิดการเรียนรู้ และพัฒนาจากความทรงจำระยะสั้นกลายเป็นความทรงจำระยะยาวที่เป็นความรู้ติดตัวเราไปชั่วชีวิตการผลักภาระทางการคิดและการจดบันทึกไปให้เป็นหน้าที่ของสมาร์ตโฟนหรือระบบปัญญาประดิษฐ์แต่เพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก แต่การสร้างสมดุลและใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมโดยยังคงใช้สติปัญญาของเราอยู่เสมอน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า ปัญญาประดิษฐ์กับสมองมนุษย์ (bangkokbiznews.com) - [คณะผู้บริหารหลักสูตร WiNS รุ่นที่ 4 กระทรวง อว. เข้าเยี่ยมชม มจพ. วิทยาเขตระยอง](https://www.uni.net.th/index.php/news/3338/) - คณะผู้บริหารในหลักสูตร WiNS รุ่นที่ 4 เข้าเยี่ยมชม มจพ. วิทยาเขตระยอง โดยมี ศ.ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ ผู้บริหาร และบุคลากรของ มจพ. ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งนำเสนอนวัตกรรมต่างๆ ที่สร้างชื่อเสียงของ มจพ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2566 คณะผู้บริหารในหลักสูตร Wins รุ่นที่ 4 ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายและศักยภาพผู้บริหารระดับสูงของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ปรึกษาหลักสูตร WiNS รศ.เพ็ญรัตน์ หงษ์วิทยากร รองเลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยและผู้อำนวยการหลักสูตร Wins รุ่นที่ 4 นำคณะผู้บริหารที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวนกว่า 200 คน เข้าเยี่ยมชม มจพ. วิทยาเขตระยอง โดยมี ศ.ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ ผู้บริหาร และบุคลากรของ - ["ดีอีเอส" เล็งปั้นบุคลากรไซเบอร์ สกัดแฮกเกอร์ล้วงข้อมูล-ดูดเงิน ปชช.](https://www.uni.net.th/index.php/news/3480/) - รมว.ดีอีเอส ยอมรับไทยขาดแคลนบุคลากรความมั่นคงไซเบอร์นับแสน เผย สกมช.จับมือหัวเว่ยปั้นบุคลากรปีละ 10,000 คน สกัดแฮกเกอร์ล้วงข้อมูลรัฐ-เอกชน-ดูดเงินชาวบ้านเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 66 ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดการแข่งขัน “Thailand Cyber Top Talent 2023 : Hacker Weekend” การแข่งขันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ร่วมกับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี พล.อ.ต.อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และ นายเดวิด หลี่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมโดย นายประเสริฐ กล่าวว่า ปัจจุบันโลกดิจิทัลและโลกที่เชื่อมโยงถึงกันมากขึ้นเรื่อยๆ ความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ มีความจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากภัยคุกคามทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ - [งานวิจัยชี้ การเล่นเกมไม่ได้นำไปสู่พฤติกรรมด้านความรุนแรงในเยาวชน](https://www.uni.net.th/index.php/news/3408/) - เกมตกเป็นแพะรับบาปในหลายเหตุการณ์ โดยเฉพาะปัญหาด้านความรุนแรงในเยาวชน แต่งานวิจัยเมื่อปี 2020 ชี้ชัดว่าเกมไม่มีความเกี่ยวข้องกับความรุนแรงในเยาวชนเลย เอรอน ดรัมมอนด์ (Aaron Drummond) จากมหาวิทยาลัยเมสซี นิวซีแลนด์ ได้รีวิวงานวิจัยเกี่ยวกับเกมและความรุนแรงในเยาวชนกว่า 28 ชิ้นพบว่าความรุนแรงที่เกิดจากเกมในเยาวชนนั้นมีส่วนน้อยมาก ๆ เรียกว่าแทบจะไม่มีผลเลยด้วยซ้ำ การวิจัยในปัจจุบันไม่สามารถสนับสนุนสมมติฐานว่าเกมที่มีความรุนแรงมีผลกระทบต่อความก้าวร้าวของเยาวชน การเชื่อมโยงระหว่างเกมและอารมณ์มีเพียงความยากของเกมเท่านั้น ยกตัวอย่างหากผู้เล่นไม่สามารถผ่านด่านของเกมที่ยากจนเกินไปก็อาจทำให้เกิดความหงุดหงิดเท่านั้น สื่อต่างประเทศต่างมองว่าเกมควรจะหยุดกลายเป็นแพะรับบาปต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้แล้ว งานวิจัยชี้ การเล่นเกมไม่ได้นำไปสู่พฤติกรรมด้านความรุนแรงในเยาวชน – #beartai - [กรมการแพทย์แผนไทยฯ จับมือ มจพ. เผยความคืบหน้า นำ AI แปลตำรับ ตำรายาโบราณ สู่ Big Data รองรับบริการการแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือกและสมุนไพรอัจฉริยะ แบบครบวงจร](https://www.uni.net.th/index.php/news/2594/) - กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เผยความคืบหน้าการดำเนินการแพลตฟอร์มดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรอัจฉริยะ (Smart Healthcare TTM) นำ AI แปลตำรับ ตำรายาโบราณซึ่งเป็นสมบัติชาติ เพื่อนำเข้าสู่ Knowledge-based และ Big Data ใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงพยากรณ์ เพื่อวางแผนด้านสุขภาพ การใช้บริการ หรือการบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยเพื่อต่อยอดมูลค่าเศรษฐกิจสมุนไพร ในอนาคต วันที่ 15 สิงหาคม 2566 ณ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร. เพียรพูล กมลจิตร์ประภา คณบดี คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ ดร.รัชนี จันทร์เกษ ผู้อำนวยการ กองวิชาการและแผนงานเปิดเผยความคืบหน้าการพัฒนาแพลตฟอร์มดูแลสุขภาพด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรอัจฉริยะ (Smart Healthcare TTM) ภายหลังดำเนินการ MOU ร่วมกันมาครบ 2 ไตรมาสกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มีองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก ผลิตภัณฑ์ สมุนไพร - [“ศุภมาส” รมว.อว.แถลงนโยบายขับเคลื่อน อว.สู่กระทรวงเศรษฐกิจ](https://www.uni.net.th/index.php/mhesi-it-news/3313/) - ศุภมาส อิศรภักดี มอบ นโยบายขับเคลื่อนกระทรวง อว. ชู “เรียนดี มีความสุข มีรายได้ พร้อม “วิจัย-นวัตกรรมดี ตอบโจทย์ ตรงความต้องการ” หนุน SMEs สตาร์ทอัพ นวัตกรรมแก้จน นำชุมชนแก้แล้ง กำชับทุกหน่วยงาน แต่งตั้ง-โยกย้าย ต้องโปร่งใสและเป็นธรรมวันที่ 19 ก.ย. 2566 ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้มอบนโยบายการทำงานต่อผู้บริหารกระทรวง ว่า อว. จะมีแนวการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภา โดยในด้านการอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรมจะมุ่งเน้นทั้งเพื่อความเป็นเลิศ และเพื่อความมั่นคงของชีวิต และเศรษฐกิจ โดยนโยบายมุ่งเน้นของ อว.ในด้านการอุดมศึกษา คือ “เรียนดี มีความสุข มีรายได้” ให้ยึดนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง หัวใจสำคัญ คือ การลดภาระของนักศึกษาและผู้ปกครอง และการลดภาระของอาจารย์ผู้สอน ซึ่งจะทำให้นักศึกษามีความสุข ทั้งในระหว่างการศึกษาและเมื่อจบแล้วมีอาชีพ - [รมว.อว. ชวนพ่อเมืองทุกจังหวัด ใช้ “ทราฟฟี่ ฟองดูว์” แก้ปัญหาประชาชน พร้อมหนุน รัฐบาลดิจิทัล ผลักดัน แพลตฟอร์ม ‘ทราฟฟี่ ฟองดูว์’ (Traffy Fondue) เพื่อให้หน่วยงานของรัฐทั่วประเทศใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาประชาชน กทม. รับรางวัลหน่วยงานดีเด่น หลังใช้แพลตฟอร์มกว่าปีเศษ แก้ปัญหาได้รวดเร็ว เล็งขยายผลเป็น Traffy Fondue Plus ผุด ‘4 ดี’ สร้างการมีส่วนร่วมประชาชน](https://www.uni.net.th/index.php/mhesi-it-news/3302/) - รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. หนุน รัฐบาลดิจิทัล ผลักดัน แพลตฟอร์ม ‘ทราฟฟี่ ฟองดูว์’ (Traffy Fondue) ชวนผู้ว่าราชการจังหวัด สถานที่ราชการ และหน่วยงานของรัฐทั่วประเทศเดินหน้าใช้เป็นประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาประชาชน ‘ชัชชาติ’ ปลื้ม กทม. รับรางวัลหน่วยงานดีเด่น หลังใช้แพลตฟอร์มกว่าปีเศษ แก้ปัญหารวดเร็ว 11 เท่า เล็ง ขยายผลเป็น Traffy Fondue Plus ผุด ‘4 ดี’ สร้างการมีส่วนร่วมประชาชนนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตร “หน่วยงานดีเด่นในการใช้แพลตฟอร์ม Traffy Fondue เพื่อบริการประชาชน” ให้กับ 190 หน่วยงาน ทั้งในระดับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาให้บริการและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึง โดยมี รองศาสตราจารย์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บรรยายพิเศษในหัวข้อ“การขับเคลื่อนการใช้งาน Traffy Fondue แก้ปัญหาระดับ เส้นเลือดฝอย กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ชูกิจ - [“ศุภมาส” เข้ากระทรวง อว.วันแรก ประเดิมมอบประกาศเกียรติบัตร “หน่วยงานดีเด่นในการใช้แพลตฟอร์ม Traffy Fondue เทคโนโลยีที่พัฒนาโดยหน่วยงานของ อว. มาใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชน” พร้อมเตรียมมอบนโยบายผู้บริหาร อว](https://www.uni.net.th/index.php/mhesi-it-news/3289/) - “ศุภมาส” เข้ากระทรวง อว.วันแรก ประเดิมมอบประกาศเกียรติบัตร “หน่วยงานดีเด่นในการใช้แพลตฟอร์ม Traffy Fondue เพื่อบริการประชาชน” ให้กับ 190 หน่วยงาน ทั้งในระดับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากทั่วประเทศ เตรียมมอบนโยบายผู้บริหาร 19 ก.ย. นี้เมื่อวันที่ 15 ก.ย. เวลา 12.09 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เดินทางเข้ามาปฏิบัติงานที่กระทรวง อว.เป็นวันแรก หลังปฏิบัติภารกิจในการรับองคมนตรีผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเมื่อมาถึงได้ถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง และสำนักงานปลัดกระทรวง อว. (อาคารโยธีและอาคารศรีอยุธยา) เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนปฏิบัติงานอย่างเป็นทางการ โดยมี ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว. พร้อมผู้บริหารกระทรวง อว.ให้การต้อนรับจากนั้น น.ส.ศุภมาส ได้เป็นประธานในการมอบประกาศเกียรติบัตร “หน่วยงานดีเด่นในการใช้แพลตฟอร์ม Traffy Fondue เพื่อบริการประชาชน” ให้กับ 190 - [สธ. และ อว. คว้ารางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ระดับกระทรวง ประจำปี 2566 ซึ่งมีหน่วยงานระดับกระทรวงได้รับ 6 หน่วยงานคือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ และ"กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม"](https://www.uni.net.th/index.php/mhesi-it-news/3281/) - กระทรวงสาธารณสุข ได้รับรางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ระดับกระทรวง ประจำปี 2566 จากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งมอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐที่ช่วยอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจมีการปรับปรุงกระบวนงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจอย่างเห็นผล เกิดประโยชน์ต่อภาครัฐนำไปใช้ในการพัฒนาการทำงาน วันที่ 13 กันยายน 2566 ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กรุงเทพมหานคร นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เข้ารับรางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ระดับกระทรวง ประจำปี 2566 ซึ่งหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อมอบให้แก่สุดยอดหน่วยงานภาครัฐด้านการอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจ เป็นการเชิดชูและให้กำลังใจหน่วยงานภาครัฐที่มีการปรับปรุงกระบวนงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจอย่างเห็นผล ถือเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินประสิทธิภาพหน่วยงานภาครัฐของสำนักงาน กพร. ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อภาครัฐในการนำผลการประเมินไปใช้ในการพัฒนาการทำงาน โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานเปิดงานและเป็นผู้มอบรางวัล โดยกระทรวงสาธารณสุขมีการพัฒนากรอบแนวทางการดำเนินงานที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของบริบททางสังคม และการเปลี่ยนแปลงปัจจัยภายในและภายนอกที่ส่งผลต่อระบบสุขภาพทั้งในปัจจุบันและอนาคต เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทั้งนี้ การมอบรางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ประจำปี 2566 จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 มีหน่วยงานเข้ารับรางวัลทั้งสิ้น 4 ประเภท ประกอบด้วย 1) รางวัลหน่วยงานระดับกระทรวง จำนวน - [(Kick-off) จัดทำนโยบายและแผนปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ระดับกระทรวง ระดมผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีจากมหาวิทยาลัยศึกษา วิเคราะห์จัดทำแผนเพื่อการปฏิบัติและพัฒนาทักษะคน ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ตั้งเป้าใช้งานได้จริง เมษายน 2567](https://www.uni.net.th/index.php/news/3250/) - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (สบทศ.) หรือ UniNet เปิดเผยว่า เครือข่ายเพื่อพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ของ อว. หรือเครือข่าย UniNet ได้เริ่มเปิดตัว “โครงการจัดทำนโยบายและแผนปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ประจำปี 2567-2570″ แล้ว เพื่อใช้เป็นแผนระดับกระทรวง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติทั้ง 2 ฉบับ รวมทั้งจัดทำนโยบายและแผนปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ในส่วนที่สถาบันอุดมศึกษาและเครือข่าย UniNet รับผิดชอบในการจัดเก็บและให้บริการแนวทางที่จะดำเนินการคือ จะระดมผู้ทรงคุณวุฒิด้านคอมพิวเตอร์ ด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการบริหารจัดการ ในฐานะเป็นทีมที่ปรึกษาดำเนินการศึกษากฎหมาย แนวทางการปฏิบัติงาน ศึกษาระบบเครือข่ายและการให้บริการ ตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยในกระบวนการจัดทำจะมีการจัดสัมมนา ฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในส่วนของสถาบันอุดมศึกษาและผู้ปฏิบัติงานใน UniNet ศึกษาวิเคราะห์ช่องทางการให้บริการ รวมถึงข้อมูลที่ต้องดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติให้ถูกต้องเป็นไปตามกฎหมาย ตรวจสอบความพร้อมในการตอบสนองต่ออุบัติการณ์ความมั่นคง ผลการศึกษาวิเคราะห์ที่ได้ UniNet จะนำมาจัดทำนโยบายและแผนในการปฏิบัติการ ซึ่งจะประกอบไปด้วย แผนงาน/โครงการ/กิจกรรมหลัก ในการพัฒนาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ภายใต้เครือข่าย UniNet ที่จะใช้ภายในระยะเวลา 3 ปี (2567-2570) โดยคำนึงถึงข้อกำหนด ผลกระทบและความเร่งด่วนในปัจจัยต่างๆ ตามกฎหมาย เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ - [เรียน สมาชิกเครือข่าย UniNet เนื่องจากโหนดสุโขทัย](https://www.uni.net.th/index.php/news/3244/) - [fsn_row][fsn_column width="12" style=""][fsn_text][/fsn_text][/fsn_column][/fsn_row] เรียน สมาชิกเครือข่าย UniNetเนื่องจากโหนดสุโขทัย (สพป. สุโขทัย เขต 1) จะดำเนินการปรับปรุงสายสื่อสัญญาณ บริเวณหน้า วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย เพื่อจัดระเบียบสายตามคำสั่งแขวงการทางสุโขทัย ในวันที่ 26 กันยายน 2566 ตั้งแต่เวลา 9.30 น. เป็นต้นไป กระทบต่อการให้บริการกับสมาชิกเครือข่ายที่เชื่อมต่อกับโหนดสุโขทัย ไม่สามารถใช้งานได้ ในวันและเวลาดังกล่าว ดังนี้1.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 12.วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย3.วิทยาลัยสารพัดช่างสุโขทัย4.วิทยาลัยอาชีวะสุโขทัย5.มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สุโขทัย6.วิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง7.สนง.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 28.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย9.วิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย - [สจล.เปิด KMITL Space Hub ชุมพร หนุนไทยผู้นำ Space Economy ร่วมมือ GISTDA กสทช. ไทยคม NT และสถาบันวิจัยนานาชาติเทคโนโลยีสารสนเทศของญี่ปุ่น พัฒนางานนวัตกรรมและการเติบโตของ ‘เศรษฐกิจอวกาศ’ (Space Economy) ต่อยอดความมั่นคงยั่งยืนของอุตสาหกรรมดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/announcement/3229/) - องค์กรด้านอวกาศยกให้เป็น ชุมพร ทำเลทองของ ท่าอวกาศยาน ที่ดีที่สุด 1 ใน 4 ของโลก จุดพลุ สจล.เปิด KMITL Space Hub อย่างเป็นทางการในพื้นที่วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) พร้อมสามหน่วยงาน วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ สจล. (IAAI), คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. และ วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ สจล. กล่าวว่า เทคโนโลยีอวกาศ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะอยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยและทั่วโลก เช่น อินเตอร์เน็ต การถ่ายทอดสด การศึกษาทางไกล การแพทย์ทางไกล ระบบจีพีเอส โดรน การติดตามก๊าซเรือนกระจก เฝ้าระวังผลกระทบจาก Climate Change ไฟป่า น้ำท่วม ภัยแล้ง ฝุ่น PM2.5 เป็นต้น สจล. มุ่งสู่การเป็น ‘ผู้นำนวัตกรรมระดับโลก’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเทคโนโลยีอวกาศในภูมิภาคอาเซียน - [ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) ได้รับทุนสนับสนุน จากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดแพลตฟอร์ม “เมืองใจดี ผู้สูงวัย Happy” เพิ่มความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุแพลตฟอร์มการขึ้นทะเบียนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ Line Chatbot เมืองใจดีเที่ยวทุกวัยขึ้น](https://www.uni.net.th/index.php/activity/3214/) - วันที่ 9 กันยายน 2566 เวลา 10.00 น. นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ เป็นประธานพิธีเปิดแพลตฟอร์มการขึ้นทะเบียนและค้นหาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ ภายใต้แนวคิด “เมืองใจดี ผู้สูงวัย Happy” เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในสังคมไทย ให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม Line Chatbot เมืองใจดีเที่ยวทุกวัย โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. พร้อมด้วย นายกเทศมนตรีตำบลนครหลวง ปลัดอำเภอ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ วัดนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสาวแรมรุ้ง กล่าวว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงอายุในระดับสมบูรณ์และจะก้าวสู่ระดับสุดยอดในระยะเวลาอันใกล้ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญเกี่ยวกับการดำรงชีวิตและส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี คือ สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อการดำเนินชีวิต ประกอบกับสถิติการบาดเจ็บเสียชีวิตในผู้สูงอายุส่วนใหญ่มาจากการพลัดตกหกล้มเฉลี่ยวันละ 3 คน โดยเกิดเหตุบริเวณห้องน้ำ บันได และพื้นต่างระดับ ที่มีสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม นับว่าเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่ง ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) ได้รับทุนสนับสนุน จากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการจัดทำแพลตฟอร์มการขึ้นทะเบียนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ - [พบกันทุกวันศุกร์ กับรายการ UniNet Talkรายการเสวนาเพื่อให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (สบทศ.)](https://www.uni.net.th/index.php/news/3208/) - พบกันทุกวันศุกร์ กับรายการ UniNet Talkรายการเสวนาเพื่อให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (สบทศ.)ขอเชิญรับชม รับฟังสาระน่ารู้ในรายการ UniNet Talk เป็นประจำทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 14.00 ถึง 15.00 น. สำหรับในวันศุกร์ที่ 29 กันยายนนี้ ได้รับเกียรติจากคุณศุภธิดา พรหมพยัคฆ์ และคุณปาณชัย ใจบุญ ร่วมเสวนาในหัวข้อ “No Code Platform with App Sheet” โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัจนันท์ มัตติทานนท์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานเครือข่ายสารสนเทศจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมร่วมสนุกลุ้นรับรางวัล ในการตอบคำถามในรายการ ผ่านทาง Facebook live @UniNet Thailand เป็นประจำทุกวันศุกร์ของเดือน - [บุคลากรการศึกษาในสหรัฐฯ กำลังคิดหนักเกี่ยวกับการใช้ AI ในการศึกษา เนื่องจากนักเรียน นักศึกษา ใช้ AI เชิงสังเคราะห์อย่าง ChatGPT เป็นเครื่องมือช่วยในการเรียน แต่อีกฝ่ายเห็นว่า AI จะบั่นทอนความสามารถของผู้เรียนและไปส่งเสริมการคัดลอกผลงานทางวิชาการ](https://www.uni.net.th/index.php/it-news/3200/) - Normal 0 false false false EN-US X-NONE TH /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:"Table Normal"; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-priority:99; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin-top:0cm; mso-para-margin-right:0cm; mso-para-margin-bottom:8.0pt; mso-para-margin-left:0cm; line-height:107%; mso-pagination:widow-orphan; font-size:11.0pt; mso-bidi-font-size:14.0pt; font-family:"Calibri",sans-serif; mso-ascii-font-family:Calibri; mso-ascii-theme-font:minor-latin; mso-hansi-font-family:Calibri; mso-hansi-theme-font:minor-latin; mso-bidi-font-family:"Cordia New"; mso-bidi-theme-font:minor-bidi; mso-font-kerning:1.0pt; mso-ligatures:standardcontextual;} บุคลากรการศึกษาในสหรัฐฯ กำลังคิดหนักเกี่ยวกับการใช้ AI ในการศึกษา บุคลากรที่ดูแลการคุมสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลายแห่งของสหรัฐอเมริกายอมรับว่าไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรกับการใช้ AI ในการเรียนการสอนแม้ว่าในปัจจุบันจะมีนักเรียนนักศึกษาจำนวนมากที่จะใช้ AI เชิงสังเคราะห์อย่าง ChatGPT ของ OpenAI เพื่อทำการบ้านส่งอาจารย์ - [เรียน สมาชิกเครือข่าย UniNet](https://www.uni.net.th/index.php/news/3188/) - เรียน สมาชิกเครือข่าย UniNetเนื่องจากโหนดอยุธยา (มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา) จะดำเนินการปรับปรุงอุปกรณ์และระบบเครือข่าย ในวันที่ 25 กันยายน 2566 โดยจะดำเนินการปิดระบบเครือข่ายเพื่อปรับปรุงอุปกรณ์ ตั้งแต่เวลา 17.00-23:00 น. กระทบต่อการให้บริการกับสมาชิกเครือข่ายที่เชื่อมต่อกับโหนดมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ไม่สามารถใช้งานได้ ในวันและเวลาดังกล่าว ดังนี้วิทยาลัยการอาชีพเสนาวิทยาลัยสารพัดช่างพระนครศรีอยุธยาวิทยาลัยเทคนิคอุตสาหกรรมยานยนต์วิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยาวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยาวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา - [พบกันทุกวันศุกร์ กับรายการ UniNet Talkรายการเสวนาเพื่อให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (สบทศ.)](https://www.uni.net.th/index.php/news/3116/) - ขอเชิญรับชม รับฟังสาระน่ารู้ในรายการ UniNet Talk เป็นประจำทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 14.00 ถึง 15.00 น. สำหรับในวันศุกร์ที่ 22 กันยายนนี้ ได้รับเกียรติจากคุณประยุทธ ตั้งสงบ CTO,Huawei (Thailand) Enterprise Business Group. ร่วมเสวนาในหัวข้อ “New Trend Technologies for the 5th Industrial Revolution” โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัจนันท์ มัตติทานนท์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานเครือข่ายสารสนเทศจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมร่วมสนุกลุ้นรับรางวัล ในการตอบคำถามในรายการ ผ่านทาง Facebook live @UniNet Thailand เป็นประจำทุกวันศุกร์ของเดือน - [สกมช. ร่วมกับภาคเอกชนผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลก จัดอบรมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหาร SOC แก่บุคลากรด้านสาธารณสุข ตามโครงการจัดตั้ง Sectorial CERT ด้านสาธารณสุข และศูนย์เฝ้าระวัง ป้องกันและรับมือ ภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์ สำหรับโรงพยาบาลรัฐ](https://www.uni.net.th/index.php/it-news/3042/) - สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และบริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหาร Security Operation Center (SOC) โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้และศักยภาพของผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติ เพื่อประสานการเฝ้าระวัง ป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์อย่างเข้มข้น กับศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (Sectorial CERT) ด้านสาธารณสุข คุณปิยธิดา ตันตระกูล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย)ในการอบรมครั้งนี้ ถือเป็นความคืบหน้าในระยะที่ 1 โครงการ การจัดตั้ง Sectorial CERT ด้านสาธารณสุข และโครงการศูนย์เฝ้าระวัง ป้องกันและรับมือ ภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์ สำหรับโรงพยาบาลรัฐเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์ต่อโรงพยาบาลรัฐที่อาจจะเกิดขึ้น เป็นการสร้างระบบป้องกัน ตรวจจับ วิเคราะห์ และโต้ตอบต่อภัยคุกคามให้กับโรงพยาบาลเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินทางคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ด้านสาธารณสุขให้กับหน่วยงานด้านสาธารณสุขและโรงพยาบาลรัฐจำนวน 15 แห่ง และการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้มีความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์ให้กับหน่วยงานด้านสาธารณสุขอีกด้วย โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก นายแพทย์พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และนางสาวปิยธิดา ตันตระกูล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมงานเปิดอบรมในงานครั้งนี้ - [เนคเทค สวทช. โชว์ศักยภาพความก้าวหน้าเทคโนโลยีด้าน DATA “ปลดปล่อยพลังแห่งข้อมูล เพื่อคนไทย เพื่อประเทศไทย” ในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการ NECTEC-ACE 2023 นำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางด้านข้อมูล ภายใต้แนวคิด “"Data for Thai Data for All" เพื่อเชิญชวนภาครัฐ เอกชน ร่วมกันผลักดันให้เกิดระบบนิเวศของการแลกเปลี่ยนและใช้ข้อมูลร่วมกันในการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาของประชาชน ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ในทุกมิติ](https://www.uni.net.th/index.php/news/2726/) - กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค สวทช. ร่วมกับ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน ผนึกกำลังจัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการของเนคเทค ประจำปี 2566 หรือ NECTEC Annual Conference and Exhibitions 2023 (NECTEC–ACE 2023) ภายใต้แนวคิด “ฐานรากเทคโนโลยีก้าวไกล พัฒนาไทยก้าวหน้า” ที่มุ่งเน้นนำเสนอด้าน “Data for Thai Data for All” ในวันที่ 12 กันยายน 2566 ณ - [วช. หนุนนวัตกรรมช่วยสังคมปลอดภัยด้วยแอพพลิเคชั่น "BeBrave" แก้ปัญหาการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ในครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ตามโครงการวิจัย “การพัฒนาเครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการกระทำความผิดทางเพศในครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ” ของนักวิจัยจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล](https://www.uni.net.th/index.php/news/2707/) - วช. หนุนนวัตกรรมช่วยสังคมปลอดภัยด้วยแอพพลิเคชั่น “BeBrave” แก้ปัญหาการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ในครอบครัว โรงเรียน ชุมชน วันที่ 18 สิงหาคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ผู้ทรงคุณวุฒิจาก วช. ประกอบด้วย รศ.ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ประธานคณะผู้ตรวจสอบทางวิชาการฯ กลุ่มเรื่องสังคมไทยไร้ความรุนแรง ประจำปี 2566 รศ.ดร.สมถวิล ธนะโสภณ ผู้ตรวจสอบทางวิชาการฯ กลุ่มเรื่องสังคมไทยไร้ความรุนแรงประจำปี 2566 และ ศ.นพ.นิมิต เตชไกรชนะ ผู้ตรวจสอบทางวิชาการฯ กลุ่มเรื่องสังคมไทยไร้ความรุนแรงประจำปี 2566 ผ่านระบบ zoom meeting พร้อมด้วย กองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 2 กลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อเยี่ยมชมผลสำเร็จของการดำเนินงาน โครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาเครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการกระทำความผิดทางเพศในครอบครัว โรงเรียน - [มรภ.ลำปาง ทำ MOU ร่วมกับ AIS จัดหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์” และพัฒนาสื่อการสอนในรูปแบบดิจิทัล ยกระดับการศึกษายุคดิจิทัล สร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้หน้าที่พลเมืองดิจิทัล แก่บุคลากรและนักศึกษา](https://www.uni.net.th/index.php/news/2785/) - รศ.ดร.กิตติศักดิ์ สมุทธารักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พร้อมด้วย ผศ.ปรีชา โพธิ์แพง ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับนายอาทยา หยู่เย็น หัวหน้างานปฏิบัติการภูมิภาค – ภาคเหนือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัดดำเนินโครงการ การส่งเสริมการเรียนรู้หน้าที่พลเมืองดิจิทัล สำหรับครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษานักศึกษา และนักเรียน ภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ด้วยสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลหลักสูตร “อุ่นใจไซเบอร์” เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2566 ณ ห้องประชุมโอฬารฤทธิ์ ชั้น 10 อาคารโอฬารโรจน์หิรัญการร่วมลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมการเรียนรู้หน้าที่พลเมืองดิจิทัลผ่าน“หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์” ยกระดับการศึกษายุคดิจิทัล เสริมสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ ตั้งเป้าสร้างพลเมืองแก่ครู อาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และนักเรียนของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางเพื่อยกระดับดัชนีสุขภาวะดิจิทัล (Thailand Cyber Wellness Index) กลุ่มประชากรในพื้นที่จังหวัดลำปาง ให้อยู่ในระดับที่รู้เท่าทัน มีทักษะดิจิทัล สามารถใช้งานสื่อโซเชียลและเทคโนโลยีได้อย่างถูกต้องปลอดภัย และเหมาะสม ผ่านการนำหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสื่อการเรียนการสอนโดยเริ่มตั้งแต่ภาคการศึกษา 2566 เป็นต้นไปในการนี้ ผศ.ชัยวุฒิ - [พาณิชย์แท็กทีม 40 พันธมิตร อี-คอมเมิร์ ซชั้นนำ จัดงาน “มหกรรม Thailand e-Commerce Expo 2023” เสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่การค้าออนไลน์อย่างมืออาชีพ](https://www.uni.net.th/index.php/news/2812/) - กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลัง 40 แพลตฟอร์มพันธมิตรด้านอี-คอมเมิร์ซ จัดงาน “มหกรรม Thailand e-Commerce Expo 2023” ระหว่างวันที่ 26 – 27 สิงหาคม 2566 ณ สามย่านมิตรทาวน์ พร้อมยกทัพกูรูเสริมความรู้การค้าออนไลน์แก่ผู้ประกอบการไทย ยกระดับเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจฐานรากของไทย นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมมือกับ 40 พันธมิตรด้านอีคอมเมิร์ซชั้นนำจัดงาน “มหกรรม Thailand e-CommerceExpo 2023” มหกรรม e-Commerce ใหญ่ที่สุดของประเทศ ครบจบที่เดียว ระหว่างวันที่ 26 – 27 สิงหาคม 2566 ณ สามย่านมิตรทาวน์ เสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่การค้าออนไลน์อย่างมืออาชีพ และสร้างช่องทางจำหน่ายสินค้าให้กว้างขึ้น นอกจากนี้ยังรวบรวมสินค้าชุมชนที่มีคุณภาพจากทั่วประเทศมาให้เลือกซื้อในรูปแบบออนไลน์ พร้อมรับสิทธิพิเศษภายในงานอีกมากมาย“อีคอมเมิร์ซ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในปัจจุบันที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก โดยมีความเกี่ยวข้องกับ SMEs จำนวนมาก นอกจากนั้นยังตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์การค้าของโลกอีกด้วย” สำหรับผู้สนใจ และผู้ประกอบการรายใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบออนไลน์สามารถเข้าร่วมกิจกรรมแบ่งปันความรู้ - [อย.จับมือ ส.อ.ท.พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ ด้วยระบบบาร์โค้ดสองมิติตามมาตรฐานสากล GS1 เพื่อขับเคลื่อนยกระดับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพและคุ้มครองผู้บริโภค](https://www.uni.net.th/index.php/news/2885/) - อย. ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยสถาบันรหัสสากล (GS1 Thailand) พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพด้วยระบบรหัสบาร์โค้ดสองมิติตามมาตรฐานสากล GS1 เพื่อขับเคลื่อนยกระดับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ และคุ้มครองผู้บริโภคให้สามารถใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างปลอดภัย วันที่ 28 สิงหาคม 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับสถาบันรหัสสากล (GS1 Thailand) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อขับเคลื่อนการยกระดับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพร่วมกัน โดยร่วมมือกันส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในประเทศมีการใช้งานรหัสบาร์โค้ดตามมาตรฐานสากล GS1 บนผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และติดตามการกระจายของผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างเป็นระบบ นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการฯ อย. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา อย. และสถาบันรหัสสากล ได้ร่วมมือกันใช้มาตรฐานสากล GS1 ในหลายผลิตภัณฑ์ โดยในปี 2563 ได้มีการใช้กับผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ในประเทศไทย เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับและติดตามการกระจายในระดับรายชิ้นได้ตลอดห่วงโซ่อุปทานทั่วทั้งในประเทศและต่างประทศ รวมไปถึงในปี 2564 ได้จัดทำคู่มือเพื่อเป็นคำแนะนำเบื้องต้นในการใช้มาตรฐานสากล GS1 สำหรับใช้ติดตามการกระจายวัคซีนโควิด-19 และตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยของวัคซีน - [นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ฯ "มทร.สุวรรณภูมิ" ร่วมนำเสนอนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวทีระดับชาติ ในงาน 2nd RMUT-TRM Day จัดโดย สป.อว ร่วมกับ มทร. ทั้ง 9 แห่ง ภายใต้โครงการแพลตฟอร์มบริหารจัดการทรัพยากร ฯ มีงานวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 เรื่อง ถูกนำเสนอในงานคือ "การพัฒนาหุ่นจําลองทางการแพทย์สําหรับฝึกปฏิบัติการฉีดวัคซีน" และ "การพัฒนาซอฟต์แวร์และอุปกรณ์อ่านค่าอากัปกริยาเพื่อช่วยพยุงหลัง "](https://www.uni.net.th/index.php/mhesi-it-news/2965/) - วันที่ 2 ก.ย.2566 อาจารย์ ดร.เจษฎา จันทร์ผา คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชมงคลสุวรรณภูมิ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนที่สามารถถอดประกอบได้ด้วยนวัตกรรมแห่งงานหัตถศิลป์ (Technical Craft) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหัตถกรรมสิ่งทอเสื่อกก พร้อมด้วยทีมนักวิจัยในสังกัด ประกอบด้วย อาจารย์ ดร.อดุลย์ หาญวังม่วง รองคณบดีรับผิดชอบงานบริหารและพัฒนาระบบ อาจารย์ ดร.นฎาภัสส์ คุ้มกลาง รองคณบดีรับผิดชอบงานวิชาการและวิจัย อาจารย์ศิวัตม์ พลอินทร์ อาจารย์ทรงพัน โลกาวี ผู้ช่วยคณบดี อาจารย์ ดร.กล้าณรงค์ วงศ์พิทักษ์ ผู้ช่วยคณบดี ร่วมนำเสนองานวิจัยในงานมหกรรมนวัตกรรมการทำงานของกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลร่วมกับ ภาคประกอบการครั้งที่ 2 (2nd RMUT-TRM Day) ภายใต้โครงการแพลตฟอร์มบริหารจัดการทรัพยากร ผู้มีศักยภาพของกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เมื่อวันที่ 25–26 ก.ค.2566 ณ ห้องประชุมบอลรูม โรงแรม โนโวเทล ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จัดโดยความร่วมมือของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง ร่วมกับ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ - [“สอวช.” โชว์ความสำเร็จแพลตฟอร์มใหม่ “แพลตฟอร์ม STEMPlus” อบรมหลักสูตรพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง เดินหน้าสร้างคนรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไปแล้วกว่า 5 หมื่นคน](https://www.uni.net.th/index.php/mhesi-it-news/2974/) - วันที่ 4 กันยายน 2566 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และกรมสรรพากร จัดงาน “STEMPlus พัฒนาคน เสริมทัพอุตสาหกรรมไทย” ณ มิตรทาวน์ ฮอลล์ 1 ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพ ทั้งนี้ ภายในงานได้จัดให้มีการเสวนาเรื่อง “การพัฒนากำลังคนเพื่อสร้างความสามารถการแข่งขันด้วยวิทยาการขั้นสูง” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. และ สอวช. ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดทำหลักสูตรการจัดการศึกษาที่แตกต่างไปจากมาตรฐานการอุดมศึกษา (Higher Education Sandbox) หรือหลักสูตรแซนบ็อกซ์ เพื่อผลิตกำลังคนสมรรถนะสูง ดึงการลงทุนเข้ามาจากต่างประเทศ กว่า 1 - [เพจตำรวจไซเบอร์ ประกาศเตือนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต พบเว็บไซต์แจ้งความออนไลน์ปลอม โผล่ในผลเสิร์ช Google หน้าแรกเพียบ ระวังโดนหลอกซ้ำสอง](https://www.uni.net.th/index.php/it-news/3035/) - เว็บไซต์แจ้งความออนไลน์ปลอม โผล่ในผลค้นหาหน้าแรกของ Google ระวังโดนหลอกซ้ำสอง ซึ่งเกิดจากการที่มิจฉาชีพซื้อโฆษณา google AdWords โดยเพจตำรวจไซเบอร์ ประกาศเตือนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และผู้ที่ค้นหาบนเว็บไซต์ Google หลังพบลิงก์เว็บไซต์แจ้งความออนไลน์ปลอมบน Google จำนวนมาก โดยมิจฉาชีพใช้วิธีดักคำค้นกรณีโดนหลอกต่างๆ เพื่อหลอกเหยื่อที่ต้องการแจ้งความร้องทุกข์ออนไลน์ ให้เผลอกดเข้าลิงก์ปลอม และเว็บไซต์ปลอมนั้นจะหลอกลวงเหยื่ออีกครั้ง ตัวอย่างรายชื่อเว็บไซต์แจ้งความออนไลน์ปลอมทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่มาในรูปแบบลิงก์โฆษณา ได้รับสนับสนุน ซึ่งมาจากมิจฉาชีพจ่ายเงินซื้อโฆษณาทั้งหมดในหน้านี้ซึ่งก่อนหน้านี้ ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2566 ทีมงานไอที24ชั่วโมงเองก็เคยตรวจพบว่า มิจฉาชีพได้ซื้อคำค้น คำว่า “แจ้งความออนไลน์” มาแล้ว เพราะเมื่อพิมพ์ค้นด้วยคำว่า แจ้งความออนไลน์ บน google ก็จะปรากฏผลการค้นหาแบบได้รับการสนับสนุนอยู่ด้านบนสุด โดยผลเหล่านั้น ล้วนเป็นเวปแจ้งความออนไลน์ปลอมทั้งสิ้น แต่หลังจากที่เกิดกรณีของคุณตาล ประวีณมัย โดนแก๊งค์คอลเซนเตอร์ดูดเงินออกมาเป็นข่าวไม่กี่วัน ผลการค้นหาที่เกิดจากการซื้อโฆษณาในคำว่า “แจ้งความออนไลน์” และพาไปเวปแจ้งความออนไลน์ปลอมดังกล่าวนั้น ก็ได้หายไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม มิจฉาชีพก็ยังคงซื้อคำค้นคำอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการโดนหลอกต่างๆอยู่ ดังที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้ (ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2566) ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการแจ้งความคดีออนไลน์ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ https://thaipoliceonline.com/ - [NASA ทดลองใช้เลเซอร์สื่อสาร ส่งตรงจากสถานีอวกาศ ซึ่งสามารถส่งและรับข้อมูลจำนวนมากเพียงครั้งเดียว ผ่านแสงอินฟราเรด เพื่อใช้แทนสัญญาณวิทยุ](https://www.uni.net.th/index.php/it-news/3028/) - [รับส่งข้อมูลไวขึ้น] เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว ที่ NASA ได้นำสถานีอวกาศนานาชาติที่มีขนาดเท่าสนามฟุตบอลขึ้นโคจรรอบโลก เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการทำงานในอวกาศ พร้อมด้วยงานวิจัยทางชีววิทยา เทคโนโลยี การเกษตร และอีกมากมาย ล่าสุดได้มีการทดสอบเทคโนโลยีน่าสนใจอย่าง การสื่อสารด้วยเลเซอร์NASA ลองสาธิตการสื่อสารด้วยเลเซอร์จากสถานีอวกาศ ผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า Integrated LCRD Low Earth Orbit User Modem and Amplifier Terminal (ILLUMA-T) และ Laser Communications Relay Demonstration (LCRD)ระบบสื่อสารด้วยเลเซอร์ สามารถส่งและรับข้อมูลจำนวนมากเพียงครั้งเดียว (รูปภาพและวิดีโอ) ผ่านแสงอินฟราเรด หากสำเร็จ ก็จะช่วยให้เก็บข้อมูลกลับจากอวกาศได้ยืดหยุ่นและเป็นรวดเร็วมากขึ้น ทั้งยังใช้พลังงานน้อยกว่าเดิมด้วย โดยปัจจุบันยังอยู่ระหว่างทดสอบ ลองใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ[เมื่อ ILLUMA-T อยู่บนสถานีอวกาศ ทางสถานีจะสามารถส่งข้อมูลที่ความละเอียดสูงอย่างไฟล์รูปภาพและวิดีโอไปยัง LCRD ในอัตรา 1.2Gb/s] Matt Magsamen รองผู้จัดการโครงการของ ILLUMA-T กล่าว ด้วยความเร็วระดับนี้ สามารถส่งไฟล์ - [ข่าวอ้างอิงจาก Stackdiary แจ้งว่า Elon Musk เดินหน้าฝึกโมเดล AI เรียนรู้ข้อความจากแอป X แต่ใช้ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะแล้วเท่านั้น ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน](https://www.uni.net.th/index.php/it-news/3022/) - [ตามใจ Musk] เมื่อเร็ว ๆ นี้นโยบายความเป็นส่วนตัวของ Twitter หรือ X ถูกอัปเดตใหม่ โดยมีข้อหนึ่งระบุชัดเลยว่า บริษัทมีแผนจะรวบรวมข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ นำไปช่วยฝึก Machine Learning คาดเป็นเบื้องหลัง AI ตัวใหม่ที่ Elon Musk กำลังพัฒนาAlex Ivanovs พัฒนาซอฟต์แวร์มากประสบการณ์กว่า 15 ปี ได้ออกมาเผยผ่าน Stackdiary ว่า X มีนโยบายความเป็นส่วนตัวใหม่ โดยข้อหนึ่งระบุเลยว่า ทางแพลตฟอร์มกำลังรวบรวมรายละเอียดไบโอเมตริกซ์ รวมถึงข้อมูลการงานและการศึกษาจากผู้ใช้ เพื่อนำไปพัฒนา AI ของตัวเอง (คาดว่าเป็น xAI) พร้อมกล่าวด้วยว่า นี่คือแหล่งข้อมูลทางเทคนิคที่มีเพียง Elon Musk เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับข้อมูลที่ถูกเก็บรวบรวมไปนั้น Elon Musk จะเก็บเฉพาะข้อมูลที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเท่านั้น ไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนตัว หรือข้อความที่ส่งหากันของผู้ใช้แต่อย่างใด ส่วน xAI หรือ TruthGPT แชทบอทเน้นคุยเรื่องจักรวาล เล็งแข่งขันกับ ChatGPT ของ - [ข่าวสารอ้างอิงจาก asia.nikkei ญี่ปุ่นเริ่มขาดแคลนวิศวกรไอที เตรียมดึงตัวจากทั่วโลก ปรับระบบรับเข้าทำงานในประเทศง่ายขึ้นกว่าเดิม](https://www.uni.net.th/index.php/it-news/3015/) - ญี่ปุ่นประกาศเปิดรับวิศวกรไอที อนุมัติให้ทำงานในประเทศง่ายขึ้นกว่าเดิมอาชีพวิศวกรด้านไอที เป็นอาชีพที่ปัจจุบันปลายประเทศขาดแคลนและต้องการตัวสูง ญี่ปุ่นเลยเปิดโอกาสให้คนที่สนใจได้มาทำงานง่ายขึ้นด้วยการลดเวลาในการเช็คเอกสารเรื่องที่อยู่อาศัยให้ผ่านง่ายขึ้นเริ่มตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงเป็นต้นไปซึ่งเป็นกระบวนการที่ในปัจจุบันอาจใช้เวลานานถึงสามเดือน แต่รัฐบาลท้องถิ่นเผยว่าจะเร่งการตรวจสอบให้เร็วที่สุด โดยผู้สมัครจะได้รับสถานะการอยู่อาศัยได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนสำหรับบริษัทขนาดกลางและเล็ก สตาร์ทอัพ และบริษัทที่ไม่เคยจ้างชาวต่างชาติมาก่อน จะใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือน ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบบริษัทโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติตกงานเนื่องจากการล้มละลายวิศวกรชาวต่างชาติจำเป็นต้องได้รับสถานะการพำนักก่อนเข้าประเทศญี่ปุ่น และต้องส่งข้อมูลไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติเกี่ยวกับนายจ้าง ประสบการณ์การทำงาน และทักษะทางวิชาชีพจากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่น ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะถึง 3,070,000 คนภายในสิ้นปี 2565รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังจะจัดทำโครงร่างของกรอบการทำงานใหม่นี้สำหรับเขตพิเศษทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศขณะเมืองหลักอย่างฟุกุโอกะกำลังวางแผนที่จะลดขั้นตอนการตรวจสอบสำหรับวิศวกรชาวต่างชาติที่ทำงานในภาคไอที และคาดว่าจะเป็นหนึ่งในเขตเทศบาลแรก ๆ ที่ใช้ระบบใหม่ที่มา : asia.nikkei - [ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ กสทช. สั่งเครือข่ายมือถือ คุ้มครองข้อมูลผู้ใช้บริการอย่างเคร่งครัด รวมถึงเสรีภาพในการสื่อสารถึงกัน โดยคุมเข้มสกัดกั้นการโทรจาก "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" นอกประเทศ](https://www.uni.net.th/index.php/announcement/3007/) - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคม เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม เนื่องจากปัจจุบัน มีการล่วงละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารเป็นจำนวนมาก จนสร้างความเดือดร้อน รำคาญ ความเสียหาย และกระทบต่อสิทธิเสรีภาพ หรือความเสมอภาคของประชาชน และผู้ใช้บริการโทรคมนาคม ประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการประกอบกิจการ ของผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ที่มีลักษณะหลอมรวม ข้ามประเภทกิจการ ทำให้การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล อันเป็นการล่วงละเมิดดังกล่าว ทำได้โดยง่าย สะดวก และรวดเร็ว ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยรวม และเพื่อให้กลไกการคุ้มครองสิทธิ ของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมดังกล่าว สามารถดำเนินการไปพร้อมกับการใช้ประโยชน์ จากข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เพื่อประโยชน์ในการดำเนิน กิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์อื่น นอกเหนือจากการดำเนินกิจการโทรคมนาคม หรือเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ ให้มีความทันสมัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในการก้าวสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล รองรับการพัฒนาทางเทคโนโลยี และการหลอมรวมของธุรกิจดิจิทัล ในการให้บริการประชาชน กสทช. อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 - [GISTDA เปิดตัว AIP นวัตกรรมอัจฉริยะเชิงพื้นที่สำหรับผู้กำหนดนโยบาย ใช้เป็นเครื่องมือนำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์และประมวลผลสำหรับการแก้ปัญหาในพื้นที่](https://www.uni.net.th/index.php/mhesi-it-news/2996/) - 5 กันยายน 2566 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จัดงานสัมมนา “Empowering Policy Makers with Spatial intelligence” เปิดตัวนวัตกรรม AIP ซึ่งเป็นเครื่องมือใหม่ที่จะมาช่วยสนับสนุนผู้กำหนดนโยบายในทุกระดับเพื่อนำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์และประมวลผลสำหรับการแก้ปัญหาในพื้นที่ โดยงานจัดขึ้น ณ CDC Crystal Grand Ballroom กรุงเทพฯ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า นวัตกรรม AIP พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการระบบดาวเทียมสำรวจเพื่อการพัฒนา THEOS-2 โดยมีพื้นที่นำร่อง 2 พื้นที่ คือ EEC และจังหวัดน่าน ซึ่ง AIP ไม่ได้เป็นเพียงระบบแสดงข้อมูลแผนที่ แต่เป็น Platform ในการประยุกต์ใช้ข้อมูลดาวเทียม ข้อมูลภูมิสารสนเทศ ตลอดจนเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อสนับสนุนผู้กำหนดนโยบาย และหน่วยปฏิบัติในการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ในด้านต่างๆที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะด้านการเกษตร - [GPT-4 ปัญญาประดิษฐ์เปลี่ยนโลกมาถึงแล้ว](https://www.uni.net.th/index.php/article/2951/) - ประเด็นใหญ่ที่สุดที่แทบทุกคนในวงการเทคโนโลยีกำลังตั้งตัวตั้งสติรับมือในระยะนี้ ไม่มีอะไรจะเกินกว่าการเปิดตัวของ GPT-4เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2566 โดยบริษัท OpenAI https://openai.com/product/gpt-4 ซึ่ง GPT-4 คือเครื่องมือสมองกลสารพัดประโยชน์ ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม ด้วยความรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การปฏิวัติของปัญญาประดิษฐ์ครั้งนี้ เป็นสิ่งซึ่งเราอาจเข้าใจยากในระยะแรก หรือบางท่านอาจจะไม่ได้ยินเรื่องนี้เลย และอาจคิดว่าเป็นเรื่องการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง และเดี๋ยวก็คงผ่านไปเมื่อมีของเล่นใหม่ออกมาล่อใจอีก อีกทั้งคงจะไม่เกี่ยวข้องหรือกระทบกระเทือนกับการกินอยู่ของเรา แต่ผมขอเชิญชวนให้ท่านผู้อ่านให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะนี่คือการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ที่สุดของมนุษย์โลก เราทุกคนไม่มีทางเลี่ยง และต้องเตรียมตัวเตรียมใจปรับตัว พร้อมรับมือกับโลกใหม่ พฤติกรรมใหม่ของมนุษย์ ไม่มีโอกาสย้อนกลับไปในอดีตอีก และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้จะเกินกว่าจินตนาการของเราGPT-4 และสมองกลของอีกหลายบริษัท ที่กำลังพัฒนาและทดลองในสนามจริงกับผู้บริโภคบางส่วนในระยะนี้ มีความสามารถในการคำนวณ ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัยและจัดข้อมูลเป็นคำตอบแบบเขียนเป็นรายงาน เขียนโค้ดซอฟต์แวร์ บันทึกเสียง หรือวิดีโอ โดยสมบูรณ์ ด้วยสมรรถนะที่เกือบเท่ามนุษย์ และในบางกรณีทำได้ดีและเก่งกว่ามนุษย์ ปัญญาประดิษฐ์ระดับนี้กำลังสร้างความประหลาดใจให้ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย เพราะขีดความสามารถของการเรียนรู้และปรับปรุงตัวเพิ่มทวีคูณโดยปริมาณของข้อมูล ความละเอียดลึกซึ้งซับซ้อน และวิธีการประมวลความคิดเพื่อสรุปคำตอบนั้น มหัศจรรย์เกินกว่าที่เราเคยผ่านมาก่อน และยังไม่รู้ว่าจะพัฒนาไปไกลอีกแค่ไหนระบบของปัญญาประดิษฐ์แบบ GPT-4นี้ แตกต่างจากคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือสื่อสารที่เราใช้อยู่ปัจจุบัน ซึ่งทำตามคำสั่งของเรานั้น แต่ GPT-4 มีระดับมันสมองที่สามารถสื่อสารตอบโต้กับเรา และพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะเจาะจงที่ตัวเรา จะเรียนรู้และจำว่าเราชอบอะไร และเดาว่าต่อไปเราจะคิดอย่างไร สรุปคือในที่สุดก็จะรู้จักเราดีกว่าเรารู้จักตนเอง พัฒนาไปพร้อมกับเรา และจะแซงเราไปในที่สุดGPT-4 กำลังรวบรวมข้อมูลที่มีอยู่ในโลกดิจิตัลในปัจจุบันเข้าระบบ - [OpenThai และ อลิสา ChatGPT ฝีมือคนไทย - ทักษะอินเตอร์](https://www.uni.net.th/index.php/it-news/2944/) - ชวนรู้จัก OpenThai GPT และ อลิสา (Alisa) โมเดลแชตบอตที่มีฐานข้อมูลเป็นภาษาไทย ตอบคำถามภาษาไทยได้แม่นยำ เทคโนโลยีพร้อมใช้ทักษะระดับอินเตอร์OpenThai GPT และอลิสา (Alisa) โมเดลแชตบอตสัญชาติไทย ขับเคลื่อนวงการเอไอผู้สร้าง (Generative AI) นำปัญญาประดิษฐ์เข้ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันตลอดจนนำไปใช้งานในอุตสาหกรรม ขณะที่สถิติและแนวโน้มด้านอุตสาหกรรมเอไอของ Forbes คาดว่าตลาดด้านเอไอโดยรวมจะสูงถึง 407 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2570 OpenThaiGPT เป็นความร่วมมือของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับ สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) และหน่วยงานเครือข่ายพันธมิตรมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแชตบอตที่สามารถพูดและใช้ฐานข้อมูลที่มีภาษาไทยเป็นตัวหลักได้เหนือกว่า ChatGPT GPT สัญชาติไทยชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่า OpenThai ที่พัฒนาใช้โมเดลแบบเดียวกับ chatGPT โดยอยู่ในระดับ ver. 1.0.0 ขณะนี้เปิดให้ทุกคนใช้ได้โดยเสรี ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด รวมทั้งเปิดให้ธุรกิจและนักพัฒนาสามารถนำไปใช้ต่อยอดในเชิงพาณิชย์ นำไปปรับปรุงต่อยอด (Finetuning) เพื่อสร้างการใช้งานหรือ Service ใหม่ๆ ได้ตัวอย่างการนำไปใช้งาน อาทิ นำไปเรียนรู้ข้อมูลเพิ่มแล้วใช้ภายในองค์กรเป็นพนักงานผู้ช่วย - [สกสว.จัดเวทีถก “ปัญญาประดิษฐ์” จุดเปลี่ยนหรือจุดจบของมนุษยชาติ](https://www.uni.net.th/index.php/mhesi-it-news/2935/) - สกสว.เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองด้านปัญญาประดิษฐ์ในหลากหลายมิติ ชี้ไทยมีแนวโน้มการเติบโตมากขึ้นอย่างต่อเนื่องและพร้อมที่จะพัฒนา แต่ต้องเรียนรู้ให้ไวและไม่หยุดเรียนรู้ หยิบฉวยเทคโนโลยีมาใช้หรือสร้างโมเดลเฉพาะกิจของไทยเอง ตอบโจทย์แต่ละด้านอย่างเหมาะสม รศ.ดร.คมกฤต เล็กสกุล ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจการพัฒนาระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ด้านกำลังคนและสถาบันความรู้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการ “AI จุดเปลี่ยน หรือจุดจบของมนุษยชาติ” ณ พารากอน ซีนีเพล็กซ์เพื่อค้นหาคำตอบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในมิติที่หลากหลาย เพื่อเตรียมพร้อมรับผลกระทบและใช้ประโยชน์จาก AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจและประชาสัมพันธ์บทบาทของกองทุน ววน. ในการพัฒนาศักยภาพกำลังคนด้าน AI ของประเทศ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต จากข้อกังวลว่าในอนาคตมนุษย์จะถูกแทนที่ด้วย AI หรือไม่ ประเทศไทยจะปรับตัวและเตรียมความพร้อมของกำลังคนและความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีของตนเองได้อย่างไร ผลการดำเนินงานในปี 2563-2565 มีการใช้งบประมาณพัฒนากำลังคนกว่า 400 ล้านบาท/ปี คิดเป็นร้อยละ 3.5 ของกองทุน ววน. โดย AI ไทยได้สร้างกระแสความสนใจ ความรู้และความเข้าใจเบื้องต้นแก่คนทั่วไปมี AI@Shool ที่พัฒนาเครื่องมือสอน AI พัฒนานวัตกรรม วิศวกร นักวิจัย วิสาหกิจเริ่มต้นด้าน - [Facebook, Instagram จะนำข้อมูลการใช้งานของเราจากแหล่งต่าง ๆ ไปฝึก AI ถ้าไม่ให้ทำต้องกรอกฟอร์ม](https://www.uni.net.th/index.php/it-news/2928/) - ข่าวดีสำหรับผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ในเครือ Meta เช่น Facebook, Instagram และ Threads คือบริษัทหลักจะนำข้อมูลการใช้งานของเราไปเทรน AI โดย Meta จะนำข้อมูลการใช้งานของเราจากแหล่งต่าง ๆ ไปฝึก AI ด้วยโดยปกติ การใช้ผลิตภัณฑ์ในเครือ Meta อย่าง Facebook หรือ Instagram นั้น ข้อมูลการใช้งานของเราก็ตกเป็นของ Meta อยู่แล้ว ซึ่ง Meta สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปฝึก AI ของตัวเองได้ แต่สำหรับเคสนี้ไม่ได้อยู่แค่ใน Meta เท่านั้นปัจจุบัน Meta มีการใช้ข้อมูลของเราจาก Third Party หรือหน่วยงานอื่น ๆ ทั่วโลก และนำข้อมูลเหล่านั้นมาสอน Generative AI โดยไม่แจ้งเราก่อน ซึ่งการใช้ข้อมูลในลักษณะนี้เรียกว่า opt-in by default คือถ้าไม่เข้าไปกรอกแบบฟอร์มไม่ยินยอมจะถือว่าเป็นการอนุญาตให้พี่มาร์กนำข้อมูลจากแหล่งอื่นเพื่อไปใช้เทรน AI ได้นั่นเองกรณีที่เราต้องการปฏิเสธการนำข้อมูลส่วนตัวของเราไปใช้ต่อ จะต้องกรอกแบบฟอร์มของ Meta เท่านั้น - [GISTDA และกรมอนามัย ส่งเสริมการใช้งาน Application “Life Dee” ต่อเนื่อง](https://www.uni.net.th/index.php/uninet-news/2913/) - วันที่ 29 สิงหาคม 2566 GISTDA และกรมอนามัย ร่วมกันส่งเสริมการใช้งาน Application “Life Dee” ซึ่งเป็น Application เพื่อสุขภาพ และมีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย อย่างต่อเนื่องซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2/2566 ณ ห้อง Ballroom 1 โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีท ศรีราชา แหลมฉบัง ชลบุรี โดยมีนายสันติ ศิริตันหยง รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง เป็นประธานในพิธีเปิด และมีผู้เข้าร่วมอบรมจาก สาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าที่เทศบาลนครแหลมฉบัง และ อสม. เข้าร่วมอบรมการใช้งานในครั้งนี้ Application “Life Dee” เป็นการแจ้งเตือนมลพิษของแต่ละพื้นที่เช่น ค่าฝุ่น PM2.5 จากข้อมูลดาวเทียม ค่าคุณภาพอากาศ AQI และ PM10 จากสถานีตรวจวัดภาคพื้นดินของกรมควบคุมมลพิษ/ ข้อมูลสภาพอากาศที่แสดงข้อมูลฝนและอุณหภูมิ ณ ตำแหน่งปัจจุบันของผู้ใช้ของกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อให้ผู้ใช้สามารถวางแผนกิจกรรมประจำวันได้อย่างเหมาะสม/ แผนที่สถานบริการสุขภาพผ่าน - [สธ.- สกมช. เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ คุ้มครองข้อมูลสุขภาพผู้รับบริการ](https://www.uni.net.th/index.php/article/2840/) - กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เดินหน้าพัฒนาบุคลากรในการป้องกันและตอบโต้ภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มครองความปลอดภัยข้อมูลสุขภาพของผู้รับบริการ เพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน วันนี้ (28 สิงหาคม 2566) ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายจาก นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมพิธีเปิดการอบรมการจัดการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคงและปลอดภัยไซเบอร์ (Security Operation Center : SOC) ภายใต้โครงการสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ สำหรับหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) ด้านสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ โดยมี พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เป็นประธานในพิธี นายแพทย์พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขกำลังขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัลที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ซึ่งสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ จึงเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ทั้งข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วย การให้บริการและการรักษา เป็นต้น - [สดช. เปิดเผยการสำรวจ Thailand Digital Outlook ปีที่ 5 เผยตัวเลขการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ](https://www.uni.net.th/index.php/article/2822/) - วันที่ 28 สิงหาคม 2566 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาโครงการศึกษา Thailand Digital Outlook ประจำปี พ.ศ.2566 โดยมี นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วม ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยผลการสำรวจพบว่า ความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในครัวเรือนลดลงอย่างต่อเนื่อง คนไทยมีการทำกิจกรรมดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้น โดยเป้าหมายต่อไปในการขับเคลื่อนและพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ต้องเพิ่มความเท่าเทียม (Digital Inclusion) ให้กับประชาชนทุกกลุ่มเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต อีกทั้งส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดย่อยและขนาดย่อม ในการนำข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มมูลค่า แก่ธุรกิจ และภาครัฐจะต้องปรับเปลี่ยนสู่รัฐบาลดิจิทัล ซึ่งสามารถนำตัวชี้วัด และแนวนโยบายการพัฒนาดิจิทัลของประเทศจาก Thailand Digital Outlook ไปปฏิบัติและร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศไทยในอนาคตให้ทัดเทียมได้เทียบเท่ากับนานาประเทศ ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า การสัมมนาในวันนี้ เป็นการดำเนินงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เป็นผู้รับผิดชอบหลัก และได้ดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงฯ ได้แก่ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ - [สดช. จัดกิจกรรมเพิ่มพูนทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และอบรมหลักสูตรการใช้อุปกรณ์อัจฉริยะสำหรับประชุมทางไกล](https://www.uni.net.th/index.php/article/2799/) - วันที่ 25 สิงหาคม 2566 นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน “ความร่วมมือในการเพิ่มพูนทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการฝึกอบรมหลักสูตรการใช้อุปกรณ์อัจฉริยะสำหรับประชุมทางไกล” ให้แก่ผู้ดูแลศูนย์ดิจิทัลชุมชน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และผู้บริหารเครือข่ายความร่วมมือสนับสนุนศูนย์ดิจิทัลชุมชน โดยมี นางสาวรัตนา จรูญศักดิ์สิทธิ์ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อสังคม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าร่วม ณ โรงแรมเซ็นทรา แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ศูนย์ดิจิทัลชุมชน เป็นการขยายบริการอินเทอร์เน็ตสู่ท้องถิ่น ช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้ประชาชนเข้าถึงข่าวสาร สารสนเทศ และบริการภาครัฐเพิ่มขึ้น โดยมีพื้นที่ดำเนินการตามเป้าหมายเป็นสถานศึกษา 1,722 ศูนย์ ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยสถานศึกษาตามกลุ่มเป้าหมายของโครงการจะได้รับสนับสนุนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ อาทิ อุปกรณ์และครุภัณฑ์สำหรับการเรียนรู้ เครื่องคอมพิวเตอร์ All in one พร้อมระบบปฏิบัติการ สิ่งอำนวยความสะดวกด้าน - [วช. จัดเวทีประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น ให้นักวิจัยและนักประดิษฐ์ แสดงฝีมือในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ เพื่อขอรับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ปี 67](https://www.uni.net.th/index.php/article/2757/) - สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดประกวด “ผลงานประดิษฐ์คิดค้น” เพื่อขอรับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงานฯ ในวันที่ 24 สิงหาคม 2566 ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ชั้น 2 อาคาร วช. 1 เพื่อเป็นเวทีให้นักประดิษฐ์ นักวิจัย และเยาวชนนำเสนอผลงานต่อสาธารณชน โดยมีผลงานประดิษฐ์และนวัตกรรมใหม่ เข้าร่วมประกวดกว่า 100 ผลงาน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มีภารกิจสำคัญที่มุ่งส่งเสริม สร้างแรงจูงใจและช่วยผลักดันการพัฒนาศักยภาพของนักประดิษฐ์ไทยให้สามารถพัฒนาผลงาน กระบวนการหรือนวัตกรรมที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ ซึ่งกิจกรรม “งานประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น” เป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาให้รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ซึ่งรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ได้แบ่งรางวัลออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้นซึ่งการประกวดในครั้งนี้ เป็นส่วนของรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น - [ไอคิวทะลุฟ้า - ‘SignSense’ คว้าแชมป์ แปลงภาษามือและเสียง](https://www.uni.net.th/index.php/article/2747/) - นักศึกษาทีม “Easy Easy” จากการรวมตัวของหลายสถาบัน สร้างผลงาน “SignSense” ใช้ AI แปลงภาษามือเป็นเสียงและแปลงเสียงเป็นภาษามือ คว้ารางวัลชนะเลิศในการแข่งขัน Moral Hackathon 2023 จัดขึ้นภายใต้โจทย์ “Moral Move” เเรงขับเคลื่อนแห่งสังคมคุณธรรม จัดโดยศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) รับเงินรางวัลมูลค่า 1 แสนบาท การแข่งขันครั้งนี้มีทีมจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศรวม 14 ทีมเข้าร่วมแข่งขัน โดยทีม “Easy Easy” ซึ่งคว้าแชมป์ไปครอง ประกอบด้วย น.ส.ชาคริยา จันทรคามิ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายปริภัทร์ มะลีแก้ว นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ นายเมฆินทร์ วงศ์ศรีลา นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดทำ ผลงานชื่อ “SignSense” นวัตกรรมที่ช่วยเชื่อมโลกของคนหูดีและคนหูหนวกเข้าด้วยกันผ่านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีส่วนช่วยในการสื่อสาร นวัตกรรมนี้จึงช่วยสื่อสารระหว่างผู้พิการในการได้ยินและคนหูดี ช่วยเชื่อมโลกสองใบเข้าด้วยกัน - [ปลัด สธ. หนุนบุคลากร IT พัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล ระยะเร่งด่วน](https://www.uni.net.th/index.php/announcement/2732/) - ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดการอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรรองรับการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล มุ่งเสริมสร้างธรรมาภิบาล พัฒนากฎหมายและจริยธรรม แพลตฟอร์มระดับชาติ โครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัยไซเบอร์ ส่งเสริมนวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์ และเตรียมพร้อมบุคลากรรับการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน วันนี้ (21 สิงหาคม 2566) ที่ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดการอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อรองรับการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล (Convergence Workshop on Digital Health System Development) ปี พ.ศ. 2566 พร้อมบรรยายพิเศษ “การยกระดับบริการสุขภาพด้วยดิจิทัล เพื่อคนไทยสุขภาพดี” ว่า ปัจจุบันประชาชนเข้าถึงระบบดิจิทัลและใช้อุปกรณ์ดิจิทัลในด้านสุขภาพมากขึ้น โดยพบว่ามีการใช้ smart watch เพิ่มขึ้น 22.2% ขณะเดียวกันก็มีความคาดหวังต่อระบบบริการภาครัฐเพิ่มขึ้น การยกระดับบริการสุขภาพด้วยดิจิทัล จึงเป็นประเด็นท้าทายสำคัญของการพัฒนาระบบสาธารณสุขไทย ซึ่งต้องดำเนินการภายใต้ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้บริการของประชาชน ทั้งนี้ จากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าประชาชนมีความพึงพอใจแอปพลิเคชั่นหมอพร้อมมากที่สุด 3.38 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 อีกทั้งมีการจัดบริการการแพทย์ออนไลน์ใน - [AI อ่านใจมนุษย์ ทำได้แม่นยำเกิน 85%](https://www.uni.net.th/index.php/article/2648/) - นักวิจัยในสิงค์โปร์ค้นพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตัวใหม่จะสามารถทำการอ่านใจของมนุษย์ได้ ทำให้การพัฒนาใหม่นี้ทำให้เกิดความกังวล เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ AI จะเข้ามาควบคุมความคิดของเราการศึกษาดังกล่าวเกิดขึ้นในสิงค์โปรเพื่อดูว่า อัลกอริทึมของ AI สามารถทำนายความคิดของแต่ละคนตามการทำงานของสมองได้หรือไม่ โดยผู้เข้าร่วมการทดสอบ จะถูกติดเครื่องสแกนสมอง functional magnetic resonance imaging (fMRI) ซึ่งจะวัดการทำงานของสมองระหว่างที่ถูกถามคำถามหลาย ๆจากนั้น ใช้ข้อมูลดังกล่าวนำไปให้ AI เรียนรู้ ผลการศึกษามีแนวโน้มที่ดี อัลกอริทึม AI สามารถคาดการณ์การตอบคำถามของผู้เข้าร่วมได้อย่างแม่นยำโดยมีอัตราความสำเร็จตั้งแต่ 70% ถึง 85% ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคำถามที่ถามการวิจัยนี้มีนัยสำคัญนะ เพราะหาก AI สามารถอ่านความคิดของเราได้ มันจะเปิดโอกาสมากมายสำหรับการใช้งานทั้งที่เป็นประโยชน์และโทษ โดยในแง่หนึ่ง AI อาจช่วยบุคคลที่มีปัญหาด้านการสื่อสารได้ด้วยการถอดรหัสความคิดและแปลเป็นคำพูดหรือข้อความในทางกลับกัน มันอาจสร้างความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว การจัดการกับความคิดและความเชื่อของเรา ซึ่งทำอาจทำให้เกิดการคัดแยกกลุ่มคนตามความคิด อย่างที่ในอดีต ที่มี AI คัดกรองคนที่มีความเห็นต่าง ทางการเมือง.. - [โดนหลอกออนไลน์ คนไทยตกเป็นเหยื่อ 60 คนต่อวัน สูญเงินนับล้าน](https://www.uni.net.th/index.php/article/2642/) - ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – วันที่ 7 สิงหาคม 2566 พบว่า คนไทยตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพมากถึง 87,794 ราย โดยพบว่าเป็นบุคคลที่เป็นแม่ในกลุ่มผู้หญิงวัยทำงานตอนปลาย จนถึงวัยสูงอายุ ซึ่งโดนมิจฉาชีพหลอกลวงมากถึง 9,497 คน ภายในเวลาเพียง 160 วัน หรือคิดเป็นประมาณ 60 คนต่อวันที่น่ากลัวที่สุดคือ บางรายถูกหลอกจนสูญเงินกว่า 100 ล้านบาท โดย 5 กลการหลอกหลวงที่ได้รับการแจ้งความมากที่สุด ได้แก่1. หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ2. หลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์3. หลอกลวง เป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน4. กระทำต่อระบบหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยผิดกฎหมาย หรือ แฮก5. หลอกลวงให้โอนเงิน เพื่อทำงานหารายได้ (ที่เรามักจะเห็นการรับสมัครงานบน Facebook บ่อย ๆ )แม้จะมีระบบป้องกันที่ดี แต่มิจฉาชีพก็ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นและนำข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อมาใช้หลอกได้อย่างแนบเนียนมากขึ้น และยังมีอีกหลายคนที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการรับเบอร์แปลกได้เบื้องต้น หากแม่เราอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ และคาดว่าจะรู้ไม่ทันพี่มิจ เราสามารถคัดกรองเบอร์โทรศัพท์ที่โทรเข้ามาโดยการโหลดแอป Whocall มาติดตั้งในเครื่องไว้ได้ เพื่อป้องกันและทำให้คัดกรองสายที่โทรเข้ามาจากมิจฉาชีพ วิธีต่อมาคือไม่เปิดข้อความและลิงก์ปลอมที่ส่งมาจากเบอร์แปลก ๆ - [สวทช.หนุนระบบ A-MED Care Pharma รับยาที่ร้านยาคุณภาพ แก้วิกฤติโรงพยาบาลแออัด รับยาที่ ‘ร้านยาคุณภาพ’](https://www.uni.net.th/index.php/article/2631/) - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) อาคารโยธีนำโดย ดร.กิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มแพลตฟอร์มบริการทางการแพทย์ดิจิทัล (Digital Healthcare Platform) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วยทีมวิจัย A-MED สวทช. และ ภญ.เพ็ญทิพา แก้วเกตุทอง ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองร้านยาคุณภาพ สภาเภสัชกรรม เปิดสัมภาษณ์พิเศษในกิจกรรม NSTDA Meets the Press เรื่อง ระบบ A-MED Care Pharma บริการ ‘เชื่อมร้านยา ดูแล 16 อาการ’ แพลตฟอร์มดี ๆ เพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการสาธารณสุขทั่วไทย โดยเทคโนโลยี A-MED Care แพลตฟอร์มหลังบ้านในการบริหารจัดการ การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิบัตรทอง เพื่อสนับสนุนการทำงานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสภาเภสัชกรรม หนึ่งในบริการของแพลตฟอร์มบริการทางการแพทย์ดิจิทัล ซึ่งเป็น Core Business ของ สวทช. โดยมุ่งเป้าใช้นวัตกรรมแก้ไขปัญหาเรื่องความแออัดของหน่วยบริการสาธารณสุข ช่วยประชาชนเข้าถึงการรักษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ดร.กิตติ วงศ์ถาวราวัฒน์ - [10 เทรนด์เทคโนโลยีที่ธุรกิจต้องเตรียมตัวให้พร้อมในปี 2023](https://www.uni.net.th/index.php/article/2623/) - ในปี 2023 นี้เทคโนโลยียังคงมีบทบาทสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจในโลกยุคดิจิทัลในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับประสบการณ์การให้บริการลูกค้าได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังตอบโจทย์การทำธุรกิจที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมกับสอดคล้องกับพฤติกรรมของการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบันที่สามารถทำทุกอย่างได้ผ่านจากสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว แล้วในอีก 12 เดือนข้างหน้านี้เทคโนโลยีอะไรบ้างที่จะเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญให้กับธุรกิจ และเทคโนโลยีไหนที่จะได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจมากขึ้น รวมถึงมีเทรนด์อะไรบ้างที่ผู้นำทางธุรกิจต้องเตรียมตัวให้พร้อม วันนี้ AIGEN ได้สรุป 10 เทรนด์เทคโนโลยีที่ธุรกิจต้องจับตามองที่ทาง Bernard Marr ที่ปรึกษาธุรกิจชื่อดังของโลกที่เขียนไว้ในรายงานของ Forbes มาให้ธุรกิจได้อ่านเพื่อเป็นแนวทางให้กับธุรกิจได้นำไปปรับใช้ 10 เทรนด์เทคโนโลยีที่ธุรกิจต้องจับตามองในปี 20231. การนำ AI ไปใช้ในทุกที่ในปี 2023 เทคโนโลยี AI จะกลายเป็นเรื่องที่จับต้องได้ภายในองค์กร โดย AI แบบ No-code เพียงแค่ลาก และวาง จะช่วยทำให้ธุรกิจใช้ประโยชน์จากความสามารถของ AI ในการสร้างสินค้าและบริการอัจฉริยะได้เป็นอย่างดีเราได้เห็นเทรนด์นี้ในธุรกิจค้าปลีกกันแล้ว บริษัท Stitch fix บริษัทสไตล์ลิสออกแบบเสื้อผ้าแบบรายบุคคลได้นำอัลกอริทึม AI มาใช้ในการแนะนำเสื้อผ้าให้กับลูกค้าตามสไตล์ และไซส์ของลูกค้าโดยการช้อปปิ้ง และการจัดส่งแบบไร้สัมผัส และอิสระจะเป็นเทรนด์ที่มาแรงในปี 2023 นี้ และด้วยเทคโนโลยี AI ทำให้ลูกค้าสามารถจ่าย - [พม. ดัน สร้างอาชีพใหม่ให้คนพิการ ในยุคดิจิทัล How to การเป็นนักสร้าง Content Creator อย่างมืออาชีพ](https://www.uni.net.th/index.php/announcement/2608/) - วันที่ 16 สิงหาคม 2566 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร นางสาวสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างอาชีพใหม่ สำหรับคนพิการและผู้ดูแลคนพิการบนเส้นทางที่ใช่ในยุคดิจิทัล How to การเป็นนักสร้างคอนเทนต์ (Content Creator) อย่างมืออาชีพ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ได้ส่งเสริมทักษะองค์ความรู้ที่จำเป็นให้กับคนพิการ และผู้ดูแลคนพิการ เพื่อให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน จึงได้กำหนดแผนการขับเคลื่อน Upskill/Reskill ให้กับคนพิการ เพื่อมุ่งเน้นให้คนพิการและผู้ดูแลคนพิการ สามารถประกอบอาชีพได้จริง ด้วยการสร้างโอกาส สร้างอาชีพให้คนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ทางด้านทักษะการทำงานด้านดิจิทัล แต่ยังขาดเทคนิคในการสร้างสรรค์สื่อออนไลน์ให้มีความน่าสนใจ ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ จึงจัดการอบรมดังกล่าวเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจทักษะงานด้านบริการ สื่อออนไลน์ ตลอดจนเทคนิค และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสามารถต่อยอดสู่อาชีพบริการด้านสื่อออนไลน์ได้โดยประชาสัมพันธ์ โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย 1) การบรรยาย ในหัวข้อ ทำความรู้จักอาชีพใหม่ (Content Creator), Content Inspiration - [Account ในระบบคลาวด์ มากกว่าครึ่ง เสี่ยงถูกแฮก](https://www.uni.net.th/index.php/article/2566/) - ปัจจุบัน มีการใช้งานระบบคลาวด์ (Cloud) กันอย่างแพร่หลายในทั่วทุกมุมโลก ส่งผลให้เกิดปัญหาการคุกคามทางไซเบอร์จากผู้ไม่ประสงค์ดีซึ่งมาในรูปแบบที่แตกต่างกัน อีกทั้งองค์กรต่างๆ ยังคงต้องเผชิญกับสภาวะการขาดแคลนทักษะในตลาดแรงงานทางด้านคลาวด์อีกเป็นจำนวนมากถึง 2.7 ล้านคนทั่วโลกการสำรวจเรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับการใช้งานระบบคลาวด์พบว่า องค์กรระดับโลกส่วนใหญ่ต่างพากันไม่มั่นใจในประสิทธิภาพของการควบคุมความปลอดภัยในระบบคลาวด์สาธารณะ (Public Cloud) แม้ว่าองค์กรนั้นๆ จะมีการจัดเก็บข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนไว้บนนั้นก็ตาม สำหรับกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจครั้งนี้คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและความปลอดภัยจากองค์กรต่างๆ ซึ่งผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า 2 ใน 3 หรือประมาณ 67% มีการจัดเก็บข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน หรือ เวิร์คโหลดไว้กับผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะ (Cloud Service Provider หรือ CSP)นอกจากนี้ มีประมาณ 1 ใน 3 หรือ 31% ที่ยอมรับว่า ไม่มั่นใจ หรือมั่นใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับความสามารถในการปกป้องข้อมูลในระบบคลาวด์ และอีก 44% มีความมั่นใจในระดับปานกลางเท่านั้นในความเป็นจริงแล้ว CSP จะดูแลเฉพาะในส่วนของสินทรัพย์ กระบวนการ และฟังก์ชันการทำงานต่างๆ เท่านั้น ส่วนโมเดล IaaS หรือ PaaS ลูกค้ายังคงต้องรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยข้อมูล โลจิกและโค้ดของแอปพลิเคชัน ข้อมูลประจำตัวและการเข้าถึง รวมถึงองค์ประกอบอื่นๆ ที่เหลืองเองนอกจากนี้ ก็ยังมีกูเกิลที่ได้ตรวจสอบและรวบรวมสถิติในช่วง 3 เดือนแรกของปีและพบว่า 55% ของคลาวด์สาธารณะที่ถูกควบคุมจากเหล่าบรรดาแฮกเกอร์นั้นเกิดจากรหัสผ่านที่มีระดับความปลอดภัยต่ำ (weak password) ง่ายต่อการถูกแฮก ดังนั้น การมีระบบบริหารจัดการการยืนยันตัวตนที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้ในสภาพแวดล้อมคลาวด์สาธารณะ - [ค่ายเพลงฟ้องเอาเงินราวหมื่นล้านบาทจาก Internet Archive จากกรณีละเมิดลิขสิทธิ์เพลงเก่า](https://www.uni.net.th/index.php/uncategorized/2560/) - Sony Music, Universal Music และค่ายเพลงรายอื่น ๆ ยื่นฟ้องว่า Internet Archive องค์กรไม่แสวงหากำไร (NPO) ละเมิดลิขสิทธิ์จากการนำผลงานเพลงของค่ายต่าง ๆ ไปเป็นรูปแบบดิจิทัลในคำฟ้อง โจทก์กล่าวหาว่า Internet Archive นำบันทึกเสียงของโจทก์ที่มาจากก่อนปี 1972 ไปดัดแปลงเป็นรูปแบบดิจิทัลอย่างผิดกฎหมายผ่านโครงการที่ชื่อ Great 78 Project ที่มุ่งรักษาแผ่นเสียงของเพลงเหล่านั้นเอาไว้ผลงานเพลงที่อยู่ในคดีนี้มีทั้งผลงานเพลงของตำนานวงการเพลงอย่าง แฟรงก์ ซินาตรา (Frank Sinatra) เอลลา ฟิตซ์เจอรัลด์ (Ella Fitzgerald) บิลลี ฮอลิเดย์ (Billie Holiday) ไมล์ส เดวิส (Miles Davis) และ ลุยส์ อาร์มสตรอง (Louis Armstrong) ไปจนถึงเพลงอมตะอย่างเพลงคริสต์มาสค่ายเพลงต่าง ๆ ชี้ว่าผลงานเพลงเหล่านี้ได้รับการเผยแพร่อยู่บนแพลตฟอร์มสตรีมมิง และบริการเพลงต่าง ๆ อยู่แล้ว แต่จำเลยโต้ว่าการเก็บรักษาไว้นั้นมีมูลค่าทางการวิจัยและเป็นหลักฐานเพื่อการใช้งาน สำหรับแผ่นเสียงและบันทึกเสียงที่หายากเหล่านี้แต่โจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวอ้างนี้ โดยระบุว่าการกระทำของ Internet - [ส่อง 5 เทรนด์เทคโนโลยี 2023 ที่ผู้บริหารและผู้นำด้านไอที ไม่ควรพลาด](https://www.uni.net.th/index.php/article/2554/) - ส่อง 5 เทรนด์เทคโนโลยี 2023 ที่ผู้บริหารและผู้นำด้านไอที ไม่ควรพลาดวันนี้ BCG เราได้สรุป 5 เทรนด์เทคโนโลยีจากการ์ทเนอร์ นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเทรนด์เทคโนโลยี 2023 ที่น่าจับตา เหมาะสำหรับผู้บริหารและผู้นำด้านไอทีสามารถนำข้อมูลนี้ช่วยขับเคลื่อนองค์กรสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ และก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลโดย 5 เทรนด์เทคโนโลยี 2023 ที่ผู้บริหารไม่ควรพลาด มีดังนี้1. ประสบการณ์การทำงานกับ Metaverse ในปัจจุบันมีองค์กรมากมายใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Metaverse ไม่ว่าจะเป็นการสร้างการมีส่วนร่วม การทำงานร่วมกัน และการเชื่อมต่อที่ดีขึ้นกับพนักงานในสถานที่ทำงาน ที่มอบประสบการณ์สมจริงยิ่งขึ้นในสำนักงานเสมือน และการใช้ประสบการณ์ Metaverse ภายในองค์กร หรือที่เรียกว่า Intraverses การ์ทเนอร์ คาดการณ์ว่า การสร้างพื้นที่ทำงานเสมือนจริงเต็มรูปแบบ (Fully Virtual Workspaces) จะคิดเป็น 30% ของการเติบโตด้านการลงทุนในเทคโนโลยี Metaverseและจะพลิกโฉมประสบการณ์การทำงานในสำนักงานไปจนถึงปี 25702. รถบินได้ (Flying cars) ยานยนต์ไร้คนขับ หรืออากาศยานไร้คนขับ (UAV) ที่ใช้รับส่งผู้โดยสารเป็นระยะทางสั้นๆ ตามเขตเมือง โดยอากาศยานที่บินได้ประเภทนี้ หรือที่บางครั้งเรียกว่า “รถบินได้” - [Zoom แก้เนื้อหาในข้อตกลงการให้บริการให้ชัดว่าจะไม่ใช่ข้อมูลลูกค้าไปฝึก AI](https://www.uni.net.th/index.php/article/2547/) - Zoom แก้ข้อความในข้อตกลงการให้บริการให้มีเนื้อหาว่าบริษัทหรือองค์กรภายนอกจะไม่ใช่ข้อมูลการติดต่อสื่อสารของลูกค้าในการฝึกโมเดล AIข้อมูลการติดต่อสื่อสารในที่นี้รวมถึง เสียง ภาพ การสนทนา การแชร์สกรีน ไฟล์แนบ ไปจนถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการสนทนาอย่าง ผลโพลล์ ไวต์บอร์ด และการตอบโต้ด้วยสัญลักษณ์การปรับแก้ในครั้งนี้แยกความหมายระหว่างเนื้อหาของลูกค้ากับข้อมูลที่บริการ (หมายถึงตัว Zoom) สร้างขึ้นด้าน สมิตา ฮาชิม (Smita Hashim) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์เผยว่าการแก้ไขในครั้งนี้เพื่อสะท้อนว่าลูกค้าเป็นเจ้าของเนื้อหาของตนเองอย่างเต็มที่ก่อนหน้านี้ Zoom ถูกจับตามองเกี่ยวกับรายละเอียดของข้อตกลงการให้บริการ เนื่องจากผู้ใช้งานมองว่าให้อำนาจบริษัทในการครอบครองข้อมูลลูกค้ามากเกินไป โดยเฉพาะการสนทนาระหว่างกัน - [คณะผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ตรวจสอบ Microsoft กรณีระบบอีเมลรั่ว](https://www.uni.net.th/index.php/article/2541/) - คณะพิจารณาความปลอดภัยไซเบอร์ (CSRB) ของสหรัฐอเมริกาจะตรวจสอบความเสี่ยงจากเทคโนโลยีคลาวด์บทบาทของ CSRB เน้นการพิจารณาความเสี่ยงที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ เช่น ระบบการจัดการตัวตนและการยืนยันตัวตน และตรวจสอบผู้ให้บริการคลาวด์ทุกรายที่เกี่ยวข้องหนึ่งในนั้นคือ Microsoft ที่จะถูกตรวจสอบเกี่ยวกับการรั่วไหลของระบบอีเมลที่หน่วยงานรัฐใช้ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฝีมือแฮกเกอร์จีนก่อนหน้านี้ มีการเปิดเผยว่าแฮกเกอร์ซึ่งได้รับการสั่งการจากรัฐบาลจีนเข้าโจมตีระบบอีเมลบนคลาวด์ของ Microsoft โดยใช้กุญแจเข้ารหัสและโค้ดของแพลตฟอร์ม ทำให้สามารถเข้าไปสอดแนมการสื่อสารภายในระบบอีเมลของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศได้ - [แคลิฟอร์เนียใช้ AI ช่วยตรวจจับการเกิดไฟป่าก่อนที่จะลุกลาม](https://www.uni.net.th/index.php/news/2533/) - ในช่วงหลังมานี้ นักวิทยาศาสตร์ให้ความสำคัญกับการนำ AI มาช่วยในการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างจริงจัง โดยล่าสุด สำนักข่าว Reuters ได้รายงานว่า กรมป้องกันป่าไม้และป้องกันไฟป่าแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า Cal Fire (California Department of Forestry and Fire Protection) ได้เปิดตัวโครงการใหม่ที่จะใช้ AI มาช่วยในการตรวจจับการเกิดไฟป่าทั้งนี้ ทาง Cal Fire ได้ประสานความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย แซนดีเอโก หรือ UCSD (University of California San Diego) ในโครงการ AI ที่มีชื่อเรียกว่า Alert California ซึ่งนำข้อมูลจากกล้อง 360 องศา จำนวน 1,032 ตัว และ AI มาช่วยในตรวจจับความผิดปกติที่เกิดขึ้น และแจ้งเตือนให้บริการฉุกเฉินและหน่วยงานอื่น ๆ ช่วยตรวจอบว่าเป็นการเกิดไฟป่าหรือไม่นอกจากนี้ยังใช้เซนเซอร์ LiDAR - [กรมทรัพย์สินย้ำชัดงานที่สร้างโดย AI "ไม่สามารถจดแจ้งลิขสิทธิ์ได้"](https://www.uni.net.th/index.php/article/2524/) - กรมทรัพย์สินย้ำชัดงานที่สร้างสรรค์โดย AI “ไม่สามารถจดแจ้งลิขสิทธิ์ได้”แต่หากงานลิขสิทธิ์ใดมีการสร้างสรรค์ร่วมกันทั้งมนุษย์และ AI ต้องระบุให้ชัดเจนตอนยื่นขอจดแจ้งลิขสิทธิ์ เพจกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศแจ้งประชาชนทั่วไปทราบว่า ปัจจุบันการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทอย่างเเพร่หลายในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ เขียนโปรแกรม เขียนบทความ การตั้งคำถาม ตลอดไปถึงการสร้างสรรค์ภาพ เช่น เเพลตฟอร์มที่ใช้ AI และ อัลกอริทึมการเรียนรู้มารังสรรค์ผลงานภาพตามคำค้นหาของผู้ใช้งาน เเล้วผลงานที่เกิดจากการสร้างสรรค์โดย AI นั้นถือเป็นงานที่มีลิขสิทธิ์หรือไม่ ?? ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานลิขสิทธิ์สหรัฐฯ (USCO) ได้ปฏิเสธการจดแจ้งลิขสิทธิ์รูปภาพการ์ตูนเรื่อง Zayra of the Dawn โดยให้เหตุผลว่าภาพดังกล่าวไม่ใช่ผลงานการสร้างสรรค์ของมนุษย์ แต่เป็นผลจาก AI และหลังจากนั้น USCO ก็ได้เผยแพร่ Guidance on copyright registration involving media crafted by artificial intelligence หรือแนวทางการจดแจ้งงานลิขสิทธิ์ที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของ AI ซึ่งกำหนดว่า งานที่สร้างสรรค์โดย AI “ไม่สามารถจดแจ้งลิขสิทธิ์ได้” - [รู้จัก AI Deepfake เทคโนโลยี ใช้ไม่ดีกลายเป็นดาบสองคม!! ทุกวันนี้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI : Artificial Intelligence ) ได้ถูกพัฒนาและนำมา ใช้ในหลายวงการ โดยเฉพาะ Generative AI ที่ฉลาดล้ำ](https://www.uni.net.th/index.php/article/2513/) - ทุกวันนี้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI : Artificial Intelligence ) ได้ถูกพัฒนาและนำมา ใช้ในหลายวงการ โดยเฉพาะ Generative AI ที่ฉลาดล้ำ และถูกพัฒนาสู่การเป็น AI Deepfake ซึ่งได้ถูกนำมา ใช้ในทางสุ่มเสี่ยง ด้วยการสร้างเนื้อหา “ภาพ-เสียง” ที่เสมือนเรื่องจริงจนแยกไม่ออก!! และได้กลายเป็นประเด็นร้อน ที่มีการถกเถียงและเป็นห่วงกันว่า เมื่อภาพและเสียงที่ถูก สร้างขึ้นเป็นภาพจริง เสียงจริง ของบุคคลนั้นจริงๆ หรือไม่ ซึ่งในต่างประเทศก็ได้มีกรณี คนบางกลุ่มได้นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ปลอมตัว เป็นบุคคลสำคัญ และสร้างสถานการณ์ให้เสื่อมเสีย!?! ดังเช่น “บารัค โอบามา” และ “มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก” สองบุคคลดังระดับโลก ก็โดนมือดี ทำวีดีโอตัวปลอมแบบ “เนียนกริ๊บ” มาแล้ว จนเป็นข่าวโด่งดัง!! ทำให้ทุกวันนี้ ภาพวิดีโอ ที่แชร์บนโลกออนไลน์ เห็นด้วยตา ได้ยินด้วยเสียง ก็อาจไม่ใช้ตัวจริงเสมอไป? ทาง ศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance Clinic - [เทคโนโลยี VR เบิกทางสอนวิชาชีพเพื่อชีวิตที่ดีแก่อดีตผู้ต้องขัง](https://www.uni.net.th/index.php/activity/2498/) - องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในรัฐแมริแลนด์มอบโอกาสชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ผู้ต้องขังทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยฝึกอบรมบุคคลเหล่านี้ให้เป็นช่างเทคนิครถยนต์มอริส นีล เป็นอีกคนที่มาฝึกงานที่อู่ซ่อมรถ ในเมืองเฮลธอร์ป รัฐแมริแลนด์ ซึ่งเป็นศูนย์อบรมของโครงการขององค์กร Vehicles for Change (VFC) โดยเขาร่วมฝึกกับนักเรียนกลุ่มหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้เคยต้องโทษจำคุก โดยเป้าหมายของนักเรียนเหล่านี้คือ การเรียนรู้การซ่อมรถเพื่อที่จะพัฒนาเป็นช่างเทคนิครถยนต์ต่อไปนีล เล่าว่า “ผมเคยเรียนเกี่ยวกับโปรแกรมนี้ขณะที่อยู่ในคุก มันได้ฝึกฝนตัวคุณ และเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงาน”การฝึกอบรมภาคปฏิบัตินี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการฝึกงานแบบมีรายได้ ซึ่งจัดทำขึ้นโดยองค์กร Vehicles for Change องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ดำเนินงานมาแล้ว 24 ปี โดยทางองค์กรจะซ่อมรถยนต์ที่ได้รับบริจาคและจำหน่ายให้กับครอบครัวที่มีรายได้น้อยด้วยราคาต้นทุนที่ต่ำมาร์ติน ชวาร์ซ ประธานและผู้ก่อตั้งองค์กร Vehicles for Changeให้สัมภาษณ์กับทางวีโอเอว่า “นักเรียนของเราจะใช้เวลาสี่เดือนที่นี่ พวกเขาฝึกฝนและทำข้อสอบ ASE (Automotive Service Excellence) เมื่อเรียนจบออกไป เราก็จะสามารถส่งพวกเขาไปร่วมงานกับเครือข่ายพันธมิตรการจ้างงาน ที่เรามีอยู่ทั่วทั้งภูมิภาค”ความน่าสนใจของโปรแกรมนี้ คือ การนำเทคโนโลยีเสมือนจริง หรือ Virtual Reality มาช่วยในการฝึกอบรม โดยนักเรียนบางคนบอกว่า เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยทำให้เจฟฟ์ ครอว์ฟอร์ด รองประธานองค์กร Vehicles for Change และหัวหน้าฝ่ายโครงการ VR - [กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร ลงนาม MOU ในการพัฒนาข้อมูลสารสนเทศ เพื่อเสริมสร้างประโยชน์แก่เกษตรกร](https://www.uni.net.th/index.php/news/2481/) - วันที่ 10 สิงหาคม 2566 เวลา 10.00 น. กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการ ระหว่างกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กับกรมส่งเสริมการเกษตร ณ ห้องประชุมเทวกุล ชั้น 6 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยได้รับเกียรติจาก นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีการลงนามฯ ซึ่งการลงนามในวันนี้ นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้เปิดเผยว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบบริหารจัดการน้ำบนชั้นบรรยากาศ และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการของประเทศ ที่ได้น้อมนำศาสตร์ตำราฝนหลวงพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติการฝนหลวง และได้ทำการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีการทำฝนหลวงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้ทำการพัฒนาชุดข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่ในระบบภูมิสารสนเทศฝนหลวง หรือ ฝนหลวง จีโอแมป (Fonluang Geo-Map) เป็นชุดข้อมูลที่แสดงถึงความต้องการน้ำของพืชตามช่วงเวลาการเพาะปลูก การเจริญเติบโต ปริมาณฝนสะสมรายวัน รายสัปดาห์ ข้อมูลจำนวนผู้ขอรับบริการฝนหลวง ข้อมูลเชิงพื้นที่ว่าแต่ละพื้นที่มีสภาพการขาดน้ำในดิน หรือมีสภาพคความชื้นในดินอย่างไร เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาร่วมกับข้อมูลสภาพอากาศประจำวัน ให้กับศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศใช้ประกอบการวางแผนทำฝนประจำวัน เพื่อช่วยเหลือเกษตรที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ซึ่งมีลักษณะสอดคล้องกับกับภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรมให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ ที่ได้มีการพัฒนาชุดข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่เช่นกัน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน ในด้านข้อมูลเกษตรกรและแปลงเพาะปลูกของเกษตรกร - [สดช. ลงพื้นที่กาญจนบุรี ส่งมอบศูนย์ดิจิทัลชุมชน ภายใต้โครงการพัฒนาระบบนิเวศศูนย์ดิจิทัลชุมชนอย่างยั่งยืน](https://www.uni.net.th/index.php/announcement/2463/) - สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ส่งมอบศูนย์ดิจิทัลชุมชน ภายใต้โครงการพัฒนาระบบนิเวศศูนย์ดิจิทัลชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลของชุมชน ลดช่องว่าง สร้างความเท่าเทียม และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ทุกคนในสังคม ณ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี วันที่ 9 สิงหาคม 2566 นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีส่งมอบศูนย์ดิจิทัลชุมชนและเปิดศูนย์ดิจิทัลชุมชนในพื้นที่อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นายสมเกียรติ ศิริวัฒนโชค ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบริหารจัดการเชิงนโยบาย สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าร่วม พร้อมด้วยนางนภัสนันท์ โพธิ์ศร สถิติจังหวัดกาญจนบุรี นายวิชัย ปัทมวิภาค นายอำเภอเลาขวัญ ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และผู้อำนวยการโรงเรียนหรือผู้แทนศูนย์ดิจิทัลชุมชนตำบลเลาขวัญ ร่วมรับมอบศูนย์ดิจิทัลชุมชนและเปิดศูนย์ดิจิทัลชุมชน ภายในงานมีการจัดนิทรรศการนำเสนอการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล ณ ศูนย์ดิจิทัลชุมชนโรงเรียนเลาขวัญราษฎร์บำรุง ตำบลเลาขวัญ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี โดยมุ่งหวังให้ศูนย์ดิจิทัลชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการเรียนการสอนและการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในชีวิตประจำวัน การประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยวชุมชน รวมถึงการสร้างงานในรูปแบบใหม่ ๆ ผ่านช่องทางดิจิทัล นอกจากนี้ ยังช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้ประชาชนในท้องถิ่นมีโอกาสเข้าถึงข่าวสารและบริการของภาครัฐมากยิ่งขึ้น สร้างสังคมคุณภาพเท่าเทียมให้ประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทุกกลุ่ม นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า - [เชิญร่วมงาน AI Thailand Forum 2023 ฟรี เปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทยขนาดใหญ่ (OpenThaiGPT) พบผู้เชี่ยวชาญ AI แถวหน้าและผลงาน AI มากมาย 16-17 ส.ค 66](https://www.uni.net.th/index.php/news/2448/) - เชิญร่วมงาน AI Thailand Forum 2023 โดย สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) ร่วมมือกับสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) เป็นเจ้าภาพจัดงาน AI Thailand Forum 2023 ระหว่างวันที่ 16 – 17 สิงหาคม 2566 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) พบกับการจัดแสดงความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านปัญญา ประดิษฐ์ แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ขับเคลื่อน รวมคนรุ่นใหม่ และสร้างระบบนิเวศที่ส่งเสริมการพัฒนา เทคโนโลยี และ นวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย ดร. กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร นายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอแอพพ์เทคโนโลยี จำกัด หัวเรือผู้จัดงาน AI Thailand Forum 2023 และเป็นหัวทีมพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทยขนาดใหญ่ (OpenThaiGPT) ได้กล่าวถึง ความสำคัญของ - [สป.สธ. โชว์ 5 ผลงานเด่น รับการตรวจประเมินรางวัลเกียรติยศเลิศรัฐ ปี 2566](https://www.uni.net.th/index.php/announcement/2429/) - ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผย สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นำเสนอ 5 ผลงานเด่น “หมอพร้อม – Health Data Center-ระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ- Sky Doctor – องค์กรคุณธรรมต้นแบบ ” ในการตรวจประเมินเพื่อเข้าชิงรางวัลเกียรติยศเลิศรัฐ ประจำปี 2566 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็น 1 ใน 3 ของหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณสมบัติให้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลเกียรติยศเลิศรัฐ ประจำปี 2566 ซึ่งเป็นรางวัลที่สำนักงาน ก.พ.ร. มอบให้กับหน่วยงานที่มีความโดดเด่น เป็นองค์การต้นแบบสร้างคุณค่าต่อสังคมและประเทศ สร้างสรรค์ผลงานจนมีความสำเร็จอย่างยั่งยืน โดยได้นำเสนอ 5 ผลงานเด่นต่อคณะกรรมการตรวจประเมินฯ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมตอบข้อซักถามในประเด็นต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการสนอคณะกรรมการพิจารณาตัดสินรางวัลต่อไป สำหรับ 5 ผลงานเด่น ประกอบด้วย1) “หมอพร้อม” แอปพลิเคชันสุขภาพเพื่อคนไทย เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของประชาชนจากหน่วยบริการสุขภาพทุกระดับ ภายใต้ระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลตามกฎหมาย ช่วยลดความแออัด ลดระยะเวลารอคอยของประชาชน2) “Health - [มข.ติดอาวุธยุคดิจิทัล ฝึกทักษะนักศึกษาใช้ AI อย่างมืออาชีพ](https://www.uni.net.th/index.php/news/2419/) - กระแสของเครื่องมือ Generative AI กลายเป็นสงครามดิจิทัลที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต่างเร่งพัฒนาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้คน ขณะเดียวกันตลาดแรงงานก็ต้องการผู้มีทักษะ หรือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องมือใหม่เหล่านี้ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงได้ผลักดัน Digital Transformation เพื่อเป็นมหาวิทยาลัยแห่งเทคโนโลยี และผลิตบัณฑิตแห่งอนาคตวันที่ 27 ก.ค.66 ผศ.ดร.เด่นพงษ์ สุดภักดี รองอธิการบดีฝ่ายดิจิทัล มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า นโยบายหลักของมหาวิทยาลัย คือ นักศึกษาทุกคนต้องได้สัมผัสกับระบบดิจิทัลของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแต่ระบบรับสมัครเข้าเรียนที่เป็นออนไลน์ 100% กระทั่งเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้วนักศึกษาจะได้อยู่กับสภาพแวดล้อมแห่งอนาคตที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศหรือระดับโลก ปัจจุบัน Generative AI เป็นเรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้ ไม่เฉพาะ Chat GPT แอปพลิเคชันดังเท่านั้น แต่แอปพลิเคชัน หรือโปรแกรมอื่น ๆ ก็มี AI เป็นส่วนหนึ่งของฟังก์ชันที่ใช้กันทั่วโลก อย่างไรก็ตาม Generative AI นับเป็นเรื่องใหม่มาก ดังนั้น การพัฒนาหลักสูตรเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะอาจจะยังไม่สามารถทำได้ ด้วยเนื้อหาที่ยังไม่เพียงพอสำหรับ 1 วิชา แต่เราใช้วิธีการปลูกพรม โดยการสนับสนุนเครื่องมือดิจิทัลแล็บ Windows ตัวที่ล่าสุดมี AI อยู่ในนั้น หรือ Adobe เพื่อผลิตสื่อการเรียนการสอนขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยขอนแก่นยังเดินหน้าฝึกอบรมให้นักศึกษาได้ใช้งานทั้ง Google Docs, Google sheet,Google slide และ Canva Pro ที่มี AI อยู่ในนั้น เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด ติดอาวุธสำหรับการทำงานในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีระบบ e-Learning และเครื่องมืออื่น ๆ รองรับการทำงานของนักศึกษา โดยเฉพาะอีเมลที่สามารถใช้ได้ตลอดชีวิต พร้อมพื้นที่จัดเก็ยข้อมูล Google Drive 40 GB และ One Drive 1 TB หรือ 1,000 GB - [สดช. แถลงข่าวเชิญชวนให้หน่วยงานที่สนใจยื่นคำขอรับรองหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ](https://www.uni.net.th/index.php/news/2409/) - สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) จัดแถลงข่าวประชาสัมพันธ์การรับรองหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้โครงการบริหารจัดการและติดตามผลการรับรองหลักสูตรของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินงานด้านการรับรองหลักสูตรด้านดิจิทัล ณ ห้องประชุม ONDE-1 ชั้น 9 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ กรุงเทพฯ วันที่ 7 สิงหาคม 2566 นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานแถลงข่าวประชาสัมพันธ์การรับรองหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้โครงการบริหารจัดการและติดตามผลการรับรองหลักสูตรของหน่วยงานภาครัฐ ณ ห้องประชุม ONDE-1 ชั้น 9 โดยการแถลงข่าวนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินงานด้านการรับรองหลักสูตรด้านดิจิทัล โดย สดช. ได้จัดทำโครงการบริหารจัดการและติดตามผลการรับรองหลักสูตรของหน่วยงานภาครัฐ ตามมติคณะรัฐมนตรีที่มอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินการรับรองหลักสูตรการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้ข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ จำนวน 6 กลุ่ม ประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูง ผู้อำนวยการกอง ผู้ทำงานด้านนโยบายและวิชาการ ผู้ทำงานด้านบริการ ผู้ปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยี และผู้ปฏิบัติงานอื่นๆ ให้เร่งกำหนดมาตรฐานของหลักสูตรการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลสำหรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนกำหนดกลไกการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นที่ยอมรับในสาขาที่เกี่ยวข้อง นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า สดช. ขอเชิญชวนหน่วยงานและสถาบันอบรมต่าง ๆ ตลอดจนผู้พัฒนาหลักสูตรที่มีเนื้อหาด้านดิจิทัล เข้ามาขอยื่นรับรองหลักสูตรฯ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ - [ก.แรงงาน เดินหน้า พัฒนาทักษะกลุ่มผู้ด้อยโอกาสสู่สังคมดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/news/2394/) - กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เร่งดำเนินการพัฒนาทักษะสร้างความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกับการพัฒนาอาชีพสู่สังคมดิจิทัล ให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคม ผ่านอบรมแล้วกว่าหมื่นคน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาล ได้ประกาศนโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาประเทศ โดยกำหนดให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องจัดเตรียมไว้ให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มคนในทุกพื้นที่ และให้มีการกระจายอย่างทั่วถึง รวมทั้งให้การดำเนินการสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ในการใช้งานและใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตได้อย่างรู้เท่าทัน ตลอดจนประชาชนได้รับโอกาสในการสร้างรายได้จากระบบดังกล่าว จึงมอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อสร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกลและทุรกันดาร ผู้มีรายได้น้อย คนพิการ เยาวชน ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาสในสังคม ให้สามารถเข้าถึงบริการโทรคมนาคมพื้นฐาน มีทักษะความรู้ในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศ ลดความเหลื่อมล้ำและช่องว่างในการเข้าถึงบริการของรัฐ นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการเมื่อกลางปี 2565 เป้าหมายดำเนินการ 20,000 คน ปัจจุบันมีผู้ผ่านการฝึกอบรมแล้ว จำนวน 10,238 คน ซึ่งโครงการจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2567 กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย แรงงานที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ผู้มีรายได้น้อย คนพิการ เยาวชน ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาสทางสังคม เพื่อให้มีทักษะ ความรู้ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว - [สดช. จัดประชุมกลุ่มย่อยแนวทางการส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐจัดฝึกอบรม การติดตามและประเมินผลการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ](https://www.uni.net.th/index.php/news/2219/) - วันที่ 27 กรกฎาคม 2566 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) จัดทำแนวทางการส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐจัดฝึกอบรม การติดตามและประเมินผลการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ โครงการบริหารจัดการและติดตามผลการรับรองหลักสูตรของหน่วยงานภาครัฐ โดยมีนายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวรายงาน ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า โครงการบริหารจัดการและติดตามผลการรับรองหลักสูตรของหน่วยงานภาครัฐในปีนี้ ได้กำหนดเป้าหมายที่จะทำการรับรองหลักสูตรอย่างต่อเนื่องจากการดำเนินการในปีก่อนหน้า รวมถึงดำเนินการติดตามผลการรับรองหลักสูตรที่ได้พิจารณาไปแล้วทั้ง 104 หลักสูตร และรวมถึงหลักสูตรที่จะมีการรับรองหลักสูตรต่อไปในอนาคต สำหรับการประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการเปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อสังเกตจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน สถาบันการศึกษา และสถาบันอบรม ในการกำหนดและจัดทำแนวทางการส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐจัดฝึกอบรม สามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง สร้างกลไกการติดตามและประเมินผลการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการต่อไป นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า การรับรองหลักสูตรการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลในข้าราชการและบุคลากรของรัฐ 6 กลุ่ม ประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงผู้อำนวยการกอง ผู้ทำงานนโยบายและวิชาการ - [นักวิจัยฝึก AI ให้เดาการกดแป้นพิมพ์จากเสียง แม่นยำถึง 95%](https://www.uni.net.th/index.php/news/2381/) - ทีมวิจัยที่ประกอบด้วยนักวิจัยจากหลายมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรสามารถฝึก AI จนสามารถคาดเดาการพิมพ์คีย์บอร์ดได้แม่นยำถึง 95%AI ตัวนี้เดาทิศทางการใช้ไมโครโฟนฟังเสียงกดแป้นพิมพ์ โดย AI ใช้เทคโนโลยี Deep Learning ในการฝึกตัวเองโดยการบันทึกความแตกต่างเพียงเล็กน้อยของเสียงกดแป้นพิมพ์ที่แตกต่างกันรูปแบบคลื่นของเสียงที่แต่ละปุ่มส่งออกมาจะเป็นสิ่งที่ใช้ในการคาดเดาว่าผู้พิมพ์กำลังพิมพ์อะไรอยู่นักวิจัยนำ AI ไปทดลองกับ Macbook Pro โดยใช้ไมโครโฟนจาก iPhone ในการฟังเสียงผ่าน Zoom อีกที ผลก็คือ AI ใช้ได้ผลแทบจะสมบูรณ์แบบ แถมยังใช้ได้ดีกับคีย์บอร์ดที่มีเสียงเบาด้วย - [อว.จัดงาน “TED Fund Open House 2023” โชว์สุดยอดนวัตกรรมพร้อมเปิดพื้นที่เจรจาธุรกิจ](https://www.uni.net.th/index.php/news/2370/) - กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน TED Fund Open House 2023 จัดแสดงผลงานผลิตภัณฑ์และบริการของผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก TED Fund พร้อมเปิดพื้นที่เจรจาทางธุรกิจแก่นักลงทุนที่สนใจ วันที่ 4-5 ส.ค. เวลา 10.00-20.00 น. ที่ลานกิจกรรม ชั้น G สามย่าน มิตรทาวน์ เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ลานกิจกรรม ชั้น G สามย่านมิตรทาวน์ กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน TED Fund Open House 2023 ปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “SPARK your creativity, - [กทม. จับมือ AIS เดินหน้าขยายผลหลักสูตร อุ่นใจไซเบอร์ สู่ 437 โรงเรียนสังกัด กทม. ตั้งเป้าสร้างพลเมืองดิจิทัลให้บุคลากร เยาวชน นักเรียน กทม. รู้ทันภัยไซเบอร์](https://www.uni.net.th/index.php/news/2350/) - นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการดำเนินโครงการส่งเสริมการเรียนรู้หน้าที่พลเมืองดิจิทัล สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร และนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ด้วยสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์” ยกระดับดัชนีสุขภาวะดิจิทัล กรุงเทพมหานครฯ จับมือ AIS และภาคีเครือข่ายภาครัฐ ทั้งกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ขยายผลหลักสูตรการเรียนรู้ด้านทักษะดิจิทัล “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ ยกระดับการศึกษายุคดิจิทัลในการสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ ส่งต่อความรู้ให้แก่ครู บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 แห่ง ที่มีทั้งบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนรวมมากกว่า 250,000 คน ตั้งเป้าสร้างพลเมืองดิจิทัลพร้อมยกระดับดัชนีสุขภาวะดิจิทัล (Thailand Cyber Wellness Index) ของกลุ่มนักเรียนในพื้นที่กรุงเทพมหานครฯ ให้มีอยู่ในระดับที่รู้เท่าทัน มีทักษะดิจิทัล สามารถใช้งานสื่อโซเชียลและเทคโนโลยีได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะสม ผ่านการนำหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสื่อการเรียนการสอน ในวิชาวิทยาการคำนวณ สังคมและแนะแนว หรือแม้แต่รูปแบบการเรียนการสอนที่สอดคล้องเหมาะกับแต่ละสถาบันการศึกษา โดยเริ่มตั้งแต่ภาคการศึกษา 2566 เป็นต้นไป ด้านเนื้อหาหลักสูตรการเรียนการสอน กทม.ได้บูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ซึ่งเนื้อหาที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ควรได้รับการเรียนรู้คือโลกของดิจิทัล ทักษะด้านดิจิทัลในการใช้งานบนโลกออนไลน์ให้มีความปลอดภัยและเหมาะสมเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อจากผู้ไม่หวังดีหรือมิจฉาชีพ ซึ่งความร่วมมือกับ AIS รวมถึงกรมสุขภาพจิต และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมในการจัดทำหลัก หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์มาบูรณาการเป็นสื่อการเรียนการสอน จะช่วยส่งเสริมนโยบายด้านการศึกษาของกรุงเทพมหานครให้ยกระดับยิ่งขึ้น สำหรับการนำหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์เข้ามาในโรงเรียนสังกัดกทม.ทั้ง 437 แห่ง เราจะไม่ได้กำหนดว่าทุกโรงเรียนจะต้องทำเหมือนกัน แต่ให้แต่ละโรงเรียนนำไปปรับ โดยอาจจะใช้ในวิชาวิทยาการคำนวณ สังคม แนะแนว ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ - [แอปฯ “รู้ทัน” ชวนคนไทยรู้เท่าทัน “โรคไข้เลือดออก”](https://www.uni.net.th/index.php/news/2335/) - ไข้เลือดออก (Dengue fever) เป็นโรคระบาดร้ายแรงประจำถิ่นประเทศไทย รวมถึงประเทศในแถบร้อนชื้น มียุงลายเป็นพาหะของเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus: DENV) พบการระบาดตลอดทั้งปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงฤดูฝนและมีการระบาดหนักในทุก 2-5 ปี โดยในปี 2566 นี้เป็นปีที่ประเทศไทยส่อเค้าระบาดหนักอีกครั้ง ล่าสุดกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออกตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2566 พบผู้ป่วยแล้วกว่า 45,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 41 รายสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค วิจัยและพัฒนาแพลตฟอร์ม “ทันระบาด” เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวังและควบคุมการระบาดของโรคไข้เลือดออกแบบเชิงรุกสำหรับเจ้าหน้าที่ อีกทั้งยังต่อยอดสู่แอปพลิเคชัน “รู้ทัน” เพื่อเป็นเครื่องมือให้ประชาชนใช้ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออก รวมถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคโควิด-19 ฝุ่น PM2.5 ดัชนีความร้อนที่นำไปสู่โรคลมแดด “ทันระบาด” แพลตฟอร์มจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลโรคไข้เลือดออกแบบเรียลไทม์สำหรับเจ้าหน้าที่ หากย้อนไปช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ประชาชนอาจยังคุ้นเคยกับการได้เห็นเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคเดินถือกระดาษแผ่นใหญ่ออกสำรวจลูกน้ำยุงลายภายในชุมชน วัด และโรงเรียน แต่ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลได้ง่ายขึ้นด้วยสมาร์ตโฟนเพียงเครื่องเดียว นายธนพล โยธานัก (ซ้าย) ดร.นัยนา - [กสทช.-สวทช.ต่อยอดสร้างนวัตกรรม ลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/news/2320/) - ในโลกที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยี ประชากรทุกคนควรได้รับโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่เท่าเทียมกัน ทั้งผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส กสทช.และสวทช.พร้อมต่อยอดสร้างนวัตกรรมสำหรับกลุ่มคนดังกล่าวเพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัล ต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส มากขึ้น หากเราไม่มีนวัตกรรมมาช่วยให้กลุ่มคนเหล่านี้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้ ก็จะทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม การที่ตนเอง คือ ผู้พิการทางสายตา ได้เข้ามาเป็นกรรมการกสทช. ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเทคโนโลยีที่ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น ดังนั้นกสทช.ในฐานะที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบเพื่อให้การเข้าถึงเทคโนโลยีสามารถกระจายได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม จึงมีการสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมสำหรับผู้พิการอย่างต่อเนื่อง และจะต่อยอดให้มีเพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมา กสทช.ได้ร่วมทำงานกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หน่วยงานในกำกับของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการสนับสนุนงบประมาณ จัดตั้งศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย (TTRS) เพื่อให้คนพิการทางการได้ยินและคนพิการทางการพูดสามารถสื่อสารกับคนทั่วไปได้ ปัจจุบันมีตู้ TTRS ให้บริการตามสถานที่ต่างๆอยู่ 180 ตู้ การที่เราทำให้ผู้พิการสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้เท่าเทียมกับคนทั่วไป ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมจะค่อยๆลดลง ต่อพงศ์ เล่าว่า ปีนี้ประเทศไทยมีการผลักดันให้ทุกคนมีดิจิทัล ไอดี เพื่อใช้ยืนยันตัวตนแทนบัตรประชาชนด้วยการสร้างคิวอาร์โค้ดเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานนั้น กสทช.ก็จะเร่งหาแพลตฟอร์มในการทำดิจิทัลไอดีสำหรับผู้พิการให้ได้รับสิทธิดังกล่าวในการเข้าสู่สังคมดิจิทัลไปพร้อมกับคนทั่วไป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหารายชื่อตกหล่นชูกิจ ลิมปิจำนงค์ - [กสทช. จับมือ สวทช. ร่วมสร้างนวัตกรรมด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ที่ออกแบบสำหรับทุกคน และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก](https://www.uni.net.th/index.php/news/2307/) - วันที่ 3 สิงหาคม 2566 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมที่ออกแบบสำหรับทุกคน (Inclusive Design) และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก (Assistive Technology)พร้อมทั้งแถลงข่าวร่วมจัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ เรื่องวิศวกรรมพื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก ครั้งที่ 16 (i-CREATe 2023) โดยมี ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการ กสทช. ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และผู้บริหารคณะนักวิจัยทั้งสองหน่วยงานร่วมแถลงข่าว ณ หอประชุมสายลม 5021 (หอประชุม ชั้น 2) สำนักงาน กสทช. การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กสทช. และ สวทช. ครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อให้เกิดการสร้างนวัตกรรมด้านกิจการกระจายเสียง - [จีนออกกฏเคอร์ฟิว ห้ามเยาวชนใช้สมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ตช่วงกลางคืน](https://www.uni.net.th/index.php/news/2297/) - เด็กและวัยรุ่นจีนจะถูกตัดขาดจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในเวลากลางคืน และถูกควบคุมการใช้สมาร์ทโฟนภายใต้กฎหมายใหม่ที่มีเป้าหมายเพื่อต่อสู้กับการหมกมุ่นออนไลน์เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 2 สิงหาคม 2566 กล่าวว่า รัฐบาลจีนประกาศกฏหมายใหม่ ระบุให้ทุกคนที่อายุต่ำกว่า 18 ปีจะถูกตัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตด้วยอุปกรณ์พกพาระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 06.00 น.ในแต่ละวันภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าวที่กำหนดให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 กันยายน จะกำหนดระบบการจัดการเวลาการใช้สมาร์ทโฟนตามลำดับชั้น ซึ่งครอบคลุมสูงสุด 40 นาทีต่อวันสำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 8 ปี และ 2 ชั่วโมงต่อวันสำหรับเด็กอายุ 16-17 ปีCyberspace Administration of China ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมและเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตแห่งชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นผู้เสนอกฏหมายที่เข้มงวดดังกล่าวอย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองของเด็กและเยาวชนสามารถอนุญาตให้ลูกหลานใช้งานสิ่งเหล่านั้นได้ หากเห็นสมควรหน่วยงานควบคุมฯกล่าวว่า กฎดังกล่าวจะก่อให้เกิดการ “ปรับปรุงบทบาทในเชิงบวกของอินเทอร์เน็ต, สร้างสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่เอื้ออำนวย, ป้องกันและแทรกแซงปัญหาการติดอินเทอร์เน็ตของผู้เยาว์ และแนะนำผู้เยาว์ในการสร้างนิสัยการใช้อินเทอร์เน็ตที่ดี”ทั้งนี้ หน่วยงานควบคุมฯหวังให้มาตรการดังกล่าวต่อยอดจากความพยายามที่มีอยู่ เพื่อเสริมสร้างการคุ้มครองทางออนไลน์ต่อผู้เยาว์ รวมถึง “การเพิ่มเนื้อหาที่เหมาะสมกับวัย” และลด “อิทธิพลของข้อมูลที่ไม่ดี”ทางการปักกิ่งได้ดำเนินการตามกฎระเบียบเข้มงวดภาคเทคโนโลยีในประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกิดจากเทคโนโลยีดิจิทัลกับคนหนุ่มสาวในปี 2564 จีนจำกัดเวลาเล่นเกมสำหรับเด็ก โดยมีเป้าหมายเพื่อต่อสู้กับการเสพติด และระงับการอนุมัติเกมใหม่เป็นเวลา 9 เดือนความเคลื่อนไหวด้านกฏระเบียบที่เข้มงวดของรัฐบาลอาจส่งผลต่อการดำเนินงานและผลประกอบการของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีในประเทศ เห็นได้จากหุ้นของบริษัทอินเทอร์เน็ตชั้นนำของจีนหลายแห่งร่วงลงในวันพุธหลังจากการประกาศของหน่วยงานควบคุมฯ - [สดช. เปิดเวทีประชาพิจารณ์ หาทาง "คนพิการ" เข้าถึง "เทคโนโลยีดิจิทัล" ผ่านคูปองดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/news/2286/) - สดช.เปิดเวทีประชาพิจารณ์ต่อ (ร่าง) กฎกระทรวงฯ สำหรับคนพิการ พร้อมดันงบสนับสนุนเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลผ่านการให้คูปองดิจิทัลโดยมี ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นที่ปรึกษาโครงการศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานเปิดการประชุมประชาพิจารณ์ต่อ (ร่าง) กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร บริการโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสื่อสารและบริการสื่อสาธารณะ สำหรับคนพิการ พ.ศ. …. โดยมี นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กล่าวรายงาน ผู้เข้าประชุมประกอบด้วย ดร.ชัยพร เขมะภาตะพันธ์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ (CITE) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์(มธบ.) หรือ DPU เป็นหัวหน้าที่ปรึกษาโครงการ รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ รวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 150 คน ณ ห้องวายุภักษ์ 2 ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา - [ETDA –เนคเทค ดันแผน "AI แห่งชาติ" นำร่อง"แพทย์-เกษตร-บริการรัฐ”](https://www.uni.net.th/index.php/news/2280/) - ETDA –เนคเทค เผยแผน AI แห่งชาติ เริ่มนำร่องภาคการแพทย์ เกษตร และบริการภาครัฐ เน้นการใช้งานแบบมีธรรมาภิบาล เชื่อมต่อข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพนายศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาอาวุโส สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เปิดเผยว่าแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565 – 2570) หรือ แผน AI แห่งชาติ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ให้ความสำคัญกับเรื่องธรรมมาภิบาล จริยธรรมการ AI เนื่องจาก เป็นเทคโนโลยีที่อาจส่งผลกระทบมากมาย โดยจะมีการทำความเข้าใจกับผู้นำองค์กรต่างๆ ให้ตะหนักและมีองค์ความรู้เรื่องความเสี่ยง ด้วยการออกแนวทางปฎิบัติหรือไกดไลน์ เพื่อให้มีการใช้ AI อย่างมีธรรมมาภิบาลสำหรับแผนการผลักดันธรรมมาภิบาลด้าน AI นั้น จะเริ่มที่ด้านการแพทย์หรือด้านสาธารณสุขก่อน เช่น การแชร์ข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ซึ่งต้องให้ความสำคัญในเรื่องกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ พีดีพีเอ ที่มีผลบังคับใช้แล้ว รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆ และหากจะมีการ นำ AI มาช่วยในการวินิจฉัยโรค ทำได้มากน้อยแค่ไหน และ สุดท้ายคือ - [ทั่วถิ่นไทยก้าวไกลการศึกษา - ‘อีสปอร์ต’ต่อยอดนวัตกรรมศึกษา](https://www.uni.net.th/index.php/news/2271/) - สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ความสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนกีฬาอีสปอร์ต (ESPORTS) เข้าสู่สถานศึกษา เพื่อต่อยอดให้เป็นนวัตกรรมทางการศึกษา ตามนโยบายของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการเนื่องจากในยุคดิจิทัลนี้พบว่า เด็กเก่งในเรื่องดิจิทัลมากกว่าครู แต่เด็กอาจยังมี วุฒิภาวะไม่พอ ขาดการใช้วิจารณญาณ ศธ.มองเห็นโอกาสตรงนี้ที่จะได้ดูแลเด็กและส่งเสริมให้เด็กได้เดินไปในทิศทางที่ถูกต้องและเหมาะสม จึงควรเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ชอบ และให้ครูได้สอนในสิ่งที่ใช่ดังนั้น การนำกีฬาอีสปอร์ตเข้าสู่ระบบการศึกษา จึงมีจุดหมายในการผลักดันให้เด็กเกิดการพัฒนาตนเองอย่างมีเป้าหมายและ มุ่งมั่นพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นและดึงเด็กให้กลับมาอยู่ในระบบการศึกษาต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการพาน้องกลับมาเรียนของกระทรวงศึกษาธิการนอกจากนั้น สพฐ.มองว่า “อีสปอร์ต คือ โอกาส และเป็นมากกว่าเกม” จึงได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแนวทางส่งเสริม สนับสนุนกีฬาอีสปอร์ต ต่อยอดนวัตกรรมทางการศึกษาขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาในทุกมิติ พร้อมทั้งส่งเสริมนักเรียนที่มีความชอบและความถนัดเฉพาะทางให้สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มความสามารถ โดยมีการกำหนดแนวทางการดำเนินงาน กติกา กฎระเบียบต่างๆ ในการจัดตั้งชมรมและชุมนุมในสถานศึกษาซึ่งอยู่ในการดูแลของครูผู้สอนและในสายตา ผู้ปกครอง รวมถึงส่งเสริมการต่อยอดในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น สอดคล้องกับความต้องการของสังคมโลกยุคใหม่เชื่อมโยงไปสู่การจัดทำหลักสูตรเกี่ยวกับ Digital Content Creator ต่อไปในอนาคต ซึ่งจะส่งผลถึงคุณภาพการศึกษาที่มีประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม - [กองทุน ววน. โดย บพข. ร่วมมือ มรภ.เลย มรภ.บุรีรัมย์ เปิดตัวเว็บไซต์ Gastro Tour Thai กินและเที่ยวที่เดียวจบ](https://www.uni.net.th/index.php/news/2252/) - กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) โดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) จับมือ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เปิดตัวเว็บไซต์ “Gastro Tour Thai” กินและเที่ยว ที่เดียวจบ ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารใน 7 พื้นที่ของประเทศไทย (GIS) จากผลงานวิจัย 7 มหาวิทยาลัย นำไปสู่การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนนางสาวสุณีย์ เลิศเพียรธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประธานพิธีเปิด “กิจกรรมการขับเคลื่อนการนำผลงานไปใช้จริง ร่วมกับหน่วยงานขับเคลื่อนและผลักดันของกลุ่มงานท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข.” ภายใต้ “โครงการบูรณาการระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร” พร้อมเปิดตัวเว็บไซต์ “Gastro Tour Thai : กินและเที่ยว ที่เดียวจบ” โดย สกสว. บพข. ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มุ่งมั่นพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) และแผนที่ทางวัฒนธรรม - [OKMD Knowledge Portal แพลตฟอร์มยักษ์ ต่อยอดความรู้ผู้ประกอบการไทยสู่นานาชาติ](https://www.uni.net.th/index.php/news/2243/) - OKMD Knowledge Portal แพลตฟอร์มยักษ์ต่อยอดความรู้ผู้ประกอบการไทยสู่นานาชาติเพราะโลกแห่งการเรียนรู้ไม่อาจหยุดนิ่ง โดยเฉพาะในชีวิตจริงของผู้ประกอบการที่ต้องพัฒนาธุรกิจอยู่เสมอ คณะผู้บริหารสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ได้เข้าหารือนายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อต่อยอดความร่วมมือในการขับเคลื่อน และเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้ก้าวทันการแข่งขันในระดับสากล และสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตในยุคดิจิทัล เบื้องต้นเน้นแนวทางการเผยแพร่ข้อมูลนวัตกรรมความรู้ที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ การค้า การลงทุน บนแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ออนไลน์จากทั่วประเทศ หรือ OKMD Knowledge Portal (knowledgeportal.okmd.or.th) ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ เผยว่า พันธกิจสำคัญของ OKMD คือการจัดการและพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านกระบวนการเรียนรู้สาธารณะ โดยให้บริการความรู้ในแหล่งเรียนรู้ต้นแบบที่ทันสมัย ได้แก่ ห้องสมุดมีชีวิตทีเคพาร์ค และพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้มิวเซียมสยาม และล่าสุดก็คือ แพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ออนไลน์จากทั่วประเทศที่ชื่อ OKMD Knowledge Portal หรือ knowledgeportal.okmd.or.th ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลความรู้และหลักสูตรออนไลน์หลายสาขาที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาตนเอง การประกอบอาชีพ และการทำธุรกิจ ที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศได้ โดย OKMD ได้ดำเนินการเชื่อมโยงพันธมิตรเครือข่ายความรู้สำคัญ ได้แก่ หน่วยงานราชการของประเทศ ที่มีองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์และต้นทุนสำคัญในการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ“OKMD เล็งเห็นว่า - [คกก.ธรรมาภิบาลข้อมูลสุขภาพ สธ. เตรียมเสนอแนวทางใช้คลังข้อมูลสุขภาพและมาตรฐานกลางข้อมูลสุขภาพ](https://www.uni.net.th/index.php/news/2233/) - นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีมีความสำคัญต่อการทำงานในมิติต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขจึงเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพดิจิทัล เพื่อให้มีคลังข้อมูลสุขภาพกลางของกระทรวงที่มีประสิทธิภาพ และมีการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภายนอกกระทรวง เป็นคลังข้อมูลสุขภาพชาติ ภายใต้การบริหารจัดการและการกำกับดูแลข้อมูลที่สอดคล้องตามกฎ ระเบียบ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฯ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) พ.ร.บ.การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล เป็นต้น โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการธรรมาภิบาลข้อมูลสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างความร่วมมือหน่วยงานในกระทรวง ให้มีการจัดการข้อมูลสุขภาพตามวงจรชีวิต ยึดหลักสากล โดยมีจุดมุ่งหมายให้เกิดการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจหรือวิเคราะห์ที่ถูกต้อง สามารถบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานอื่น เพื่อประชาชนสามารถเข้าถึงระบบบริการสุขภาพดิจิทัลที่สะดวกและทันสมัยนายแพทย์โอภาส กล่าวต่อว่า คณะกรรมการธรรมาภิบาลข้อมูลสุขภาพ เริ่มประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้มีการทำความเข้าใจในประเด็นที่มีความสำคัญต่อการดำเนินงาน ทั้งหลักธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) การจัดทำศูนย์กลางข้อมูลทางการเงิน (Financial Data Hub) และทิศทางการดำเนินงานของแพลทฟอร์มหมอพร้อม รวมทั้งความก้าวหน้าของการดำเนินงาน เช่น การจัดทำรายการชุดข้อมูลด้านสุขภาพ (Data Catalog) แนวทางการแจ้งเหตุการณ์คุกคามทางไซเบอร์ เป็นต้น โดยมีหน่วยงานภายนอกที่ร่วมให้ความเห็น ทั้ง สกมช. สพร. สพธอ. สคส. - [รู้จัก “Soft Power” สร้างอิทธิพลทางความคิด](https://www.uni.net.th/index.php/article/2213/) - ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันนับเป็นยุคที่การเชื่อมต่อกันระหว่างสังคมและเทคโนโลยีนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด “Soft Power” จึงเป็นคำศัพท์ที่ผู้คนเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น ซึ่ง Soft Power เป็นคำที่มีความหมายตรงข้ามกับคำว่า Hard Power อย่างสิ้นเชิง ซึ่งนิยามของ Hard Power คือการใช้อำนาจ แต่ทว่านิยามของ Soft Power นั้นคือ การสร้างอิทธิพลและกำลังใจให้กับผู้อื่น ด้วยการโน้มน้าวใจหรือการทำให้กลุ่มเป้าหมายคล้อยตามและชื่นชอบ โดยปราศจากการใช้อำนาจ แต่จะใช้จุดเด่นด้านความแตกต่างทางวัฒนธรรมมาสร้างเสน่ห์ให้คนหลงรัก จนกลายเป็นความเชื่อถือและความไว้ใจ เช่น การใช้ภาษา ศิลปะ ดนตรี กีฬา การศึกษา วิทยาการและการวิจัย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ความเชื่อมั่น และการสนับสนุนจากคนอื่นๆ เป็นต้นในบทความนี้ OPEN-TEC ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Tech Knowledge Sharing Platform) ภายใต้การดูแลของ TCC Technology Group ได้หยิบยกส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์จาก คุณเอริกา เมษินทรีย์ เช็น กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิน เดอะ ลีด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) - [ดีอีเอสเตรียมดัน Go Cloud First พร้อมตั้ง Center Fraud Registry ลดการโกงดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/news/2204/) - กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เล็งผลักดันนโยบาย Go Cloud First สำหรับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หวังลดการพึ่งพา Cloud ต่างชาติ เพื่อสร้างระบบ Cloud ในประเทศทุกรูปแบบทั้งลงทุนเองหรือการร่วมลงทุน พร้อมร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย แจ้งเกิดระบบ Central Fraud Registry ช่วยลดการโกง โชว์ผลงานการแจ้งข้อร้องเรียนคดีเกี่ยวกับดิจิทัลลดลงจาก 800 คดีต่อวัน เหลือ 600 คดีต่อวันศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ดีอีเอสได้ดำเนินการในภารกิจหลายด้าน รวมถึงการส่งเสริมการสนับสนุนประชาชนได้เข้าสู่โครงการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลภาครัฐ หรือ Digital Identification (Digital ID) ภายใต้โครงการ ThaiD ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยรวมทั้งดีอีเอสเตรียมนำเสนอเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างผลิตภัณฑ์และคุรุภัณฑ์ไอทีของหน่วยงานภาครัฐให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเปลี่ยนรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างเป็นการเช่า เพื่อลดเวลาในการจัดซื้อที่เสียไปกับกระบวนการเขียนทีโออาร์ และขั้นตอนการประกวดราคาที่อาจทำให้อุปกรณ์ไอทีล้าสมัย อีกทั้งจะกำหนดราคากลางในการเช่าอุปกรณ์ไอที เพื่อให้การเช่ามีความรวดเร็วมากขึ้นอีกทั้งเห็นว่าการใช้ระบบ Cloud ถือว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานของทั้งหน่วยราชการและภาคธุรกิจเอกชน จึงมีแนวคิด Go Cloud First เพื่อสนับสนุนให้เกิดระบบ Cloud ในประเทศจำนวนมากเพื่อใช้งานไม่ว่าจะในรูปแบบการสนับสนุนด้านงบประมาณ - [กรมประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรม “สื่อสารงานรัฐ ชี้ชัดมาตรฐานสื่อออนไลน์ ” ชี้แจงประเด็นสำคัญ ทันสถานการณ์ ID IA IR Chat ยกระดับการสื่อสารหน่วยงานรัฐ สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ แก่ประชาชน](https://www.uni.net.th/index.php/news/2195/) - นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดกิจกรรม “สื่อสารงานรัฐ ชี้ชัดมาตรฐานสื่อออนไลน์ ” โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 600 คน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวง โฆษกกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการเพื่อทำความเข้าใจกระบวนการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน ในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่สะท้อนผ่านการนำเสนอของสื่อมวลชน สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกต้องจากหน่วยงานผู้รับผิดชอบ โดยใช้กลไกการชี้แจงประเด็นสำคัญ ทันสถานการณ์ ID IA IR Chat ควบคู่กับการยกระดับการทำงานสื่อออนไลน์ของหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งจัดการอบรมหลักสูตร PR Change Agent Project ที่จะทำให้มาตรฐานการสื่อสารของภาครัฐมียุทธศาสตร์ ‘เชิงรุก’ และ ‘เชิงรับ’ อย่างเป็นระบบ นำไปสู่ความเชื่อมั่น และความร่วมมือ ตลอดจนสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ แก่ประชาชน ต่อไปข้อมูลข่าวและที่มาผู้สื่อข่าว : สวิตตา ธนวัฒน์ผู้เรียบเรียง : สวิตตา ธนวัฒน์แหล่งที่มา : หน่วยงานสำนักข่าว - [“ท่องเที่ยวยั่งยืน” กับแอปฯ ZERO CARBON คืนคุณค่าด้วยการคำนวนคาร์บอน](https://www.uni.net.th/index.php/article/2185/) - การท่องเที่ยวของโลกกำลังมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของประเทศไทยที่ต้องการเป็น Carbon Neutral Tourism Destination นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมผ่าน“แอปพลิเคชั่น”ด้านการท่องเที่ยวแบบใหม่ สุภาวดี โพธิยะราช ประธานอนุกรรมการแผนงานกลุ่มท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)และผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เล่าถึง แอปพลิเคชั่น “ZERO CARBON” ยกระดับท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ว่า สามารถทำให้ผู้ประกอบการและประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวสามารถคำนวณการปล่อยคาร์บอนของตนเอง สามารถใช้ในกิจกรรมการท่องเที่ยวและกิจกรรมของอุตสาหกรรมบางส่วนจะทำให้ประเทศไทยมุ่งหน้าไปสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากเป้าหมายการสร้างแอปพลิเคชั่นเพื่อวัดระดับคาร์บอนในการท่องเที่ยวเพื่อเป้าหมายเป็นการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์มีการกำหนดแนวทางไว้อย่างชัดเจนแล้วในด้านการใช้งานแอปพลิเคชั่นนี้ก็มีความน่าสนใจเพราะคาร์บอนเครดิตจะสามารถเป็นแหล่งรายได้อีกทางจากการท่องเที่ยวปกติภคมน สุภาพพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักรับรองธุรกิจคาร์บอนต่ำ กล่าวว่าการใช้แอปพลิเคชั่นในอนาคตจะสามารถซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยมีการระบุผู้ซื้อขายได้อย่างชัดเจน สามารถจ่ายค่าคาร์บอนเครดิตผ่านมือถือรวมถึงธนาคารต่างๆได้อีกด้วย ทำให้ผู้ที่ขายคาร์บอนเครดิตมีรายได้เพิ่ม อย่างภาคชุมชนที่ได้รับความสนใจมาก “ตัวอย่าง ฟาร์มหมู รวมถึงผู้ประกอบการไทยในภาคการท่องเที่ยวสามารถคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในบริการ Net Zero ให้กับนักท่องเที่ยวได้ถ้าประเทศไทยมีความพร้อมจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว ต่างชาติ กลุ่มพรีเมี่ยมมากขึ้น”ทั้งนี้ มูลค่าของราคาของคาร์บอนเครดิตนั้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพของคาร์บอนเครดิต อย่างคาร์บอนเครดิตที่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจะราคาถูกกว่าคาร์บอนเครดิตที่อยู่ในภาคชุมชน ซึ่งหายากกว่าและต้องมีการจองล่วงหน้า ในขณะเดียวกันภาคป่าไม้นั้นเป็นแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจกซึ่งหาได้ยากและมีราคาที่สูงมากกว่าคาร์บอนเครดิตจากชุมชนอีกด้วย คาร์บอนเครดิตภาคการท่องเที่ยวจะอยู่ที่การตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายว่ามีความพอใจมากน้อยแค่ไหนในการขาย โดยราคาจะอยู่ระหว่าง 50-200 บาทต่อตันคาร์บอน (tCO2) การตื่นตัวเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นำไปสู่การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Conference of the Parties : COP โดยครั้งล่าสุด คือ COP27 ประเทศไทยได้ร่วมประชุมและนำเสนอสิ่งที่ได้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ระยะยาว ในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ (Climate Change) ที่มีเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี - [เด็กไทยคว้า31ทุน‘นิวซีแลนด์’ ฝึกงานออนไลน์บริษัทชั้นนำโลก](https://www.uni.net.th/index.php/article/2174/) - หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) ประกาศรายชื่อนักศึกษาชาวต่างชาติจาก 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, อินเดีย, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ที่ได้รับทุนฝึกงาน “Virtual Micro-Internship Scholarship 2023” จาก ENZ และมหาวิทยาลัยโอ๊กแลนด์ (University of Auckland) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของนิวซีแลนด์ ในจำนวนนี้มีนักศึกษาไทยสามารถคว้าทุนฝึกงานอันทรงคุณค่านี้มาได้ถึง 31 ทุน จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นักศึกษาไทยที่ได้รับทุนทั้งหมดจะได้เข้าร่วมโครงการฝึกงานออนไลน์ด้านธุรกิจกับองค์ภาครัฐและบริษัทชั้นนำระดับโลก โดยรายชื่อบริษัท จะปรับเปลี่ยนไปในแต่ละปี เช่น องค์กรบริหารราชการส่วนท้องถิ่นโอ๊กแลนด์ (Auckland Council), ระบบขนส่งมวลชนของเมืองโอ๊กแลนด์ (Auckland - [AIS – GC เฟ้นหาสุดยอด มหาวิทยาลัยสีเขียว กับโครงการ “Green University ทิ้ง เทิร์น ให้โลกจำ”](https://www.uni.net.th/index.php/news/2165/) - AIS – GC เฟ้นหาสุดยอด มหาวิทยาลัยสีเขียว กับโครงการ “Green University ทิ้ง เทิร์น ให้โลกจำ” จากความร่วมมือระหว่าง AIS และ GC ในการเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์เพื่อนำดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ายกระดับและสร้างต้นแบบองค์กรที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติตามแนวคิด ESG ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม วันนี้ทั้ง 2 องค์กรได้สานต่อความร่วมมือ มุ่งสร้างการมีส่วนร่วมส่งต่อไปยังเครือข่ายมหาวิทยาลัยด้วยเทคโนโลยีโซลูชันสีเขียว กับโครงการ “Green University ทิ้ง เทิร์น ให้โลกจำ” ชวนนิสิต นักศึกษา และบุคลากรจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 11 แห่ง จากกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล เข้าร่วมการแข่งขันภารกิจเก็บขยะเพื่อโลกทั้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านแอปพลิเคชัน E–Waste + และขยะพลาสติกผ่าน GC YOUเทิร์น ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้ว เพื่อลดปัญหาขยะพลาสติกอย่างครบวงจร เฟ้นหาสุดยอดสถาบันสีเขียว ชิงทุนการศึกษา พร้อมถ้วยรางวัล Upcycling ที่สร้างคุณค่าจากพลาสติกใช้แล้ว และขยะ E–wasteนางสายชล ทรัพย์มากอุดม รักษาการหัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และธุรกิจสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า - [วช. ร่วมสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย ร่วมทดสอบแพลตฟอร์ม AI เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แนวใหม่ จังหวัดระนอง และ จังหวัดชุมพร](https://www.uni.net.th/index.php/announcement/2151/) - สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (สปปท.) จัดกิจกรรมการทดสอบแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์บนเส้นทางท่องเที่ยวศุทรา ภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มด้านปัญญาประดิษฐ์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวประวัติศาสตร์สู่จักรวาลนฤมิตร (AI-MHT) เพื่อประเมินผลการใช้งานแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ เกมออนไลน์ และทดสอบต้นแบบเส้นทางการท่องเที่ยว เชิงประวัติศาสตร์บริเวณพื้นที่เส้นทางข้ามคาบสมุทรจังหวัดระนอง และ จังหวัดชุมพร โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงแนวทางสนับสนุนการพัฒนางานวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ สำหรับการท่องเที่ยว พร้อมด้วย ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ อุปนายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นงนุช เกตุ้ย หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวชี้แจงกิจกรรมและกล่าวต้อนรับ และมี นายธนกร บริสุทธิญาณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง นายสมโชค วงศ์วิวัฒนา ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดระนอง ว่าที่ร้อยตรี กฤษฎา ฉิมพลีวัฒน์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนระนอง นายสุนทร เตชิน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านในวงเหนือ และคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ณ บ้านในวง ตำบลบ้านในวงเหนือ - [AI แบบไทย ๆ Google Bard และ Adobe Firefly ประกาศรองรับคำสั่งภาษาไทยแล้ว !!!](https://www.uni.net.th/index.php/activity/2133/) - ในช่วงแรกของการพัฒนา AI ที่สามารถรับคำสั่งจากผู้ใช้งานล้วนต้องพิมพ์คำสั่งเป็นภาษาอังกฤษทั้งสิ้น เพราะการใช้ภาษาอื่น ๆ จะใช้พลังในการประมวลคำสั่งที่สูง ล่าสุด Google Bard และ Adobe Firefly ประกาศรองรับคำสั่งภาษาไทยแล้ววันนี้ จากการอัปเดตคุณสมบัติใหม่ ๆ ภายใน Google Bard (Google ออกฟีเจอร์ Bard ใหม่ให้ตอบคำถามด้วยเสียงและรับคำถามที่เป็นรูปภาพได้ – #beartai) ที่สามารถตอบคำถามจากคำสั่งเสียง และรูปภาพได้ อีกหนึ่งในการอัปเดตล่าสุด Google Bard ประกาศรองรับคำสั่งภาษาอื่น ๆ เพิ่มขึ้นอีก 40 ภาษาที่มีภาษาไทยเป็นหนึ่งในนั้น และต่อมาเครื่องมือสำหรับสายครีเอเตอร์ที่ใช้งานโปรแกรมกลุ่ม Adobe Creative Cloud ที่ได้ทดลองใช้เครื่องมือ Generative AI ตัวใหม่อย่าง Adobe Firefly เครื่องมือช่วยสร้างภาพ และปรับแต่งภาพ ล่าสุดประกาศอัปเดตรองรับคำสั่ง Prompt ภาษาเพิ่มเติมมากกว่า 100 ภาษาที่รวมไปถึงภาษาไทย และเว็บไซต์ก็ยังรองรับภาษาใหม่เพิ่มเติมอีก 20 ภาษาเช่น ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ญี่ปุ่น, - [มข. เจ้าภาพ WUNCA 2023 “80 สถาบัน” ผนึกกำลังอัปสกิลเครือข่ายสารสนเทศการศึกษา](https://www.uni.net.th/index.php/activity/2120/) - มข. เจ้าภาพ WUNCA 2023 “80 สถาบัน” ผนึกกำลังอัปสกิลเครือข่ายสารสนเทศการศึกษาสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การดำเนินกิจการบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา WUNCA ครั้งที่ 43 เมื่อวันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ ห้องคอนเวนชัน 1 และ 2 โรงแรมอวานี ขอนแก่น มข. เจ้าภาพ WUNCA 2023 “80 สถาบัน” ผนึกกำลังอัปสกิลเครือข่ายสารสนเทศการศึกษา – มหาวิทยาลัยขอนแก่น (kku.ac.th) - [สกมช. รวมพลจากหน่วยงานต่างๆ กว่า 220 คน เข้าฝึกเตรียมการ Pre-Exercise ทดสอบแผนเผชิญเหตุ ในการรับมือภัยไซเบอร์](https://www.uni.net.th/index.php/activity/2106/) - สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จัดฝึกเตรียมการ (Pre-Exercise/Academic)ของกิจกรรมการฝึกและทดสอบแผนเผชิญเหตุ ในกรณีเกิดเหตุภัยคุกคามทางไซเบอร์ ในระดับวิกฤติในระดับประเทศ Thailand’s National Cyber Exercise 2023 ระหว่างวันที่ 12-14 กรกฎาคม 2566 โดยมี พลอากาศตรี อมร ชมเชยเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดฯ และพลอากาศตรี จเด็ด คูหะก้องกิจ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กล่าวรายงาน ณ โรงแรม การ์เด้น ซีวิวรีสอร์ท พัทยา พลอากาศตรี อมร เลขาธิการฯ กล่าวว่า การฝึกเตรียมการในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมการอบรมเตรียมความพร้อมด้านความรู้ให้กับผู้เข้ารับการฝึก ทั้งนี้ผู้เข้ารับการฝึกจะได้รับฟังการอบรมโดยวิทยากรจากหน่วยงานที่มีประสบการณ์ด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ และมีความร่วมมือกับ สกมช. อย่างต่อเนื่อง มาให้ความรู้เกี่ยวกับการรับมือ ป้องกัน และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มิให้เกิดผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของรัฐความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ และโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะให้กับทุกท่าน ในการนี้ มีหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ รวมไปถึงหน่วยงานอื่นๆ - [สดช.จัดฝึกอบรมลูกเสือไซเบอร์ (Cyber Scout) หวังสร้างเยาวชนเป็นอาสาสมัครขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/activity/2093/) - วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมลูกเสือไซเบอร์ (Cyber Scout) เพื่อทำหน้าที่อาสาสมัครดิจิทัล ครั้งที่ 4 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ภายใต้โครงการการพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) ซึ่งการอบรมดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 กรกฎาคม 2566 โดยมีผู้เข้ารับการอบรมเป็นกลุ่มนักเรียน/เยาวชน และบุคลากรทางการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 68 คน ณ โรงแรม เบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ จ.นนทบุรี นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดอบรมอาสาสมัครดิจิทัล ครั้งที่ 4 เป็นการจัดกิจกรรมในลักษณะการฝึกอบรมลูกเสือไซเบอร์ (Cyber Scout) ให้แก่กลุ่มนักเรียน เยาวชน และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครดิจิทัล ให้สามารถใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศพื้นฐานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลให้คำแนะนำการใช้อินเทอร์เน็ตที่ถูกต้อง การเข้าถึงช่องทางบริการจากทางภาครัฐ การให้คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากภัยออนไลน์ รวมทั้งส่งเสริมการใช้ดิจิทัลในพื้นที่และชุมชนของตนเอง เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศด้วยดิจิทัลและตอบสนองนโยบาย Thailand - [ETDA ร่วมมือกับ สวทช. แถลงผลการศึกษาความพร้อมในการประยุกต์ใช้AI สำหรับบริการดิจิทัลอย่างมีธรรมาภิบาล](https://www.uni.net.th/index.php/news/2082/) - นักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แถลงผลการศึกษาความพร้อมในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สำหรับบริการดิจิทัลอย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ความพร้อมของการประยุกต์ใช้ AI ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรม และให้ทุกภาคสามารถส่วนนำไปต่อยอด พัฒนา และ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศได้ นางสาวกัลยา อุดมวิทิต รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยว่า จากการศึกษาพบว่าองค์กร/หน่วยงานในประเทศไทย ร้อยละ 15.2 มีการนำ AI มาใช้งานแล้ว และร้อยละ 45.3 พบว่า กลุ่มที่มีความพร้อมในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในทุกด้าน 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มการเงินและการค้า // และ กลุ่มการศึกษา // กลุ่มการใช้งานและบริการภาครัฐ ซึ่งกลุ่มการเงินและการค้า ก็มีการนำ AI - [สพฐ.เร่งพัฒนาระบบเทคโนโลยี จัดการศึกษายุคดิจิทัล เล็งชงของบพัฒนา ‘ซอฟต์แวร์-ฮาร์ดแวร์’](https://www.uni.net.th/index.php/announcement/2070/) - สพฐ.เร่งพัฒนาระบบเทคโนโลยี จัดการศึกษายุคดิจิทัล เล็งชงของบพัฒนา ‘ซอฟต์แวร์-ฮาร์ดแวร์’ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลกลาง เพื่อรวบรวมระบบงานหลักของ สพฐ.ในการใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาของสถานศึกษา โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐานแล้ว ดังนี้ 1.ระบบบริหารข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (DMC) เป็นระบบที่พัฒนาเพื่อบริหารจัดการงบประมาณ ให้นักเรียนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับรายการหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ภาครัฐให้การสนับสนุน 2.ระบบบริหารงานบุคคล (HRMS) เป็นระบบบริหารงานบุคลากรในสังกัด สพฐ. 3.ระบบงานทะเบียนวัดผล (SGS) เป็นระบบที่ใช้ในการบริหารจัดการผลการเรียนของนักเรียน 4.ระบบบริหารงานที่ดินสิ่งก่อสร้าง (B-OBEC) เป็นระบบที่บริหารจัดการข้อมูลเกี่ยวกับ อาคารสถานที่ ตลอดจนที่ดิน สิ่งก่อสร้าง 5.ระบบงานสารบรรณ (Smart Obec) เป็นระบบบริหารจัดการ การรับส่งเอกสารทางราชการ ตั้งแต่ระดับสถานศึกษา จนถึงหน่วยงานภายในสำนักงานคณะกรรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 6.ระบบติดตามสุขภาพจิตนักเรียน (School Health Hero) เป็นระบบที่คอยติดตาม สุขภาพจิตของนักเรียน ตลอดจนแจ้งผู้เชี่ยวชาญจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้การช่วยเหลือ ปรึกษาและรักษา และ 7.ระบบฐานข้อมูลครู - [techsauce : มข.เปิดคลินิก AI ตัวช่วยนักวิจัย-เสริมทักษะอาชีพนักศึกษายุคดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/news/2052/) - People / 28 มิถุนายน 2566 / Generative AI, มข.เปิดคลินิก AI ตัวช่วยนักวิจัย, สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่นสำนักข่าว : techsauce.coURL : https://techsauce.co/news/kku-library-generative-ai-clinicวันที่เผยแพร่ : 28 มิ.ย. 2566 - [สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี](https://www.uni.net.th/index.php/news/2045/) - People / 1 กรกฎาคม 2566 / ศ.นพ.ภิเษก ลุมพิกานนท์, โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น - [ไทยรัฐ(กรอบบ่าย) : “ไทย” รุกสร้างบุคลากรคุณภาพด้าน “เซมิคอนดักเตอร์” ตอบโจทย์โลกยุคอุตสาหกรรม 4.0](https://www.uni.net.th/index.php/news/2039/) - People / 1 กรกฎาคม 2566 / เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) - [สกู๊ปพิเศษ : มข.จัดแถลงข่าววันศรีนครินทร์ สมทบกองทุนช่วยผู้ป่วยยากไร้ ‘ชีวิต/ยัง](https://www.uni.net.th/index.php/news/2032/) - People / 1 กรกฎาคม 2566 / #งานวันศรีนครินทร์ ปี 2566 #กองทุนช่วยผู้ป่วยยากไร้ #MEDKKU #ชีวิตยังมีหวังด้วยพลังแห่งการให้ #กองทุนวันศรีนครินทร์, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, รศ.นพ.อภิชาติ จิระวุฒิพงศ์ - [ไทยรัฐ(กรอบบ่าย) : ทำเอ็มโอยู](https://www.uni.net.th/index.php/news/2026/) - People / 1 กรกฎาคม 2566 / รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา - [มติชน : มข.ผนึกเอกชน เปิดตัวหุ่น CPR อัจฉริยะ ฝึกทักษะช่วยฟื้นคืนชีพ](https://www.uni.net.th/index.php/news/2017/) - Ecological, People / 4 กรกฎาคม 2566 / CPRobot (ซี-โปร-บ็อท) : หุ่น CPR อัจฉริยะสำหรับเรียนรู้และ ฝึกฝนทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพสำนักข่าว : matichon.co.thURL : https://www.matichon.co.th/education/news_4054733วันที่เผยแพร่ : 29 มิ.ย. 2566 - [แนวหน้า : ‘มข.’ร่วม’กฟผ.’สร้างสังคมการเรียนรู้ นวัตกรรมด้านพลังงาน และสิ่งแวดล้อม](https://www.uni.net.th/index.php/news/2008/) - People / 4 กรกฎาคม 2566 / ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ รองอธิการบดี ฝ่ายการศึกษาและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มข.’ร่วม‘กฟผ.สำนักข่าว : naewna.comURL : https://www.naewna.com/local/741158วันที่เผยแพร่ : 03 ก.ค. 2566 - [BBLAM : BBLAM จับมือ ม.ขอนแก่น สร้างนักการเงินรุ่นใหม่ หนุนการเงินครอบครัวอีสานแข็งแกร่ง สานต่อภารกิจ “ทำให้ครอบครัวไทย มีความมั่นคงทางการเงิน”](https://www.uni.net.th/index.php/news/1999/) - People / 4 กรกฎาคม 2566 / BBLAM จับมือ ม.ขอนแก่น, คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นสำนักข่าว : facebook: BBLAMURL : https://www.facebook.com/620330266791071/posts/648398607317570วันที่เผยแพร่ : 03 ก.ค. 2566 - [ผู้จัดการออนไลน์ : มข.ผนึกกำลัง บลจ.บัวหลวง สร้างนักการเงินและการลงทุนเลือดใหม่ยกระดับเศรษฐกิจครอบครัวอีสาน](https://www.uni.net.th/index.php/news/1991/) - People / 11 กรกฎาคม 2566 / มข.ผนึกกำลัง บลจ.บัวหลวงสำนักข่าว : mgronline.comURL : https://mgronline.com/smes/detail/9660000060882วันที่เผยแพร่ : 05 ก.ค. 2566 - [บ้านเมือง : มข.ผนึกกำลัง บลจ.บัวหลวง สร้างนักการเงินและการลงทุนเลือดใหม่](https://www.uni.net.th/index.php/news/1983/) - People / 11 กรกฎาคม 2566 / คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มข.ผนึกกำลัง บลจ.บัวหลวงสำนักข่าว : banmuang.co.thURL : https://www.banmuang.co.th/news/education/335392วันที่เผยแพร่ : 05 ก.ค. 2566 - [ผู้จัดการออนไลน์ : มข.จับมือ กฟผ. ยกระดับมาตรฐานเยาวชนไทย สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้นวัตกรรมด้านพลังงาน และสิ่งแวดล้อม](https://www.uni.net.th/index.php/news/1974/) - People / 11 กรกฎาคม 2566 / มข.จับมือ กฟผ.สำนักข่าว : mgronline.comURL : https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9660000060039วันที่เผยแพร่ : 05 ก.ค. 2566 - [สยามรัฐ : มข.ผนึกกำลัง บลจ.บัวหลวง สร้างนักการเงินและการลงทุนเลือดใหม่ยกระดับเศรษฐกิจครอบครัวอีสาน](https://www.uni.net.th/index.php/news/1965/) - People / 11 กรกฎาคม 2566 / คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มข.ผนึกกำลัง บลจ.บัวหลวงสำนักข่าว : siamrath.co.thURL : https://siamrath.co.th/n/459826วันที่เผยแพร่ : 05 ก.ค. 2566 - [LINE TODAY : มข.ผนึกกำลัง บลจ.บัวหลวง สร้างนักการเงินและการลงทุนเลือดใหม่ยกระดับเศรษฐกิจครอบครัวอีสาน | สยามรัฐ](https://www.uni.net.th/index.php/news/1956/) - People / 11 กรกฎาคม 2566 / คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มข.ผนึกกำลัง บลจ.บัวหลวงสำนักข่าว : today.line.meURL : https://today.line.me/th/v2/article/WBexeoJวันที่เผยแพร่ : 05 ก.ค. 2566 - [ไทยรัฐ : ไทยคว้าแชมป์ประกวดโครงงานวิทย์อาเซียน](https://www.uni.net.th/index.php/news/1947/) - Ecological, People / 11 กรกฎาคม 2566 / การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์เยาวชนกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ 9, โรงเรียนสาธิตมอดินแดง มหาวิทยาลัยขอนแก่นสำนักข่าว : thairath.co.thURL : https://www.thairath.co.th/news/local/2707342วันที่เผยแพร่ : 06 ก.ค. 2566 - [thailandplus : อว. และ ม.ขอนแก่น จัดงาน “WUNCA” กิจกรรมบนระบบเครือข่าย UniNet ครั้งที่ 43″](https://www.uni.net.th/index.php/news/1938/) - People / 11 กรกฎาคม 2566 / WUNCA, ฝ่ายดิจิทัล มหาวิทยาลัยขอนแก่นสำนักข่าว : thailandplus.tvURL : https://www.thailandplus.tv/archives/717557วันที่เผยแพร่ : 07 ก.ค. 2566 - [ผู้จัดการออนไลน์ : มข.ผนึก บลจ.บัวหลวง สร้างนักการเงินและการลงทุนเลือดใหม่ ยกระดับเศรษฐกิจครอบครัวอีสาน](https://www.uni.net.th/index.php/news/1929/) - People / 11 กรกฎาคม 2566 / คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มข.ผนึกกำลัง บลจ.บัวหลวงสำนักข่าว : mgronline.comURL : https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9660000061161วันที่เผยแพร่ : 07 ก.ค. 2566 - [campus-star : มข.อินเทรนด์ เปิด “Threads” แอปฯ น้องใหม่อัปเดตข้อมูล-ข่าวสาร](https://www.uni.net.th/index.php/news/1922/) - People / 11 กรกฎาคม 2566 / กองสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มข.อินเทรนด์ เปิด “Threads” แอปฯ น้องใหม่ สำนักข่าว : campus.campus-star.com URL : https://campus.campus-star.com/variety/150715.html วันที่เผยแพร่ : 07 ก.ค. 2566 - [ขอนแก่นลิงก์ : มข.จับมือม.ชั้นนำจากจีน เปิดตัวสถาบัน The KKU-SWJTU Tianyou Railway Institute รับรถไฟความเร็วสูง](https://www.uni.net.th/index.php/news/1913/) - Ecological, People / 11 กรกฎาคม 2566 / คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มข.จับมือม.ชั้นนำจากจีน เปิดตัวสถาบัน The KKU-SWJTU Tianyou Railway Instituteสำนักข่าว : khonkaenlink.infoURL : https://www.khonkaenlink.info/read/829405/วันที่เผยแพร่ : 07 ก.ค. 2566 - [บ้านเมือง : มข.อินเทรนด์ เปิด “Threads” แอปฯ น้องใหม่อัปเดตข้อมูล](https://www.uni.net.th/index.php/news/1904/) - People / 11 กรกฎาคม 2566 / กองสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มข.อินเทรนด์ เปิด “Threads” แอปฯ น้องใหม่สำนักข่าว : banmuang.co.thURL : https://www.banmuang.co.th/news/education/336003วันที่เผยแพร่ : 10 ก.ค. 2566 - [ทีม iRAP ROBOT มจพ. คว้าแชมป์โลกรางวัลชนะเลิศ จากการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยโลก “World RoboCup Rescue 2023” ณ ประเทศฝรั่งเศส นักศึกษา ทีม iRAP ROBOT มจพ. คว้าแชมป์โลกรางวัลชนะเลิศ จากการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยโลก “World RoboCup Rescue 2023” และอีก 2 รางวัล รางวัลนวัตกรรมสมรรถนะการขับเคลื่อนหุ่นยนต์ยอดเยี่ยมระดับโลก และ รางวัลการทำแผนที่ยอดเยี่ยมระดับโลก](https://www.uni.net.th/index.php/activity/1881/) - ทีม iRAP ROBOT นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ตัวแทนจากประเทศไทยคว้าแชมป์โลกรางวัลชนะเลิศ ในการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยโลก “World RoboCup Rescue 2023” และอีก 2 รางวัล ได้แก่ BEST IN CLASS MOBILITY (รางวัลนวัตกรรมสมรรถนะการขับเคลื่อนหุ่นยนต์ยอดเยี่ยมระดับโลก) และ BEST IN CLASS MAPPING (รางวัลการทำแผนที่ยอดเยี่ยมระดับโลก) จัดการแข่งขันที่เมืองบอร์โด ประเทศฝรั่งเศส ประกาศผลการแข่งขัน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2566 โดยมีทีมหุ่นยนต์เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ จำนวน 17 ทีม จากนานาประเทศทั่วโลก ประกอบด้วย อเมริกา เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน เม็กซิโก เกาหลีใต้ ออสเตรีย ฝรั่งเศส บังกลาเทศ ตรุกีและไทย โดยผลการแข่งขันมีดังนี้ ทีม iRAP ROBOT ตัวแทนจากประเทศไทยได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นแชมป์โลกสมัยที่ - [เวที THAILAND Future Careers ชี้ชัดแรงงานดิจิทัลขาดแคลนสุด](https://www.uni.net.th/index.php/news/1872/) - กระทรวง อว. เปิดเวที THAILAND Future Careers ถก กกร. เตรียมสร้างคนสู่อาชีพแห่งอนาคต ชี้ด้าน ดิจิทัล-ไซเบอร์ซีเคียวริตี้-เซมิคอนดักเตอร์ ขาดแคลนสุด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจัดงาน THAILAND Future Careers เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2566 ที่โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของภาคธุรกิจ พัฒนาตลาดแรงงานของประเทศในทุกมิติ ทั้งการสำรวจและศึกษาความต้องการของภาคธุรกิจรวมทั้งเพื่อให้สถาบันการศึกษานำไปพัฒนาหลักสูตรผลิตบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน ตอบโจทย์โลกและสร้างทักษะแห่งอนาคต ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จของประเทศ และถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ที่ภาครัฐ ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง นายดนุช ตันเทอดทิตย์ เลขานุการ รมว.กระทรวง อว. เป็นประธาน พร้อมกล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “จะปรับการศึกษาไทยให้ตอบโจทย์ยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างไร” ว่า ขณะนี้สังคมไทยกำลังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นกระทรวง - [อว.จัดตั้ง Thai University Consortium ขับเคลื่อนระบบลายมือชื่อดิจิทัล กระทรวง อว. จัดตั้ง Thai University Consortium (TUC) ขับเคลื่อนระบบลายมือชื่อดิจิทัล-รองรับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มอบประกาศนียบัตร Digital ID by TUC-CA Ready Award แก่หน่วยงานและสถาบันอุดมศึกษา 114 แห่ง](https://www.uni.net.th/index.php/news/1864/) - เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานมอบประกาศนียบัตร Digital ID by TUC-CA Ready Award ให้แก่หน่วยงานและสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับใบรับรองระบบลายมือชื่อดิจิทัลภายใต้ Thai University Consortium (TUC) จำนวน 114 แห่ง ที่ ห้อง Auditorium ชั้น 2 อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า กระทรวง อว.ขับเคลื่อนให้หน่วยงานในสังกัด มีการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) ในการทำงานหรือบริหารจัดการภายใน และการให้บริการ โดยไม่ใช้กระดาษ (Paperless) มีการสร้าง การจัดเก็บ และการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) ที่มีความน่าเชื่อถือและพิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้ ตามมาตรา 9 มาตรา 26-31 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 - [ศึกษาศาสตร์จัดอบรม ChatGPT และเครื่องมือ Ai ช่วยสร้างบทความเพื่อตีพิมพ์วารสารนานาชาติ](https://www.uni.net.th/index.php/activity/1830/) - เมื่อระหว่างวันที 5-6 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา ฝ่ายวิจัย นวัตกรรมและวิเทศสัมพันธ์ คณะศึกษาศาสตร์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “กษรใช้ ChatGPT และเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยในการสร้างสรรค์บทความทำงวิชาการ ตีพิมพ์ในวารสำรระดับนานาชาติที่มีคุณภาพ” วิทยากรโดย ศ.ดร.ระพีพันธ์ ปิตาคะโส ผศ.ดร.ถนัดกิจ ศรีโชค ผศ.ดร.สุรเจษฐ์ ก้อนจันทร์ โดยมี รศ.ดร.อิศรา ก้านจักร คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ เป็นประธานในการกล่าวเปิดการอบรมฯ โดยการอบรมในครั้งนี้ถือเป็นการประยุกต์ใช้งานเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์อย่าง ChatGPT ร่วมถึงเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยสนับสนุนในการสร้างรวมถึงตรวจสอบบททความทางวิชาการ อีกทั้งยังมีการแบ่งบันประสบการณ์จากวิทยากรในการใช้งาน มีเป้าหมายช่วยเพิ่มบทความของนักวิจัยของคณะศึกษาศาสตร์และโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้มีการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติในฐาน Scopus หรือ ISI ซึ่งถือยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนานักวิจัยของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.ดร.อิศรา ก้านจักร กล่าวว่า “คณะศึกษาศาตร์ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรคณะศึกษาศาสตร์และโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมถึงนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษำ ได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติการใช้ ChatGPT และเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อ สนับสนุนองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยในการสร้างสรรค์บทความทางวิชาการตีพิมพ์ในวารสารระดับ นานาชาติ การขับเคลื่อนกิจกรรมในลักษณะนี้เป็นการขับเคลื่อนการวิจัยเชิงรุกทำให้เกิดการพัฒนาของบุคลากร สายวิชาการคณะศึกษาศาสตร์และโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมถึงนักศึกษาระดับ บัณฑิตศึกษา ” คณะศึกษาศาสตร์ - [สดช. เดินหน้าเปิดศูนย์ดิจิทัลชุมชนแห่งใหม่ ในพื้นที่โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ กรุงเทพฯ](https://www.uni.net.th/index.php/news/1818/) - สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เดินหน้า ตามยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 เปิดศูนย์ดิจิทัลชุมชนแห่งใหม่ โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร หวังเป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลของชุมชน ช่วยลดช่องว่าง สร้างความเท่าเทียม และยกระดับคุณภาพชีวิตในสังคมดิจิทัล วันที่ 9 กรกฎาคม 2566 นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาระบบนิเวศศูนย์ดิจิทัลชุมชนอย่างยั่งยืน ภายใต้กิจกรรมที่ 2 การจ้างพัฒนาระบบจัดการศูนย์ดิจิทัลชุมชนและงานบำรุงรักษา 5 ปี พร้อมด้วยนายสมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบริหารเทคโนโลยีดิจิทัลและการสื่อสาร และนายสมเกียรติ ศิริวัฒนโชค ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบริหารจัดการเชิงนโยบาย และนางสาวรัตนา จรูญศักดิ์สิทธิ์ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อสังคม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าร่วม โดยมีนางทรายทอง ตรีสัตยกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ คณะครูและนักเรียนให้การต้อนรับณ ศูนย์ดิจิทัลชุมชนแห่งใหม่ โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานครนายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ศูนย์ดิจิทัลชุมชนเป็นโครงการตามนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (พ.ศ.2561-2580) หรือ Thailand 4.0 ของรัฐบาล - [สดช. เปิดโอกาสรับฟังความคิดเห็น เพื่อกำหนดทิศทางตามนโยบายและแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระยะที่ 2](https://www.uni.net.th/index.php/announcement/1799/) - วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นในกลุ่มพันธมิตร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (ภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม) ภายใต้โครงการจัดทำนโยบายและแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ทั้งนี้ ภายในงานมีการบรรยายในหัวข้อ “บทบาทของ สดช. ในการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” และการบรรยายในหัวข้อ “นโยบายการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมส่วนภูมิภาค” ณ โรงแรม เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า สดช. ได้จัดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม โดยเป็นการสะท้อนสภาพความเป็นจริงและความต้องการพัฒนา ปรับปรุง และส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของสังคม นำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาในเชิงรูปธรรม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการสร้างสังคมดิจิทัลที่มีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำทางโอกาสของประชาชนที่เกิดจากการเข้าไม่ถึงโครงสร้างพื้นฐานและขาดความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมทั้งร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนากำลังคนดิจิทัลเพื่อรองรับการทำงานในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งกลุ่มคนทำงานและกลุ่มคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล “สำหรับโครงการจัดทำนโยบายและแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระยะที่ - [สคส. ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ ม.นเรศวร เดินหน้าให้ความรู้ “กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)”](https://www.uni.net.th/index.php/news/1791/) - สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมให้ความรู้ “พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)” มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจทั้งในเรื่องของหลักการของพระราชบัญญัติหรือกฎหมาย การนำไปปรับใช้ และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล การขโมยข้อมูลส่วนบุคคล การซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล และการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นไปแสวงหาประโยชน์โดยไม่ได้รับการยินยอม โดยมี พลตำรวจตรี กฤษศักดิ์ สงมูลนาค ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นประธานพิธีเปิด พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.บุญญรัตน์ โชคบันดาลชัย คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และ ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เข้าร่วมงาน ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนั้น เป็นกฎหมายที่จัดทำตามมาตรฐานสากล เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลมากขึ้นทั้งรูปแบบกระดาษและรูปแบบดิจิทัล ทำให้มีข่าวการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเป็นจำนวนมาก ทั้งการขโมยข้อมูลส่วนบุคคล การซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล และการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นไปแสวงหาประโยชน์โดยไม่ได้รับการยินยอม กฎหมายฉบับนี้จะเข้ามาช่วยคุ้มครองสิทธิความเป็นส่วนตัว และป้องกันความเสียหายจากการละเมิดข้อมูลของประชาชน โดยจะมุ่งเน้นการคุ้มครอง การกำหนดอำนาจหน้าที่ และจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้เจาะจงแค่องค์กรเอกชน แต่รวมไปถึงองค์กรภาครัฐ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และองค์กรอื่น - [สธ. จับมือ สกมช. ร่วมวางแนวทางพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/news/1773/) - กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) วางแนวทางการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล ทั้งด้านเทคโนโลยี ระบบข้อมูล และทักษะเฉพาะด้านของบุคลากร บนพื้นฐานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน 19 กรกฎาคม 2566 นี้ นายแพทย์พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (Chief Information Officer : CIO) ให้สัมภาษณ์ว่า นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายสนับสนุนให้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริการสุขภาพ และพัฒนาไปสู่ระบบสุขภาพดิจิทัลที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพอย่างเป็นระบบ ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพได้อย่างสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย โดยดำเนินการควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทย ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงสาธารณสุข มาอย่างต่อเนื่องนายแพทย์พงศ์เกษม กล่าวต่อว่า ล่าสุด นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้หารือร่วมกับ พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และเห็นชอบให้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจในการทำงานร่วมกัน ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ที่จะถึงนี้ - [ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ ! ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล แอปพลิเคชั่นไทยดี (ThalD) กรมการปกครองอัพเกรดพร้อมให้บริการ เพื่ออำนวยความสะดวก ประชาชนแล้ว](https://www.uni.net.th/index.php/news/1723/) - กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ปรับปรุงระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ผ่านแอปพลิเคชั่นไทยดี (ThalD) ให้พร้อมรองรับการใช้งาน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับ ประชาชนเรียบร้อยแล้ว นักศึกษาและ บุคลากรมหาวิทยาลัยขอนแก่น และประชาชน สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ได้ทั้ง 2 ระบบ จากการที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้มีประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชน ใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางติจิทัล (Digltal ID) ในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนผ่านช่องทางดิจิทัล ให้สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และรองรับการใช้งานการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลด้านอื่นๆ อาทิ ใช้หลักฐานภาพอิเล็กทรอนิกส์ของบัตรประจำตัวประชาชน เป็นเอกสารแสดงตนในทางอากาศยานในประเทศ ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การตรวจสอบข้อมูลบุคคล สวัสติการทรัพย์สิน การฉีดวัคซีน งานทะเบียนออนไลน์ อาทิ การแจ้งย้ายที่อยู่ คัดและรับรองเอกสารทางทะเบียน การจองคิวออนไลน์ ฯลฯ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในการรับบริการนักศึกษา และบุคลากร ที่มีความประสงค์ขอลงทะเบียนระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล DOPA-Digital ID สามารถดำเนินการ ดังนี้– ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ThaID ลงในโทรศัพท์มือถือของตนเองก่อนเข้ามาขอรับบริการลงทะเบียน ใช้ได้ทั้งระบบไอโอเอส (IOS) และระบบแอนด์ดรอย (Android)ผู้ประสงค์ขอลงทะเบียนสามารถลงทะเบียนได้ - [มข. จับมือ บ.เอเอ็ม หุ่นซีพีอาร์ฯ เปิดตัวหุ่น CPRobot : หุ่น CPR อัจฉริยะ สำหรับเรียนรู้และฝึกฝนทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพ](https://www.uni.net.th/index.php/activity/1678/) - มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย ฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ พร้อมด้วย วิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับ บริษัทเอเอ็ม หุ่นซีพีอาร์ จำกัด ลงนามการถ่ายทอดทรัพย์สินทางปัญญามหาวิทยาลัยขอนแก่น “นวัตกรรมเพื่อชีวิต หุ่น CPR ยางพาราอัจฉริยะ ” CPRobot (ซี-โปร-บ็อท) : หุ่น CPR อัจฉริยะสำหรับเรียนรู้และ ฝึกฝนทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพ โดยมี รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น นายอำนาจ เกิดอนันต์ กรรมการบริษัทเอเอ็ม หุ่นซีพีอาร์ จำกัด รศ.สิรภัทร เชี่ยวชาญวัฒนา คณบดีวิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ รศ.นพ.ภัทรพงษ์ มกรเวช ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผศ.สายยัญ สายยศ หัวหน้าโครงการฯ ณ ห้องประชุมสารสิน ชั้น 2 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า CPRobot (ซี-โปร-บ็อท) : หุ่น CPR อัจฉริยะ นับเป็นผลงานอีกชิ้นของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถช่วยเหลือผู้มีภาวะหัวใจหยุดเต้นมีชีวิตรอดได้และไม่เกิดภาวะสมองตาย ผู้ที่จะช่วยชีวิตต้องมีความรู้เรื่องของ CPR เพื่อให้ผู้ป่วย มีชีวิตรอด ซึ่งนวัตกรรมเพื่อชีวิต หุ่น CPR ยางพาราอัจฉริยะ CPRobot (ซี-โปร-บ็อท) : หุ่น CPR อัจฉริยะสำหรับเรียนรู้และฝึกฝนทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพนี้ ถือเป็นความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมด้าน Health AI ที่มีความสำคัญต่อประเทศไทย ซึ่งเกิดจากความร่วมมือจากหลายฝ่าย เช่น การนำวัสดุยางพาราทำเป็นหุ่น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถประมวลผลได้ เป็นผลงานของวิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ และร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านหัวใจ คือศูนย์หัวใจสิริกิติ์ และภาคเอกชนที่จะนำอุปกรณ์นี้ไปต่อยอดในการผลิต - [อว. ปลื้ม! นักวิจัยไทยคว้ารางวัลการประกวดนวัตกรรมนานาชาติ 5 ประเทศ จัดงานประกาศเกียรติคุณสุดยิ่งใหญ่ พร้อมชู “สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมไทยก้าวไกลระดับโลก”](https://www.uni.net.th/index.php/activity/1691/) - วันที่ 26 มิถุนายน 2566 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแสดงความยินดีแก่นักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีนานาชาติ เพื่อประกาศเกียรติคุณแก่นักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยที่ได้รับรางวัลจากการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปประกวดเวทีนานาชาติ กว่า 261 ผลงานใน 5 เวทีจาก 5 ประเทศ โดยมี ศาสตราจารย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีฯ และปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมไทยก้าวไกลระดับโลก” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวรายงาน ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ ชั้น 3 สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร ศาสตราจารย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า กระทรวง อว. ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยขับเคลื่อนประเทศก้าวเดินไปข้างหน้า ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ซึ่งได้กำหนดทิศทางการพัฒนาบนพื้นฐานของหลักการแนวคิดที่สำคัญ 4 - [“สุขภาวะดิจิทัล” คนไทยยังน่าห่วงเสี่ยงต่อการใช้ดิจิทัลไม่เหมาะสม!! ทุกวันนี้เรื่อง “ดิจิทัล” ได้เข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตของคนไทย อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะสามารถช่วยอำนวย ความสะดวก](https://www.uni.net.th/index.php/activity/1665/) - ทุกวันนี้เรื่อง “ดิจิทัล” ได้เข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตของคนไทย อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะสามารถช่วยอำนวย ความสะดวกทำให้การใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นในทุกเรื่อง แต่เรื่อง “ดิจิทัล” ก็เหม่อนเหรียญสองด้าน มีทั้งด้านดีและเสีย เมื่อเหล่ามิจฉาชีพฉวยโอกาสในการใช้ เป็นเครื่องมือใน การหลอกหลวง สร้างความเสียหายให้กับประชาชนไม่น้อย!! ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้เก็บข้อมูลสถิติการแจ้งความออนไลน์ พบว่า ตั้งแต่ 1 มี.ค.65- 31 พ.ค.66 ได้รับแจ้งความออนไลน์ สูงถึง 2.96 แสนเรื่อง เป็นคดีออนไลน์สูงถึง 2.7 แสนเรื่อง รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 3.8 หมื่นล้านบาท!! หรือมีการแจ้งความเฉลี่ย 525 คดีต่อวัน ความเสียหายเฉลี่ย 74 ล้านบาทต่อวัน!! จะเห็นได้ว่า การเข้าถึงดิจิทัล ที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้อาชญากรรมทางออนไลน์ ก็พุ่งสูงขึ้นด้วย!?! สร้างความตะหนัก และ รู้เท่านั้น เรื่องดิจิทัล จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจุบันคนไทยก็เข้าถึงโซเชียลมีเดียกันมากขึ้น โดยเฟสบุ๊ค มียอดการใช้งาน 48.1 ล้านคน ยูทูบ 43.9 ล้านคน ติ๊กต็อก จำนวน - [มข. เปิดคลินิก AI ตัวช่วยนักวิจัย-เสริมทักษะอาชีพนักศึกษายุคดิจิทัล](https://www.uni.net.th/index.php/activity/1645/) - สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดตัวคลินิก AI แนะนำการใช้เครื่องมือ Generative AI และชุดคำสั่งสำหรับนักวิจัย ทั้ง SciSpace, ChatPDF, ChatGPT หรือ Alisa ตัวช่วย นักวิจัย-เสริมทักษะอาชีพนักศึกษายุคดิจิทัล ไม่ให้ถูก Disruption ด้วย AI แม้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะเกิดขึ้นมานาน แต่กระแสของเครื่องมือ Generative AI อย่าง ChatGPT ที่เปิดตัวเพียง 5 วัน ก็มีผู้ใช้งานแตะ 1 ล้านคน สะท้อนถึงความนิยมการใช้งาน AI ในยุคปัจจุบันได้อย่างชัดเจน ไม่นับเครื่องมืออื่น ๆ ที่บริษัทเทคโนโลยีต่างพัฒนาขึ้นจนกลายเป็นสงคราม AI ที่ร้อนแรงและสะเทือนไปทุกวงการ รศ.ดร.กานดา สายแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ก้าวหน้ามากขึ้นในช่วงปีหลังนี้เนื่องมาจาก พลังคำนวณที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของฮาร์ดแวร์ที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่ถูกสร้างขึ้นทุกวินาที ผนวกกับความก้าวหน้าในอัลกอริทึม - [อัปเดตดิจิทัลโปรไฟล์ของคนไทย ผ่าน 3 คำถาม ด้าน Internet, Social Media และ E-Commerce](https://www.uni.net.th/index.php/activity/1600/) - Key Highlightsปัจจุบัน คนไทยมีจำนวนผู้เข้าถึง Internet 61.2 ล้านคน และมีจำนวนผู้การใช้ Social Media 52.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในรอบ 5 ปีหลังสุด โดย Facebook และ Line ยังคงเป็น Social Media ยอดนิยมของคนไทย ขณะที่ Tiktok เริ่มมีแรงใน 1-2 ปีหลัง ทั้งนี้ ผู้ใช้ Social Mediaในช่วงอายุ 34-44 ปี 45-54 ปี และ 55 ปีขึ้นไป ดูเป็นกลุ่มที่าสนใจเนื่องจากมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญธุรกิจต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์มากขึ้นสะท้อนจากเม็ดเงินโฆษณาออนไลน์ที่ขยายตัวเฉลี่ยปีละ 12.4% ในช่วง 5 ปีหลัง สวนทางกับการโฆษณาออฟไลน์ที่หดตัว 3% ต่อปี อย่างไรก็ดี เราพบว่าบางอุตสาหกรรมยังมีโอกาสเพิ่มเม็ดเงินเพื่อการโฆษณาออนไลน์ให้มากขึ้นได้ อาทิ Real Estates, Restaurants และ - [ข่าวมาแรง UniNet ขอให้ผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล PDPA เพื่อแก้ไขปัญหาการถูกล่วงละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับบริการในมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่น](https://www.uni.net.th/index.php/activity/1588/) - เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2566 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (สบทศ.) หรือ UniNet กล่าวว่า สำนักบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา จะเน้นให้สถาบันอุดมศึกษาเข้ามาใช้งานระบบในทุกรูปแบบ โดยเชื่อมต่อสถาบันอุดมศึกษาไทยเข้าด้วยกันและเชื่อมไปยังต่างประเทศ ใช้งานผ่านโครงข่าย โปรแกรม บทเรียน ห้องปฏิบัติการ กิจกรรมออนไลน์ เครือข่ายห้องสมุด ฐานข้อมูลสืบค้นเพื่อการศึกษาและการวิจัยได้อย่างมากมาย ทันสมัยและเพียงพอ ซึ่ง UniNet เป็นหน่วยที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดหาและบำรุงรักษามาอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยเพียงแต่เข้ามาใช้ทรัพยากรร่วมกันให้คุ้มค่าและร่วมกันทำให้สิ่งที่รัฐลงทุนไปเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อระบบการศึกษาไทย ทั้งนี้จากการได้เดินทางไปพบผู้รับผิดชอบงานด้านไอทีในมหาวิทยาลัย ทั้ง 5 ภูมิภาค ทำให้ทราบว่า สิ่งที่ UniNet และชาวมหาวิทยาลัยจะต้องตระหนักร่วมกันคือการให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยจะเก็บรวบรวม ประมวลผล ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลตามมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม ภายใต้หลักการและรายละเอียดตามที่กฎหมายกำหนด เนื่องจาก PDPA พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 คือกฎหมายใหม่ที่ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาการถูกล่วงละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล“หลังจากประกาศใช้สาระที่กำหนดในพระราชบัญญัติทำให้สถาบันอุดมศึกษาไทยกลายเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของคนทุกเพศทุกวัย ทุกสถานภาพ ทั้งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป และข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว เนื่องจากสถาบันอุดมศึกษา ส่วนใหญ่จะมีโรงเรียนสาธิตซึ่งเป็นสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของมหาวิทยาลัยอยู่ในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ซึ่งจะมีการจัดเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ มีข้อมูลส่วนบุคคลของอาจารย์ บุคลากรทุกระดับ - [เจาะลึกทำความเข้าใจกับ ChatGPT และ AI](https://www.uni.net.th/index.php/activity/1570/) - ในเวลานี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “ChatGPT” กำลังเป็นหัวข้อมาแรงที่ทำให้ผู้คนหันมาให้ความสนใจกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นประเด็นถกเถียงถึงข้อดีและความเสี่ยงของการที่ AI จะเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตในการทำงานร่วมกับเครื่องจักร (machines) และการสื่อสารระหว่างมนุษย์อีกด้วยโดยเมื่อเร็วๆนี้ AMCHAM Education committee และ Digital Economy committee ได้มีการจัดอภิปรายขึ้น ซึ่งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ที่จะร่วมเจาะลึกถึงเทคโนโลยีนี้และไขข้อสงสัยเกี่ยวกับความหมายโดยนัยและความเกี่ยวข้องของ AI ที่มีต่อภาคส่วนธุรกิจและการศึกษาปัญญาประดิษฐ์ (AI) คืออะไร ?ดร.พิณนรี ธีร์มกร อาจารย์ประจำสาขาวิชาการจัดการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า AI คือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อให้มีความคล้ายคลึงกับความสามารถและพฤติกรรมของมนุษย์ ถึงแม้ว่า AI จะถูกคิดค้นขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1942 แต่กลับเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในปี ค.ศ. 2022 เนื่องจากระบบคอมพิวเตอร์สามารถกักเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยในปัจจุบัน AI นั้นมีความสามารถในการเรียนรู้ วิเคราะห์ และคาดการณ์ ความสนใจของมนุษย์ได้อย่างน่าทึ่ง อย่างที่เห็นได้ชัดบนแพลตฟอร์มต่างๆ อาทิเช่น Netflix, Meta (Facebook) และ Instagram เป็นต้น นอกจากนั้น AI ยังเป็นเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ที่เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงในหลากหลายอุตสาหกรรม อย่างที่เรารู้จักกันในชื่อ ChatGPT - [UniNet พบมหาวิทยาลัยครบทุกภูมิภาคแล้ว เตรียมนำข้อเสนอและแนวคิดที่ดีมาปรับใช้เพื่อการบริการที่เป็นเลิศ](https://www.uni.net.th/index.php/news/1551/) - เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน : ผศ.ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (สบทศ.) หรือ UniNet กล่าวว่า สำนักบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา จะเน้นให้สถาบันอุดมศึกษาเข้ามาใช้งานระบบในทุกรูปแบบ โดยเชื่อมต่อสถาบันอุดมศึกษาไทยเข้าด้วยกันและเชื่อมไปยังต่างประเทศ ใช้งานผ่านโครงข่าย โปรแกรม บทเรียน ห้องปฏิบัติการ กิจกรรมออนไลน์ เครือข่ายห้องสมุด ฐานข้อมูลสืบค้นเพื่อการศึกษาและการวิจัยได้อย่างมากมาย ทันสมัยและเพียงพอ ซึ่ง UniNet เป็นหน่วยที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดหาและบำรุงรักษามาอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยเพียงแต่เข้ามาใช้ทรัพยากรร่วมกันให้คุ้มค่าและร่วมกันทำให้สิ่งที่รัฐลงทุนไปเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อระบบการศึกษาไทยจากการได้เดินทางไปพบผู้รับผิดชอบงานด้านไอทีในมหาวิทยาลัย ทั้ง 5 ภูมิภาค ทำให้ทราบว่า สิ่งที่ UniNet และชาวมหาวิทยาลัยจะต้องตระหนักร่วมกันคือการให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยจะเก็บ รวบรวม ประมวลผล ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลตามมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม ภายใต้หลักการและรายละเอียดตามที่กฎหมายกำหนด เนื่องจาก PDPA พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 คือกฎหมายใหม่ที่ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาการถูกล่วงละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หลังจากประกาศใช้สาระที่กำหนดในพระราชบัญญัติทำให้สถาบันอุดมศึกษาไทยกลายเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของคนทุกเพศทุกวัย ทุกสถานภาพ ทั้งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป และข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว เนื่องจากสถาบันอุดมศึกษา ส่วนใหญ่จะมีโรงเรียนสาธิตซึ่งเป็นสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของมหาวิทยาลัยอยู่ในสังกัด อว. ซึ่งจะมีการจัดเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ มีข้อมูลส่วนบุคคลของอาจารย์ บุคลากรทุกระดับ และมีข้อมูลส่วนบุคคลของนิสิตนักศึกษาในคณะต่างๆ ทุกชั้นปี - [Alisa's Roman Gives Trends](https://www.uni.net.th/index.php/uncategorized/110/) - Forbade panther desolately iguanodon alas in goodness goodness re-laid when wishful but yet and trim hey went. Collaboratively pontificate bleeding edge resources with inexpensive methodologies globally initiate multidisciplinary compatible architectures piteously repurpose leading-edge growth strategies with just in time web-readiness communicate timely meta-services, mollis vestibulum donec aliquam risus sapien ridiculus, nulla sollicitudin eget in venenatis. - [Furious after being to axed from finals](https://www.uni.net.th/index.php/uncategorized/342/) - Forbade panther desolately iguanodon alas in goodness goodness re-laid when wishful but yet and trim hey went. Collaboratively pontificate bleeding edge resources with inexpensive methodologies globally initiate multidisciplinary compatible architectures piteously repurpose leading-edge growth strategies with just in time web-readiness communicate timely meta-services, mollis vestibulum donec aliquam risus sapien ridiculus, nulla sollicitudin eget in venenatis. - [Profitable business makes your profit](https://www.uni.net.th/index.php/uncategorized/344/) - Forbade panther desolately iguanodon alas in goodness goodness re-laid when wishful but yet and trim hey went. Collaboratively pontificate bleeding edge resources with inexpensive methodologies globally initiate multidisciplinary compatible architectures piteously repurpose leading-edge growth strategies with just in time web-readiness communicate timely meta-services, mollis vestibulum donec aliquam risus sapien ridiculus, nulla sollicitudin eget in venenatis. - [The Big Seminar Investment](https://www.uni.net.th/index.php/uncategorized/108/) - Forbade panther desolately iguanodon alas in goodness goodness re-laid when wishful but yet and trim hey went. Collaboratively pontificate bleeding edge resources with inexpensive methodologies globally initiate multidisciplinary compatible. Tortor montes platea iaculis posuere per mauris, eros porta blandit curabitur ullamcorper varius nostra ante risus egestas. Architectures piteously repurpose leading-edge growth strategies with just in - [Let’s Build Your Business](https://www.uni.net.th/index.php/uncategorized/106/) - Forbade panther desolately iguanodon alas in goodness goodness re-laid when wishful but yet and trim hey went. Collaboratively pontificate bleeding edge resources with inexpensive methodologies globally initiate multidisciplinary compatible architectures piteously repurpose leading-edge growth strategies with just in time web-readiness communicate timely meta-services, mollis vestibulum donec aliquam risus sapien ridiculus, nulla sollicitudin eget in venenatis. - [Successful Marketing Ads](https://www.uni.net.th/index.php/uncategorized/104/) - Forbade panther desolately iguanodon alas in goodness goodness re-laid when wishful but yet and trim hey went. Collaboratively pontificate bleeding edge resources with inexpensive methodologies globally initiate multidisciplinary compatible. Tortor montes platea iaculis posuere per mauris, eros porta blandit curabitur ullamcorper varius nostra ante risus egestas. Architectures piteously repurpose leading-edge growth strategies with just in - [Sed posuere dolor necs](https://www.uni.net.th/index.php/uncategorized/102/) - Forbade panther desolately iguanodon alas in goodness goodness re-laid when wishful but yet and trim hey went. Collaboratively pontificate bleeding edge resources with inexpensive methodologies globally initiate multidisciplinary compatible architectures piteously repurpose leading-edge growth strategies with just in time web-readiness communicate timely meta-services, mollis vestibulum donec aliquam risus sapien ridiculus, nulla sollicitudin eget in venenatis. - [Integer at augue ut urna](https://www.uni.net.th/index.php/uncategorized/100/) - Forbade panther desolately iguanodon alas in goodness goodness re-laid when wishful but yet and trim hey went. Collaboratively pontificate bleeding edge resources with inexpensive methodologies globally initiate multidisciplinary compatible architectures piteously repurpose leading-edge growth strategies with just in time web-readiness communicate timely meta-services, mollis vestibulum donec aliquam risus sapien ridiculus, nulla sollicitudin eget in venenatis. - [Vivamus mollis imperdiets](https://www.uni.net.th/index.php/uncategorized/98/) - Forbade panther desolately iguanodon alas in goodness goodness re-laid when wishful but yet and trim hey went. Collaboratively pontificate bleeding edge resources with inexpensive methodologies globally initiate multidisciplinary compatible. Tortor montes platea iaculis posuere per mauris, eros porta blandit curabitur ullamcorper varius nostra ante risus egestas. Architectures piteously repurpose leading-edge growth strategies with just in - [Cras feugiat semper porloa](https://www.uni.net.th/index.php/uncategorized/96/) - Forbade panther desolately iguanodon alas in goodness goodness re-laid when wishful but yet and trim hey went. Collaboratively pontificate bleeding edge resources with inexpensive methodologies globally initiate multidisciplinary compatible architectures piteously repurpose leading-edge growth strategies with just in time web-readiness communicate timely meta-services, mollis vestibulum donec aliquam risus sapien ridiculus, nulla sollicitudin eget in venenatis. - [Habitant morbi as tristique](https://www.uni.net.th/index.php/uncategorized/84/) - Forbade panther desolately iguanodon alas in goodness goodness re-laid when wishful but yet and trim hey went. Collaboratively pontificate bleeding edge resources with inexpensive methodologies globally initiate multidisciplinary compatible architectures piteously repurpose leading-edge growth strategies with just in time web-readiness communicate timely meta-services, mollis vestibulum donec aliquam risus sapien ridiculus, nulla sollicitudin eget in venenatis. ## Pages - [หน้าหลัก](https://www.uni.net.th/) - โครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (Inter University Network) หรือที่เรียกว่า เครือข่าย “UniNet” ทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาซึ่งเป็นการดำเนินการขยายโอกาสอุดมศึกษาสู่ภูมิภาค โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการจัดการเรียนการสอน - [เครือขายเพื่อการศึกษาวิจัย (ThaiREN)](https://www.uni.net.th/index.php/thairen/) - ทำไมต้องมีเครือข่ายเพื่อการศึกษาวิจัย (ThaiREN) ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้มี Traffic ที่หลากหลายใช้งานอยู่บน เครือข่าย อาทิ www, YouTube, Facebook, Bit Torrent download ภาพยนต์ เพลงหรือรูปภาพ เป็นต้น ทำให้เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้งานเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อสนับสนุน กิจกรรมการเรียนการสอนและการวิจัยจะต้องไปแย่งช่องทางกับ ผู้อื่น เมื่อเป็นเช่นนี้งานวิจัยที่ต้องใช้ Bandwidth สูง เช่น ระบบสำหรับประชุมและจัดการเรียนการสอนทางไกล การใช้งานฐานข้อมูลเพื่อการสืบค้นและการใช้ทรัพยากรทางการศึกษาที่ให้บริการอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเกิดความล่าช้าและคุณภาพไม่ดี สุดท้ายก็จะไม่สามารถทำงานวิจัยหรือการจัดการการศึกษาที่ต้องการได้ ดังนั้นการมีเครือข่ายเฉพาะกิจ หรือกล่าวคือ ”เครือข่ายเพื่อการศึกษาวิจัยโดยเฉพาะ” จึงเป็นช่องทางสำคัญที่จะช่วยให้คณาจารย์ นักวิจัย นิสิต นักศึกษาสามารถใช้เครือข่าย UniNet เพื่อดำเนินกิจกรรมเพื่อการศึกษาวิจัยได้โดยไม่มี Traffic อื่นมาแชร์การใช้งานด้วยปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกได้มีการจัดตั้งและสร้างเครือข่ายเพื่อการศึกษาวิจัยโดยเฉพาะอยู่ทุกประเทศ โดยเครือข่ายประเภทนี้เรียกชื่อกันในนามของ REN:Research and Education Network ซึ่งประเทศไทย UniNet ได้ตั้งกลุ่มในนาม “ThaiREN” ขึ้น เพื่อใช้เรียกขานและประสานงานความร่วมมือกับหน่วยงานการศึกษาวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงดำเนินการเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย Internet2 ซึ่งเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐอเมริกา เครือข่าย Asi@Connect (TEIN) ซึ่งเชื่อมโยงสถาบันการศึกษาในทวีปเอเชียและยุโรป - [UniNet Internet Map](https://www.uni.net.th/index.php/uninet-internet-map/) - [สืบค้นฐานข้อมูล](https://www.uni.net.th/index.php/thailis/reference-database/) - สิบค้นฐานข้อมูล เป็นการให้บริการการสืบค้นฐานข้อมูลออนไลน์ในต่างประเทศเพื่อการใช้ทรัพยากร ตามเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน และเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศตลอดจนเอกสารฉบับเต็มได้สะดวก รวดเร็ว ผ่านเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา UniNet สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งฐานข้อมูลที่ให้บริการ ประกอบด้วย ฐานข้อมูลอ้างอิง (Reference Database) จำนวน 9 ฐาน ดังตารางด้านล่าง ปี 2569 ฐานข้อมูลที่สำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมบอกรับสมาชิกเพื่อให้บริการแก่สถาบันอุดมศึกษาประจำปี พ.ศ. 2569ชื่อฐานข้อมูลรายละเอียดจำนวน(แห่ง) เดือนระยะเวลาTitle List คู่มือIEEE/IET ElectronicLibrary (IEL)เป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมสารสนเทศจาก Electronics Engineers (IEEE) ประกอบด้วยวารสาร นิตยสาร รายงานความก้าวหน้า เอกสารการประชุม เอกสารมาตรฐานของ IEEE มากกว่า 4,600,000 รายการ37121 ม.ค.69 – 31 ธ.ค. 69 Springer Nature Link – Journalเป็นฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์สุขภาพ ประกอบด้วยวารสารและเอกสารฉบับเต็มไม่น้อยกว่า 1,800 ชื่อ - [คณะกรรมการ ThaiLIS](https://www.uni.net.th/index.php/thailis/thailis-committee/) - คณะกรรมการพัฒนาโครงการจัดทำระบบห้องสมุดอัตโนมัติสำหรับสถาบันอุดมศึกษา รายชื่อคณะกรรมการ ตำแหน่ง 1. นายพิเชฐ มุกสิกพันธ์ ประธานกรรมการ 2. นายจีระพล คุ่มเคี่ยม รองประธาน 3. นางเพ็ญแข ประจงใจ กรรมการ 4. นายสุชล แก้วประทุม กรรมการ 5. นางสาวจันทร์เพ็ญ กล่อมใจขาว กรรมการ 6. นางสาวนาตยา ศิริทับ กรรมการ 7. นางปภาดา น้อยคำยาง กรรมการ 8. นางภาวนา เขมะรัตน์ กรรมการ 9. นางสาวกรรณิการ์ แสงทอง กรรมการ 10. นางฉัตรวรุณ สุดใจประภารัตน์ กรรมการ 11. นางสาวจิรภา เขียวหวาน กรรมการ 12. นายปรัชญากร เลวัน กรรมการและเลขานุการ 13. นางสาวประทุมพร ปัญสวัสดิ์ ผู้ช่วยเลขานุการ - [Security Operations Center](https://www.uni.net.th/index.php/security-operations-center/) - ปัญหาและความจำเป็น การใช้งานเครือข่ายสารสนเทศในปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์หลากหลายรูปแบบ เช่น การโจมตีแบบ DDoS (Distributed Denial of Service) และ Ransomware ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อข้อมูลและความมั่นคงของรัฐและองค์กร จึงจำเป็นต้องมีระบบเฝ้าระวังและป้องกันที่ครอบคลุม พันธกิจ • ป้องกันเชิงรุก: สกัดกั้นและยับยั้งภัยคุกคามทางไซเบอร์ในทุกรูปแบบ ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อระบบและข้อมูลสำคัญของสถานศึกษา • เฝ้าระวังภัยอย่างใกล้ชิด: ตรวจสอบ วิเคราะห์ และติดตามกิจกรรมทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจจับสัญญาณความผิดปกติและภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในแบบเรียลไทม์ • แจ้งเตือนฉับไว: รายงานและแจ้งเตือนเหตุการณ์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไปยังหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพื่อให้สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที • ตอบสนองและแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ: ดำเนินการวิเคราะห์ หาสาเหตุ และแก้ไขปัญหาที่เกิดจากภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น • เสริมสร้างความตระหนักรู้: ให้ความรู้และสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ แก่บุคลากรและนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา • พัฒนาศักยภาพ: พัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีของศูนย์ SOC อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถรับมือ กับภัยคุกคามที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไป บริการหลัก การเฝ้าระวังภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ : ตรวจสอบกิจกรรม ทางไซเบอร์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจจับสัญญาณของภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น การแจ้งเตือนและตอบสนอง ต่อเหตุการณ์ : - [รายงานประจำปี](https://www.uni.net.th/index.php/annual-report/) - รายงานประจำปี - [Services](https://www.uni.net.th/index.php/services/) - การเชื่อมต่อเครือข่าย UniNet ให้บริการในการเชื่อมต่อเทคโนโลยีสารสนเทศด้วยสื่อสัญญาณใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) หรือบริการจุดเชื่อมต่อเครือข่ายในการเชื่อมต่อ MPLS เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาวิจัย Internet UniNet ให้บริการทั้งอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ (IIG) อินเทอร์เน็ตภายในประเทศ (NIX) และปรับเพิ่ม Bandwidth ตามปริมาณการใช้งานของหน่วยงาน Eduroam บริการโรมมิ่งอินเทอร์เน็ต Wi-Fi เพื่อการศึกษาวิจัยระหว่างประเทศ สำหรับผู้ใช้งานศึกษาค้นคว้าวิจัยในระดับการอุดมศึกษา ที่เป็นสมาชิกเครือข่าย Eduroam บริการสำหรับเครือข่ายนักวิจัย อาจารย์ นิสิตและนักศึกษา ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของแต่ละสถาบันที่เป็นสมาชิกเครือข่ายเข้าด้วยกันรายละเอียดเพิ่มเติม URL Shortener UniNet ให้บริการย่อลิงก์ ที่เรียกกันว่า URL Shortener หรือ Short URL ที่มีความน่าเชื่อถือ ภายใต้ชื่อโดเมนรหัส “.th” และสร้างความเชื่อมั่นให้กับบุคลากรทางการศึกษา ในการรับบริการจากหน่วยงานการศึกษาที่มีการให้ข้อมูลผ่านการย่อลิงก์ที่สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือได้เข้าใช้งาน CO-LOCATION SECURE & RELIABLEDATACENTER ฝากเซิร์ฟเวอร์กับผู้เชี่ยวชาญมั่นใจด้านความปลอดภัยเชื่อมต่อความเร็วสูง รายละเอียดเพิ่มเติม Virtual Private Server (VPS) UniNet ให้บริการพื้นที่ Virtual Private Server ผ่านเครื่องแม่ข่ายที่เรียกว่า - [ความเป็นมา](https://www.uni.net.th/index.php/about/) - สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา Office of Information Technology Administration for Educational Development (UniNet) ความเป็นมา โครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (Inter University Network) หรือที่เรียกว่า เครือข่าย “UniNet” จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2539 เห็นชอบให้จัดตั้งองค์กรกลางดำเนินโครงการในลักษณะการจัดหาวงจรสื่อสัญญาณความเร็วสูงเพื่อใช้สำหรับการเชื่อมโยงเครือข่ายสารสนเทศและการสื่อสารของสถาบันอุดมศึกษา และจัดตั้งเป็นสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2540 ทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาซึ่งเป็นการดำเนินการขยายโอกาสอุดมศึกษาสู่ภูมิภาค โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการจัดการเรียนการสอน สำนักงานฯ ได้เชื่อมโยงเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัย/สถาบันในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้น 24 แห่ง และวิทยาเขตสารสนเทศ 37 แห่ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2539 เชื่อมโยงอยู่บนเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) เพื่อให้สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการจัดการศึกษา สามารถเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันทั้งภายในและต่างประเทศ พันธกิจ Mission พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่าย และเชื่อมโยงโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลจัดการศึกษาวิจัยร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษา ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ บริหารจัดการเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ด้านการศึกษาวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาศูนย์กลางบริหารจัดการและให้บริการทรัพยากรด้านการศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน จัดสรรทรัพยากรทางการศึกษาที่จำเป็นสำหรับการจัดการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา ส่งเสริม สนับสนุนการใช้ทรัพยากรทางการศึกษาและวิจัยร่วมกัน - [เอกสารเผยแพร่](https://www.uni.net.th/index.php/media/) - [ติดต่อแจ้งปัญหา](https://www.uni.net.th/index.php/noc-contact/) - Call Center 0 2232 4000 กด 1 Facebook Page https://www.facebook.com/UniNet.Thailand/ Website https://ticketnew.uni.net.th/netkaquartz/login.aspx E-mail noc@uni.net.th - [ข่าวความเคลื่อนไหวของ UniNet](https://www.uni.net.th/index.php/announcement/) - [สถิติการใช้งานฐานข้อมูล](https://www.uni.net.th/index.php/thailis/reference-database/database-search-statistics/) - ข้อมูลสถิติการใช้งานฐานข้อมูลประจำปีปัจจุบัน (2568) ข้อมูลสถิติการใช้งานฐานข้อมูลประจำปีก่อนๆ (ประจำปีงบประมาณ 2549 – 2567) ปี 2567 ปี 2566 ปี 2565 ปี 2564 ปี 2563 ปี 2562 ปี 2561 ปี 2560 ปี 2559 ปี 2558 ปี 2557 ปี 2556 ปี 2555 ปี 2554 ปี 2553 ปี 2552 ปี 2551 ปี 2550 ปี 2549 - [Cookie list](https://www.uni.net.th/index.php/privacy-notice/cookie-list/) - WordPress Functional Consent to service wordpress Usage We use WordPress for website development. Read more about WordPress Sharing data This data is not shared with third parties. Functional Name WP_PREFERENCES_USER_* Expiration persistent Function Store user preferences Name wp-settings-time-* Expiration 1 year Function Store user preferences Name wp-settings-* Expiration persistent Function Store user preferences Name wordpress_test_cookie - [Privacy Notice](https://www.uni.net.th/index.php/privacy-notice/) - การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy) รายการคุกกี้ (Cookie List) ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับกล้องวงจรปิด (CCTV) ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับ ผู้สมัครงาน ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับ ผู้ใช้บริการระบบสารสนเทศ ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับ คู่ค้า (Vendors) ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับ ผู้เข้าร่วมงานสัมมนาหรือกิจกรรม - [ThaiLIS Awards](https://www.uni.net.th/index.php/thailisawards/) - โครงการ ThaiLIS Awards จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ ThaiLIS นำระบบแลพทรัพยากรที่ได้รับไปใช้ประโยชน์สูงสุด โดยเน้นการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกันและพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการของห้องสมุด ส่งผลให้เครือข่ายห้องสมุดในประเทศไทยแข็งแกร่งขึ้น และสร้างแรงบันดาลใจให้บุคลากรและนักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบ ThaiLIS อย่างต่อเนื่อง วัตถุประสงค์1. ส่งเสริมให้เกิดการใช้บริการต่างๆ ของโครงการพัฒนาเครือข่ายระบบห้องสมุดในประเทศไทย (ThaiLIS) อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด2. ประชาสัมพันธ์การให้บริการต่างๆ ของโครงการพัฒนาเครือข่ายระบบห้องสมุดในประเทศไทย (ThaiLIS)3. สร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายความร่วมมือห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา4. เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกันระหว่างห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาอย่างยั่งยืน5. สนับสนุนให้เกิดการยืม – คืน ทรัพยากรระหว่างห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ6. เป็นกลไกในการสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม7. เพื่อให้การดำเนินงานและการนำเข้าข้อมูลในฐานข้อมูลเป็นไปอย่างมีมาตรฐานสากล โครงการรางวัลเครือข่ายห้องสมุดประเทศไทยครั้งที่ 1 ผู้เข้าร่วมโครงการ ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชนที่เป็นสมาชิกโครงการพัฒนาเครือข่ายระบบห้องสมุดในประเทศไทย (ThaiLIS) จำนวนกว่า 130 แห่ง ลักษณะการแข่งขันและเกณฑ์การพิจารณาให้รางวัล พิจารณาการให้รางวัลจากผลการดำเนินงานของห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา จากระบบสหบรรณานุกรม (UC-TAL) และระบบจัดเก็บเอกสารฉบับเต็มในรูปอิเล็กทรอนิกส์ (TDC) โครงการฐานข้อมูลระบบสหบรรณานุกรม (UC-TAL)มอบรางวัลแก่ สถาบันอุดมศึกษาที่ใช้บริการระบบยืมคืนทรัพยากรระหว่างห้องสมุด (Inter Library Loan หรือ ILL) 6 รางวัล ดังนี้พิจารณาจากสถาบันอุดมศึกษาที่ยื่นแบบการขอยืมทรัพยากร - [ThaiLIS Awards Announcement](https://www.uni.net.th/index.php/thailis-awards-announcement/) - โครงการ ThaiLIS Awards จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ ThaiLIS นำระบบแลพทรัพยากรที่ได้รับไปใช้ประโยชน์สูงสุด โดยเน้นการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกันและพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการของห้องสมุด ส่งผลให้เครือข่ายห้องสมุดในประเทศไทยแข็งแกร่งขึ้น และสร้างแรงบันดาลใจให้บุคลากรและนักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบ ThaiLIS อย่างต่อเนื่อง สถาบันอุดมศึกษาที่ยื่นแบบการขอยืมทรัพยากร (ILL) ผ่านระบบ UCTAL สูงสุด 3 ลำดับ อันดับที่ 1 สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน อันดับที่ 2 สํานักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ อันดับที่ 3 สํานักหอสมุดมหาวิทยาลัยขอนแก่น สถาบันอุดมศึกษาที่ยื่นแบบการให้ยืมทรัพยากร (ILL) ผ่านระบบ UCTAL สูงสุด 3 ลำดับ อันดับที่ 1 สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน อันดับที่ 2 สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา อันดับที่ 3 สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถาบันอุดมศึกษาที่มีรายการเอกสารฉบับเต็มของสถาบันฯ มีสถิติการถูกดาวน์โหลดสูงสุด 3 ลำดับ อันดับที่ 1 - [UniNet Network](https://www.uni.net.th/index.php/uninet-network/) - UniNet เครือข่ายเพื่อการศึกษาวิจัย เป็นเครือข่ายเฉพาะกิจ สำหรับสนับสนุนสถาบันการศึกษา ดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน และการวิจัย เชื่อมต่อไปยังสถาบันการศึกษา ทำความรู้จักกับเครือข่าย UniNet โครงการเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา หรือที่เรียกกันว่า UniNet ได้เริ่มก่อตั้งตามประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ.2539 โดยได้ดำเนินการสร้างเครือข่ายความเร็วสูงเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย/สถาบันระดับอุดมศึกษาในประเทศไทยเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงเชื่อมโยงเครือข่ายไปยังเครือข่ายเพื่อการศึกษาวิจัยในต่างประเทศ ทำให้สถาบันการศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนและการวิจัยร่วมกันกับสถาบันการศึกษาในประเทศได้โดยสะดวกและรวดเร็วผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง อีกทั้งยังพัฒนาแหล่งความรู้โดยพัฒนาความร่วมมือระหว่างห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย โดยดำเนินโครงการ ThaiLIS รวมถึงพัฒนากลุ่มวิจัยด้านต่างๆ เพื่อสนับสนุนพัฒนาและปรับปรุงเครือข่ายให้เหมาะสมสำหรับใช้งานเพื่อการศึกษาวิจัยโดยเฉพาะ หรือจะเรียกว่า “เครือข่ายเฉพาะกิจ“ ก็ไม่ผิดนัก รูปแบบการใช้บริการของ UniNet ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้มี Traffic ที่หลากหลายใช้งานอยู่บน เครือข่าย อาทิ www, YouTube, Facebook,Bit Torrent download ภาพยนต์ เพลงหรือรูปภาพ เป็นต้น ทำให้เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้งานเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อสนับสนุน กิจกรรมการเรียนการสอนและการวิจัยจะต้องไปแย่งช่องทางกับ ผู้อื่น เมื่อเป็นเช่นนี้งานวิจัยที่ต้องใช้ Bandwidth สูง เช่น ระบบสำหรับประชุมและจัดการเรียนการสอนทางไกล การใช้งานฐานข้อมูลเพื่อการสืบค้นและการใช้ทรัพยากรทางการศึกษาที่ให้บริการอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเกิดความล่าช้าและคุณภาพไม่ดี สุดท้ายก็จะไม่สามารถทำงานวิจัยหรือการจัดการการศึกษาที่ต้องการได้ ดังนั้นการมีเครือข่ายเฉพาะกิจ หรือกล่าวคือ “เครือข่ายเพื่อการศึกษาวิจัยโดยเฉพาะ” จึงเป็นช่องทางสำคัญที่จะช่วยให้คณาจารย์ - [Asi@Connect](https://www.uni.net.th/index.php/asiaconnect/) - Asia@Connect เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงชุมชนการวิจัยและการศึกษาของเอเชียและยุโรปเข้าด้วยกัน โครงการนี้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระดับโลกผ่านเครือข่าย R&E (Research and Education) ที่แข็งแกร่ง ภาพรวมและความร่วมมือระดับโลก:• พันธมิตรหลัก: โครงการนี้ดำเนินการร่วมกับ GEANT และ TEIN โดยมีงบประมาณรวม 37.15 ล้านยูโร (EU สนับสนุน 20 ล้านยูโร และพันธมิตรในเอเชีย 17.15 ล้านยูโร)• โครงสร้างเครือข่าย: Asia@Connect ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับโครงข่าย R&E ระดับโลก โดยมีเครือข่ายระดับภูมิภาคเชื่อมต่อกับ NRENs (National Research and Education Networks) 26 แห่งใน 22 ประเทศ/เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก• ความเร็วเครือข่าย: มีการเชื่อมต่อ Direct network ขนาด 100Gbps ระหว่าง TEIN และ GEANT ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างเอเชียและยุโรป ประโยชน์และความสำเร็จ:• การมีส่วนร่วม: มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 26,000 - [DATA CENTER](https://www.uni.net.th/index.php/data-center/) - การให้บริการ DATA CENTER & DISASTER RECOVERY CENTER CO-LOCATION บริการพื้นที่สำหรับรับฝากวางเครื่องแม่ข่าย (Co-location) ณ. Internet Data Center สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (UniNet) ดูแลโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานบริหารเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการศึกษา เชื่อมต่อด้วยอินเตอร์เน็ตโครงข่ายความเร็วสูง โดยภายใน Data Center จะให้บริการด้วย ระบบไฟฟ้าสำรองเสถียรภาพสูง ระบบจัดการความปลอดภัยทางกายภาพ Close Circuit TV (CCTV), ระบบ Fingerprint Access control, ระบบ Very Early Smoke Detector Apparatus (VESDA) & Fire alarm, ระบบ Fire Suppression Automatic โดยใช้สารดับเพลิงแบบ FM-200 ซึ่งสารดับเพลิงมีค่าความปลอดภัยต่อมนุษย์, ระบบทำความเย็นแบบ Precision โดยสามารถควบคุมทั้งอุณหภูมิและความชื้นได้อย่างแม่นยำ, ระบบ - [ติดต่อ eduroam](https://www.uni.net.th/index.php/eduroam/contact-eduroam/) - ติดต่อเรา ที่อยู่ สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 328 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ 10400 อีเมล eduroam@uni.net.th โทรศัพท์ +(66) 2232 4000 - [ขอปรับเปลี่ยนข้อมูล](https://www.uni.net.th/index.php/eduroam/eduroam-edit-request/) - ขอปรับเปลี่ยนข้อมูล คำขอใช้งานเครือข่าย eduroam ประเทศไทย-TH * จากที่มหาวิทยาลัยหรือสถาบันได้สมัครขอใช้บริการ eduroam-TH บัดนี้มีความต้องการปรับเปลี่ยนข้อมูลผู้ประสานงาน eduroam ของมหาวิทยาลัยหรือสถาบันมหาวิทยาลัยหรือสถาบันศึกษาสามารถดาวน์โหลด แบบฟอร์มขอปรับเปลี่ยนข้อมูลผู้ประสานงาน eduroam(2021-02-04)กรุณาส่งแบบฟอร์มในรูปแบบ PDF file มายัง e-mail: noc@uni.net.th พร้อมส่งแบบฟอร์มฉบับจริง ถึงสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet)สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม328 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ 10400หากมีข้อสงสัยติดต่อ คุณพีรพงษ์ ดวงคำ โทรศัพท์ 0 2232 4000 กด 4 ต่อ 5004 - [ขอใช้บริการ eduroam](https://www.uni.net.th/index.php/eduroam/eduroam-request/) - สมัครขอใช้บริการ eduroam-TH * ในการสมัครขอใช้บริการ eduroam-TH ผู้สมัครจะต้องเป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาขึ้นไปเท่านั้น สถาบันศึกษาที่ต้องการขอใช้บริการ eduroam-TH สามารถดาวน์โหลดเอกสารนโยบายการเข้าร่วม eduroam ประเทศไทย เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจการให้บริการและการใช้งานเครือข่าย eduroam ประเทศไทย และสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำขอใช้งานเครือข่าย eduroam ประเทศไทย พร้อมกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย ส่งมาที่ e-mail : noc at uni.net.th นโยบายการเข้าร่วม eduroam ประเทศไทย(2013-06-13 16:35:53) แบบฟอร์มคำขอใช้งานเครือข่าย eduroam ประเทศไทย(2021-02-04) เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแบบฟอร์มคำขอใช้งานเครือข่าย eduroam ประเทศไทย ของสถาบันการศึกษาเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะติดต่อประสานงานกับผู้ประสานงานของสถาบันการศึกษา (ตามรายชื่อที่แจ้งไว้ในแบบฟอร์มคำขอใช้งานเครือข่าย eduroam ประเทศไทย) เพื่อชี้แจงข้อมูลในการเตรียมการเบื้องต้นแก่สมาชิกใหม่ โดยขั้นตอนการเชื่อมต่อเครือข่าย eduroam ประเทศไทย มีดังนี้ ทางสถาบันการศึกษา/หน่วยงาน ต้องจัดเตรียม server สำหรับ eduroam - [สถานศึกษาที่ให้บริการ](https://www.uni.net.th/index.php/eduroam/eduroam-service/) - สถานศึกษาในประเทศไทยที่สามารถใช้งาน eduroam ได้ ปัจจุบัน มีสถาบันการศึกษาในประเทศไทยได้เข้าร่วมการเชื่อมต่อ eduroam TH จำนวน 64 แห่ง ได้แก่ สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) ,กรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ,กรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ,เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ,ปทุมธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ,เลย มหาวิทยาลัยนครพนม ,นครพนม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,กรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ,ขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ,สงขลา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดนครราชสีมา ,นครราชสีมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ,กรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ,กรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยศิลปากร ,นครปฐม มหาวิทยาลัยบูรพา ,ชลบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ,กรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ,พระนครศรีอยุธยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ,เชียงราย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ,กรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ,มหาสารคาม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ,อุบลราชธานี สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา - [เอกสารความรู้](https://www.uni.net.th/index.php/eduroam/eduroam-document/) - บทความและเอกสารเผยแพร่ของ eduroam การ config eduroam สำหรับ client (การ config eduroam สำหรับ client) แอพพลิเคชั่นสำหรับ Android แอพพลิเคชั่นสำหรับ iPhone การ config eduroam สำหรับ client (การ config eduroam สำหรับ client) Oracle_VM_VirtualBox_Extension_Pack-4.2.6-82870(2013-06-11 11:00:34) VirtualBox-4.2.6-82870(2013-06-11 17:23:20) ตัวอย่างไฟล์ image บน virtual Box ของ eduroam(2013-06-11 17:23:20) - [วิธีการติดตั้ง eduroam](https://www.uni.net.th/index.php/eduroam/eduroam-installation/) - คู่มือการติดตั้งและใช้งาน eduroam การ config eduroam สำหรับ client (การ config eduroam สำหรับ client) การ config เครื่องแม่ข่าย eduroam สำหรับ client(2015-04-16 09:30:17) คู่มือการติดตั้ง Radius server สำหรับบริการ eduroam(2024-01-15) การตั้งค่า Wireless AP Controller (การตั้งค่า Wireless AP Controller) การตั้งค่า Wireless AP Controller(2015-04-16 09:31:51) การตั้งค่าอุปกรณ์สำหรับผู้ใช้งาน eduroam (การตั้งค่าอุปกรณ์สำหรับผู้ใช้งาน eduroam) คู่มือการตั้งค่าและใช้งาน eduroam สำหรับ Android OS (Samsung GALAXY S III)(2013-09-18 10:54:03) คู่มือการตั้งค่าและใช้งาน eduroam สำหรับ ios - [what is eduroam](https://www.uni.net.th/index.php/eduroam/what-is-eduroam/) - ยินดีต้อนรับสู่ eduroam ประเทศไทย (REN) eduroam ย่อมาจาก “educational roaming” เป็นเครื่องหมายที่จดทะเบียนโดย TERENA ที่ก่อกำเนิดจากเครือข่ายการศึกษาและวิจัยของยุโรป (NRENs) เพื่อการใช้งานเครือข่ายที่เรียบง่าย ปลอดภัย และรองรับผู้ใช้งานที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นได้ โดย eduroam เป็นบริการเครือข่ายโรมมิ่งเพื่อการศึกษาและวิจัยสำหรับนักศึกษาและบุคลากรของสถาบันการศึกษาที่เป็นสมาชิกเครือข่าย eduroam เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขการใช้งานของสถาบันผู้ให้บริการเครือข่าย (Service Provider)eduroam เริ่มต้นขึ้นในปี 2546 จากการสาธิตความเป็นไปได้สำหรับการให้บริการงานเครือข่ายโรมมิ่งข้ามเครือข่าย โดยการใช้มาตรฐาน 802.1x ทำงานร่วมกับ Radius Server ของแต่ละสถาบันเพื่อให้บริการกับนักศึกษาและนักวิจัยจากสถาบันสมาชิกจาก 5 ประเทศ ประกอบด้วย เนเธอเลนด์ ฟินแลน โปรตุเกส โครเอเชีย และสหราชอาณาจักรสำหรับในประเทศไทย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) จะทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการหลักของประเทศไทย (National Roaming Operator for Thailand) โดยเป็นผู้รับผิดชอบการให้บริการ eduroam สำหรับประเทศไทย และเป็นผู้กำหนดนโยบายการใช้งานระดับประเทศ โดย eduraom ในประเทศไทยมีการให้บริการ - [Software Automated Library](https://www.uni.net.th/index.php/thailis/software-automated-library/) - โครงการห้องสมุดอัตโนมัติ สืบเนื่องจากการที่ห้องสมุดในประเทศไทยเริ่มก้าวสู่การใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติอย่างเป็นรูปธรรมในช่วง พ.ศ.2530 – 2531 โดยมีห้องสมุดประมาณ 20 แห่ง โดยแต่ละแห่งได้จัดทำฐานข้อมูลบรรณานุกรมของห้องสมุด ซึ่งส่วนใหญ่จัดทำบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ และใช้โปรแกรม Micro CDS/ISIS ซึ่งยูเนสโกให้ใช้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ต่อมาในปี พ.ศ.2533 ไอดีพีได้จัดซื้อและติดตั้งโปรแกรมระบบห้องสมุดสำเร็จรูปให้กับสำนักหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่คือ ระบบ SEA-URICA โดยใช้ระบบการจัดทำรายการสืบค้นและระบบการสืบค้นสารสนเทศแบบออนไลน์ ระบบ URICA ถือเป็นระบบห้องสมุดอัตโนมัติระบบแรกที่นำเข้าสู่วงการห้องสมุดอัตโนมัติของประเทศไทย ต่อมามีห้องสมุดมหาวิทยาลัยหลายแห่งจัดซื้อระบบห้องสมุดอัตโนมัติสำเร็จรูปซึ่งพัฒนาโดยบริษัทในต่างประเทศมาใช้ ตัวอย่างเช่น ระบบ DYNIX TINLIB INNOPAC หรือ C2 เป็นต้น ในการใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติดังกล่าว นอกจากจะใช้งบประมาณจำนวนมากในการจัดซื้อซอฟต์แวร์ระบบห้องสมุดอัตโนมัติแล้ว ห้องสมุดจะต้องจัดสรรงบประมาณสำหรับเป็นค่าบำรุงรักษาระบบอย่างต่อเนื่องทุกปี รวมทุกห้องสมุดแล้วไม่น้อยกว่าปีละ 30 ล้านบาท นับเป็นงบประมาณจำนวนมากและมีแนวโน้มว่าจะคงภาวะเช่นนี้อีกนานหากห้องสมุดต่างๆ ยังไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จึงมีนโยบายสนับสนุนการพัฒนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติเพื่อให้สถาบันการศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการใช้งาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อซอฟต์แวร์ห้องสมุดอัตโนมัติและค่าบำรุงรักษา ให้กับมหาวิทยาลัย/สถาบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และเพื่อรองรับการขยายตัวของวิทยาลัยต่างๆ โรงเรียน และหน่วยงานอื่น ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมนี้ได้มีมหาวิทยาลัย/สถาบัน ขอเสนอโครงการเข้าร่วมพัฒนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติ - [Thai Digital Collection](https://www.uni.net.th/index.php/thailis/thai-digital-collection/) - ระบบฐานข้อมูลจัดเก็บเอกสารในรูปอิเล็กทรอนิกส์ (Thai Digital Collection) เป็นการจัดเก็บ และแสดงเอกสารฉบับเต็ม (Full text) พร้อมภาพ โดยเฉพาะข้อมูลวิทยานิพนธ์ งานวิจัยของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย ตลอดจนให้บริการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างห้องสมุดมหาวิทยาลัย / สถาบัน 167 แห่งเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศฉบับเต็มพร้อมภาพที่ต้องการได้ทันที โดยปัจจุบันมีการจัดเก็บข้อมูลในระบบจัดเก็บเอกสารในรูปอิเล็กทรอนิกส์ ระบบฐานข้อมูลจัดเก็บเอกสารในรูปอิเล็กทรอนิกส์ (Thai Digital Collection) เพื่อให้การดำเนินงานโครงการเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานความร่วมมือ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ สำนักงานฯ จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ ดังนี้ผลงานที่คัดเลือกจัดเก็บเข้าสู่ระบบจะต้องเป็นเอกสารฉบับเต็มเท่านั้นประเภทของเอกสารกำหนดให้จัดเก็บเอกสารฉบับเต็มของ วิทยานิพนธ์ในระดับบัณฑิตศึกษา, รายงานวิจัย, บทความวิชาการ และหนังสือหายาก (สามารถเลือกประเภทเอกสารตามที่หน่วยงานมีอยู่จริง)ผลงานเอกสารที่จัดเก็บต้องเป็นลิขสิทธิ์ของหน่วยงานเองเท่านั้น และต้องยินดีเผยแพร่ให้สถาบันการศึกษา หน่วยงานในความร่วมมือ และประชาชนเข้าถึงเอกสารฉบับเต็มได้โดยไม่มีเงื่อนไข้หน่วยงานต้องนำเข้าข้อมูลต่อเนื่องทุกปี กรณีไม่มีการนำเข้าข้อมูลติดต่อกัน ๒ ปี สำนักงานขอสงวนสิทธิในการปรับสถานะผู้ใช้ให้เป็นแบบใช้งานทั่วไป คือ สมัครสมาชิกรายบุคคลหน่วยงานต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดเข้าร่วมฝึกอบรมการลงรายการข้อมูลเอกสารตามแบบมาตรฐาน Metadata Dublin Core การใช้งาน สามารถใช้งานระบบฐานข้อมูลจัดเก้บเอกสารในรูปอิเล็กทรอนิกส์ (Thai Digital Collection) ได้ที่ http://tdc.thailis.or.th/tdc - [Conditions of Use and Licensing](https://www.uni.net.th/index.php/thailis/reference-database/conditions-of-use-and-licensing/) - Conditions of Use and Licensing Restrictions for Electronic Resources The Office of the Higher Education Commission : OHEC subscribes to thousands of electronic journals, books and other databases for use by authorized users (current faculty, students and staff and, in most cases, on-site visitors for 78 Universities). The terms and conditions for using - [ความเป็นมา ThaiLIS](https://www.uni.net.th/index.php/thailis/about-thailis/) - ความเป็นมา พ.ศ. 2536 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการโครงการพัฒนาระบบห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่วนกลาง (Thai Library Network-Metropolitan: Thailinet)โครงการพัฒนาระบบห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค ( Provincial University Library Network: Pulinet) พ.ศ. 2540 ได้มีการพัฒนาโครงการเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา (UniNet) และจัดตั้งหน่วยงานกลางเพื่อบริหารจัดการระบบเครือข่ายสารสนเทศที่พัฒนาขึ้นประกาศจัดตั้งสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาตามประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เมื่อ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2540 พ.ศ. 2543 ได้มีการเสนอแผนแม่บทโครงการพัฒนาเครือข่ายระบบห้องสมุดในประเทศไทย (ThaiLIS) เป็นโครงการระยะที่ 2 ของโครงการพัฒนาระบบห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่วนกลาง ( Thai Library Network-Metropolitan : Thailinet) และ โครงการพัฒนาระบบห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค (Provincial University Library Network: Pulinet) โดยได้การดำเนินการเชื่อมโยงเครือข่ายห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่วนกลาง เครือข่ายห้องสมุดมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เข้าด้วยกันบนเครือข่าย UniNet เพื่อพัฒนาระบบห้องสมุดให้เป็นระบบอัตโนมัติ โดยการนำคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่มาใช้กับงานห้องสมุด - [การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT)](https://www.uni.net.th/index.php/oit/) - รายงานผลการดำเนินการตามแบบตรวจการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT) การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 1. ข้อมูลพื้นฐาน ข้อ ข้อมูล องค์ประกอบด้านข้อมูล Link เว็บไซต์ข้อมูลที่เผยแพร่แล้วเสร็จ 1 โครงสร้าง แสดงแผนผังแสดงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของหน่วยงาน ประกอบด้วยตำแหน่งที่สำคัญ และการแบ่งส่วนงานภายใน เช่น สำนัก กอง ศูนย์ ฝ่าย ส่วน กลุ่ม เป็นต้น https://www.uni.net.th/?page_id=398/ 2 ข้อมูลผู้บริหาร แสดงข้อมูลของผู้บริหารสูงสุดและผู้ดำรงตำแหน่งทางการบริหารของหน่วยงาน ประกอบด้วยชื่อ-นามสกุล ตำแหน่ง รูปถ่าย ช่องทางการติดต่อ ผู้บริหารสูงสุดหรือหัวหน้าหน่วยงาน และผู้ดำรงตำแหน่งทางการบริหารของหน่วยงาน https://www.uni.net.th/index.php/executive/ 3 อำนาจหน้าที่ แสดงข้อมูลเฉพาะที่อธิบายถึงหน้าที่และอํานาจของหน่วยงาน https://www.uni.net.th/?page_id=387 4 ข้อมูลการติดต่อ แสดงข้อมูลการติดต่อของหน่วยงานอย่างน้อยประกอบด้วย (1) ที่อยู่หน่วยงาน (2) หมายเลขโทรศัพท์ (3) - [ผู้บริหาร UniNet](https://www.uni.net.th/index.php/executive/) - ผู้บริหาร UniNet ชื่อ ตำแหน่ง E-mail เบอร์ภายใน 1. รองศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา prama.s@mhesi.go.th 1001 2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ฐะณุพงศ์ ศรีกาฬสินธุ์ ผู้เชี่ยวชาญระบบสารสนเทศ srikalsin.s@mhesi.go.th 5009 3. นางนิรมล นิ่มเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัสดุและการคลัง niramol.n@mhesi.go.th 1002 - [โครงสร้าง Uninet](https://www.uni.net.th/index.php/uninet-structure/) - โครงสร้างสำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ปรับปรุงข้อมูล ณ วันที่ 11 มีนาคม 2568 - [Contact](https://www.uni.net.th/index.php/contact/) - [E-Learning](https://www.uni.net.th/index.php/e-learning/) - อบรม UC-TAL การฝึกอบรม UC-TAL มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ฝึกอบรม UC-TAL ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ Part 1/2 ฝึกอบรม UC-TAL ของมหาวิทยาลัยรัฐ Part 1/2 การฝึกอบรม UC-TAL มหาวิทยาลัยเอกชน ฝึกอบรม UC-TAL ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ Part 2/2 ฝึกอบรม UC-TAL ของมหาวิทยาลัยรัฐ Part 2/2 อบรม TDC การฝึกอบรมแก้ไขรายการที่เคยนำเข้าระบบ TDC ให้ถูกต้องตามมาตรฐานการนำเข้าข้อมูลขึ้นสู่ระบบจัดเก็บเอกสารฉบับเต็มในรูปอิเล็กทรอนิกส์มีความซับซ้อน และรายละเอียดที่ต้องเลือกระบุแตกต่างกันตามแต่และ MIME TYPE และใน VDO นี้จะแนะนำแนวทางการปฏิบัติให้ถูกต้องมาตรฐานของระบบ โดย อ.เพ็ญแข และ อ.จีระพล เป็นวิทยากรให้คำแนะนำ - [Thai Digital Collection Test](https://www.uni.net.th/index.php/thailis/thai-digital-collection-test/) - ระบบฐานข้อมูลจัดเก็บเอกสารในรูปอิเล็กทรอนิกส์ (Thai Digital Collection) เป็นการจัดเก็บ และแสดงเอกสารฉบับเต็ม (Full text) พร้อมภาพ โดยเฉพาะข้อมูลวิทยานิพนธ์ งานวิจัยของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย ตลอดจนให้บริการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างห้องสมุดมหาวิทยาลัย / สถาบัน 167 แห่งเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศฉบับเต็มพร้อมภาพที่ต้องการได้ทันที โดยปัจจุบันมีการจัดเก็บข้อมูลในระบบจัดเก็บเอกสารในรูปอิเล็กทรอนิกส์ ระบบฐานข้อมูลจัดเก็บเอกสารในรูปอิเล็กทรอนิกส์ (Thai Digital Collection) เพื่อให้การดำเนินงานโครงการเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานความร่วมมือ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ สำนักงานฯ จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ ดังนี้ผลงานที่คัดเลือกจัดเก็บเข้าสู่ระบบจะต้องเป็นเอกสารฉบับเต็มเท่านั้นประเภทของเอกสารกำหนดให้จัดเก็บเอกสารฉบับเต็มของ วิทยานิพนธ์ในระดับบัณฑิตศึกษา, รายงานวิจัย, บทความวิชาการ และหนังสือหายาก (สามารถเลือกประเภทเอกสารตามที่หน่วยงานมีอยู่จริง)ผลงานเอกสารที่จัดเก็บต้องเป็นลิขสิทธิ์ของหน่วยงานเองเท่านั้น และต้องยินดีเผยแพร่ให้สถาบันการศึกษา หน่วยงานในความร่วมมือ และประชาชนเข้าถึงเอกสารฉบับเต็มได้โดยไม่มีเงื่อนไข้หน่วยงานต้องนำเข้าข้อมูลต่อเนื่องทุกปี กรณีไม่มีการนำเข้าข้อมูลติดต่อกัน ๒ ปี สำนักงานขอสงวนสิทธิในการปรับสถานะผู้ใช้ให้เป็นแบบใช้งานทั่วไป คือ สมัครสมาชิกรายบุคคลหน่วยงานต้องจัดส่งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดเข้าร่วมฝึกอบรมการลงรายการข้อมูลเอกสารตามแบบมาตรฐาน Metadata Dublin Core การใช้งาน สามารถใช้งานระบบฐานข้อมูลจัดเก้บเอกสารในรูปอิเล็กทรอนิกส์ (Thai Digital Collection) ได้ที่ http://tdc.thailis.or.th/tdc แจ้งปัญหาการใช้งาน https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScFj7TEHims8UPiWAnUzpXE8Q91wlMVqoJyAxu5xhudZSRg9Q/viewform - [Eduroam](https://www.uni.net.th/index.php/eduroam/) - [ข่าวประชาสัมพันธ์](https://www.uni.net.th/index.php/news/) - [ชุมชนงานวิจัย](https://www.uni.net.th/index.php/research-hub/) - [ภาพกิจกรรม](https://www.uni.net.th/index.php/activity/) - [ศูนย์ข้อมูล](https://www.uni.net.th/index.php/knowledge-hub/) - ความรู้จากความร่วมมือ ความรู้เพื่อการใช้งานระบบ ความรู้จากความร่วมมือ โครงการสถาปัตยกรรมริมน้ำ…แม่กลอง ความรู้เพื่อการใช้งานระบบ IEEE/IEE Electronic Library (IEL) ProQuest Digital Dissertations ACM Digital Library Lexis.com Nexis.com H.W.Wilson ISI Web of Science - [UniNet Monitoring / Tools](https://www.uni.net.th/index.php/uninet-monitoring-tools/) - Server Monitoring สถานะเครื่องแม่ข่ายโครงการ SP2 (nagios) ลิ้งค์ยังไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้ Network Traffic Monitoring ระบบเฝ้ามองเครือข่าย คลิกเพื่อเข้าสู่เว็ปไซต์ - [จำนวนมหาวิทยาลัย / สถาบันที่เข้าใช้ ทั้ง 75 แห่ง](https://www.uni.net.th/index.php/data-ref-member-75/) - จำนวนมหาวิทยาลัย / สถาบันที่เข้าใช้ ทั้ง 37 แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มหาวิทยาลัยทักษิณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรมหาวิทยาลัยบูรพามหาวิทยาลัยมหาสารคามมหาวิทยาลัยมหิดลมหาวิทยาลัยแม่โจ้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมหาวิทยาลัยรามคำแหงมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานสถาบันบัณเทคโนโลยีปทุมวันสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์มหาวิทยาลัยพะเยา - [จำนวนมหาวิทยาลัย / สถาบันที่เข้าใช้ ทั้ง 80 แห่ง](https://www.uni.net.th/index.php/data-ref-member-80/) - จำนวนมหาวิทยาลัย / สถาบันที่เข้าใช้ ทั้ง 80 แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มหาวิทยาลัยทักษิณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรมหาวิทยาลัยบูรพามหาวิทยาลัยมหาสารคามมหาวิทยาลัยมหิดลมหาวิทยาลัยแม่โจ้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมหาวิทยาลัยรามคำแหงมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาวิทยาลัยศิลปากรมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมามหาวิทยาลัยราชภัฏเลยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยนครพนม มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยพะเยา สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย - [จำนวนมหาวิทยาลัย / สถาบันที่เข้าใช้ ทั้ง 78 แห่ง](https://www.uni.net.th/index.php/data-ref-member-78/) - จำนวนมหาวิทยาลัย / สถาบันที่เข้าใช้ ทั้ง 75 แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มหาวิทยาลัยทักษิณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรมหาวิทยาลัยบูรพามหาวิทยาลัยมหาสารคามมหาวิทยาลัยมหิดลมหาวิทยาลัยแม่โจ้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมหาวิทยาลัยรามคำแหงมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาวิทยาลัยศิลปากรมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมามหาวิทยาลัยราชภัฏเลยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลามหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยามหาวิทยาลัยสวนดุสิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์มหาวิทยาลัยนครพนมมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานมหาวิทยาลัยพะเยา - [จำนวนมหาวิทยาลัย / สถาบันที่เข้าใช้ ทั้ง 37 แห่ง](https://www.uni.net.th/index.php/data-ref-member-37/) - จำนวนมหาวิทยาลัย / สถาบันที่เข้าใช้ ทั้ง 37 แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่นมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มหาวิทยาลัยทักษิณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรมหาวิทยาลัยบูรพามหาวิทยาลัยมหาสารคามมหาวิทยาลัยมหิดลมหาวิทยาลัยแม่โจ้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมหาวิทยาลัยรามคำแหงมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานสถาบันบัณเทคโนโลยีปทุมวันสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์มหาวิทยาลัยพะเยา - [ฐานข้อมูลทดลองใช้](https://www.uni.net.th/index.php/thailis/reference-database/trial-database/) - ฐานข้อมูลทดลองใช้ เป็นการให้บริการการสืบค้นฐานข้อมูลออนไลน์ในต่าง ประเทศเพื่อการใช้ทรัพยากร ตามเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน และเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศตลอดจนเอกสารฉบับเต็มได้สะดวก รวดเร็ว ผ่านเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา UniNet สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งฐานข้อมูลที่ให้บริการ ประกอบด้วย ฐานข้อมูลอ้างอิง (Reference Database) จำนวน 9 ฐาน ดังตารางด้านล่าง ปี 2562 ชื่อฐานข้อมูล รายละเอียด ระยะเวลา เดือน จำนวน (แห่ง) บริษัทที่เสนอ ฐานข้อมูล Gale Academic OneFile ฐานข้อมูลประกอบด้วยวารสารทั้งหมดมากกว่า 17,000 รายชื่อ และเป็นวารสารที่ให้ฉบับเต็มมากกว่า 8,000 รายชื่อ ด้านสังคมศาสตร์ เทคโนโลยี แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปะ และสาขาอื่นๆ ตั้งแต่บัดนี้ – 30 กันยายน 2019 78 บริษัท - [ข้อมูลสถิติการใช้งานฐานข้อมูลประจำปี 2550](https://www.uni.net.th/index.php/thailis/reference-database/database-search-statistics/database-research-stat-2550/) - สถิติการใช้งานฐานข้อมูลประจำปี 2550 สรุปสถิติการใช้งานฐานอิเล็กทรอนิกส์ Reference Database ตามโครงการพัฒนาเครือข่ายห้องสมุดมหาวิทยาลัยไทย สถิติการใช้งานฐานข้อมูล SpringerLink eJournal ประจำเดือน ม.ค. 50 – มิ.ย. 50 ประจำเดือน ก.ค. 50 – ต.ค. 50 สถิติการใช้งานฐานข้อมูล IEEE ประจำเดือน พ.ย. 49 – ก.ค.50 ประจำเดือน ส.ค. 50 – ต.ค.50 สถิติการใช้งานฐานข้อมูล PQDT ประจำเดือน พ.ย.49-ก.ค.50 ประจำเดือน ส.ค. 50 – ต.ค.50 สถิติการใช้งานฐานข้อมูล H.W.Wilson ประจำเดือน พ.ย.49-เม.ย.50 ประจำเดือน พ.ค.50-ก.ค.50 ประจำเดือน ส.ค. 50 – ต.ค.50 สถิติการใช้งานฐานข้อมูล Lexis&Nexis - [ข้อมูลสถิติการใช้งานฐานข้อมูลประจำปี 2549](https://www.uni.net.th/index.php/thailis/reference-database/database-search-statistics/database-research-stat-2549/) - สถิติการใช้งานฐานข้อมูลประจำปี 2549 สรุปสถิติการใช้งานฐานข้อมูล ประจำปีงบประมาณ 2549 ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2548 ถึง ตุลาคม 2549 แยกตามรายชื่อฐานข้อมูล สรุปสถิติการใช้งานฐานข้อมูล ประจำปีงบประมาณ 2549 แยกตามรายชื่อมหาวิทยาลัย/สถาบัน สถิติการใช้งานฐานข้อมูล IEEE ประจำเดือน พ.ย.48-ม.ค.49 ประจำเดือน ก.พ.-เม.ย.49 ประจำเดือน พ.ค-ก.ค.49 สถิติการใช้งานฐานข้อมูล PQDT ประจำเดือน พ.ย.48-เม.ย.49 ประจำเดือน พ.ค.-ก.ค.49 สถิติการใช้งานฐานข้อมูล H.W.Wilson ประจำเดือนพ.ย.48-เม.ย.49 ประจำเดือน พ.ค.-ก.ค.49 สถิติการใช้งานฐานข้อมูล Lexis&Nexis ประจำเดือน พ.ย.48-ม.ค.49 ประจำเดือน ก.พ.-เม.ย 49 สถิติการใช้งานฐานข้อมูล ACM ประจำเดือน ม.ค.-เม.ย.49 ประจำเดือน พ.ค.-ก.ค.49 สถิติการใช้งานฐานข้อมูล ISI Web of Science ประจำเดือน พ.ย.48-เม.ย.49 ประจำเดือน - [ข้อมูลสถิติการใช้งานฐานข้อมูลประจำปี 2551](https://www.uni.net.th/index.php/thailis/reference-database/database-search-statistics/database-research-stat-2551/) - สถิติการใช้งานฐานข้อมูลประจำปี 2551 ข้อมูลสถิติการใช้งานฐานข้อมูลประจำปีงบประมาณปัจจุบัน ข้อมูลสถิติการใช้งานฐานข้อมูลปีงปประมาณ 2551 (แต่เดือนพฤศจิกายน 2550 ถึง ตุลาคม 2551) แยกรายฐาน ข้อมูลสถิติการใช้งานฐานข้อมูลปีงปประมาณ 2551 แยกตามมหาวิทยาลัย/สถาบัน - [Union Catalog](https://www.uni.net.th/index.php/thailis/union-catalog/) - [สืบค้นข้อมูล](https://www.uni.net.th/index.php/thailis/สบคนขอมล/) - [E-Science](https://www.uni.net.th/index.php/research-hub/e-science/) - e-Science เครือข่ายความจุสูงโดยเฉพาะเพื่อให้บริการชุมชนการวิจัยและการศึกษา เช่น TEIN ในเอเชียแปซิฟิกเป็นสิ่งสำคัญที่สนับสนุนการทำงานร่วมกันระดับโลกในหมู่นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัย โดยมีการเปิดใช้แบ่งปันข้อมูลที่สร้างขึ้นในระหว่างการทดลองทางวิทยาศาสตร์ในระดับ petabytes (1,000,000 GB) และทำให้นักฟิสิกส์สามารถทำงานร่วมกันได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงตำแหน่งที่ตั้ง TEIN ยังอำนวยความสะดวกในการวิจัยร่วมกันในหลากหลายสาขาวิชา วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ : ฟิสิกส์ของอนุภาค เช่น Large Hadron Collider (LHC), วิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ฟิวชั่น (NIFS), โครงสร้างผลึก (Crystal structures), เลนส์คอมพิวเตอร์และการประมวลผลแบบกริด (Grid computing) - [E-Culture](https://www.uni.net.th/index.php/research-hub/e-culture/) - e-Culture แม้ว่า TEIN จะถูกก่อตั้งขึ้นเป็นประตูสู่ความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์และสถาบันการศึกษา แต่การเชื่อมต่อขั้นสูงของ TEIN ยังสามารถทำหน้าที่เป็นพื้นฐานสำหรับการสนับสนุนการทำงานร่วมกันในโครงการทางวัฒนธรรมที่หลากหลายโดยวิธีการใหม่ทั้งหมด – ด้วยการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างวัฒนธรรมที่แตกต่างยกตัวอย่าง เช่น cyber-performance ได้กลายเป็นความจริง ต้องขอบคุณซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนบางตัว และการประสานงานอย่างเป็นระบบและผ่านเครือข่ายข้อมูลความจุสูงเช่น TEIN และ GÉANT - [Future Internet & New Technologies](https://www.uni.net.th/index.php/research-hub/future-internet-new-technologies/) - Future Internet & New Technologies เนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นตัวเร่งให้เกิดการพัฒนาที่น่าทึ่งมากมาย มีการริเริ่มหลายครั้งในการสำรวจเครือข่ายอินเทอร์เน็ตรุ่นต่อไป โดยทั่วไปรู้จักในชื่อ Future Internet เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นและหลากหลายของผู้ใช้ โดย TEIN ได้สนับสนุนความพยายามอย่างยิ่งใหญ่ของนักวิจัยและวิศวกรในการพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตใหม่ ๆ ที่ทำให้เครือข่ายมีความน่าเชื่อถือและใช้งานร่วมกันได้ดีขึ้นและมีความยั่งยืนกิจกรรมเหล่านี้รวมถึง Software Defined Network (SDN), Cloud Computing, Open Mobile Network, UHD (Ultra High Definition Television) Transmission Experiment และการแชร์เนื้อหาที่ใช้ร่วมกันผ่านแพลตฟอร์ม IPTV และอื่น ๆ อีกมากมาย - [Telemedicine](https://www.uni.net.th/index.php/research-hub/telemedicine/) - Telemedicine การเผยแพร่การฝึกปฏิบัติผ่าตัดที่ดีที่สุดทั่วเอเชียแปซิฟิก เทคโนโลยีการสื่อสารได้เปลี่ยนโฉมหน้าของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพในภูมิภาคเอเชียด้วยการวินิจฉัยทางไกลขั้นสูงและความร่วมมือระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นTEIN ช่วยศัลยแพทย์ฝึกหัดทั่วเอเชียแปซิฟิกเพื่อนำเทคนิคทางคลินิกที่ซับซ้อนเช่นการผ่าตัดส่องกล้องโดยการสนับสนุนการฝึกอบรมทางไกลด้วยการผ่าตัดทางไกล การเชื่อมต่อขั้นสูงช่วยให้การสตรีมคุณภาพสูงของ การผ่าตัดแบบเรียลไทม์ ในเวลาใกล้เคียงจากห้องปฏิบัติการไปยังห้องเรียนระยะไกล สิ่งนี้อำนวยความสะดวกในการเผยแพร่และขยายขนาดของการฝึกปฏิบัติที่ดีที่สุด ให้ประโยชน์แก่แพทย์และศัลยแพทย์ในประเทศกำลังพัฒนาและช่วยชีวิตที่มีค่าไว้มากมาย ความร่วมมือระหว่างแพทย์และวิศวกร ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ต้องการความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างแพทย์และวิศวกรเครือข่ายในโรงพยาบาล โดยเสนอการฝึกอบรมทางเทคนิคที่ดีและการประชุมเชิงปฏิบัติการสำหรับวิศวกรในโรงพยาบาล ทำให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์อย่างมากจากมาตรฐานทางการแพทย์พร้อมบริการทางการแพทย์ที่ดีขึ้นนอกจากนี้ การสร้างเครือข่ายทางสังคมที่แข็งแกร่งระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และวิศวกรเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับการพัฒนาและความร่วมมือในการให้บริการสังคมด้วยการให้บริการทางการแพทย์ที่ดีขึ้น - [UniNet Backbone](https://www.uni.net.th/index.php/uninet-backbone/) - [เกี่ยวกับ](https://www.uni.net.th/index.php/เกยวกบ/) - [REN](https://www.uni.net.th/index.php/ren/) - [ThaiLIS](https://www.uni.net.th/index.php/thailis/) ## My Templates - [Default Kit](https://www.uni.net.th/?elementor_library=default-kit) ## Portoflio - [Accounting Advisory](https://www.uni.net.th/index.php/portfolio/accounting-advisory/) - Dut perspiciatis unde omnis iste natus error sit accusantium doloremqu laudan tiums ut, totams se aperiam, eaque ipsa quae ab illo inventore veritatis et quasi architecto beatae duis autems vell eums iriure dolors in hendrerit saep. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Aenean commodo ligula eget dolor. Aenean massa. Cum sociis natoque penatibus - [Startup Funding](https://www.uni.net.th/index.php/portfolio/startup-funding/) - Dut perspiciatis unde omnis iste natus error sit accusantium doloremqu laudan tiums ut, totams se aperiam, eaque ipsa quae ab illo inventore veritatis et quasi architecto beatae duis autems vell eums iriure dolors in hendrerit saep. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Aenean commodo ligula eget dolor. Aenean massa. Cum sociis natoque penatibus - [Artboard Studio](https://www.uni.net.th/index.php/portfolio/artboard-studio/) - Dut perspiciatis unde omnis iste natus error sit accusantium doloremqu laudan tiums ut, totams se aperiam, eaque ipsa quae ab illo inventore veritatis et quasi architecto beatae duis autems vell eums iriure dolors in hendrerit saep. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Aenean commodo ligula eget dolor. Aenean massa. Cum sociis natoque penatibus - [Marketing Solution](https://www.uni.net.th/index.php/portfolio/marketing-solution/) - Dut perspiciatis unde omnis iste natus error sit accusantium doloremqu laudan tiums ut, totams se aperiam, eaque ipsa quae ab illo inventore veritatis et quasi architecto beatae duis autems vell eums iriure dolors in hendrerit saep. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Aenean commodo ligula eget dolor. Aenean massa. Cum sociis natoque penatibus - [Strategy Growth Check](https://www.uni.net.th/index.php/portfolio/strategy-growth-check/) - Dut perspiciatis unde omnis iste natus error sit accusantium doloremqu laudan tiums ut, totams se aperiam, eaque ipsa quae ab illo inventore veritatis et quasi architecto beatae duis autems vell eums iriure dolors in hendrerit saep. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Aenean commodo ligula eget dolor. Aenean massa. Cum sociis natoque penatibus - [Business Growth Model](https://www.uni.net.th/index.php/portfolio/business-growth-model/) - Dut perspiciatis unde omnis iste natus error sit accusantium doloremqu laudan tiums ut, totams se aperiam, eaque ipsa quae ab illo inventore veritatis et quasi architecto beatae duis autems vell eums iriure dolors in hendrerit saep. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Aenean commodo ligula eget dolor. Aenean massa. Cum sociis natoque penatibus - [Digital Business Path](https://www.uni.net.th/index.php/portfolio/digital-business-path/) - Dut perspiciatis unde omnis iste natus error sit accusantium doloremqu laudan tiums ut, totams se aperiam, eaque ipsa quae ab illo inventore veritatis et quasi architecto beatae duis autems vell eums iriure dolors in hendrerit saep. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Aenean commodo ligula eget dolor. Aenean massa. Cum sociis natoque penatibus - [Business Growth Check](https://www.uni.net.th/index.php/portfolio/business-growth-check/) - Dut perspiciatis unde omnis iste natus error sit accusantium doloremqu laudan tiums ut, totams se aperiam, eaque ipsa quae ab illo inventore veritatis et quasi architecto beatae duis autems vell eums iriure dolors in hendrerit saep. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Aenean commodo ligula eget dolor. Aenean massa. Cum sociis natoque penatibus - [Digital Startup Agency](https://www.uni.net.th/index.php/portfolio/digital-startup-agency/) - Dut perspiciatis unde omnis iste natus error sit accusantium doloremqu laudan tiums ut, totams se aperiam, eaque ipsa quae ab illo inventore veritatis et quasi architecto beatae duis autems vell eums iriure dolors in hendrerit saep. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit. Aenean commodo ligula eget dolor. Aenean massa. Cum sociis natoque penatibus ## Pricing - [Agency Plan](https://www.uni.net.th/index.php/pricing/agency-plan-2/) - Curabitur nullam dis nibh nisi nascetur vestibulum proin mi morbi. - [Standard Plan](https://www.uni.net.th/index.php/pricing/standard-plan-2/) - Curabitur nullam dis nibh nisi nascetur vestibulum proin mi morbi. - [Basic Plan](https://www.uni.net.th/index.php/pricing/basic-plan-2/) - Curabitur nullam dis nibh nisi nascetur vestibulum proin mi morbi. - [Agency Plan](https://www.uni.net.th/index.php/pricing/agency-plan/) - Curabitur nullam dis nibh nisi nascetur vestibulum proin mi morbi. - [Standard Plan](https://www.uni.net.th/index.php/pricing/standard-plan/) - Curabitur nullam dis nibh nisi nascetur vestibulum proin mi morbi. - [Basic Plan](https://www.uni.net.th/index.php/pricing/basic-plan/) - Curabitur nullam dis nibh nisi nascetur vestibulum proin mi morbi. ## Job - [Lead Backend Developer](https://www.uni.net.th/index.php/job/lead-backend-developer/) - Lorem ipsum dolor sit elit consectur sed eiusmod tempor enim minim veniam exercitation lamco ex laboris aliquip comodo consequat duis aute. Job Responsibilities Integer elementum neque non finibus ultrices. Vestibulum nec dolor auctor consequat magna vitae. Tempor nulla sed scelerisque sollicitudin. Qualifications Integer elementum neque non finibus ultrices. Vestibulum nec dolor auctor conseq. - [Senior Project Manager](https://www.uni.net.th/index.php/job/senior-project-manager/) - Lorem ipsum dolor sit elit consectur sed eiusmod tempor enim minim veniam exercitation lamco ex laboris aliquip comodo consequat duis aute. Job Responsibilities Integer elementum neque non finibus ultrices. Vestibulum nec dolor auctor consequat magna vitae. Tempor nulla sed scelerisque sollicitudin. Qualifications Integer elementum neque non finibus ultrices. Vestibulum nec dolor auctor conseq. - [Lead UI/UX Designer](https://www.uni.net.th/index.php/job/lead-ui-ux-designer/) - Lorem ipsum dolor sit elit consectur sed eiusmod tempor enim minim veniam exercitation lamco ex laboris aliquip comodo consequat duis aute. Job Responsibilities Integer elementum neque non finibus ultrices. Vestibulum nec dolor auctor consequat magna vitae. Tempor nulla sed scelerisque sollicitudin. Qualifications Integer elementum neque non finibus ultrices. Vestibulum nec dolor auctor conseq. - [Lead Frontend Developer](https://www.uni.net.th/index.php/job/lead-frontend-developer/) - Lorem ipsum dolor sit elit consectur sed eiusmod tempor enim minim veniam exercitation lamco ex laboris aliquip comodo consequat duis aute. Job Responsibilities Integer elementum neque non finibus ultrices. Vestibulum nec dolor auctor consequat magna vitae. Tempor nulla sed scelerisque sollicitudin. Qualifications Integer elementum neque non finibus ultrices. Vestibulum nec dolor auctor conseq. ## Categories - [ไม่จัดกลุ่ม](https://www.uni.net.th/index.php/category/uncategorized/) - [ข่าวประชาสัมพันธ์](https://www.uni.net.th/index.php/category/news/) - ข่าวประชาสัมพันธ์ - [กิจกรรม](https://www.uni.net.th/index.php/category/activity/) - กิจกรรมต่างๆ - [ข่าวประกาศ](https://www.uni.net.th/index.php/category/announcement/) - ข่าวประกาศจากหน่วยงาน - [รายงานประจำปี](https://www.uni.net.th/index.php/category/annual-report/) - รายงานประจำปี - [บทความ](https://www.uni.net.th/index.php/category/article/) - [ข่าวความเคลื่อนไหวของ UniNet](https://www.uni.net.th/index.php/category/uninet-news/) - [ข่าวแวดวง ไอที อว.](https://www.uni.net.th/index.php/category/mhesi-it-news/) - [ข่าวแวดวง ไอที](https://www.uni.net.th/index.php/category/it-news/) - [เอกสารเผยแพร่](https://www.uni.net.th/index.php/category/media/) ## Tags - [Agency](https://www.uni.net.th/index.php/tag/agency/) - [Business](https://www.uni.net.th/index.php/tag/business/) - [Graphics](https://www.uni.net.th/index.php/tag/graphics/) - [Latest](https://www.uni.net.th/index.php/tag/latest/) - [Multisite](https://www.uni.net.th/index.php/tag/multisite/) ## Portoflio Categories - [All](https://www.uni.net.th/index.php/portfolio_category/all/) - Default Category - [Business](https://www.uni.net.th/index.php/portfolio_category/business/) - [Consulting](https://www.uni.net.th/index.php/portfolio_category/consulting/) - [Finance](https://www.uni.net.th/index.php/portfolio_category/finance/) - [Marketing](https://www.uni.net.th/index.php/portfolio_category/marketing/) - [Solution](https://www.uni.net.th/index.php/portfolio_category/solution/) - [Strategy](https://www.uni.net.th/index.php/portfolio_category/strategy/) ## Pricing Categories - [Monthly](https://www.uni.net.th/index.php/pricing_category/monthly/) - [Yearly](https://www.uni.net.th/index.php/pricing_category/yearly/) ## Job Categories - [Business Accountant](https://www.uni.net.th/index.php/job_category/business-accountant/) - [Business Strategy](https://www.uni.net.th/index.php/job_category/business-strategy/) - [Finance & Accounting](https://www.uni.net.th/index.php/job_category/finance-accounting/) - [Marketing & Sales](https://www.uni.net.th/index.php/job_category/marketing-sales/) - [Marketing Analytics](https://www.uni.net.th/index.php/job_category/marketing-analytics/) - [Project Management](https://www.uni.net.th/index.php/job_category/project-management/)