Home    

Library Trend – New Service

TREND I – Cloud Computing


        ในยุคที่การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตผ่านโครงข่ายไร้สายเป็นสิ่งที่มีความสะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะผ่านการใช้เครื่องมือทางการสื่อสาร หรือจากอุปกรณ์อย่าง Tablet ซึ่งเป็นที่นิยมกันแพร่หลายในปัจจุบัน เพราะสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้ทุกที่ทุกเวลา และรูปแบบการบริการที่กำลังถูกกล่าวถึงอย่างมากนั่นก็คือ Cloud Service ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากกลุ่มของห้องสมุดจากต่างประเทศ เช่น อเมริกา ญี่ปุ่น เป็นต้น บริการนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ที่ว่า เมื่อข้อมูลที่จัดเก็บมีมากขึ้นและมีความต้องการที่จะถ่ายโอนไปยังเครื่องอื่นๆหรือผู้อื่น แต่ก็ยังมีความเสี่ยงหากเกิดความผิดพลาดหรือบกพร่องจากอุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลนั้นๆ บริการ Cloud Service นี้จึงเป็นสิ่งที่มาช่วยให้สามารถนำข้อมูล หรือโปรแกรมต่างๆ เหล่านี้ไปไว้ที่ Server ได้โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทราบว่า server นั้นๆตั้งอยู่ที่ไหน หรือระบบเบื้องหลังนั้นทำงานอย่างไร เพียงแค่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตก็สามารถเข้าถึง และใช้บริการต่างๆ ได้


Black April


        เป็นเหตุการณ์ที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมไอซีที เมื่อยักษ์ใหญ่ในอเมริกา ที่มีเทคโนโลยีล่าสุด ระบบต่างล่มโดยมิได้นัดหมายในเดือนเมษายน 2011ที่ขอเรียกได้ว่าเป็น “Black April” เดือนที่เกิดความโกลาหลในอุตสาหกรรมไอซีที ไปพอสมควร ไม่เพียงแต่ในต่างประเทศ ยังส่งผลกระทบต่อระบบไทยคมด้วยเช่นกัน ทำให้หน้าจอมืดไปร่วมสามชั่วโมง ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจค้าปลีกออนไลน์อย่าง Amazon ส่งผลให้องค์กรนี้มีระบบไอทีที่เข้มแข็งมาก ขนาดที่เข้ามายืนอยู่แถวหน้าได้ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด โดยเฉพาะบริการคลาวด์ (Cloud service) ที่ได้รับการกล่าวขานถึง เป็นกรณีศึกษาของธุรกิจ Cloud computing มาหลายครั้งหลายหน แต่ในที่สุดก็ไม่พ้นกับปัญหาการให้บริการจนได้ สอดคล้องกับคำพระสอนที่ว่า ทุกอย่างเป็นสิ่งไม่เที่ยงล่าสุดทาง Amazon ได้ออกมาชี้แจงทางเหตุทางเทคนิคที่ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้ บนบริการ Elastic Compute Cloud หรือ EC2 ส่งผลให้บริการจากหลายบริษัทไม่สามารถใช้งานได้ อาทิเช่น Foursquare, Hootsuite, Reddit และ Quoroปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผู้ใช้บริการบางราย สูญเสียข้อมูลบางส่วนไปเนื่องจากปัญหาทางเทคนิค ทาง Amazon ได้ออกมารับผิดชอบด้วยการคืนเครดิตเป็นจำนวนวัน เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่ไม่สามารถให้บริการได้ แม้จะออกมาแสดงความรับผิดชอบแล้ว แต่ยังก่อให้เกิดความเสียหายไม่เพียงกับตัวบริษัทเท่านั้น แต่ส่งผลเชิงลบต่อภาพรวมของบริการคลาวด์ (Cloud service) ที่คุยนักคุยหนาว่า หนังเหนียวไม่มีทางล่ม แต่ครั้งนี้ก็กินเวลาไปเป็นวัน ทาง Amazon ได้กล่าวว่า ทางบริษัทเข้าใจถึงความสำคัญของธุรกิจของผู้ใช้บริการ และจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเรียนรู้จากบทเรียนครั้งสำคัญนี้ แล้วนำไปใช้ปรับปรุงบริการของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น แม้จะมีการชดเชยให้กับลูกค้าแต่ก็มิได้มีการเปิดเผยตัวเลข ว่าทำให้บริษัทสูญเสียไปเท่าใด คงจะต้องมาคอยติดตามจากรายงายผลประกอบการกันอีกทีหนึ่ง (http://www.thaihosttalk.com/topic/31986-cloud-computing)


 


OCLC (Online Computer Library Center)


       เริ่มก่อตั้งขึ้นในรัฐโอไฮโอในปีค.ศ. 1967 เป็นองค์กรนานาชาติที่ไม่แสวงหาผลกําไร มีจุดเริ่มต้นมาจากความคิดในการทํารายการร่วมกัน (Shared Cataloging) ของห้องสมุด โดยความรวมตัวกันของห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาในรัฐโอไฮโอ  ประเทศสหรัฐอเมริกา OCLC เป็น Bibliographic Utilities ที่มีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุดและเป็เครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด ในปีค.ศ 1981 จึงเปลี่ยนชื่อเป็น Online Computer Library Center ส่วนบริการ FirstSearch ได้รับการแนะนําเป็นฐานข้อมูลเครื่องมืออ้างอิงในปี ค.ศ. 1991


1.Cloud Service สามารถแบ่งออกได้ตามประเภทของผู้ใช้ได้ดังต่อไปนี้


1.Cloud ระดับองค์กร


2.Cloud ระดับบุคคล/ระดับบริการ Gmail, FB, Meebo, Hotmail, yahoo


3.Could ผสมผสาน   (รูปแบบผสมของระดับองค์กรและระดับบุคคล)          


Dropbox เป็นเครื่องมือที่ทำให้มีความสะดวก สามารถ เรียกใช้ ไฟล์งานต่างๆได้ ทุกที่ ทุกเวลา ในสถานที่ที่มีการเชื่อต่อผ่านทาง internet โดยใช้คอมพิวเตอร์ Notebook, PC หรือ มือถือเราก็จะสามารถเข้าถึงไฟล์งานได้อย่างง่ายดาย และตรงกันเสมอ ไม่ว่าจะมีการเพิ่ม ลด แก้ไข ไฟล์ใดๆ ใน Folder ของ Dropbox ข้อดีของ Dropbox คือ


ทำให้ตรงกัน Dropbox จะทำไฟล์ใน Folder Dropbox ให้ ‘ตรงกันเสมอ’ (Synchronize) โดยมีพื้นที่ฟรีให้มากถึง 2 GB และใช้ได้ทั้งบน Windows, Mac, Linux, มือถือ และ Web-based. ไม่ว่าไฟล์ๆ นั้น จะถูกแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อใด Dropbox จะรู้และ Update ให้กับเครื่องอื่นๆ อัตโนมัติทันที


แบ่งปันไฟล์ (File sharing) แชร์โฟลเดอร์ต่างๆ ให้กับคนอื่นๆ เพื่อให้ ‘ทำงานร่วมกันได้’ (Collaboration) นอกจากนี้ ยังสร้าง Public Link ให้ผู้ใช้คนอื่นๆ สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย


สำรองข้อมูล (Online backup) Dropbox ทำให้หมดกังวลในเรื่อง การสำรองข้อมูล เพราะ Dropbox ทำให้อย่างอัตโนมัติ


เข้าผ่านเว็บไซต์ (Web access) ไฟล์อีกชุดนึง จะเก็บไว้บน Internet เพื่อให้เข้าถึงไฟล์ได้ทุกสถานที่ ที่มีการเชื่อมต่อ Internet


 


2.Cloud Service แยกตามการใช้บริการ


Public cloud –cloud ที่เป็นการให้บริการแบบสารธารณะ เช่น facebook


Private cloud– cloud ส่วนบุคคล โดยวัตถุประสงค์ คือ การซื้อมาใช้เฉพาะกลุ่มหรือในองค์กรเท่านั้น


Hybrid cloud


 


3.แยกตามประเภทของเทคโนโลยี


SaaS – Software as a service คือ การมอง Sofware ให้เป็นบริการอย่างหนึ่ง แทนที่แต่ก่อนเราจะมอง Software ในรูปแบบของ CD, แผ่นโปรแกรม ฯลฯ ในปัจจุบันมี Sofware ประเภทนี้ให้เลือกใช้มากมาย เช่น www.zoho.com , www.docs.google.com โดยเข้าใช้ได้แบบไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ


IaaS – Infrastructure as a service คือ การนำโครงสร้างพื้นฐานของระบบมาสร้างเป็นบริการ ผู้ใช้บริการจะสามารถเช่าเวลาในการประมวลผล ซื้อเวลาและขนาดของ ช่องสัญญาณในการส่งข้อมูล หรือขนาดของพื้นที่เก็บข้อมูลจากผู้ให้บริการได้


ทั้งหมด โดยที่ผู้ใช้บริการไม่ต้องเช่าพื้นที่ server แต่สามารถใช้บริการได้ไม่จำกัด


PaaS – Platform as a service ให้บริการด้านสภาพแวดล้อมในการพัฒนาโปรแกรม โดยผู้รับบริการสามารถพัฒนาโปรแกรมระบบและนำออกมาใช้ได้ ตัวอย่างที่สำคัญได้แก่ Google Apps TYPE ซึ่งผู้รับบริการสามารถสร้างโปรแกรมประยุกต์ประเภท Web Application ผ่าน Apps TYPE ได้เลย บริการประเภทนี้เป็นที่สนใจมาก เพราะอาจสามารถลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและดูแลระบบสารสนเทศขององค์กรอย่างเห็นได้ชัด


 


Trend II – Mobile Device


       เป็น Trend ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาถึง 5 ปี ในด้านนี้จะให้แนวคิดในด้านของการนำ Mobile Device มาประยุกต์ใช้กับงานบริการของห้องสมุด โดยอาจจะทำได้หลายวิธี แต่ก่อนอื่นนั้นจะต้องมีการทำการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้ก่อนว่ามีการใช้บริการรูปแบบใดผ่านโมบายบ้างใช้ผ่าน device อะไรเป็นสำคัญ คือต้องประเมินในด้านภาพรวมก่อน เว็บสถิติของประเทศไทยตัวหนึ่งที่จะช่วยประเมินพฤติกรรมผู้ใช้โมบายมีแนวโน้มเป็นอย่างไร คือ www.truehits.net


 


Trend III – Digital content & Publishing, eBook, IR, Digital Library, OJS


      Cloud Computing และ Trend ที่ 3 นี้เกิดขึ้นมาเพราะปัญหาเศรษฐกิจของโลกที่แย่ลง ทุกองค์กรในโลกมีงบประมาณที่ลดลง ปัญหาที่เกิดตามมา คือ ปริมาณงานเพิ่มขึ้นแต่จำนวนผู้รับผิดชอบงานนั้นเท่าเดิม เห็นได้ชัดเจนอย่างเช่น ในกรณีห้องสมุดในต่างประเทศ ได้ยุติการซื้อวารสารออนไลน์ โดยปรับเปลี่ยนมาเป็นวิธีการสร้างตำรากันเองภายในกลุ่มของอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญที่ประสานความร่วมมือกันและมีงบสนับสนุนในการเขียนตำราเหล่านั้น ทำให้เกิดข้อดีคือ สามารถประหยัดงบประมาณและขจัดปัญหาทางด้านลิขสิทธิ์เนื่องจากผู้สร้างตำราเป็นบุคคลภายในสถาบันนั้นๆ นั่นเอง


เช่น http://ag-book.lib.ku.ac.th และ http://www.siamrarebooks.com


 


การทำ E-book ให้มุ่งความสำคัญไปที่ 3 ส่วนคือ


1.การได้มาของเนื้อหา


2.กระบวนการผิต และรูปแบบ


โดยการวางแผนการผลิตก่อน และต้องสำรวจความต้องการของผู้ใช้ก่อนเสมอว่ารูปแบบใดบ้างที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เช่น PDF, flat เป็นต้น รูปแบบไฟล์ของ eBook เช่น


.doc – typing on MS word


.pdf  Flip eBook เป็นไฟล์ที่ไม่สามารถขึ้นโชว์บนเว็บไซต์ได้ แต่แสดงออกมาในรูปแบบของ Album 


Flash Flip eBook สามารถแสดงผลบนเว็บไซต์ได้เลย 


ePublishing- รูปแบบของสิ่งพิมพ์ที่เป็นโปสเตอร์ แผ่นพับ หรือลักษณะของอิเล็กทรอนิกส์ 


.ePub  Digital Multimedia Book


3.ลิขสิทธิ์ ต้นฉบับ และการเผยแพร่


 


Trend 4  Crosswalk Metadata


        คือ กลุ่มของเมตาดาต้ามากกว่า 1 ประเภท ซึ่งในปัจจุบันเมตาดาต้าได้มีการผสมผสานกันเกือบทั้งหมด ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับเมตาดาต้าให้มากที่สุด ตัวอย่างของเมตาดาต้า เช่น 


MARC  


MARCML- New of library ข้อแตกต่างกับ MARC คือไม่มีพวก Subfield  


Dublin core  


ISAD (g) มาตรฐานสำหรับกลุ่มผู้ที่ทำจดหมายเหตุแบบดิจิตอล เช่น ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทร์  


CDWA กลุ่มพิพิธภัณฑ์  


RDF (field KM)  


OWL (field KM)  


MODs (คล้ายๆ กับ DC แต่มี element เยอะกว่า ใช้ในการทำ ดิจิตอล คอเล็กชั่น)  


METs   (คล้ายๆ กับ DC แต่มี element เยอะกว่า ใช้ในการทำ ดิจิตอล คอเล็กชั่น)  


PDF Metadata (ในกลุ่มสายงานมหาวิทยาลัย)  


Doc Metadata  (ในกลุ่มสายงานมหาวิทยาลัย)  


EXIF (ใช้กับงานประเภทรูปภาพ,รูปถ่าย digital ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักข่าว)  


XMP  (ใช้กับงานประเภทรูปภาพ,รูปถ่าย digital ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักข่าว)  


IPTC


 


Trend 5  Open Technology  


Z39.5 –การแลกเปลี่ยนข้อมูลบรรณานุกรมหนังสือผ่าน ILS โดยสามารถทำการดูดบรรณานุกรมมาได้อย่างอัตโนมัติ  


ILS <—–> ILS ระหว่างห้องสมุดกับห้องสมุด  


Z39.88 ช่วยให้ข้อมูลบรรณานุกรมกับ Reference manager  


ILS <—–> Apps ระหว่างห้องสมุดกับ other application that be new create เน้นในด้านการเพิ่มลำดับเว็บ / จัดลำดับเว็บ Webometric  


OAI-PMH มีแนวคิดมาจากการทำ one-search คือ การสืบค้นได้ทุกอย่างจากช่อง search เท่านั้น  


ILS or DBs <—–> DBs, Apps  


Linked Data –> Semantic Web/Web 3.0 (Wolframalpha คือ ต้นแบบของ Web 3.0)  


Web 1.0 ถูกควบคุมจากผู้ดูแลเว็บเพียงคนเดียว ผู้ใช้สามารถรับข้อมูลได้เท่านั้น  


Web 2.0 ผู้ใช้มีบทบาทมากขึ้น เช่น การมี blog เป็นของตนเอง  


Web 3.0 มีหัวใจสำคัญคือคำว่า Semantic ในที่นี้คือ ต้องสามารถป้อนคำค้นเป็นประโยคได้/ เมื่อเวลาพิมพ์คำค้นเข้าไปแล้ว จะมีคำแนะนำอื่นๆที่ใกล้เคียงมาให้ด้วย โดยเอามาจาก keyword (link data)  


Web 4.0 ยุคของ e – portfolio  ก้าวเข้าสู่ระบบ automatic c.v. แต่ก็ยังคงเป็นข้อกังขาในเรื่องของ privacy


  


Trend  6   Data & Information Mining/Visualization            


การ search ข้อมูลต้องไม่จบแค่ผลลัพธ์การค้น แต่จะต้องสามารถสืบค้นมาได้ในสิ่งที่นอกเหนือจากความต้องการ เช่น รายละเอียดปลีกย่อย อื่นๆ หรือขอบข่ายที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น  


 


Trend  7   Green Libraryมาจากกระแสของ ภาวะโลกร้อน Global Warming                 


…Green Building                 


…Green ICT  


 


Mercury z.39.50 clients คือ การแลกเปลี่ยนรายการบรรณานุกรมระหว่าง  ILS


        ให้มองภาพว่า z39.5 clients คือ catalogue module ของระบบ innopac ในห้องสมุด มช ดังนั้นหากต้องการลงรายการหนังสือบรรณานุกรม  


        ประเด็นน่าสนใจของ z39.5 คือ  


1.ระบบห้องสมุดที่จัดหา จัดซื้อ พัฒนา ไม่มีโมดูล z39.5  


2.ระบบห้องสมุดที่ใช้อยู่มี z39.5 แต่ห้องสมุดไม่ทราบทั้งการเปิดใช้งานและการใช้งาน  


3.ห้องสมุด บรรณารักษ์ ไม่รู้จัก z39.5 มาก่อน  


4.หนังสือส่วนมาของห้องสมุดเป็นภาษาไทย ซึ่งระบบห้องสมุดที่เปิดโมดูล z39.5 ของประเทศไทย มีน้อย หรือไม่เปิดระบบให้บริการ  


z39.88 ,OAI-PMH ,Embeded Metadata กับการแลกเปลี่ยนรายการบรรณานุกรมจากห้องสมุด/ทรัพยากรสู่ application  


 


การพัฒนาเว็บแยก 2 กรณี  


1.ทำมือ… สร้างหน้า .php , .html, .htm เว็บที่ทำต้องให้ google เก็บข้อมูลได้ ไฟล์ประกอบการทำเวบมีกี่ไฟล์  


html  


Jpg  


ppt  


Pdf  


โดยที่ทุกไฟล์ต้องจะฝัง metadata ที่จำเป็น  


Html ฝัง web meta tag  


<meta  name =”keywords” content=”คำค้น” />  


<meta  name =”authors” content=”หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์” />  


<meta  name =”description” content=”คำอธิบาย” />  


Jpg ฝัง iptc – photoshop   File – fileinfo จะเจอหน้า iptc  


Ppt ฝัง document metadata  


Pdf ฝัง pdf metadata   ต้องใช้ acrobat pro เท่านั้น  


แล้วแต่ละชุด metadata จะลงรายการอย่างไร (มาตรฐานการลงรายการ) ขยายทุก file โดยเฉพาะ .html ให้รองรับมาตรฐาน z39.5 ผ่าน z39.88  


<meta  name =”keywords” content=”คำค้น” />  


<meta  name =”authors” content=”หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์” />     web meta tag ให้ข้อมูลกับ search engine  


<meta  name =”description” content=”คำอธิบาย” />   ((((web meta tag ให้ข้อมูลกับ search engine))))  


<meta  name =”DC.title” content=”คำค้น” />  


<meta  name =” DC.authors” content=”หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์” />  


<meta  name =” DC.description” content=”คำอธิบาย” />  


<meta  name =” DC.keywords” content=”คำค้น” />  


<meta  name =”DC.creatdate” content=”หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์” />  


((((DC meta tag ให้ข้อมูลบรรณานุกรมกับ Apps เช่น Reference Manager (Endnote, Zotero, JabRef , Refwork…) ผ่านมาตรฐาน z39.5))))  


<meta  name =”Citation_title” content=”คำค้น” />  


<meta  name =” Citation_authors” content=”หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์” />


<meta  name =” Citation_description” content=”คำอธิบาย” />


<meta  name =” Citation_keywords” content=”คำค้น” />  


<meta  name =” Citation_creatdate” content=”หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์” />


<meta  name =”Citation_PublishDate” content=”หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์” />


<meta  name =” Citation_pdf_url” content=”หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์” />


<meta  name =” Citation_jourjal_title” content=”หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์” />


<meta  name =” Citation_volume” content=”หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์” />


<meta  name =” Citation_issue” content=”หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์” />


<meta  name =” Citation_firstpage” content=”หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์” />


<meta  name =” Citation_lastpage” content=”หน่วยงาน/ผู้สร้างสรรค์” />


((((Citation Meta Tag เป็นชุดใหม่เพื่อให้ข้อมูลบรรณานุกรมเชิงผลงานวิชาการ Google Scholar))))  


2.การเพิ่ม Webometric Ranking  


Size  


Visibility มีคนมา link web ของเราจำนวนมาก ทำให้เป็น digital pr โดยผ่าน social network ต่างๆ  


Rich Files  


Scholar  


ซอฟท์แวร์พัฒนา IR  


e-prints



 


เครดิต : http://breezebee.wordpress.com/tag/library-trend/


Posted by  บน กรกฎาคม 26, 2011 in Uncategorized




Comments